มาร่วมงานเปิดตัว Oppo N3 และ Oppo R5 ที่สิงคโปร์

Print Friendly

ผู้เข้าร่วมมากันเต็มเลยทีเดียว

 

29 ตุลาคม 2557 วันนี้ผมได้รับเชิญจากทาง Oppo ประเทศไทยให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่ของ Oppo คือ Oppo N3 และ Oppo R5 ครับ (หลายๆ คน อาจจะงงๆ ว่าทำไมเลขรุ่นของ Oppo ดูแปลกๆ นั่นเป็นเพราะ Oppo เขาไม่มีรุ่นเลขคู่ครับ เช่น Oppo Find series ก็จะเป็น Find 3, Find 5 และ Find 7 เลย เป็นต้น) ซึ่งสองตัวนี้ก็มีข่าวลือข่าวหลุดมาหลายๆ รอบมาก แต่วันนี้ก็จะได้เห็นของจริงกับเขาซะทีครับ … งวดนี้สถานที่จัดงานก็คือ Sands Expo and Convention Center ที่โรงแรม Marina Bay Sands ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ครับ

 

One More Step ... Design for Life

 

ตามสไตล์ของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครับ ก็ต้องพูดถึงบริษัทของตนเองก่อน ก็ได้ผู้บริหารระดับ CEO ของประเทศต่างๆ ออกมาพูดครับ … ธีมของ Oppo งวดนี้ก็คือ One More Step และ Designed for Life ครับ แต่ฟังจากที่ผู้บริหารพูดแล้ว เขาพยายารมเน้นไปที่ One More Step มากกว่า ซึ่งแนวคิดคล้ายๆ กับ ไคเซ็น (Kaizen) ของทางญี่ปุ่นครับ คือ พยายามคิดต่อว่า จะทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปได้ยังไงอีกบ้าง

ผมว่าไม่ต้องพูดมากเรื่องบรรยากาศของงาน หรือรายละเอียดเชิงลึกอะไรมากมายหรอกนะครับ มาดูกันดีกว่าว่ามางานนี้แล้ว เราได้เห็นว่า Oppo N3 และ Oppo R5 มีดีอะไรกันบ้าง

 

Oppo N3

 

Oppo N5 ด้านหน้า

 

ตัวนี้ต้องเรียกว่าเป็นระดับ Flagship ตัวนึงของ Oppo เลย โดยต่อมาจาก Oppo Find 7 ครับ สเปกคร่าวๆ เลย ก็คือ

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 801 MSM8974AA Quad-core 2.3GHz Krait 400
  • GPU: Adreno 330
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 32GB
  • External storatge: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Display: IPS LCD Full HD 1920×1080 พิกเซล  5.5 นิ้ว (403ppi)
  • OS: ColorOS 2.0 (Android 4.4.2 KitKat)
  • Mobile internet: 2G/3G/4G
  • Camera: 16 ล้านพิกเซล F2.2 เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3″ ขนาดพิกเซล 1.34 ไมครอน หมุนกล้องได้ด้วยมอเตอร์
  • Dimensions: 161.2 มม. x 77 มม. x 8.7 มม.
  • Weight: 192 กรัม

จุดเด่นของตระกูล N ของ Oppo ก็คือกล้องที่หมุนได้ครับ และเหมือนกับ Oppo พิจารณาจากข้อมูลความนิยมของ Oppo N1, Oppo N1 Mini และ Oppo Find 7 มาหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบ แต่งวดนี้แทนที่ Oppo จะจัด N3 มาขนาดหน้าจอ 6 นิ้วแบบ N1 ก็ไปใช้หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้วแทนครับ แต่ไม่ได้ใส่สเปกระดับเทพ เทียบเท่า Oppo Find 7 มาให้นะ จะออกไปทาง Oppo Find 7a ซะมากกว่าครับ

 

 

เพียงแต่งวดนี้ Oppo บอกว่า จากแนวคิด One More Step ทำให้พวกเขามองว่า จุดเด่นเรื่องการหมุนกล้องมันก็ดีอยู่แล้ว ควรอยู่คู่ Oppo N3 ต่อไป แต่ว่าเราจะทำอะไรให้ดีขึ้นเกี่ยวกับการหมุนกล้องได้ไหม … คำตอบก็คือ ทำไมต้องเอามือไปหมุนกล้องเองล่ะ ทำไมไม่แตะหน้าจอ แล้วให้มันหมุนกล้องได้เลย ซึ่งทำให้ Oppo N3 สามารถหมุนกล้องได้ 3 วิธีหลักๆ ครับ คือ

  • ใช้นิ้วแตะตรงหน้าจอในโหมดกล้อง แล้วลากลงด้านล่าง ซึ่งจะช้านิดหน่อย เพราะมันจะค่อยๆ หมุน เหมาะสำหรับการค่อยๆ หมุนเพื่อหามุมที่ต้องการ
  • ใช้นิ้วแตะตรงหน้าจอ แล้วปาดลงหรือขึ้นอย่างเร็ว จะเป็นการให้กล้องหมุนมาด้านหน้า หรือกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว หรือก็คือการปรับกลับไปกลับมาระหว่างการเป็นกล้องหน้ากล้องหลังนั่นเอง
  • ใช้ปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลังในการหมุนกล้อง
  • ใช้ O-Click 2.0 ในการสั่งหมุนกล้อง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสั่งงานได้จากระยะไกล และยังสามารถสั่งลั่นชัตเตอร์ได้อีกด้วย

 

 

และนอกจากนี้ ในเมื่อมันมีมอเตอร์คอยหมุนกล้องได้แล้ว มันน่าจะทำอย่างอื่นได้ด้วยใช่ไหม … คำตอบคือ ใช่ครับ Oppo เพิ่มฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Auto panorama มาให้ ซึ่งในฟังก์ชั่นนี้ แค่ถือตัวเครื่องไว้เฉยๆ กล้องมันจะหมุนแล้วถ่ายภาพพาโนรามาให้เองโดยอัตโนมัติเลยครับ ทำได้ทั้งถ่าย Panorama แนวนอนและแนวตั้ง ทำให้การถ่ายภาพ Panorama แบบสวยๆ ทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในแนวตั้ง

 

เลนส์ของ Oppo N3 งวดนี้ ดูดีมาก ร่วมมือกับผู้ผลิตเลนส์ชั้นนำอย่าง Schnider ด้วย

 

ตัวเลนส์เอง ก็ร่วมมือกับผู้ผลิตเลนส์ชั้นนำอย่าง Schnider Kreuznach เพื่อนำมาใช้กับ Oppo N3 ด้วย นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/2.3″ และขนาดพิกเซล 1.34 ไมครอน (เสียดายที่เลนส์แค่ F.2.2 ไม่ใช่ F1.8) ซึ่งเลนส์ดีๆ ขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ ขนาดพิกเซลที่ใหญ่ ก็ย่อมทำให้ได้ภาพที่ดีด้วย … จากภาพที่ทางช่างภาพที่ได้ Oppo N3 ตัว Prototype ไปลองใช้นี่ ภาพสวยมาก แต่สำหรับผม ผมคงต้องรอลองของจริงน่ะ

 

VOOC Mini ขนาดของตัว Wall charger เล็กลงกว่าเดิมเยอะเลย

 

แน่นอนว่า เมื่อ Oppo Find 7 และ Find 7a เขามี VOOC ที่ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วแล้ว Oppo N3 ก็ต้องได้ด้วยเช่นกัน แต่เป็นเวอร์ชันที่เรียกว่า VOOC Mini ครับ เพราะขนาดของ Wall charger เล็กลงอย่างเห็นได้ชัดมาก เรียกว่าคนใช้ Oppo Find 7 อย่างผมอิจฉาอ่ะ

 

ีราคาของ Oppo N3

 

ครับ สำหรับผมแล้ว ความเด่นของ Oppo N3 ก็อยู่ตรงที่คุณภาพของฮาร์ดแวร์กล้องที่ค่อนข้างดี ทำให้ค่อนข้างคาดหวังกับคุณภาพของภาพถ่ายจริงๆ และการที่กล้องสามารถหมุนได้เองด้วยมอเตอร์ ทำให้การถ่ายภาพแบบ Panorama ทำได้ง่ายขึ้นมาก ใครชอบไปถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ตอนเที่ยว น่าจะชอบครับ เพราะได้เก็บภาพบรรยากาศมาแบบเต็มๆ ได้ง่ายๆ เลยครับ … สนนราคาของ Oppo N3 เขาก็ประกาศมาว่าคือ $649 ครับ คูณเป็นเงินไทยเท่าไหร่ ก็คูณเอาเองเน่อ (เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมันไม่คงที่)

 

กล้องหมุนได้ของ Oppo N3 ที่ดีไซน์ไม่เข้ากับตัวเครื่องเท่าไหร่

 

ถามว่ามีจุดไหนที่ผมยังคาใจไหม เกี่ยวกับ Oppo N3 นี่?!? มีครับ … อันดับแรกเลย ผมว่า Oppo ไม่ได้ออกแบบให้กล้องหมุนได้มีพื้นผิวเป็น Faux leather แบบฝาหลังของ Samsung Galaxy Note 3 เลย … คือ มันไม่เข้ากับดีไซน์ในภาพรวมของตัวเครื่องครับ เพราะส่วนที่เหลือของเครื่องเป็นพลาสติกเรียบๆ พอมาเจอ Faux leather แบบนี้ มันดูแปลกๆ

อันดับต่อมา เนื่องจากกล้องเป็นการหมุนแบบมอเตอร์ ผมก็เลยสงสัยและคาใจว่า แล้วถ้าเกิดผู้ใช้งานไม่สั่งงานให้หมุนด้วยมอเตอร์ แต่ไปบิดหมุนเองตามความเคยชินจากการใช้ Oppo N1 ล่ะ?!? มันจะมีโอกาสเสียหายไหม?!? เรื่องนี้สำคัญ เพราะผมเดาว่าหากเป็นเด็กๆ มาเล่น ก็คงจับหมุนไปหมุนมาเล่นเองแน่เลยอ่ะ

 

Oppo R5

 

Oppo R5 ด้านหน้า

 

Oppo ตระกูล R นั้นจะเป็นรุ่นราคากลางๆ ของ Oppo ครับ สเปกจะไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ทว่า Oppo R5 งวดนี้มีอะไรมาให้อวดหลายจุดทีเดียว … เรียกว่าไม่ใช่แค่พระรองที่เข้ามาให้งานเปิดตัวนี้มีสองรุ่นเฉยๆ ล่ะครับ

 

Oppo R5 เป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกตอนนี้

 

ผ่าง!! Oppo R5 ณ ขณะที่เขียนบล็อกตอนนี้อยู่ จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก และไม่ได้แค่บางลงจากคู่แข่งแค่หลัก 0.1 มม. แบบที่หลายๆ ค่ายเขาทำกันนะ Oppo R5 นี่มีความหนาแค่ 4.85 มม. เท่านั้นเองครับ เรียกว่าทุบสถิติโลกเลยทีเดียว … ซึ่งสเปกก็เป็นดังนี้ครับ

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 615 MSM8939 Octa-core 1.5GHz Cortex-A53 (64-bit)
  • GPU: Adreno 405
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storatge: ไม่รองรับ
  • Display: AMOLED Full HD 1920×1080 พิกเซล  5.2 นิ้ว (423ppi)
  • OS: ColorOS 2.0 (Android 4.4.2 KitKat)
  • Mobile internet: 2G/3G/4G
  • Camera: กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Dimensions: 148.9 มม. x 74.5 มม. x 4.85 มม.
  • Weight: 155 กรัม

 

เฟรมตัวเครื่องของ Oppo R5 เป็น PVD Stainless steel

 

ความที่เป็นสเปกกลางๆ จึงทำให้นอกจากการที่ใช้ CPU ระดับ Octa-core 64-bit แล้ว อื่นๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมาก แต่ความโดดเด่นของ Oppo R5 นั้นไปอยู่ที่การดีไซน์ครับ เพราะใช้เฟรมของตัวเครื่องเป็น PVD Stainless Steel ดูพรีเมี่ยมมากๆ … ผมลองจับดูแล้ว รู้สึกดีมากทีเดียว แต่ที่แปลกๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องของความบางน่ะครับ เพราะบางคนจะรู้สึกว่า บางเกินไป จับไม่ถนัดมือก็มี แต่ใครชอบแบบบางๆ มากๆ และขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้วก็ไม่ใหญ่มากจนใส่กระเป๋าเสื้อไม่ได้ มันทำให้ไม่รู้สึกตุงทั้งกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกงดี

 

Oppo R5 มีขอบเฟรมแบบ Arc ขัดด้วยมือ

 

นอกจากนี้ ผู้บริหารเขาบอกว่า เนื่องจากเวลาที่กลึงเฟรมของตัวเครื่อง มันจะเกิดร่องรอยที่ตัว Tooling ฝากเอาไว้กับผิวโลหะ ซึ่งร่องรอยนี้เป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากกระบวนการ แล้วจะทำยังไงดีให้มันออกมาดูดี … คำตอบคือ ทำการขัดลบรอยด้วยมือครับ!!! นี่ถ้าขายได้หลักหลายล้านเครื่องนี่ ขัดกันตาเหลือกแหง (ฮา)

 

Cooling element ระบบระบายความร้อน จุดเด่นของ Oppo R5

 

อีกเรื่องนึงที่เป็นจุดเด่นของ Oppo R5 ก็คือเรื่องระบบระบายความร้อน ที่มีการใช้ Cooling element เข้ามาช่วยระบายความร้อนอันเกิดจากการประมวลผลของ CPU ไปยังตัวระบายความร้อนได้ดีขึ้น ฉะนั้น แม้ตัวเครื่องจะบางมากๆ และมีการใช้งานหนักหน่วง ทาง Oppo ก็มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะไม่รู้สึกร้อนมือแต่อย่างใด … เขาว่ายังงั้นนะ

และแน่นอนว่าเจ้านี่ก็มาพร้อมกับ VOOC Mini เช่นเดียวกับ Oppo N3 ครับ

 

กล้องของ Oppo R5 นูนออกมาชัดเจนมาก

 

แน่นอน การที่ขนาดบางมากๆ มันก็มาพร้อมกับข้อจำกัดหลายอย่างเช่นกัน … อันดับแรกเลย คือ โมดูลกล้องครับ มันยังคงหนากว่าความหนาโดยรวมของตัวเครื่อง ดังนั้นเราก็เลยจะเห็นโมดูลของกล้องนูนออกมาชัดเจนมากแบบนี้เลยครับ

อันดับต่อมา ขนาดที่บางลงก็ทำให้ไม่สามารถใส่แบตเตอรี่ได้เยอะครับ โดย Oppo R5 ตัวนี้ใส่แบตเตอรี่มาให้ได้แค่ 2,000mAh เท่านั้นเอง แต่ทาง Oppo ก็เข้าใจถึงข้อจำกัดดังกล่าว ก็พยายามจะทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มากขนาดไหน จนกว่าจะได้ลองจริงๆ

นอกจากนี้ เพราะความบางสุดๆ ก็เลยทำให้ไม่สามารถทำให้มันรองรับ MicroSD card ได้ครับ และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ก็ต้องตัดออกไปด้วย ตรงนี้เข้าใจว่าคงจะทำเป็น USB adapter มาให้ใช้ เพื่อเสียบกับชุดหูฟังแทน เหมือนที่หลายๆ รุ่นที่บางมากๆ จนต้องตัดช่องเสียบหูฟังออกเขาทำกัน แต่ปกติแล้วนั่นก็ทำให้เราไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขณะกำลังเสียบหูฟังได้อ่ะนะ

และตอนออกมาจำหน่ายจริงๆ ก็ไม่รู้จะมีใครเอาไปลองงออีกรึเปล่า เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าบางคนเห็นสมาร์ทโฟนบางๆ ไม่ได้ ต้องงอมันดูน่ะ

 

ราคาของ Oppo R5

 

ด้านสนนราคาของ Oppo R5 ก็คือ $499 ครับ … คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ ถาม Google ดูนะครับ

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ทิ้งช่วงนานมากหรอกนะ ไว้ได้มารีวิวเมื่อไหร่ จะรีวิวให้ได้อ่านกันครับ … โดยส่วนตัวแล้วผมชอบ Oppo N3 มาก เพราะส่วนตัวก็เป็นคนชอบถ่ายภาพ Panorama เวลาไปเที่ยวอยู่แล้ว และในบางสถานที่ การถ่ายภาพ Panorama แนวตั้งมันช่วยให้เราถ่ายภาพได้แบบเต็มๆ กว่า (เช่น ถ่ายภาพตึก หรือ อนุเสาวรีย์ หรือ ภายในโบสถ์ใหญ่ๆ) ลูกเล่นของ Oppo N3 มันตอบโจทย์มากๆ น่ะ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. Tina says:

    บอกได้คำเดียวว่า มันบางและสวยมาก (R5)
    ปล.อยากรู้ราคาที่ไทยจุง ^^

  2. meemee says:

    รุ่นนี้สวยดีครับ อยากได้จัง แต่ยังไม่มี

  3. Anny Nancy says:

    Oppo R5 สีขาว สภาพ 99.99% อุปกรณ์แท้ครบยกกล่อง อายุเครื่อง 5 วัน กล้องสวยฟริ๊ง ชาร์จแบตเข้าเร็วเวอร์ ขาย 14,900 บาทค่ะ สนใจติดต่อได้นะคะ 099-1957770 อยู่ จ.พิษณุโลกค่ะ
    Facebook : กรรณิการ์ ไกรมาต
    Facebook Fanpage : Anny Nancy

Leave a Reply

%d bloggers like this: