รีวิวหูฟัง Klipsch R6

Print Friendly

Klipsch R6

ผมได้รับมอบหูฟัง Klipsch มาจากทาง PR ครับ โดยส่วนตัว ไม่ได้สันทัดด้านวงการดนตรี (เวลารีวิวคุณภาพเสียง ต้องรอให้น้องชายที่เป็นนักดนตรีมารีวิวให้) พอได้ยินชื่อยี่ห้อนี้ เลยต้องไปหาข้อมูลหน่อยว่าเป็นแบรนด์ยังไง เพราะผมรู้จักแค่บางแบรนด์  อ้างอิงจาก Wikipedia ก็พบว่า Klipsch นั้นเป็นแบรนด์ที่มีชื่อด้าน Loudspeaker หรือลำโพงครับ … งั้นมันก็น่าสนใจสิว่า แล้วเมื่อแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตลำโพงที่ปกติผู้ฟังจะฟังจากระยะห่างประมาณนึง เมื่อต้องมาพัฒนาหูฟังแบบ In-ear แบบนี้ ที่ผู้ฟังจะสวมใส่ไว้ในหู มันจะเป็นอย่างไร

 

ลองแกะแพ็กเกจออกมาดูก็พบว่าของที่มาด้วยนั้นก็มีตัวหูฟัง Klipsch R6, คู่มือนิดหน่อย แล้วก็ยางซิลิโคนเอาไว้เปลี่ยน เพราะเป็นแบบ In-ear ต้องมีให้เลือกหลายขนาด ให้เหมาะสมกับรูหูของแต่ละคนครับ และก็มีกระเป๋าซิปเล็กๆ เอาไว้เก็บหูฟังมาให้ด้วย

 

ของที่มากับแพ็กเกจ

 

ดีไซน์ของตัวหูฟัง Klipsch R6 นั้นผมชอบนะ เพราะออกแบบสายมาเป็นแบบแบนๆ ใครที่เคยใช้สายแบนๆ แนวนี้จะรู้ว่ามันไม่ค่อยพันกันยุ่งเวลาเก็บครับ รุ่นนี้จะเป็นแบบหูฟังอย่างเดียว จึงไม่มีตัวไมโครโฟน และคอนโทรลเลอร์มาให้ด้วยครับ ดังนั้นการจะเปลี่ยนเพลง หรือเพิ่มลดเสียง อะไรแบบนี้ ต้องทำกันผ่านตัวเครื่องเล่นสถานเดียว … นอกจากนี้ ส่วนของตัวแจ็คหูฟังที่เสียบกับเครื่องเล่นหรือสมาร์ทโฟน เวลาจะหยิบจับเพื่อดึงออกมันสะดวกดีครับ

 

ก้านหูฟัง Klipsch R6สังเกตว่าส่วนที่เป็น In-ear จะงอๆ นิดหน่อย มันใส่เข้าหูง่ายมากเลย

 

ในขณะที่ตัวหูฟังนั้นมีการทำมุมเล็กน้อย ทำให้เวลาสวมเข้าไปในหู มันเข้าไปได้แบบง่ายๆ และอยู่ติดหูดีมาก โดยแทบไม่ต้องพยายามยัดเข้าไปในรูหูเลย และตัวก้านหูฟังนั้นก็จะอยู่ในลักษณะที่เรียบร้อย ไม่ยื่นออกมาจากใบหูมากมาย เวลาจะถอดออกก็ทำได้ง่าย ไม่ลำบากอะไร … ทว่าด้วยเหตุที่สวมใส่ง่าย แนบชิดสนิทหูดีนี่แหละ มันเลยตัดเสียงภายนอกออกไปเยอะมากเลยครับ … ตอนที่ไม่ได้ใช้ฟังเพลงหรืออะไร ก็ยังพอได้ยินเสียงภายนอกอยู่บ้าง แต่หากเปิดเพลงแล้ว (ผมลองใช้ Oppo Find 7 เปิดเพลงลองหลายๆ เพลง โดยใช้ระดับเสียงที่ 50% เท่านั้น) พบว่าเสียงภายนอกหายไปเยอะกว่าเดิมอีก ลองเอาสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องอื่นมาลองเปิด YouTube ดูนี่ ไม่ได้ยินเสียงเลยครับ

 

ชุดซิลิโคนสำหรับเปลี่ยน เพื่อให้เหมาะกับรูหูของเรา

 

ลองใหม่ ยังไม่เปิดเพลง เปิดดูเดี่ยวไมโครโฟน 10 บนโทรทัศน์ (Samsung 40″) พบว่า เปิดเสียงแค่ซัก 20% ก็ได้ยินแล้ว แต่พอเปิดเพลงปุ๊บ (ความดังของเสียงเพลง 50%) ไม่ได้ยินเสียงพี่โน้ตกันเลยทีเดียว ผมลองเร่งเสียงไปจนถึงระดับ 100% (เอาหูฟังออกมา เสียงดังลั่นห้องเลย) ก็ยังพบว่าแทบไม่ได้ยินเสียงอยู่ดี (ได้ยินแว่วๆ บ้าง ตอนที่จังหวะเพลงเงียบลง) … ฉะนั้น ผมไม่ค่อยแนะนำให้ใส่เวลาเดินในสถานที่รถวิ่งไปมาพลุกพล่าน หรือ ขี่จักรยานออกกำลังกาย มันอันตรายเอาเรื่อง

มาดูในเรื่องของคุณภาพเสียงกันบ้าง … มิติโดยรวมถือว่าทำได้ดี มีภาพรวมของเสียงที่กว้าง เนื้อเสียงนวล เสียงช่วงกลางสูงเด่นออกมา มีความชัดเจนดี ย่านต่ำจะออกมาบานๆ หน่อย ไม่กระชับเท่าไหร่ ถ้าฟังในระดับเสียงที่พอดีๆ จะฟังดูโปร่งไม่อึดอัด มีการแยกรายละเอียดเสียงที่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่ชอบฟังดังๆ ก็จะพบว่าเสียงต่ำออกจะล้นเกินไปพอสมควร แต่ย่านกลางสูงก็ยังคงแสดงออกมาได้ดีอยู่ ทั้งนี้ที่รู้สึกว่าขาดไปก็คือ Attack ของเสียงกลาง พอบวกกับเบสที่บานๆ ล้นๆ ก็เลยทำให้การฟังเพลงดูจะฟุ้งๆ นุ่มนิ่มไปเสียหน่อย แต่ถ้าเป็นเพลงที่เน้นช่วงกลางต่ำและกลางสูง จะฟังออกมาดี อย่างเช่นเพลงแนว EDM ถือว่าฟังสนุกเลย แต่พอฟังเพลงที่เป็นดนตรีสดจะรู้สึกขาดๆ เกินๆ

 

ลองเล่นเกม Modern Combat 5: Black Out โดยใช้หูฟัง Klipsch R6

 

ลองเอามาเล่นเกม Modern Combat 5: Black Out ดู พบว่าใช้ Klipsch R6 นี่ให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีขึ้นอีกเยอะเลยครับ โดยเฉพาะเกมที่เน้นเสียงย่านต่ำเยอะๆ อย่างพวกเกมขับรถ หรือ เกม First-person Shooting นี่แหละ ตอนเร่งเครื่อง (เกมขับรถ) หรือ ตอนสาดกระสุนใส่กัน ระเบิดดังตูมๆ มันฟังดูได้อารมณ์มากทีเดียวเลย

 

บทสรุปการรีวิวหูฟัง Klipsch R6

เป็นหูฟังแบบ In-ear ที่ใส่ง่ายมากครับ ผมเคยใช้แบบ In-ear มาหลากยี่ห้อหลายรุ่นแล้ว ผมว่า Klipsch R6 นี่ผมยกให้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของหูฟังแบบ In-ear ที่สวมใส่ง่ายที่สุดเลย และคุณภาพของเสียง ก็ถือว่าทำออกมาได้คุ้มค่าตัว 3,700 บาทมากทีเดียว และหากคิดว่าอยากใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน แล้วเอามาแทนชุดหูฟังที่แถมมากับสมาร์ทโฟนไปเลย ก็เลือกใช้ Klipsch R6i แทนครับ เพราะรุ่นนี้สเปกเดียวกับ Klipsch R6 เลย เพียงแต่เพิ่มไมโครโฟน และคอนโทรลเลอร์ สำหรับใช้งานกับสมาร์ทโฟนเข้ามาครับ

 

ขอขอบคุณบริษัท เจนเนอเรชั่น เอส จำกัด ที่เอื้อเฟื้อของมาให้รีวิวครับ ใครสนใจ หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ พารากอน และร้านเครื่องเสียงชั้นนำ พร้อมรับประกัน 2 ปี หรือจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ โทร 02-2740665 หรือที่ www.facebook.com/MultigadgetStore

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: