รีวิว iPhone 6 Plus เมื่อ Apple ไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำจอใหญ่ จะเป็นเจ้าที่ทำได้ดีที่สุดไหม?!?

IMG20141009170519

 

ถ้าจะให้พูดถึงสมาร์ทโฟนที่เป็นกระแสฮือฮากันอยู่ในปัจจุบันนี้ คงไม่มีตัวไหนมากไปกว่า iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แล้วล่ะครับ เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดที่หลายๆ คนรอคอยแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ Apple ก้าวออกจาก Comfort zone แบบจริงๆ จังๆ ซะที โดยทำถึงสองเรื่องเลย นั่นคือ การออกสมาร์ทโฟนสองรุ่นพร้อมๆ กัน และมีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าที่เคยเป็นอย่างเทียบไม่ได้ คือ 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้วครับ … แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขนาดนี้ แต่นี่คือครั้งแรกของ Apple เลยนะ เราต้องมาดูกันสิว่าสโลแกนของ Steve Jobs ที่ว่า “เราไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำ แต่เราคือเจ้าที่ทำได้ดีที่สุด” จะยังคงเดิมอยู่ไหม

จะว่าไปแล้ว การที่ Apple ออก iPhone ตัวใหม่ ขนาดหน้าจอใหญ่อลังการแบบนี้ และออกพร้อมกันสองรุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Apple เพราะปีที่แล้ว Apple ก็แสดงให้เห็นไปบางส่วนแล้ว ด้วยการออก iPhone 5c ออกมาพร้อมๆ กับ iPhone 5s เพียงแต่ตอนนั้น มันยังไม่ได้ก้าวออกจาก Comfort zone แบบเต็มตัว เพราะ iPhone 5c สุดท้ายก็คือสเปกประมาณ iPhone 5 ที่เป็นรุ่นก่อนหน้า เพียงแต่เปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องไปใช้พลาสติก เหมือนเป็นการหยั่งเชิงว่า หาก Apple จะใช้วัสดุประมาณนี้มาทำบอดี้บ้าง เสียงตอบรับจะเป็นอย่างไร (และผลก็เป็นไปตามที่เราทราบกันนั่นแหละนะครับ) … ฮา

Apple ได้บทเรียนจากความผิดพลาดนั้น และในปีนี้ Apple ก็เลยออก iPhone ออกมาสองรุ่นเช่นเคย แต่ว่าออกแบบให้ทั้งสองรุ่น ใช้วัสดุพรีเมี่ยมอย่างอลูมิเนียมอย่างที่เคยครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Apple iPhone 6 Plus

 

กล่องของ iPhone 6 Plus

 

สำหรับ iPhone 6 Plus นี่ ผมขอวิพากย์ตั้งแต่แกะกล่องเลยนะครับ … งวดนี้ Apple เลือกที่จะไม่แปะรูปผลิตภัณฑ์ไว้บนกล่องครับ จากเดิมที่ตามสไตล์ของ Steve Jobs จะต้องเป็นภาพของสิ่งที่จะอยู่ในกล่อง เพื่อให้รู้ว่าเรากำลังจะได้เห็นอะไร ซึ่งเป็นอะไรที่ Apple ทำเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ประสบการณ์ฟินแบบสุดๆ ตั้งแต่ตอนแกะกล่องกันเลย … พอไม่มีรูปแบบนี้ มันก็เลยดูแปลกๆ ไป

 

User คนนึงบ่นว่าเสียเงินแพงๆ อยากได้อะไรที่เพอร์เฟ็ค

 

ขนาดผู้ใช้งานชื่อ ymv13 เองก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ไป และเขารู้สึกว่าพอไม่มีรูปแล้วมันไม่เพอร์เฟ็คอ่ะ เขาเลือกที่จะจ่ายตังค์แพงๆ เพื่อได้ทุกอย่างเพอร์เฟ็คตั้งแต่กล่องกันเลยทีเดียว อะไรแบบนี้

 

ต้องเจาะรูนิดหน่อย เพราะต้องเผื่อเลนส์กล้องที่นูนขึ้นมา

 

อีกเรื่องนึงที่แปลกตาไปจากเดิม ก็คือตรงส่วนที่เอาไว้วางตัวเครื่อง iPhone 6 Plus นี่แหละครับ ที่จะเห็นว่ามีร่องกลมๆ เล็กๆ อยู่ จากเดิมที่ไม่เคยมี … อันนี้เพราะว่าต้องเอาไว้สำหรับรองรับเลนส์กล้องของ iPhone 6 Plus ที่นูนขึ้นมาจากตัวเครื่องประมาณ 1 มิลลิเมตรครับผม

 

อุปกรณ์ที่มากับกล่องเหมือนเดิม สาย Lightning, Wall charger และหูฟัง EarPod

 

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็จะเหมือนๆ เดิมครับ มีสาย Lightning ให้เส้นนึง มี Wall charger และมีหูฟัง EarPod … ซึ่งตัว Wall charger ก็จะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไปตามแต่ว่าซื้อเครื่องของประเทศไหนมาน่ะครับ

 

iPhone 6 Plus ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ iPhone 6 Plus เป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ iPhone มีหน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ Full HD และเช่นเคย มีปุ่ม Home แต่ปุ่มเดียว ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวสแกนลายนิ้วมือสำหรับระบบ TouchID และมีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลเดิมๆ

 

iPhone 6 Plus ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ iPhone 6 Plus ให้ความรู้สึกคล้ายกับความเป็น iPad มากขึ้นมากครับ ในขณะที่ยังมีโลโก้แอปเปิ้ลเหมือนเดิม และไม่มีการระบุว่าเป็นรุ่นกี่ GB ไว้ … ถ้าไม่ดูที่กล่องนะครับ ก็ต้องไปเปิด Settings ของตัวเครื่องดู … มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ ขนาดพิกเซล 1.5 ไมครอนพร้อม LED Flash ที่เป็น True Tone ด้วยเหมือนกับ iPhone 5s ครับ

 

กล้องของ iPhone 6 Plus จะเห็นว่าเลนส์นูนออกมาชัดเจนเลย

 

ที่น่าแปลกใจคือ งวดนี้ทำไม Apple ยอมให้เลนส์กล้องมันนูนออกมาแบบนี้ก็ไม่รู้แฮะ เข้าใจว่าเพราะความที่อยากให้ตัวเครื่องมันบางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าพิจารณาจากสไตล์ของ Apple ในอดีต ก็ไม่น่าจะปล่อยให้เลนส์กล้องมันนูนโดดเด่นออกมาซะขนาดนี้ …​ ถามว่าเวลาเอาไปวางบนพื้นแล้วมันจะทำให้เลนส์กล้องเป็นรอยไหม ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระจกที่ใช้เป็นกระจกแซฟไฟร์ครับ (ความแข็งตามสเกลของโมห์คือ 9 ครับ ที่แข็งกว่านี้ก็เป็นเพชรแล้ว)

 

IMG20141008175310

 

อีกจุดนึงที่เปลี่ยนไปคือ ปุ่มเปิดปิดหน้าจอที่เคยอยู่ด้านบน ไม่มีแล้ว เพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ แน่นอนว่าการจะต้องเอื้อมไปกดปุ่มด้านบนมันไม่สะดวกแน่ๆ น่ะ … ฉะนั้นด้านบนของ iPhone 6 Plus ก็เลยเรียบๆ ไม่มีอะไรครับ … ส่วนด้านล่างของ iPhone 6 Plus ก็จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มีรูไมโครโฟน มีพอร์ต Lightning และลำโพงของตัวเครื่อง … งวดนี้ข้างไหนเป็นไมโครโฟน ข้างไหนเป็นลำโพง แยกแยะได้ชัดเจนมากทีเดียว

 

iPhone 6 Plus ด้านซ้าย

ด้านซ้ายของ iPhone 6 Plus ก็เหมือนๆ เดิมครับ มีสวิตช์สำหรับเปิดปิดระบบสั่น … ในบรรดาสมาร์ทโฟนทั้งหลาย ก็เห็นจะมีแต่ iPhone นี่แหละ ที่มีปุ่มสำหรับเปิดปิดระบบสั่นโดยเฉพาะ … นอกจากนี้ก็มีปุ่มปรับระดับเสียงครับ

 

iPhone 6 Plus ด้านขวา

 

ด้านขวาของ iPhone 6 Plus นั้นมีช่องใส่ Nano SIM card ที่ยังคงต้องหาอะไรจิ้มเพื่อถอดถาดใส่ซิมออกมาเหมือนเคย แต่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือปุ่ม Power ครับ ย้ายมาอยู่แถวๆ นี้ด้วยความหวังว่าจะให้กดง่ายขึ้นกว่าการที่จะให้มันอยู่ข้างบน … แต่จากที่ผมลองลูบๆ คลำๆ ดูนะ คนมือเล็กๆ ก็น่าจะยังคงมีปัญหากับการกดมันอยู่นั่นแหละครับ

 

iPhone Thickness Comparison

 

ทีนี้หากถามผมว่า แล้วที่มีปัญหา Bendgate หรือ iPhone 6 Plus งอ ที่ฝรั่งเขาเอามางอแล้วถ่ายคลิปโชว์กันเนี่ย มันเป็นเรื่องจริงไหม ก็ต้องขอตอบว่า หากไปออกแรงบิดกันขนาดนั้น ก็คงมีโอกาสที่จะเกิดปัญหานั้นได้จริงๆ นั่นแหละครับ หากได้สัมผัสตัวเครื่องจริงๆ ก็จะรู้สึกได้ว่า ถ้าเกิดเจอแรงบิดหนักๆ ซักหน่อย​ โอกาสงอมันก็มีจริงๆ นะครับ

อย่างไรก็ดี ความที่มันบางและเบา และขอบมนๆ แบบนี้ โดยส่วนตัวผม มันเป็นดีไซน์แบบที่ผมจับแล้วรู้สึกว่าสบายมือนะ แต่ก็แอบได้ยินเสียงบ่นของคนมือเล็กว่า ด้วยขนาดหน้าจอแบบ 5.5 นิ้วอย่างนี้ การหยิบถือใช้มือเดียวเนี่ย ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ ไม่ถนัดมือ … เอ๋า! ก็รู้สึกว่าเขาจะออกแบบมาสำหรับใช้งานสองมือนะครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ iPhone 6 Plus

เช่นเคย iPhone ไม่ใช่สมาร์ทโฟนที่จัดสเปกแบบอัดเต็ม ระดับเทพ เหมือนอย่างพวกฝั่งสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ดังนั้น แม้ว่า iPhone 6 Plus จะจัดสเปกมาดีกว่าตอนสมัย iPhone 5s อยู่พอสมควร แต่หากไปเทียบเฉพาะเลขสเปก ก็ต้องบอกว่ายังดูเป็นรองพวกสมาร์ทโฟนคู่แข่งในระดับ Flahship อยู่ … แต่ขอย้ำนะครับ เป็นรองเฉพาะเลขสเปก

  • CPU: Apple A8 Dual-core 1.4GHz Cyclone (ARM v8)
  • GPU: PowerVR GX6450 Quad-core
  • Display: IPS LCD 5.5″ Full HD 1920×1080 พิกเซล (401ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 16GB/64GB/128GB
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: iOS8.0.2
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Nano SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: รองรับ 4G LTE รุ่นที่ขายในไทยเป็นโมเดล A1524 (อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยโดย กสทช.)
      • LTE 700/800/850/900/1800/1900/2100/2600
      • TD-LTE 1900/2300/2500/2600 (1/2/3/4/5/7/8/13/17/18/19/20/25/26/28/29/38/39/40/41)
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP, LE
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี (ใช้ได้เฉพาะ Apple Pay เท่านั้น)
  • Camera
    • ด้านหน้า: 1.2 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash True Tone
  • Battery: 2,915mAh
  • Dimensions: 158.1 มม. x 77.8 มม. x 7.1 มม.
  • Weight:  172 กรัม
  • Others: –
  • Price: ยังไม่ระบุ

จะเห็นได้ว่าในส่วนของหน่วยประมวลผล Apple A8 นั้น หากเทียบเฉพาะเลขสเปกแล้ว ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลยครับ พวกสมาร์ทโฟนคู่แข่งที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เขาไปถึงระดับ Octa-core ไปแล้ว แต่อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่ามันก็แค่เป็นรองในเลขสเปกเท่านั้น ถ้าจะวัดว่าอะไรแรงกว่า มันต้องมาปะทะกันด้วยตัวเลข Benchmark เป็นอย่างน้อยละครับ

ฉะนั้นก็ต้องมาดูผลการวัดประสิทธิภาพกันบ้าง ซึ่งผมเลือกใช้ซอฟต์แวร์ Benchmark ตามนี้เลยครับ

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ

 

ผล Benchmark ของ iPhone 6 Plus

 

คะแนนที่ได้ เรียกว่าค่อนข้างสูงมากทีเดียว ดังนั้นจึงต้องถือว่า Apple ทำการบ้านได้ค่อนข้างดีทีเดียว เพราะแม้ตัวเลขสเปกของฮาร์ดแวร์จะด้อยกว่า แต่คะแนนที่ได้ เรียกว่าไม่น้อยหน้าสมาร์ทโฟนระดับ Flagship คู่แข่งรายใดเลยละครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งานทั่วไป หรือแม้แต่การประมวลผลกราฟิกสามมิติ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน iPhone 6 Plus

แม้ว่า iPhone 6 Plus จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุด iOS8 แต่โดยพื้นฐานการใช้งานแล้ว ไม่ได้แตกต่างไปจากระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชันเก่ามากนักครับ โดยภาพรวมก็ยังเป็นอะไรที่คุ้นเคยกันดีอยู่ครับ

 

Home screen ของ iPhone 6 PlusNotifications ของ iPhone 6 PlusControl Center ของ iPhone 6 Plus

 

ที่แตกต่างกันชัดเจนสำหรับ iPhone 6 Plus มีด้วยกัน 2 จุดใหญ่ๆ ครับ คือ มีโหมด Zoomed ที่จะขยายพวกไอคอนและ User Interface ต่างๆ ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้อะไรๆ มันดูเต็มพื้นที่มากขึ้น กับโหมด Standard ที่จะใช้ขนาดไอคอนแบบเดิมๆ มันจะดูไม่บวมๆ มาก แต่ก็จะเห็น

 

เลือกโหมดแสดงผลได้สองแบบ คือ Zoomed และ Standard

เลือกโหมดแสดงผลได้สองแบบ คือ Zoomed และ Standard

Standard mode

Standard mode

Zoomed mode

Zoomed mode

 

ณ ตอนนี้ App ทั้งหลาย ดูจะไม่ได้ตอบสนองกับโหมดซูมนี่แต่อย่างใดครับ จะเห็นความแตกต่างก็เฉพาะพวก App ที่เป็นของ Apple ที่มากับตัว iPhone 6 Plus ซะมากกว่า … แต่ตามสไตล์ของ Apple ครับ เดี๋ยวพอผ่านไปนานๆ App เริ่มปรับตัวเข้ากับคุณสมบัติต่างๆ ของ iOS เวอร์ชันใหม่ เราก็จะได้เห็น App ทั้งหลายรองรับโหมดซูมนี่มากขึ้นเรื่อยๆ เองแหละ

ข้อจำกัดของโหมด Zoomed ก็ไม่ใช่จะไม่มีนะครับ … มันจะเห็นชัดตอนที่เราจะใช้คุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาของ iPhone 6 Plus อีกอย่างซึ่งก็คือโหมดการแสดงผลแบบแนวนอนนี่แหละครับ … เพราะในบางหน้าจอ หรือ บาง App การแสดงผลแบบแนวนอนจะทำไม่ได้ หรือทำออกมาแล้ว User Interface จะมีข้อจำกัดการใช้งาน เช่น ใน Home screen เนี่ย ถ้าเป็น Zoomed mode ก็จะแสดงผลแนวนอนไม่ได้ครับ ต้องเป็น Standard mode เท่านั้น

 

โหมดการแสดงผลแนวนอน

 

หรือจะเป็น Calendar app ที่เวลาอยู่ใน Standard mode จะเห็น User Interface แบบเต็มๆ แต่หากอยู่ใน Zoomed mode แล้ว ก็จะเห็น User Interface จำกัด ปรับมุมมองไม่ได้

 

Calendar app บน Standard mode จะเลือกมุมมองต่างๆ ได้ แม้จะแสดงผลในแนวนอน

Calendar app บน Standard mode จะเลือกมุมมองต่างๆ ได้ แม้จะแสดงผลในแนวนอน

Calendar app บน Zoomed mode จะเลือกมุมมองไม่ได้

Calendar app บน Zoomed mode จะเลือกมุมมองไม่ได้

 

หรือหน้าจอ Settings ของ iPhone 6 Plus เอง หากเป็น Standard mode ก็จะแสดงผลแบบแยกซ้ายขวาได้เหมือน iPad ครับ แต่ว่าถ้าเป็น Zoomed mode ละก็ จะแสดงผลได้แต่แบบแนวตั้งเท่านั้นเอง

 

ใน Standard mode หน้าจอ Settings จะแสดงผลแนวนอนได้

ใน Standard mode หน้าจอ Settings จะแสดงผลแนวนอนได้

ใน Zoomed mode หน้าจอ Settings จะใช้ได้แต่แนวตั้งเท่านั้น

ใน Zoomed mode หน้าจอ Settings จะใช้ได้แต่แนวตั้งเท่านั้น

 

ดูๆ ไปแล้ว ในภาพรวม iPhone 6 Plus ดูจะถูกออกแบบมาให้ใช้แบบสองมือมากกว่าหรือเปล่า?!? ก็คงจะใช่ครับ ใครที่เคยไปทดลองจับๆ พวก Android smartphone ที่ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว หรือใหญ่กว่า อย่างเช่น Samsung Galaxy Note 3, Samsung Galaxy Note 4 หรือ Oppo Find 7 อะไรพวกเนี้ย ก็น่าจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับการใช้งานสองมือมากกว่า … สำหรับ iPhone 6 Plus นี่ผมก็ว่าไม่แตกต่างกันครับ

 

iPhone 6 Plus ในมือ

 

สำหรับคนมือใหญ่ๆ แบบผม การถือมือเดียวก็ยังพอไหวครับ สามารถพอจะจับได้ค่อนข้างมั่นคง แต่หากใครมือเล็กๆ ละก็ ถือไม่ดี เสี่ยงหลุดมือเอาง่ายๆ ดังนั้น การเลือกใช้ iPhone 6 ที่หน้าจอ 4.7 นิ้ว อาจจะเหมาะสมกว่าครับ

 

แตะปุ่ม Home 2 ครั้งติดๆ กัน เรียกเอาส่วนบนของ UI ลงมาแตะปุ่ม Home 2 ที แล้วเรียก Notifications ด้วยการลากแค่จากกลางหน้าจอก็ได้

 

แต่ Apple เขาก็เตรียมเผื่อสำหรับคนที่ยังอยากจะใช้งานแบบมือเดียวครับ ข้อจำกัดของการที่ iPhone มีปุ่ม Home แค่ปุ่มเดียวก็คือ พวก User Interface หลายๆ อย่างของระบบปฏิบัติการ iOS ถูกกำหนดให้ต้องเอาไว้ด้านบน (เพราะเมื่อก่อนหน้าจอมันเล็ก เลยไม่มีปัญหา) ซึ่งทำให้การเอื้อมนิ้วขึ้นไปแตะมันลำบาก ทาง Apple เขาก็เพิ่มกระบวนท่าใหม่มาให้ โดยหากเราแตะที่ปุ่ม Home 2 ครั้งติดๆ กัน มันจะเป็นการดึงเอา User Interface ด้านบนลงมาครับ เพื่อให้เอื้อมนิ้วขึ้นไปแตะได้สะดวกขึ้น จะลาก Notifications ลงมาก็ใช้มือเดียวได้

แต่มันก็แค่ช่วยให้แตะสะดวกขึ้นนิดหน่อยอ่ะครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ ข้อจำกัดอีกอย่างของหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วก็คือ “ความกว้าง” ของตัวเครื่อง ที่คนมือเล็กๆ ยังไงก็เอื้อมนิ้วโป้งไปไม่ถึงอีกฝั่งอยู่ดี

 

ใส่ iPhone 6 Plus ในกระเป๋ากางเกงยีนส์นั่งยองๆ

 

หลายๆ คน อาจจะกลัวการพก iPhone 6 Plus ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ … อันนี้น่าคิดครับ แต่จากที่ผมทดสอบดู หากเป็นคุณผู้ชาย ใส่กางเกงยีนส์ ถ้าไม่เอาไปใส่กระเป๋าหลัง ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ขอแค่มีกระเป๋าลึกๆ หน่อย แม้จะรู้สึกว่าตุงๆ กางเกงไปบ้าง แต่มันก็ไม่ถึงขนาดที่จะเสี่ยงต่อการทำให้ตัวเครื่องงอแต่อย่างใดครับ

 

Health app ของ iPhone 6 Plus

 

งวดนี้ Apple iPhone 6 Plus เข้าสู่กระแส “สุขภาพ” มากกว่าเดิม ด้วยการมี Health app โดยเฉพาะแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวก 3rd Party ก็ทำทั้งอุปกรณ์มารองรับ มี App ต่างๆ มาช่วยอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายของเรา เพียงแต่ข้อมูลมันกระจัดกระจายไปหน่อย ทาง Apple เลยถือโอกาสทำ App อย่าง Health ขึ้นเป็นศูนย์กลางให้ เหมือนที่เคยทำกับ Newsstand มาแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อจัดระเบียบพวก e-newspaper และ Digital magazine

 

Pages บน iPhone 6 PlusNumbers บน iPhone 6 Plus

Keynote บน iPhone 6 Plus

 

จุดขายของ Apple แม้จะไม่ได้อยู่ที่ App ที่แถมมาให้กับเครื่อง แต่งวดนี้ iPhone 6 Plus นี่ก็มีแถมทั้งชุด GarageBand, iMovies และ iWorks (Pages, Numbers, และ Keynote) มาให้ด้วย ซึ่งเอาไว้ทั้งแต่งเพลง, ตัดต่อวิดีโอ และทำพวกไฟล์เอกสารต่างๆ … ซึ่งแต่ละ App ก็เป็นอะไรที่มีฟังก์ชั่นการทำงานค่อนข้างครบครันดีอยู่แล้ว เรียกว่าไม่ต้องไปหา App อะไรเพิ่มเลย

 

App ต่างๆ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOSApp ต่างๆ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS

 

จุดขายจริงๆ ของ Apple คือ ความที่เป็นขาใหญ่แห่งวงการ ทำให้มีตัวเลือก App มากมายครับ ซึ่งยิ่งมีทางเลือกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับตัวผู้ใช้งานมากเท่านั้น ฉะนั้น เปิด App Store เข้าไปปุ๊บ ก็จะเจอ App มากมายครับ เพียงแต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าคุณภาพของ App โดยเฉลี่ยมันเริ่มดูด้อยๆ ยังไม่รู้ไม่รู้อ่ะครับ

 

Apple Pay

เครดิตภาพ: The New York Times

 

งวดนี้ iPhone 6 Plus รองรับเทคโนโลยี NFC กับเขาซะที แต่แทนที่จะใช้งานได้หลากหลายเหมือนพวกสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android  เช่น ใช้ช่วยในการตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย หรืออะไรทำนองนี้ Apple เลือกที่ใช้ NFC สำหรับ Apple Pay โดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจ่ายเงินที่เรียกว่า Mobile Payment … แน่นอนว่าในขั้นต้นนี้ ประเทศไทยไชโยของพวกเราก็คงยังไม่ได้ใช้กันในเร็วๆ นี้

 

สามารถใช้ Apple Pay จ่ายเงินใน App ได้ด้วย

 

ในการใช้งานของ Apple Pay จากข้อมูลที่ทาง Apple เปิดเผยก็คือ ผูกบัตรเดบิตหรือเครดิตของธนาคารที่ Apple รองรับเข้ากับระบบ Apple Pay จากนั้นแค่แตะปุ่ม Home เพื่อใช้ TouchID ในการยืนยันตัวตน เพื่อจ่ายเงินครับ โดยใช้ได้กับร้านค้าที่รับชำระด้วย Apple Pay หรือ Apps ต่างๆ ที่รองรับ

 

ประสบการณ์ในการรับชมไฟล์มัลติมีเดียและการเล่นเกมด้วย iPhone 6 Plus

เมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการ Android ที่สามารถถ่ายโอนไฟล์อะไรเข้ามาในตัวอุปกรณ์ก็ได้แล้ว ระบบปฏิบัติการ iOS ค่อนข้างจะมีตัวเลือกที่จำกัดกว่าครับ ยกเว้นจะใช้ App อื่นเข้ามาช่วยในการเล่นไฟล์ การจะถ่ายโอนก็ทำผ่านโปรแกรม iTunes เป็นหลัก … แต่ไฟล์ฟอร์แมตที่ใช้กับ iPhone 6 Plus ก็ไม่ใช่อะไรที่แปลกผิดมาตรฐานแต่อย่างใดหรอกนะครับ

 

Apple Movie Store มีตัวเลือกหลากหลายดีดูคลิป 1080p บน iPhone 6 Plus

 

จุดแข็งอีกด้านคือ Store ของ Apple อีกเช่นเคย ที่มีตัวเลือกหนังให้เลือกทั้งเช่าหรือซื้อได้หลากหลาย และหากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ Apple ตัวยงอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกรับชมหนังที่เราเช่าหรือซื้อ บนอุปกรณ์ของ Apple อื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น iPad, iPod Touch หรือแม้แต่ Apple TV และ งวดนี้หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD Full HD ของ iPhone 6 Plus ก็สามารถแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอระดับ Full HD ได้อย่างเต็มที่จริงๆ ซะทีครับ

ด้านคุณภาพของเสียงนั้น เสียงจากลำโพงของ iPhone 6 Plus นั้นให้โทนเสียงในฉบับ iPhone ที่ผ่านๆมา คือเสียงที่มีมวล หนา มีน้ำหนักที่ดี แสดงรายละเอียดได้ดีและย่านเสียงมีความสมดุลกัน แม้จะแสดงผลแบบ Mono ก็ยังให้ภาพเสียงที่ฟังดูกว้าง ติดอยู่อย่างตรงที่ว่าเดิมนั้นจะมีความรู้สึกบีบอัด (Compressed) อยู่นิดๆ ทั้ง iPhone และ iPad mini (ไม่นับ iPad ปกติ) ทว่า iPhone 6 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ เสียงที่ได้จากลำโพงถูกการปรับแต่งให้แสดงย่านเสียงโดยรวมออกมามีความชัดขึ้น ลดอาการบีบอัดลงทำให้รู้สึกโปร่งมากขึ้น มี Headroom มากขึ้นคือเปิดระดับเสียงที่ดังแต่ยังฟังชัดไม่เบลอหรือมีอาการแตกพร่า และแน่นอนว่าดังมากขึ้นด้วย แม้ทั้งหมดนี้จะแลกกับความธรรมชาติที่ลดลง แต่ผลโดยรวมที่ได้นั้นเป็นไปในเชิงบวกมากกว่าผมให้ผ่านครับ

ทดสอบช่องหูฟังด้วย Apple Earpods เสียงที่ได้นั้นเหมือน iPhone 5 ที่ผมมีอยู่ คือเนื้อเสียงที่หนา มีน้ำหนัก ช่วงเบสชัดกระชับ ย่านกลางและสูงชัดใสไม่ฟุ้ง แม้ไม่ได้นุ่มนวลมากนัก แต่ก็ไม่แหลมหรือแข็งกระด้าง มีมิติเสียงที่ดีทั้งในแง่ Stereo image และมิติความลึก ระบบขยายเสียงก็ดีเช่นเดิม ให้โทนเสียงคงที่แม้เร่งระดับเสียงจนสุด

 

iTunes Store

 

เช่นเดียวกัน เมื่อพูดถึงการฟังเพลง iTunes Store ของ Apple ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ เดี๋ยวนี้ก็มีเพลงไทยใหม่ๆ หรือเพลงสากลใหม่ๆ ให้เลือกซื้อแบบตามใจมาก จะซื้อเพลงเดียว หรือซื้อทั้งอัลบั้มก็ได้ และแม้ว่าหลายๆ คนจะมองว่า iTunes ใช้ยาก แต่โดยประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าหากใช้จนคุ้นเคยแล้ว iTunes จะช่วยบริหารจัดการเพลงได้ค่อนข้างสะดวกมากเลย

 

เล่นเกมบน iPhone 6 Plus

 

ลองเอา iPhone 6 Plus มาเล่นเกมดูบ้าง … ตัวเลือกเกมกราฟิกดีๆ บน iPhone 6 Plus มีค่อนข้างเยอะครับ และพวก Big name หรือเกมชื่อดังๆ หลายเกม ก็ไม่ได้ไปทำบนระบบปฏิบัติการอื่นด้วย … แต่ผมขอเลือกตัวอย่างเช่น เกม Modern Combat 5: Blackout มาเล่นเช่นเคยครับ โดยตัวกราฟิกแน่นอนว่าสวยงามอย่างไม่ต้องสงสัย เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ครบถ้วนดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่ลองเล่นพบว่าลื่นไหลไม่กระตุกเลยครับ

 

การใช้งาน iPhone 6 Plus เพื่อถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ

ในระบบปฏิบัติการ iOS8 นั้น มีการปรับปรุงในส่วนของ User Interface กล้องของ iPhone ให้ดีขึ้นอีกนิดละครับ เพิ่มความสามารถอย่างเช่น การตั้งเวลาถ่ายภาพ (เลือกได้ระหว่าง 3 วินาที และ 10 วินาที) หรือระบบ Auto HDR ที่ช่วยพิจารณาองค์ประกอบของภาพ แล้วเลือกเปิดโหมด HDR ให้โดยอัตโนมัติ … ที่เพิ่มเข้ามาอีกอย่าง (และผมชอบมาก) ก็คือตัวปรับชดเชยแสง (Exposure Value) แบบ Manual ครับ เพราะบางครั้ง การปรับชดเชยแสงด้วยการแตะบนหน้าจอ มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ใครหลายๆ คนน่ะ

 

 

User Interface กล้องของ iPhone 6 Plusปรับชดเชยแสงได้ด้วย UI แบบง่ายๆ

 

ตามสไตล์ของ Apple คือ ทำ User Interface ให้ง่าย และผมก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าวิธีการปรับชดเชยแสงที่ Apple ออกแบบมามันง่ายจริงๆ แค่แตะไปบนหน้าจอ เราจะเห็นแถบเลื่อนเพื่อปรับชดเชยแสงให้เราใช้นิ้วแตะแล้วเลื่อนได้เลย

ด้านคุณภาพของภาพถ่ายนี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากมาย แต่คุณภาพก็เป็นไปตามมาตรฐานของ Apple เลยล่ะครับ และสามารถใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์เลย การใช้งานสภาพแสงน้อยก็ยังสามารถทำได้ดี ดูรูปตัวอย่างต่อไปนี้ได้

 

IMG_0022ภาพโดย iPhone 6 Plusภาพโดย iPhone 6 Plusภาพโดย iPhone 6 Plus

 

นอกจากนี้ ผมพบว่ากล้องของ iPhone 6 Plus นั้น ถ่ายภาพแบบมาโครให้ได้แบบชัดตื้น (หรือพูดง่ายๆ หน้าชัด หลังเบลอ) ได้ค่อนข้างดีทีเดียวด้วยละครับ

 

IMG_0023

 

การถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด Full HD และยังสามารถทำได้ทั้งการถ่ายแบบปกติ การถ่ายแบบ Slow motion และ Time-lapse ด้วย คุณภาพที่ได้ เรียกว่าไม่น้อยหน้ากล้องดิจิตอลถ่ายภาพนิ่งแต่อย่างใดเลยละครับ นอกจากนี้ เมื่อประสานการใช้งานร่วมกับ iMovies แล้ว ก็ทำให้สามารถจัดการเรื่องการถ่ายวิดีโอได้เสร็จในเครื่องเดียวเลย ทั้งถ่ายวิดีโอไปจนถึงการตัดต่อ

 

ภาพโดย iPhone 6 Plus

 

จุดที่ iPhone 6 Plus ยังไม่ได้ปรับปรุงขึ้นมาจากเวอร์ชันก่อนมากนัก ก็เห็นจะเป็นเรื่องของกล้องดิจิตอลด้านหน้า ที่ยังคงใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็น่าจะเพราะว่า Apple มองว่ากล้องดิจิตอลด้านหน้าเอาไว้ทำพวก Video call เป็นส่วนใหญ่มากกว่าละมั้ง ดังนั้นแม้ว่าคุณภาพของซอฟต์แวร์ Camera app จะโอเค แต่จำนวนพิกเซลที่น้อย ก็ทำให้ภาพถ่ายด้วยกล้องหน้าไม่ละเอียดซักเท่าไหร่

 

บทสรุปการรีวิว iPhone 6 Plus

ตามสไตล์ของ Apple ครับ iPhone 6 Plus ถ้าไม่นับประเด็นเรื่อง Bendgate หรือโอกาสที่ iPhone 6 Plus งอละก็ iPhone 6 Plus ก็ถือว่าเป็นภาคต่อของ iPhone 5s ที่ดีทีเดียวละครับ อย่างไรก็ดี ความแตกต่างเมื่อเทียบกับ iPhone 5s นั้น ถ้าเรามองข้ามเรื่องขนาดหน้าจอไป ก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นจาก iPhone 5s ชัดเจนมาก จึงไม่แปลกหากผู้ใช้งานบางคนจะรอ iPhone 6s Plus อะไรแบบนี้มากกว่า (สไตล์ของ Apple คือ ออกรุ่นเปลี่ยนดีไซน์มาก่อน จากนั้นออกรุ่นปรับปรุงมาอีกที แล้วค่อยออกรุ่นเปลี่ยนดีไซน์ เป็นแบบนี้วนไปเป็นวัฏจักร ว่างั้นเถอะ)

เรื่องราคา ณ ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จากการคำนวณราคาของ iPhone 6 Plus ที่วางจำหน่ายในสิงคโปร์แล้ว ก็น่าจะเริ่มต้นที่ราวๆ 29,000 บาทครับ บวกลบนิดหน่อยละครับ … สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แบบนี้ Apple ไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำ และจะให้ฟันธงว่าเป็นเจ้าที่ทำได้ดีที่สุดก็คงยังตอบได้ยาก แต่หากถามว่า Apple ทำออกมาได้ดีไหม ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างจะโอเคทีเดียวละครับ

อย่างไรก็ดี ผมก็รู้สึกได้ว่าอะไรหลายๆ อย่างใน iPhone 6 Plus นี้ มันไม่น่าจะหลุดออกมาได้ หากยังอยู่ในยุคของ Steve Jobs นะครับ เช่น เลนส์ของกล้องที่นูนออกมา 1 มิลลิเมตร, การแตะปุ่ม Home 2 ครั้งเพื่อดึง User Interface ด้านบนลงมา ที่ยังใช้ประโยชน์จริงๆ ได้ไม่มาก หรือแม้แต่ Horizontal mode และ Zoomed mode ที่มี User Interface ที่ให้ประสบการณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละ App … ซึ่งตรงนี้คงเป็นอะไรที่ Apple ต้องเก็บไปพิจารณาครับ

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: