App ของผู้ให้บริการมือถือสามค่าย เป็นยังไงบ้าง?!?

Print Friendly

เปรียบเทียบ App จำพวกบริการออนไลน์บนมือถือของค่ายมือถือสามค่าย

 

ในฐานะบล็อกเกอร์ ก็เลยมีเบอร์มือถือหลายเบอร์หน่อย และเพราะความที่ประเทศไทยเรา ไม่ได้มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกค่ายดีครอบคลุมทุกพื้นที่ ก็เลยจำเป็นต้องมีมัน 3 ค่ายโลด จะได้หมดห่วงว่าไปที่ไหนแล้วสัญญาณค่ายไหนดับค่ายไหนดี มีเผื่อไว้หมด (ฮา) … อยู่มาวันนึงก็เกิดอยากลองเปรียบเทียบกันดูซักหน่อยว่า App ที่เอาไว้สำหรับเช็คยอดบริการและชำระค่าบริการเนี่ย ของค่ายไหนดีที่สุดในใจของผม (ย้ำว่าในใจของผม) ฉะนั้นวันนี้ก็เลยหยิบมือถือสามเครื่อง ซิมสามค่าย เอามาลองดูครับ

 

App ที่นำมาทดสอบ

เพื่อไม่ให้เป็นการเลือกที่รัก มักที่ชัง เลยขอพูดถึง App ทั้งสามเรียงตามลำดับตัวอักษรนะ … ทั้งหมดเป็นเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการ Android นะครับ เพราะ iPhone ผมขายไปแล้ว รอซื้อ iPhone 6 Plus (กร๊าก)

  • AIS เรียก App ของตัวเองว่า eService ครับ เวอร์ชันล่าสุดตอนนี้คือ 5.2.7 อัพเดตเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา
  • DTAC เล่นง่ายสุดๆ เรียก App ของตัวเองว่า dtac ครับ จบ ง่าย เวอร์ชันล่าสุดตอนนี้คือ 4.1.3 อัพเดตเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา
  • TrueMove H เรียก App ของตัวเองว่า True iService ครับ เวอร์ชันล่าสุดตอนนี้คือ 4.2.1 อัพเดตเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา

พิจารณาจากเลขรุ่น และวันที่อัพเดตล่าสุดแล้ว ก็ต้องบอกว่า ทั้งสามค่ายก็เอาใจใส่ และอัพเดต App ของตัวเองเป็นระยะๆ มาตลอด เพียงแต่ AIS ดูจะอัพเดตถี่กว่าละมั้ง

 

ยกที่ 1: ยอดดาวน์โหลดและคะแนนรีวิวของผู้ใช้งาน

ก่อนอื่น ต้องมาดูที่ผลความนิยมจากมวลมหาประชาชนก่อนครับ แน่นอนว่าค่ายที่ผู้ใช้งานเยอะๆ อย่าง AIS ย่อมสมควรจะได้เปรียบ เพราะลูกค้าเยอะกว่า แต่มันจะเป็นอย่างนั้นเสมอไปไหมนะ? แล้วคนดาวน์โหลดมาใช้แล้ว ให้คะแนนกับ App ไว้ซักเท่าไหร่ล่ะ ลองมาดูกัน

  • AIS ไม่เสียทีที่มีคนใช้บริการเยอะสุดในประเทศ ยอดดาวน์โหลดอยู่ที่ระดับ 1 ล้าน+ มีคนรีวิว 9,949 คน ให้คะแนนไว้เฉลี่ยที่ 4.0 คะแนน
  • DTAC ยอดดาวน์โหลดอยู่ที่ระดับหลักหนึ่งแสนครับ มีคนรีวิว 6,353 คน ให้คะแนนเฉลี่ยไว้ที่ 4.1 คะแนน
  • TrueMove H ยอดดาวน์โหลดอยู่ในระดับหลักหนึ่งแสนครับ โดยมีคนรีวิว 7,407 คน ให้คะแนนไว้เฉลี่ยที่ 3.9 คะแนน

ยอดดาวน์โหลดนั้น AIS ไม่เสียทีที่ครองแชมป์ผู้ให้บริการที่มีผู้ใช้บริการเยอะที่สุดในประเทศไทย แต่ว่ายอดคะแนนรีวิวนั้น ดูค่อนข้างจะสูสีมากทีเดียวครับ

 

ยกที่ 2: เปรียบเทียบเรื่อง Permissions

ผู้ใช้งานหลายคนอาจจะไม่สังเกต เวลาดาวน์โหลด (โดยเฉพาะบนระบบปฏิบัติการ Android) เนี่ย ในหน้าดาวน์โหลด ตรงด้านล่างสุด มันจะมีหัวข้อ Permission Details อยู่ครับ มันจะบอกให้รู้ว่า App นี้ต้องการสิทธิ์ในการเข้าถึงอะไรบ้าง … เรามาดูกันว่า เมื่อเปรียบเทียบ App แบบเดียวกันแล้ว สามค่ายนั้นขอสิทธิ์เหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร

 

Permissions ของ App

 

ประเด็นเรื่อง Permissions ก็คือ ยิ่งขอน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกปลอดภัยเท่านั้นนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามขออะไรเลยนะ … เพียงแต่ควรขอในสิ่งที่ควรขอมากกว่าครับ ซึ่ง App ของแต่ละค่ายนั้น ก็มีการขอสิทธิ์ต่างๆ มาดังนี้เลย

 

Permissions Comparison

 

ดูๆ ไปแล้ว AIS eService จะขอสิทธิ์น้อยกว่าเพื่อนเลยครับ เท่าที่ดูก็จะเป็นเรื่องของการเข้าถึงเนื้อหาในสื่อบันทึกข้อมูล อันนี้คงเพราะว่าบริการที่ AIS eServie มีให้ใช้นั้น ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไร (เดี๋ยวจะพูดถึงในภายหลัง) ในขณะที่ True iService นั้นก็ขอมาเยอะพอสมควร และขออะไรแปลกๆ อยู่บ้าง เช่น Read Google service configuration หรือ Pair with Bluetooth devices เป็นต้น และก็มีขออะไรแบบน่ากลัวๆ เช่น Reroute outgoing calls เป็นต้น ซึ่งเข้าใจว่าเป็นผลมาจากการที่มีบริการให้ใช้บน True iService ที่หลากหลาย (แต่ผมก็ยังงงๆ ว่า Reroute outgoing calls นี่ จะขอไปทำอะไร) … แต่ DTAC นี่ ขอเยอะสุดเลยครับ ไม่รู้จะขอไปทำอะไรกันนักหนา

ในยกนี้ ขอยกให้ AIS eService นั้น ชนะไป เพราะขอแต่พอเพียงกันจริงๆ … และ DTAC มาที่โหล่ เพราะไม่รู้จะขออะไรนักหนาเยอะแยะ

 

ยกที่ 3: การล็อกอินเข้าใช้งาน

ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย มันมักจะไม่ได้ไปด้วยกันซักเท่าไหร่ คำถามก็คือ ทั้งสามค่ายนั้นรักษาสมดุลเรื่องนี้กันยังไงหนอ มาดูกันว่าการล็อกอินของแต่ละค่ายนั้นเป็นยังไงกันบ้างครับ

  • AIS ถ้าใช้งาน App ผ่านทางเบอร์ AIS เลย จะไม่ต้องล็อกอินเลย พร้อมใช้ในทันที แต่ต่อผ่าน WiFi หรือใช้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นที่ใช้เบอร์ของเครือข่ายอื่นอยู่ ก็จะต้องกรอกเบอร์ AIS ที่จะใช้บริการเพื่อรับรหัสผ่านครับ
  • DTAC ก็จะคล้ายๆ กับ AIS เลยครับ คือ ถ้าเปิด App ด้วยเครื่องที่ใช้เบอร์ DTAC ที่เราจะใช้บริการ มันก็จะล็อกอินให้โดยอัตโนมัติ แต่หากต่อผ่าน WiFi หรือใช้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นที่ใช้เบอร์ของเครือข่ายอื่นอยู่ ก็จะต้องกรอกเบอร์ DTAC เพื่อขอรหัสผ่านครับ
  • True iService นั้นมาตามแนวคิด Convergence ของกลุ่มบริษัท True ครับ มี True ID ตัวเดียว ใช้ได้ทั้งการล็อกอินบนเว็บ และบนสมาร์ทโฟนเลย ข้อดีคือ ใช้บริการจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องไหนก็ได้ ขอให้มี App ติดตั้งไว้ก็พอ จะต่อผ่านเครือข่ายมือถือ หรือจะผ่าน WiFi ก็ไม่ใช่ปัญหา และ True ID เดียว ก็สามารถขอใช้บริการได้ทุกเบอร์ TrueMove H ที่เราเป็นเจ้าของ

ตรงนี้ในแง่ความปลอดภัย AIS กับ DTAC ที่ใช้การล็อกอินโดยการส่งรหัสผ่านไปที่เบอร์ของเราดูจะปลอดภัยกว่า แต่ก็แน่นอน หากเราไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใส่ SIM เบอร์ที่เราใช้บริการอยู่ก็จะวุ่นหน่อย ใครมีหลายเบอร์ก็จะลำบากหน่อย เพราะต้องล็อกอินกันทีละ App

True iService นั้น สะดวกสำหรับคนมีหลายๆ เบอร์ และใช้งานผ่าน WiFi ได้สะดวกกว่า ไม่ต้องมารอรับรหัสผ่านทาง SMS แต่ต้องรักษารหัสผ่านไว้ให้ดี อย่าให้ใครหลอกเอาไป หรือแอบดูเข้าล่ะ ไม่งั้นเป็นเรื่องนะ

 

ยกที่ 4: บริการที่มีให้ใช้ในแต่ละ App

ของ AIS นั้นต้องบอกว่าเรียบง่ายมากครับ ทำได้แค่ดูข้อมูลส่วนตัว ซึ่งก็จะบอกว่าเบอร์โทรที่ใช้บริการอยู่คือเบอร์อะไร ใช้แพ็กเกจอะไรอยู่ มีบริการเสริมอะไรไหม เหลือยอดใช้บริการอินเทอร์เน็ตอีกกี่เมกะไบต์ เป็นต้น … นอกจากนี้ก็สามารถเช็คยอดค่าโทร สมัครและยกเลิกแพ็กเกจเสริม ที่เหลือก็เป็นชำระค่าบริการเลยครับ

 

Screenshot_2014-09-15-19-36-15-291

 

AIS เนี่ย เลือกที่จะแยกบริการต่างๆ ไปไว้คนละ App เราจะเจอประเด็นว่าเวลาจะทำอะไรบางอย่าง มันจะบอกให้เราไปเปิดใช้ App ตัวอื่น เช่น เราอยากจะดูสิทธิพิเศษที่เรามี มันก็จะให้เราไปเปิด AIS Privilege App หรือหากเราจะกดหัวข้อ “บริการ” มันก็จะบอกว่ากำลังจะปิด eService app เพื่อไปหน้า AIS Apps ซะงั้น … ชีวิตดูวุ่นวาย

มาดู DTAC กันบ้าง น่าแปลกใจมาก เพราะเป็น App ที่ขอ Permissions ไปเยอะมาก เรียกว่ามากที่สุดในบรรดา 3 ค่าย แต่บริการที่ให้นั้น ไม่ได้แตกต่างไปจาก AIS ซักเท่าไหร่เลยครับ เน้นไปที่การเช็คยอดค่าโทร ดูว่ากำลังใช้แพ็กเกจอะไรอยู่ ใช้ปริมาณดาต้าหรือค่าโทรไปเท่าไหร่แล้ว

 

 

บริการที่ DTAC app ให้มา มีแค่นี้เอง

 

นอกจากนั้นก็จะเป็นแนวดูข้อมูลซะมากกว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ก็จะมาจากอินเทอร์เน็ตด้วย ก็ไม่รู้ว่าหากไม่ได้ต่อผ่าน WiFi แต่ต่อผ่าน 3G (เพื่อความสะดวกสบายในการล็อกอิน) มันจะคิดปริมาณข้อมูลไหม แต่เดาว่าคิดนะ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องบอกว่า เซ็งครับ … แล้วไอ้ Permissions มากมายที่ขอไปเนี่ย เอาไปทำอะไรหมดเนี่ย -_-”

True iService ของ TrueMove H นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์หลากหลายมาก ทั้งการดูยอดค่าใช้บริการ การชำระค่าบริการให้เบอร์ของเราเอง จ่ายค่าบริการให้คนอื่นก็ได้ หรือจะเติมเงินมือถือให้เบอร์เติมเงินก็ได้ (ผมใช้บริการนี้บ่อยหน่อย เพราะเติมเงินให้แม่) จะซื้อแพ็กเกจเสริมก็ได้ เปลี่ยนแพ็กเกจก็ได้ ดูข้อมูลอื่นๆ ก็ได้อีก

 

True iService ทำได้เยอะมาก

 

ที่ชอบอีกอย่างคือ iControl ครับ ให้เราควบคุมการเปิดปิดบริการดาต้า หรือ Roaming ได้ตามสะดวก ไม่ต้องโทรหา Call Center แล้ว แถมยังให้เราตั้งการส่ง SMS เตือนการให้บริการเกินกำหนดได้อีก แถมกำหนดได้ด้วยว่าเกินเท่าไหร่ถึงค่อยส่ง

 

เซ็ตเปิดปิดบริการ Roaming ได้จากใน App เลย

 

ถ้าจะให้มองว่า บริการออนไลน์ หรือผ่าน Smartphone app พวกนี้ คือตัวที่จะมาช่วยลดภาระของ Call Center ลง (หากทำออกมาได้ดี ประสบความสำเร็จละก็นะ) True iService นั้นมาในทิศทางนั้นมากกว่าค่ายอื่นครับ เพียงแต่น่าเสียดายว่าหลายๆ คนใช้ App นี้แล้วเกิดปัญหานะ ตรงนี้ทาง TrueMove H ก็ต้องรับ Feedback ไปปรับปรุงให้ดีขึ้นล่ะ (แต่โดยส่วนตัวผม ผมไม่ค่อยได้เจอปัญหาซักเท่าไหร่)

 

ยกที่ 5 ยกสุดท้าย: ระบบ Payment Gateway

สุดท้ายที่สุด การใช้ App พวกนี้ สำหรับผม (คนอื่นผมไม่รู้) ผมมองว่ามันคือ เช็คยอดค่าใช้บริการ และชำระค่าบริการได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อมาเปิดเว็บครับ … เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มองข้าม AIS eService ไปก่อนเลยครับ เพราะว่าการชำระค่าบริการต้องผ่านทางบริการ mPAY ครับ หรือพูดง่ายๆ ต้องไปชำระที่อีก App นึง น่ารำคาญไม่น้อย

 

Screenshot_2014-09-15-19-35-24-710

 

มาดูที่ DTAC บ้าง … ทาง DTAC ให้เราสามารถชำระค่าบริการผ่านทาง App ได้ครับ โอเคอยู่ เลือกได้ว่าจะจ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือใครมีบัญชี PAYSBUY ก็ใช้ได้ หรือจะใช้ iBanking ก็ได้ครับ แต่ข้อจำกัดของ DTAC คือ หน้าจ่ายตังค์ เราต้องเสียเวลาเลือกประเภทบัตรเครดิตด้วย เพราะหากไม่เลือก ค่าตั้งต้นจะเป็น Visa แต่หากเราใช้บัตร MasterCard เราก็ต้องเลือกใหม่ และหาเรากรอกข้อมูลไปแล้ว เราก็ต้องกรอกใหม่

 

หน้าตา Payment Gateway ของ DTAC

 

นอกจากนี้ หน้า Payment Gateway ของ DTAC app เนี่ย เวลาให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิต มันก็ยกหน้าเว็บของ PAYSBUY มาทั้งดุ้นเลยครับ ไม่ได้มีการปรับหน้าเว็บให้เหมาะสมสำหรับหน้าจอสมาร์ทโฟนเลยแม้แต่น้อย ตัวอักษรเล็กกระปิ๋วมาก ต้องซูม แล้วค่อยๆ พิมพ์เอา ลำบากเอาเรื่อง

ทีนี้มาดู True iService กันบ้าง … หลักๆ ก็คือให้ชำระผ่านบัตรเครดิต หรือจะผ่าน True Money ก็ได้ (บริการคล้ายๆ mPAY ของ AIS เขาล่ะ) แต่ถ้าใครจะชำระผ่านบัตรเครดิต ก็จะสะดวกหน่อย เพราะ Payment Gateway นั้น มีการปรับ User Interface ให้เหมาะสมกับหน้าจอสมาร์ทโฟนแล้ว อ่านสบาย พิมพ์สะดวกเลย

 

หน้า Payment ของ True iService ดีมากๆ

 

และที่สำคัญ ไม่ต้องมาเลือกหรอกครับว่าเป็นบัตร Visa หรือ MasterCard กรอกข้อมูลไปเหอะ เดี๋ยวมันรู้เองว่าเป็นบัตรอะไร

 

บทสรุปการเปรียบเทียบ App ของค่ายมือถือทั้งสาม

ในแง่อรรถประโยชน์นั้น ขอยกให้ True iService นั้นมีประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุดครับ โดยเฉพาะกับคนที่มีเบอร์หลายๆ เบอร์ในค่ายเดียว ไม่ว่าจะเบอร์เราเอง หรือเบอร์ของคุณพ่อคุณแม่ … แค่ True ID อันเดียว และ App เดียว เอาอยู่เลย เรื่องการเช็คและชำระค่าบริการ

รองลงมา ก็น่าจะเป็นของ DTAC เพราะแม้ว่าจะไม่ได้มีฟีเจอร์อะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อยๆ มันก็ชำระค่าบริการให้ได้เลยจากใน App ตัวนี้ ในขณะที่ AIS นั้นต้องไปพึ่ง mPAY app แยกต่างหาก … ทว่าทั้งสอง App นี้จะได้เปรียบในแง่ของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย อันเป็นผลมาจากการล็อกอิน ที่จะส่งรหัสผ่านไปยังเบอร์มือถือที่ใช้บริการเท่านั้น แต่นั่นก็อย่างที่ผมบอก ความปลอดภัยและความสะดวกสบายมันไม่ค่อยไปทางเดียวกันเท่าไหร่

หากจะให้ Feedback เพื่อปรับปรุงพัฒนา ผมคงจะบอกแบบนี้

  • True iService นั้น ควรจะต้องพัฒนาเรื่องเสถียรภาพของ App ให้มากขึ้น และต้องระมัดระวังเรื่องความมั่นคงปลอดภัย … การมี True ID เดียวแล้วล็อกอินจากไหนก็ได้มันสะดวกดีอยู่ แต่ต้องเผื่อใจไว้ว่าผู้ใช้งานอาจจะพลั้งเผลอ โดนหลอกเอา True ID ไปได้นะครับ และพิจารณาให้ดีๆ ว่า Permissions อะไรที่ขอ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ได้ใช้บ้าง เพราะดูจะขอเยอะไปหน่อย
  • DTAC ต้องไปปรับปรุง App ใหม่ให้จงหนักที่สุดในสามค่าย … ณ ตอนนี้ดูๆ ไปแล้ว มันออกแนว Mobile app ที่ดึงข้อมูลจากเว็บมามากจนเกินไป และขอ Permissions ไปซะเวอร์สุดในบรรดาสามค่าย แต่ App กลับทำอะไรไม่ค่อยได้เลย
  • AIS eService นั้น เบา เรียบง่าย ใช้สะดวกสุดในสามค่าย ทุกอย่างโอเคทีเดียว โดยส่วนตัว ผมก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องมีฟังก์ชั่นอะไรมากมาย เพราะมีเยอะ แต่ไม่ได้ใช้ก็เท่านั้น แต่อยากให้ AIS พิจารณาการทำ App แบบ One-stop service หน่อย ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ให้ไปเปิด App อื่น เข้าใจป่ะ มันน่ารำคาญ … และอย่างน้อยๆ นะ ควรให้ชำระค่าบริการได้จากใน App eService เลย ไม่ต้องพึ่ง mPAY เหอะ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: