รีวิว Doogee Valencia (DG800)

Doogee DG800

 

ปีนี้ปีเดียว ประเทศไทยเราได้เห็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพียบเลยครับ และ Doogee ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือ Doogee นี่ ผู้นำเข้ามาจำหน่ายคือ “บล็อกเกอร์” ครับ เป็นบล็อกเกอร์จากเว็บ StepGeekTV.com เขาเอาเข้ามาจำหน่าย มันก็เลยน่าสนใจว่า เมื่อบล็อกเกอร์ที่มีโอกาสได้สัมผัสสมาร์ทโฟนมาหลากหลาย เลือกสมาร์ทโฟนมาจำหน่ายซักยี่ห้อนึง มันด้วยเหตุใด มีอะไรน่าสนใจ … ก็ได้ Doogee Valencia หรือชื่อรหัส DG800 มารีวิวนี่แหละครับ

รูปร่างหน้าตาของ Doogee Valencia

รูปร่างหน้าตาของ Doogee Valencia นั้น ชวนให้ผมนึกถึง iPhone 3Gs กันเลยทีเดียว มันไม่ใช่เพราะเหมือนมากหรอกนะ แต่มันให้อารมณ์นั้นจริงๆ ด้านหลังสีขาว ด้านหน้าสีดำ ผมรำลึกถึง iPhone 3Gs เครื่องสีขาวเครื่องแรกของผมจริงๆ ตัวงานประกอบไม่ได้ดูก๊อกแก๊กอะไร แกะกล่องมาปุ๊บ มีติดฟิล์มกันรอยมาให้อยู่แล้ว เลยไม่ต้องลำบากไปหามาติดเอาเอง

 

Doogee Valencia ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Doogee Valencia นั้น เป็นหน้าจอ TFT LCD ขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 960×854 พิกเซล (285.5ppi) มีกล้องดิจิตอลด้านหน้า 8 ล้านพิกเซล ลำโพงโทรศัพท์ และปุ่มกดแบบสัมผัส 3 ปุ่มอยู่ทางด้านล่างของตัวเครื่อง

 

Doogee Valencia ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Doogee Valencia นั้น หลักๆ เลยก็มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash มาให้ และมี Touch key คล้ายๆ ทำหน้าที่คล้ายๆ TouchPad ให้เราใช้นิ้วแตะเพื่อเลื่อนหน้าจอได้ แล้วก็มีลำโพงของตัวเครื่อง … ลักษณะของฝาหลัง เป็นแบบกึ่งๆ ด้าน กึ่งๆ เงาๆ ก็โอเคนะ

 

Doogee Valencia ด้านบน

 

ด้านบนของ Doogee Valencia มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0 เอาไว้เสียบสายชาร์จและเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ เจ้าพอร์ตนี้ยังรองรับ USB OTG (On The Go) ด้วย จึงสามารถต่อกับพวก Flash drive เพื่ออ่านข้อมูลได้อีก

 

Doogee Valencia ด้านล่าง

 

ส่วนด้านล่างของ Doogee Valencia นั้น มีแค่รูไมโครโฟนคัรบ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้

 

Doogee Valencia ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Doogee Valencia เป็นปุ่มปรับระดับเสียง

 

Doogee Valencia ด้านขวา

 

ส่วนด้านขวาของ Doogee Valencia ก็เป็นปุ่ม Power ครับ

 

Doogee Valencia Back Cover

ในภาพรวม เป็นสมาร์ทโฟนขนาดยอดนิยมสำหรับรุ่นราคาประหยัดในช่วงราคานี้ และอย่างที่บอก งานประกอบถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว และหากใครไม่ชอบสีขาวๆ และไม่คิดว่าจะใช้ Touch key อยู่แล้ว ก็สามารถเปลี่ยนเอาฝาหลังแบบ Lozenge plaid ที่แถมมาในกล่องมาเปลี่ยนได้ครับ สีสันก็แตกต่างกันไปตามแต่ในกล่องละนะ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Doogee Valencia

มาดูกันบ้างครับว่าด้วยราคา 4,990 บาทเนี่ย Doogee Valencia ให้มาสเปกขนาดไหน เป็นยังไงบ้าง

  • CPU: MediaTek MTK6582 Quad-core 1.3GHz
  • GPU: Mali-400MP2
  • Display: IPS LCD 5.5″ ความละเอียด 960×854 พิกเซล (285.5ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
  • Operating System: Android 4.4.2 Kit Kat
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 5 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash
  • Battery: 2,000mAh
  • Dimensions: 135 มม. x 66.8 มม. x 8.2 มม.
  • Weight:  135 กรัม
  • Others: รองรับ USB OTG
  • Price: 4,990 บาท

มาดูผลการวัดประสิทธิภาพของ Doogee Valencia กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผมใช้ซอฟต์แวร์ Benchmark ตามนี้เลยครับ

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ

 

Doogee DG800 Result

 

จากสเปกที่ได้ ก็ถือว่าไม่เลวครับ คะแนนที่ได้ก็ถือว่าโอเคสำหรับสนนราคาประมาณนี้ด้วย … ลองวัดคะแนนประสิทธิภาพเทียบกับรุ่นเด่นราคาพอกันอย่าง Asus Zenfone 4 (A450CG) หรือที่เรียกชื่อเล่นว่า Zenfone 4.5 กันเนี่ย ก็เรียกว่าสูสีทีเดียว (การทดสอบของผม คะแนนของ Doogee Valencia นี่จะดีกว่า Zenfone 4.5 นิดหน่อย) แต่ก็จะด้อยกว่าตรงเรื่องของชื่อเสียงของแบรนด์ครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Doogee Valencia

ในแง่ของการใช้งานทั่วไป มันก็คือระบบปฏิบัติการ Android นั่นแหละครับ (ฮา) มันก็ยังคงมี Home screen, App tray และ Notifications/QuickSettings ตามแบบฉบับของระบบปฏิบัติการ Android ครับ และด้วยความที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek เลยไม่น่าแปลกใจ หาก User Interface ของมันจะเป็นอารมณ์ ROM สำหรับ MedaiTek ที่เราสามารถพบได้ตามสมาร์ทโฟนราคาประหยัดในหลายๆ ยี่ห้อ

 

 

Home screen ของ Doogee ValenciaApp tray ของ Doogee ValenciaQuickSettings ของ Doogee Valencia

 

เท่าที่ดู Doogee ไม่ได้มีการปรับ User Interface อะไรมากซักเท่าไหร่ … ในแง่ของ App สำหรับการใช้งานนั้น ดูจะมีลูกเล่นมากกว่าพวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัดอยู่บ้าง เช่น มี Touch key หรือ Back touch ที่ให้เราใช้บริเวณ Touch area ที่อยู่ด้านหลังมาสั่งงานได้ หรือแม้แต่ OTA (Over The Air) อัพเดตเวลามีเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ ออกมา

 

Back touch หรือ Touch keyฟังก์ชั่นสั่งงานผ่านเซ็นเซอร์ แต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้Wireless Update หรือ OTA

 

แต่จากที่ลองใช้ดู … Back touch นั้นไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานเท่าไหร่ เพราะเวลานิ้วเผลอไปโดน มันก็ไปสั่งงานซะแล้ว มันมีประโยชน์เวลาเปิดใช้งานตอนจะถ่ายภาพเซลฟี่ อันนี้โอเคอยู่ แต่นอกเหนือจากนั้น มองไม่เห็นประโยชน์ในการใช้งานในชีวิตประจำวันแต่อย่างใด

มาดูที่ฟีเจอร์การสั่งงานผ่าน Gesture และเซ็นเซอร์ต่างๆ กันบ้าง … เท่าที่ดู คำอธิบายการใช้งานอ่านแล้วงงมาก ไม่รู้ว่าจะต้องใช้งานยังไง ลองพยายามเปิดใช้งานมั่วๆ ดู ก็ไม่เห็นว่ามันจะใช้งานอะไรได้ -_-” คือ ถ้าเกิดมันใช้งานได้จริง ก็ควรจะปรับปรุงเรื่องคำอธบายหน่อย จะได้รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง … แต่อันนึงที่ผมลองดู เพราะคำอธิบายค่อนข้างชัดเจนคือ การปลดล็อกด้วยการเอามือไปเขย่าใกล้ๆ กับเซ็นเซอร์ระยะทาง … แต่เท่าที่ผมพยายามดู เจ้า Doogee Valencia มันไม่มีเซ็นเซอร์ตัวนี้อ่ะ

 

USB OTG บน Doogee Valencia

 

ที่ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ น่าจะเป็น USB OTG ซะมากกว่านะครับ เพราะมันทำให้การถ่ายโอนไฟล์จากอุปกรณ์ต่างๆ ไปยังตัวเครื่อง Doogee Valencia นี่สามารถทำงานได้สะดวกมากๆ ทีเดียว โดยผ่าน Flash drive หรือพวก USB Card reader ก็พอไหว

ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของ App พื้นฐานที่มีมาให้ เช่น File manager, FM Radio, Sound recorder และ ToDo ที่เผื่อไว้สำหรับผู้ใช้งานบางคนได้ใช้กัน ก็ถือว่าเพียงพอดี และถือว่าเป็นข้อดีของ Doogee Valencia ด้วย ที่ไม่ได้ยัดเยียด App ต่างๆ เข้ามาเยอะจนเกินไป

 

IMG20140922201618

 

จากการใช้งาน พบว่าแม้จะรู้สึกได้ถึงอาการหน่วงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับใช้งานแล้วรำคาญใจ แต่ที่เป็นปัญหาคาใจจริงๆ คือ หน้าจอสัมผัสที่ไม่ไวซักเท่าไหร่มากกว่า คือ เวลาที่ใช้งานแบบธรรมดาๆ ก็จะไม่ทันได้สังเกตอะไร แต่หากใช้งานแบบ Multitouch แล้วละก็มันไม่เวิร์กอย่างแรงครับ มันเป็นปัญหาที่สมัยก่อนเรารู้จักกันในนามของ หน้าจอไม่ได้เป็น True Multitouch น่ะ

 

IMG20140922201959

 

สังเกตดูจากตอนทดสอบด้วย App Multitouch Tester แล้วจะเห็นได้เลยว่าเวลาแตะสองจุดพร้อมกัน แล้วสองนิ้วอยู่ในระนาบเดียวกัน ตัวจอสัมผัสมันจะเข้าใจว่าเป็นการสัมผัสตรงกลางไปซะงั้น … ผลก็คือ มันทำให้การใช้งาน Google Maps และ Gallery เวลาจะทำ Pinch zoom ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แล้วก็มีปัญหาตอนพิมพ์ด้วยสองมือพร้อมๆ กัน หรือ พิมพ์มือเดียวแบบเร็วๆ มันก็จะพิมพ์ผิดเอาง่ายๆ ครับ

สอบถามเพื่อยืนยันไปทาง StepGeek แล้ว ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาด้านฮาร์ดแวร์จริง ดังนั้นจึงไม่สามารถออกซอฟต์แวร์อัพเดตใดๆ เพื่อแก้ปัญหาได้

อีกประเด็นนึงที่คาใจก็คือ แบตเตอรี่ครับ ผมสังเกตว่าในการใช้งานแบบต่อเนื่อง ก็จะใช้พลังงานแบตเตอรี่แบบปกติครับ อยู่ได้ราวๆ 6-7 ชั่วโมง ไม่น่าแปลกใจอะไร แต่ที่บอกว่าคาใจก็เพราะ เวลาปิดหน้าจอเพื่อ Standby แล้ว มันกลับกินแบตเตอรี่เอาเรื่องอยู่ทีเดียว ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่มันควรจะหมดไปกับระยะเวลา Idle ครับ … แต่ผมพบว่าแบตเตอรี่มันหายไปราวๆ 10%-15% ใน 1 ชั่วโมง แม้ว่าจะไม่ได้มีการใช้งานใดๆ ซึ่งหากเป็นยี่ห้ออื่นๆ จะหมดไปราวๆ 2%-5% ซะมากกว่า

 

ประสบการณ์ในด้านมัลติมีเดีย และการเล่นเกมบน Doogee Valencia

ด้วยสเปกของ Doogee Valencia นั้น การรับชมไฟล์วิดีโอความละเอียด Full HD 1080p จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดครับ เพียงแต่ประสบการณ์ในการรับชมอาจจะไม่ได้เต็มที่เต็มตานัก เพราะความละเอียดหน้าจอแค่ qHD 960×540 พิกเซลเท่านั้นเอง และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD มันก็ให้มุมมองที่ไม่กว้างซักเท่าไหร่ครับ ในการมองบางมุม มันจะดูเป็นเงาๆ ด้วย

 

ดูคลิป 1080p บน Doogee Valencia

 

อย่างไรก็ดี ในแง่ของคุณภาพเสียงนั้น เสียงที่ได้จากลำโพง ฟังดูมีน้ำหนักดี ช่วงเสียงกว้างฟังดูไม่อึดอัด แสดงรายละเอียดออกมาได้ดี สมดุลกันดี ไม่รู้สึกว่าอะไรขาดหรือเกิน แม้จะแสดงเสียงเบสออกมาได้น้อย แต่ก็ยังอยู่ในปริมาณที่ให้ความรู้สึกว่ามีเบสอุ้มเพลงอยู่ เสียงสูงชัดใส ไม่แหลมแทงหู แต่จะมีอาการพร่าที่ปลายเสียงสูง แม้จะลดระดับเสียงลงก็ยังเป็นอยู่บ้าง สรุปได้ว่าไม่เกี่ยวกับลำโพง สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษก็คือการออกแบบตำแหน่งลำโพงที่แม้จะวางเครื่องหงาย คว่ำ หรือถือในมือ ก็ยังคงได้ยินเสียงในลักษณะเดิมอยู่

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่าเสียงจะเน้่นออกไปทางย่านกลางแหลม จนได้ยินรายละเอียดแถวๆ ย่านนี้มากเกินไป ในขณะที่ส่วนที่เป็นย่านกลางและต่ำออกมาน้อยไปหน่อย ทำให้เพลงฟังดูแห้งและลอยไปเสียหน่อย ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสีย Valencia แสดงผลเสียงออกมาได้มิติที่ดี ย่านเสียงแต่ละย่านทำงานในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ซ้อนทับกัน ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดี เร่งระดับเสียงแล้วยังได้เสียงในลักษณะเดิม แต่ด้วยความที่เสียงค่อนข้างแห้ง ทำให้รู้สึกกระด้างเกินไปหน่อย

ลองเอามาเล่นเกมบ้าง เช่นเคย เอามาเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ดูครับ ตัวเกมเลือกคุณภาพระดับ Medium มาให้เป็นค่า Default แต่ว่าเราสามารถปรับเพิ่มเป็น High ได้ครับ กราฟิกดูสวยขึ้น และเกมก็เล่นลื่นไหลดีไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด … อานิสงส์ของการเป็นหน้าจอ qHD ออกมาให้เห็นตรงนี้แหละ เพราะว่ากราฟิกมันดูคมชัดดีครับ (กราฟิกความละเอียดสูง หน้าจอความละเอียดต่ำหน่อย มันก็เลยดูภาพคมชัดขึ้น)

 

เล่นเกม Asphalt 8: Airborne บน Doogee Valencia

 

ในภาพรวมแล้ว ถือว่าหน่วยความจำ 1GB, Storage 8GB และประสิทธิภาพของ GPU ระดับนี้ การนำมาเล่นเกมทั้ง 2D และ 3D ก็สามารถทำได้อย่างไม่น่าเป็นห่วงอะไรครับ

 

การถ่ายรูปและวิดีโอโดย Doogee Valencia

User Interface กล้องของ Doogee Valencia นั้น เป็นอารมณ์ของ Camera app ที่มากับ ROM ของชิป MediaTek นั่นแหละครับ แต่ผมว่าก็โอเคนะ มีลูกเล่นที่มากพอสมควร และ Beauty mode มันก็โอเคเลยทีเดียวล่ะ การใช้งานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่จากที่ลองใช้ดู ด้วยข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพของชิปเซ็ต ก็ต้องบอกว่าการโฟกัสหรือปรับชดเชยแสง ก็ต้องอดใจรอนิดหน่อย ราวๆ 1-2 วินาทีครับ … แต่อย่างน้อย เจ้านี่ก็ปรับโฟกัสและการชดเชยแสงได้ด้วยการแตะบนหน้าจอแสดงผลครับ

 

User Interface กล้องของ Doogee Valencia

 

ด้านคุณภาพของภาพนั้น ค่อนข้างจะโอเคนะครับ สำหรับกล้องดิจิตอลความละเอียดที่คุยว่า 13 ล้านพิกเซล แต่ที่แอบขัดใจนิดหน่อยคือ มันรู้สึกว่ามีสีแดงหรือชมพูฟุ้งๆ กระจายอยู่ทั่วไปในภาพครับ จะเรียกว่ากล้องถ่ายออกมาแล้วติดแดงหน่อยก็ว่าได้ เห็นทาง StepGeek เขาเตรียม ROM ตัวอื่นเอาไว้ เพื่อแก้ปัญหานี้ แต่เนื่องจากไม่ใช่ Official ROM ชอง Doogee เอง มันก็เลยทำผ่าน OTA ไม่ได้ แต่ทาง StepGeek ก็มีบริการติดตั้ง ROM ให้ฟรีอ่ะนะ

 

IMG_20140831_073333IMG_20140831_123012IMG_20140831_130801IMG_20140906_131732

 

จุดเด่นอีกเรื่องของ Doogee Valencia ก็คือ กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่เป็นแบบ Wide angle ครับ คือ เวลาถ่ายภาพแล้ว มันจะได้พื้นที่มากกว่ากล้องดิจิตอลด้านหน้าแบบปกติอีกหน่อย ซึ่งช่วยให้เวลาที่เราถ่ายภาพเซลฟี่ของเราแล้ว ได้เห็น Background มากกว่าเดิม เหมาะเวลาไปเที่ยวคนเดียว แล้วอยากจะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกน่ะ

 

IMG_20140922_170438

 

แต่เช่นเคย … ภาพที่ได้ ดูติดแดงเอาเรื่องทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตรงกลางของภาพครับ ดูจากภาพด้านบนได้ หน้าผมยังกะกินเหล้ามาซะเต็มคราบเลย แดงแจ๋เชียว (เอ๊ะ! หรือไปโกรธใครมา)

ในด้านการถ่ายวิดีโอ ผมว่าคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ สามารถใช้ถ่ายเก็บความทรงจำแบบง่ายๆ ได้ แต่ต้องจำไว้ว่าคุณสมบัติการปรับชดเชยแสงด้วยการแตะบนหน้าจอจะหายไป จะใช้ได้แค่การปรับโฟกัสเท่านั้น การปรับชดเชยแสงจะทำแบบอัตโนมัติ โดยพิจารณาจากตรงกึ่งกลางจอภาพเป็นหลักครับ ที่น่าเสียดายคือ มีไมโครโฟนตัวเดียว คือตัวที่ใช้ในการสนทนาโทรศัพท์นั่นแหละ ฉะนั้นวิดีโอที่ได้ จึงเป็นเสียงแบบโมโนครับ

 

สรุปการรีวิว Doogee Valencia

ในแง่ของสเปกและประสิทธิภาพ เรียกว่าโอเคครับ สามารถนำไปใช้งานทั่วๆ ไปในฐานะสมาร์ทโฟนได้สบายๆ กล้องดิจิตอลทั้งด้านหน้าและด้านหลังก็ถือว่าคุณภาพโอเค ถ้ามีการอัพ Official ROM เพื่อแก้ปัญหาภาพแดงก็จะดีมาก (การแก้ปัญหาด้วย Unofficial ROM ของ StepGeek นั้น ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปซักเท่าไหร่ ต่อให้ทางทีม StepGeek ทำให้ฟรีๆ ก็ตาม)

ด้วยสนนราคาและสเปกของ Doogee Valencia แล้ว ต้องโดนไปเปรียบเทียบกับ Asus Zenfone 4.5 อย่างแน่นอน ซึ่งถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพแล้ว ผลการทดสอบด้วย Benchmark นั้นชี้ให้เห็นว่าชิป MediaTek Quad-core 1.3GHz ที่ใช้ใน Doogee Valencia นั้น ได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่ว่า Asus Zenfone 4.5 เนี่ย ได้เปรียบในแง่ของคุณภาพซอฟต์แวร์ที่ดีกว่า และไม่มีปัญหาเรื่อง Multitouch อ่ะ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. wArisa says:

    สนใจรุ่นนี้้อยู่ แต่รู้สึกภาพที่ออกมากับคำว่า 13 ล้านนี่ ต่างจากที่คาดหวังไว้

    เทียบเรื่องภาพที่ถ่ายออกมา กับ zenphone 4.5 อันไหนคุณภาพดีกว่า .. 13 ล้านของ dg800 ชนะรึเปล่า

    • kafaak says:

      จากที่ทดสอบมา 13 ล้านของ DG800 ยังสู้ ZenFone 4.5 ไม่ได้ครับ

      • wArisa says:

        ชั่งใจอยู่ เพราะอยากได้มือถือเล็กๆอีกเครื่อง ที่กล้องแจ่มๆ เพราะพก nexus7 กล้องมันไม่เเจ่ม

        ถ้ารวมประเด็นกล้องหน้า เราคงเลือก dg800 แต่นี่ใีปัญหาเรื่อง multi touch อีกหรอ …. จะเลือก zen4.5 กล้องหน้าก็แย่ไป แต่ก็ถุกกว่าราวพันนึง

Leave a Reply

%d bloggers like this: