การผจญภัยกับจีนกลาง – เรียนภาษาจีนด้วยตนเอง ทำได้ไหม ทำยังไง?!?

你应该怎么学中文

 

ผมออกตัวไว้นานแล้ว ว่าผมไม่ได้เก่งภาษาจีน และบล็อก “การผจญภัยกับจีนกลาง” มันเป็นบล็อกที่ผมเขียนเพื่อบันทึกประสบการณ์ในการเรียนภาษาจีนของผม เพื่อเอาไว้สำหรับย้อนกลับมาอ่านได้ในภายหลัง และเป็นการทบทวนไปในตัวด้วย (เพราะตอนพิมพ์ มันก็ต้องอ่านซ้ำ ต้องคิดซ้ำไปซ้ำมา) … ณ ปัจจุบัน ผมเรียนภาษาจีนกับ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมจีน ซีซีซี มาได้ครึ่งปีเศษแล้ว และก็มีการค้นคว้าเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองไปด้วย ฉะนั้นเลยคิดว่าน่าจะพอตอบคำถามได้ว่า จริงๆ แล้ว การเรียนภาษาจีนด้วยตัวเองนั้น ทำได้หรือไม่

อินเทอร์เน็ตยังมีของฟรีอยู่เยอะแยะ

ลองไปค้นด้วย Google แบบง่ายๆ ก่อนเลยครับ จะภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ค้นด้วยคีย์เวิร์ดง่ายอย่าง เรียนภาษาจีนฟรี หรือ Learn Basic Chinese Free อะไรแบบเนี้ย เราจะเห็นว่ามีเว็บไซต์มากมาย มีคนมากมาย ที่ผลิตเนื้อหาสอนภาษาจีนให้เราได้เรียนกันฟรีๆ ออนไลน์ครับ

ที่ผมแนะนำว่าพอจะไปอ่านกันเองได้ก็เช่น

 

http://www.jiewfudao.com/

http://pasajeen.com/

http://thai.cri.cn/learnchinese/

 

เวลาเรียน ผมก็ขอให้คิดซะว่าเรียนเหมือนกำลังอ่านบล็อกนั่นแหละครับ อ่านไปซักวันละบท เอาให้แน่ใจว่าจบบทนะ วันไหนเจอสั้นๆ ก็แป๊บเดียวจบ วันไหนเจอยาวๆ ก็อ่านแบบจัดเต็มไปเลยครับ

แต่ในภาษาจีนเวลาจะฝึก มันก็ต้องฝึกทุกด้านครับ ทั้งการอ่าน (阅读 yuèdú) การเขียน (写作 xiězuò) การพูด (口语 kǒuyǔ) การฟัง (听力 tīnglì) ครับ แต่อินเทอร์เน็ตก็ให้เราแทบจะได้ครบทุกอย่างเลยล่ะ

 

ฝึกทักษะการอ่าน

การอ่านนี่แค่เปิดเว็บข่าวประเทศจีน เราก็ได้เห็นเยอะแยะเต็มไปหมดแล้ว เพียงแต่ผมก็อยากจะแนะนำให้เลือกอ่านแบบที่ง่ายๆ หน่อย จะได้ไม่หมดกำลังใจก่อน เพราะภาษาจีนเนี่ย ตัวอักษรนึงมันก็หนึ่งคำเลย หากเราไม่รู้ศัพท์มาก่อนก็อาจจะมึนได้

การเรียนรู้ศัพท์พื้นฐานจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่สอนภาษาจีนให้เยอะๆ ก่อน มีศัพท์พื้นฐานในหัวซัก 500-700 คำแล้ว คุณจะรู้ว่าในการใช้งานทั่วไป ศัพท์พวกนี้มันจะวนเวียนไปมาครับ

 

ฝึกทักษะการเขียน

อันนี้คงต้องออกนอกเรื่องนิดหน่อย เพราะการเขียนเนี่ย ฝึกทักษะที่ดีที่สุดคือ เขียนจริงๆ นั่นแหละครับ ไปหาซื้อสมุดมา มาเขียนคำศัพท์ไปเยอะๆ หากใครรักษ์โลก ไม่อยากเปลืองกระดาษ กัดฟันซื้อ Samsung Galaxy Note ไปเลย จะรุ่นไหนก็ได้ ใช้ S Pen เขียนเลยครับ สะดวกดี แต่ผมแนะนำซื้อพวก Galaxy Note 2 หรือ Galaxy Note 8 ครับ ไม่แพงเกินกำลัง หุหุ​

การเขียนถ้าจะให้ดี ก็ต้องขีดตามลำดับเส้นด้วย แต่หากเจอแต่ตัวอักษร แต่ไม่รู้ว่าจะลำดับเส้นยังไง แนะนำเว็บไซต์นี้ครับ

 

http://www.yellowbridge.com/chinese/character-dictionary.php

 

จะสามารถหาความหมายของคำศัพท์ภาษาจีนได้ และเมื่อหามาแล้ว คลิกไปที่แท็บ Stroke มันก็จะมีภาพเคลื่อนไหว แสดงลำดับเส้นด้วย … ลำดับเส้นนี่ไม่ใช่แค่ ก่อน-หลัง นะครับ แต่การตวัดซ้ายไปขวา หรือขวามาซ้าย ก็สำคัญด้วย ว่ากันว่าหากเขียนตามลำดับเส้นแล้ว จะช่วยให้จำง่ายและเขียนได้เร็วอีกต่างหาก

 

ฝึกทักษะการฟัง

อันนี้ผมว่าหาง่ายสุดอ่ะ เดี๋ยวนี้พวกซีรี่ส์จีนทั้งหลาย มีให้ดูกันบน YouTube กันหมด มีทั้งแบบ Subtitle อังกฤษ หรือแม้แต่ Subtitle ภาษาไทย … การดูคลิปบน YouTube นี่ไม่เพียงแต่ได้ฝึกทักษะการฟังนะ การอ่านก็ได้ฝึกด้วย เพราะพวกหนังจีนเขาจะต้องมี Subtitle จีนกำกับครับ เผื่อคนจีนถิ่นอื่นมาดู จะได้รู้เรื่อง เพราะภาษาจีนเนี่ย แม้ตัวอักษรจะใช้เหมือนกัน (ต่างกันแค่จีนตัวย่อใช้ในสิงคโปร์และจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนจีนตัวเต็มใช้ในฮ่องกงและไต้หวัน) แต่ตามท้องถิ่นต่างๆ จะสำเนียงแตกต่างกันไปเลย

ผมว่าการดูหนังจีนออนไลน์เนี่ย ได้ฝึกทั้งการฟังและการอ่านไปในตัว เมพสุดแล้ว

 

ฝึกทักษะการพูด

บางคนอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ แล้วมันจะฝึกการพูดได้ยังไง …​ แหม่ ประเทศไทยเรามีโปรแกรมแชทตัวนึง สัญชาติจีนครับ เขาชื่อว่า WeChat มีทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android แถมยังมีเวอร์ชันเว็บ ไว้ให้ใช้บนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย … แต่สะดวกสุดก็เวอร์ชันบนมือถือนี่แหละ … หาเพื่อคนจีนเลยครับ ลองใช้ฟีเจอร์โยนขวดลงน้ำ ให้มันลอยตุ๊บป่องๆ ไป เดี๋ยวก็เจอคนจีนเอง เพราะคนจีนเล่นเยอะมาก

เจอแล้ว ก็คุยกันแบบแชท พิมพ์ๆ ทำความคุ้นเคยก่อน หากคุยกันถูกคอ ก็เริ่มส่งเสียงกันไปครับ เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน WeChat อยู่แล้ว (ใช่ครับ LINE ก็มีฟีเจอร์นี้ แต่ในประเทศจีนเดี๋ยวนี้ มันเล่น LINE ยากมาก หรือเผลอๆ โดนบล็อกไปแล้วก็ไม่รู้ เห็นเพื่อนคนจีนเขาว่างั้น)

 

ก็ประมาณนี้แหละครับ … แต่สำหรับคนที่ตระหนักดีว่ายังไม่สามารถ “บังคับ” ตัวเอง ให้ฝึกฝนการใช้ภาษาจีนทุกๆ วันได้ (เช่นผมเป็นต้น) การกัดฟัน ควักกระเป๋า จ่ายเงินเรียนพิเศษ เพื่อให้ “ความเสียดายเงิน” มันช่วยกระทุ้งให้ไปเรียน ให้ไปได้ทบทวนภาษาจีนซะบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ยังดี มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยน่ะครับ

แต่หากคนที่วินัยดี ขยัน มุมานะ และขวนขวาย ไม่ต้องเสียเงินเรียน ก็สามารถเรียนด้วยตัวเองได้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Kitty says:

    ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจดีๆ ของคนเริ่มต้นอยากเรียนจีนค่ะ

  2. ShuMeng says:

    บทความนี้บอกวิธี และแหล่งข้อมูลฟรีเหมือนกันค่ะ “วิธีเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง 8 ข้อใน 1 ปี”
    http://www.dek-d.com/board/view/3648218/

Leave a Reply

%d bloggers like this: