เมื่อ Crowdfunding campaign กลายเป็นช่องทางหาเงินแบบรวยทางลัด

Print Friendly

แคมเปญ One Card แบตเตอรี่ บน Indiegogo

 

ปกติผมเป็นคนที่ว่างๆ ก็จะแวะดูพวก Crowdfunding sites อย่าง Indiegogo หรือ Kickstarter เพื่อหาโปรเจ็คด้านเทคโนโลยีเจ๋งๆ จะได้เข้าไปเป็นแบ็กอัพกะเขา ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะได้ลองสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อน โดยไม่ต้องคิดมากว่ามันจะไปรุ่งหรือไม่รุ่ง เพราะในฐานะที่ทำงานเขียนและบรรยายเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่แล้ว การได้ลองของจริง มันทำให้เราได้ Insight มากกว่าแค่ติดตามข่าวเฉยๆ น่ะครับ แต่อยู่มาวันนึง ผมก็ได้เห็นแคมเปญนี้ เป็นแบตเตอรี่ที่มีสายชาร์จมาให้แบบในตัว ความจุ 2,500mAh และมีขนาดบางแบบชนิดพกใส่กระเป๋าตังค์ได้สะดวกๆ สนนราคาประมาณ $16 … มันดูดีเลยนะครับ เพราะปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าต่อให้ผู้พลิตพยายามขนาดไหนก็เหอะ ตราบใดที่ยังใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบเดิมๆ ยังไงสมาร์ทโฟนมันก็อยู่ไม่รอดครบวันหรอก ฉะนั้นการมีแบตเตอรี่พกพาขนาดเล็กๆ ไว้ติดตัว ให้ยืดการใช้งานได้อีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะช่วยให้เราใช้งานได้ครบวันนั่นเองซึ่งแคมเปญนี้มันจะดูดีมาก หากผมไม่เคยเจอกับ PowerBank ยี่ห้อ UTOO ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยซะก่อน ซึ่งมันดันมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับเจ้า One Card Mobile Charger ที่มาทำแคมเปญอยู่บนเว็บ Indiegogo นี่มากทีเดียว เพียงแต่ในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ที่ผ่านมา เจ้านี่ขายอยู่ที่ราคาประมาณ 220 บาท – 290 บาท เท่านั้นเอง (ประมาณไม่ถึง $10)

 

แบตเตอรี่ UTOO รุ่น 2,500mAh

 

และเมื่อเจาะลึกลงไปอีกซักหน่อย เราก็จะได้เห็นมีคนขายเจ้านี่ในราคาแบบขายส่ง $385 ต่อ 100 ชิ้น หรือตกอยู่ที่ $3.85 ต่อชิ้นเท่านั้น แถม หรือก็คือ พอเดาได้ว่า ขนาดแบรนด์ UTOO เองก็คงจะซื้อของประมาณนี้มาขายต่อนั่นแหละ (จึงไม่ค่อยน่าแปลกใจที่ตอนผมไปดูที่งาน Thailand Mobile Expo 2014 มานี่ ยี่ห้อนี้ไม่มีประกันนะครับ ตอนแรกก็คิดว่า ก็ขายราคาถูกซะขนาดนี้ไม่น่าแปลกใจ แต่ตอนนี้มาคิดอีกที เหตุผลจริงๆ คงเป็นเพราะไปเหมาซื้อมาแปะยี่ห้อแล้วเอามาขายต่อมากกว่าละมั้ง

แต่เมื่อเห็นแบบนี้ ก็คิดได้แต่ว่า เจ้าตัวคิดริเริ่มแคมเปญนี้มันหัวใสเนอะ ไปหาพวก OEM ในประเทศจีน แล้วก็เอามาขายพวกฝรั่งซะ ตัวเองไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องมี Know-how อะไรเลย แค่ซื้อมา แล้วก็ขายไป แค่นี้ฟันกำไรหัวคิวเหนาะๆ อะไรประมาณนี้ … แคมเปญนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวของ Steve Tan ผู้ริเริ่มแคมเปญ Kreyos Smartwatch บน Indiegogo ครับ แคมเปญนี้เป็น Smartwatch ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จมากเลย โดยต้องการระดมทุนประมาณ $100,000 แต่ว่าจบแคมเปญ ระดมทุนได้ไป $1,502,119 เลยทีเดียว แม้จะไม่สำเร็จเท่ากับ Pebble แต่ก็เรียกว่าได้ไปมากโขอยู่

 

ข่าวความล้มเหลวของแคมเปญ Kreyos Smartwatch

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เหล่า Backers ก็ยังไม่ได้เจ้า Kreyos smartwatch นี่ซะที มันก็เริ่มจะแหม่งๆ หลายๆ คน ไม่พอใจในความล่าช้า และพอได้เจ้า Kreyos smartwatch ของจริงมาใช้จนได้ ผลปรากฏว่าคุณภาพของมันกลับไม่ได้เป็นไปตามที่โม้เอาไว้แต่แรก เช่น ฟีเจอร์ไม่ครบ ขาด App สำหรับใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ลำโพงของนาฬิกาคุณภาพแย่ ตลอดไปจนถึงน้ำเข้าไปในตัวเครื่อง ทั้งๆ ที่สเปกบอกว่ากันน้ำ (สงสัยกันน้ำออก) และดันมีคนไปเจอรูปตา Steve Tan ที่ถ่ายรูปคู่กับรถซูเปอร์คาร์ เฟอร์รารี่สีแดงแปร๊ด กับภาพคู่กับถุงช้อปปิ้งจำนวนมากมาย เหล่า Backers เลยฟิวส์ขาด เพราะเข้าใจว่าอีตา Steve Tan เอาเงินที่พวกตนระดมทุนให้ไปเพื่อใช้พัฒนา Smartwatch เจ๋งๆ ไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์

เดือดร้อน Steve Tan ต้องมาโพสต์บล็อกชี้แจงเรื่อง The Rise and Fall of KREYOS ให้ได้อ่านกัน โดยใจความหลักๆ ก็พูดชี้แจงว่า รูปที่ถ่ายนั้นเป็นรูปที่ถ่ายก่อนจะมีแคมเปญนี้ และที่แคมเปญนี้ล่มก็เพราะดันไปเชื่อใจผู้ผลิตชาวจีน ที่คุยรับปากนักหนาว่าจะช่วยเขาพัฒนา Smartwatch เจ๋งๆ ได้ โดยทางโรงงานจะรับผิดชอบเรื่องการผลิต ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ให้ ตัว Steve Tan แค่จ่ายเงิน และออกดีไซน์ของตัว Smartwatch กับ User Interface ของซอฟต์แวร์มาก็พอ … อีตา Steve Tan เห็นเป็นช่องทางในการทำธุรกิจ ก็เลยหลงเชื่อ แล้วก็ไปทำแคมเปญ Kreyos มานี่แหละครับ

ทั้งเรื่อง One Card Mobile Charger และ Kreyos นี่เราได้เห็นอะไรไหม?!? ทั้งสองแคมเปญ เป็นการ “ซื้อ” จาก OEM ของจีน เอามาแปะแบรนด์แล้วก็ทำแคมเปญบน Crowdfunding site อย่าง Indiegogo ด้วยกันทั้งคู่ โดยที่ตัวคนริเริ่มแคมเปญ ไม่ต้องมีความรู้หรือทักษะที่จำเป็นในการทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้สำเร็จเลย … ตัว One Card Mobile Charger นี่อาจจะไม่ล้มเหลวครับ เพราะ PowerBank ไม่มีความซับซ้อนอะไรนัก และเท่าที่ผมได้ลองใช้แบตเตอรี่ UTOO 2,500mAh มาพักนึง ก็ต้องยอมรับว่าพอใช้ได้อยู่ แม้ว่าในการใช้งานจริง แบตเตอรี่ 2,500mAh นั้นไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 2,500mAh จริง แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของ PowerBank ที่ส่วนใหญ่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ราวๆ 65% ของตัวเลขที่ระบุอยู่แล้วอ่ะนะ

แต่ Kreyos นี่อาการสาหัส เพราะตัวผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน ลำพังเฉพาะแค่ฮาร์ดแวร์อย่างเดียวมันทำงานไม่ได้ มันต้องมีซอฟต์แวร์ด้วย และเพราะประสบความสำเร็จมาก เลยมีการทำ Stretch goals (หมายถึง เป้าหมายใหม่ ที่จะเพิ่มคุณสมบัติหรือความพิเศษบางอย่างเข้าไปอีก หากระดมทุนได้ตามเป้าหมายใหม่) เข้าไปอีกเยอะ ฟีเจอร์ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก แต่ตัว Steve Tan นี่ไม่ได้มีทีมงานด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เลย ทุกอย่างพึ่งพาทีมงานของ OEM ในจีนล้วนๆ และเขาก็ยอมรับว่า เพราะขาดทักษะนี่แหละ เลยโดนหลอกทั้งเรื่องการผลิต และทั้งเรื่องการสั่งอะไหล่

สุดท้าย แม้ทั้งสองแคมเปญจะมีไอเดียเหมือนกัน คือ ใช้ OEM จากจีน มาแปะแบรนด์ ทำการตลาดประชาสัมพันธ์ ระดมทุนผ่าน Crowdfunding site แต่ตอนจบ Kreyos นี่เจ็บตัว Steve Tan คงหนี้บานเบอะ ในขณะที่ OEM ในจีนที่หลอก Steve Tan ไป ก็ได้เงินไปหลายตังค์อยู่ … แต่แคมเปญ One Card นี่ หากไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้า เมื่อแคมเปญสิ้นสุดลง เจ้าของแคมเปญได้เงินไปแล้ว ก็แค่จัดการส่งมอบเจ้า PowerBank จากจีนนี่ให้กับ Backers ทุกๆ คนไปก็เป็นอันจบเรื่องล่ะนะ (ถ้าแคมเปญไม่โดนระงับไปซะก่อน เพราะผมส่งอีเมล์ไปแจ้งทาง Indiegogo ว่า แคมเปญนี้มันก็แค่การระดมทุนไปซื้อ PowerBank มาแจก Backers เท่านั้นเอง … แต่ผมก็กำลังคิดว่า หาก Indiegogo เงียบ ไม่ดำเนินการใดๆ ผมจะลองส่งเรื่องนี้ไปยังเว็บไซต์ด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ดูว่าเขาสนใจจะทำข่าวนี้ไหม … ฮา)

แต่ในฐานะ Backer ผมเลยมองว่าการตัดสินใจจะสนับสนุนการระดมทุนใดๆ ก็ทำได้ยุ่งยากมากขึ้น เพราะนอกจากต้องคอยระวังว่าเจ้าของโครงการจะน่าไว้ใจหรือไม่แล้ว ยังต้องพิจารณาให้ลึกอีกว่า แม้เจ้าของโครงการจะดูมั่นใจในตัวเองมาก แต่เอาเข้าจริงๆ โครงการนั้นเจ้าของมี Know-how ที่จะทำจริงๆ หรือไม่ และโครงการนั้นจริงๆ แล้วมันก็แค่ซื้อ OEM จากจีนมาแปะแบรนด์แล้วระดมทุนหรือเปล่า … พฤติกรรมการหาเงินแบบง่ายๆ ผ่านการระดมทุนออนไลน์แบบนี้ หากมีขึ้นบ่อยๆ จะทำให้โครงสร้างของ Crowdfunding ที่สั่งสมมาอย่างดีเสียหายนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: