รีวิว Alcatel Onetouch Flash จอ 5.5 นิ้ว ซีพียูแปดหัว ราคาเป็นกันเอง

Alcatel Onetouch Flash

 

ได้ตัวนี้มารีวิวตอนไปงานบล็อกเกอร์ของ Alcatel ครับ จัดมาสามครั้งแล้ว และจำนวนบล็อกเกอร์ที่ไปร่วมงานก็มากขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทาง Alcatel ตั้งใจจะกลับคืนสู่สนามการค้าสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังมากๆ … ช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงราวๆ ปีหน้า ดูท่าทางสมรภูมิสมาร์ทโฟนราคาประหยัดจะแข่งกันแรงน่าดู โดยเน้นไปที่สเปกดีแรงในราคาประหยัดอย่างคาดไม่ถึง และ Alcatel ก็เริ่มรุกหนักด้วย Alcatel Onetouch Flash นี่แหละครับ ด้วยสนนราคา 6,590 บาท กับสเปกที่แรงได้ใจทีเดียว

 

มาดูทีรูปร่างหน้าตาของ Alcatel Onetouch Flash กันก่อน

ตามสไตล์ของ Alcatel เวลาให้ยืมเครื่องมารีวิว จะให้ยืมมาทั้งกล่องครับ … ตอนแกะกล่องออกมาแล้ว รู้สึกได้ 2 เรื่อง คือ ตัวเครื่องของ Alcatel Onetouch Flash นั้นเบาเอาเรื่องทีเดียว จากที่คิดว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด ขนาดหน้าจอใหญ่เบิ่ม 5.5 นิ้ว แต่น้ำหนัก 150 กรัม ทำให้รู้สึกว่าเจ้านี่เบาทีเดียว

เรื่องที่สองที่สังเกตได้คือ พวกแบรนด์ราคาประหยัดเดี๋ยวนี้ดูจะทราบดีว่าคนส่วนใหญ่เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนมาแล้ว ก็จะไปติดฟิล์มกันรอยด้วย และพวกสมาร์ทโฟนมือรองในตลาดจะไม่ค่อยมีใครทำฟิล์มกันรอยออกมารองรับ ฉะนั้นจึงติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่ต้นเลย … ผมว่านอกจากจะช่วยประหยัดแล้ว มันยังอำนวยความสะดวกให้กับหลายๆ คนนะครับ (และดีกว่าบางแบรนด์ที่แถมฟิล์มกันรอยมาให้ แต่ต้องมานั่งติดเอง … ต้องไม่ลืมว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ติดกันไม่เป็นหรอกครับ ผมเองติดพังไปก็หลายหน … ฮา)

 

ด้านหน้าของ Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านหน้าของ Alcatel Onetouch Flash เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (267ppi) ที่มาพร้อมกับปุ่มกดแบบจริงๆ (คือ ยังไม่ยอมทำตามแนวคิดของ Google ที่จะให้ปุ่มเป็น Virtual button) และกล้องดิจิตอลด้านหน้าเอาใจคนรักการถ่ายเซลฟี่ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

 

ด้านหลังของ Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านหลังของ Alcateo Onetouch Flash ก็เป็นแนวเรียบๆ ครับ มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม​ LED Flash และมีรูไมโครโฟนเล็กๆ ซึ่งผมเข้าใจว่าเอาไว้ทำ Active noise cancellation อยู่เหนือเลนส์กล้อง (แต่ไม่ได้เอาไว้อัดเสียงเวลาบันทึกวิดีโอแต่อย่างใด) และมีลำโพงของตัวเครื่องอยู่บริเวณด้านล่าง

 

ด้านบนของ Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านบนของ Alcatel Onetouch Flash นั้นมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เฉยๆ ครับ

 

ด้านล่างของ Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านล่างของ Alcatel Onetouch Flash นั้นมีพอร์ต Micro USB 2.0 และรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนสำหรับอัดเสียงเวลาบันทึกวิดีโอด้วย

 

ด้านซ้ายของ Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านซ้ายของ Alcatel Onetouch Flash จะเป็นสล็อตใส่ MicroSD card และ Micro SIM card ครับ มีฝาปิดเรียบร้อย และไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรจิ้ม ก็สามารถเปิดฝามันออกมาได้

 

ด้านขวาของ Alcatel Onetouch Flash

 

ส่วนด้านขวาของ Alcatel Onetouch Flash นั้นมีสล็อต Micro SIM card อีกอัน และมีปุ่มปรับระดับเสียงกับปุ่ม Power เรียงตามลำดับ

ในแง่ของการออกแบบให้บางและเบานั้น ถือว่า Alcatel นั้นทำได้ดีครับ แม้ว่าเจ้านี่จะรองรับถึง 2 SIM card ก็ตาม และยังมีเนื้อที่ให้ใส่ MicroSD card ได้อีก อันนี้คงเป็นอานิสงส์ของการทำเครื่องใหญ่หน้าจอใหญ่ด้วยแหละ ทว่ามีจุดที่จะต้องให้ติอยู่ 2 จุดครับ นั่นก็คือ …

  • ตัวสล็อต MicroSD card และ Micro SIM card นั้น แม้ว่าจะสะดวกตรงที่ไม่ต้องหาอะไรมาจิ้ม ก็สามารถเปิดฝาปิดออกได้ แต่เท่าที่ลองสัมผัสดูพบว่า มันก็มีแนวโน้มที่จะชำรุด และหลุดออกมาได้เช่นกัน อันนี้เป็น Trade-off ที่สำคัญของการออกแบบในลักษณะนี้
  • ด้านขวาของตัวเครื่อง ปุ่มกดปรับระดับเสียงและปุ่ม Power ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่กดด้วยนิ้วโป้งสะดวกซักเท่าไหร่ ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ถ้าเอาสล็อตใส่ Micro SIM card เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วเอาปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม Power ขึ้นด้านบนหน่อย จะช่วยให้กดสะดวกขึ้นพอสมควรเลยล่ะ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Alcatel Onetouch Flash

อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ตอนต้นว่างวดนี้ Alcatel จัดเต็มเรื่องสเปกมาให้ครับ ด้วยสนนราคาแค่ 6,590 บาท แต่สเปกที่ให้มานั้น เรียกว่าสามารถเอาไปใช้งานโดยทั่วไปแบบที่คนธรรมดาสามัญพึงจะใช้สมาร์ทโฟนได้แบบที่ไม่ต้องไปง้อพวกสมาร์ทโฟนสเปกสูงๆ ราคาหลักหมื่นเลย

  • CPU: MediaTek MTK6592M Octa-core 1.4GHz
  • GPU: Mali-450MP
  • Display: IPS LCD 5.5″ ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (267ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 32GB
  • Operating System: Android 4.4.2 Kit Kat
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM x 2
    • 2G: 900/1800MHz
    • 3G: 900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 5 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash
  • Battery: 3,200mAh
  • Dimensions: 152.1 มม. x 76.2 มม. x 8.1 มม.
  • Weight:  150 กรัม
  • Others: ไม่มี
  • Price: 6,590 บาท

จากข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ได้ เรียกว่า Alcatel จัดเต็มให้อย่างที่บอกครับ เดี๋ยวนี้พวกสมาร์ทโฟนสนนราคาระดับที่ผมเรียกว่า กลาง-ล่าง (หมายถึง ราคาระดับกลางๆ ที่ค่อนข้างจะไปติดระดับล่างๆ แล้ว) ก็ต้องสเปกประมาณนี้แล้วสินะ … ที่น่าสนใจจริงๆ ก็คือ การที่ Alcatel ให้กล้องดิจิตอลจำนวนพิกเซลสูงทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังต่างหากล่ะ มันน่าสนใจว่าคุณภาพของภาพถ่ายจะได้ขนาดไหน

มาดูผลการวัดประสิทธิภาพของ Alcatel Onetouch Flash กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผมใช้ซอฟต์แวร์ Benchmark ตามนี้เลยครับ

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ

 

Alcatel Onetouch Flash Benchmark Result

 

คะแนนที่ได้นั้น เรียกว่าเทียบชั้นสมาร์ทโฟนแบรนด์ใหญ่ๆ ที่สเปกระดับราคาหมื่นต้นๆ เลยละครับ … ดังนั้นหากใครที่ไม่ยึดติดกับชื่อแบรนด์มาก เน้นว่าซื้อมาแล้วกะใช้นานๆ หน่อยโดยไม่คิดจะอัพเกรด (ประมาณ ใช้กันเจ๊งไปข้างค่อยเปลี่ยน) แบบนี้ก็อาจจะคุ้มค่ากว่าเยอะครับ

ข้อสังเกตคือ คะแนนในส่วนของการประมวลผลกราฟิก 3D นั้น ออกมาค่อนข้างโอเคทีเดียว อันนี้น่าจะเป็นอานิสงส์จากการที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ เลยได้ GPU ใหม่ๆ อย่าง Mali-450MP มาครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Alcatel Onetouch Flash

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ใช้ชิปเซ็ตของ MediaTek แต่ Alcatel ก็ไม่ได้เอา ROM สำหรับชิป MediaTek มาใช้ทั้งดุ้นนะครับ แต่มีการนำไปปรับแต่งให้เป็นของตัวเองมากขึ้น … แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่ออกมาทำให้ถึงกับว้าว หรือรู้สึกว่ามันดีกว่าที่ระบบปฏิบัติการ Android ตามปกติเขามีมาให้

จะสังเกตว่ายังคงมี Lock screen, Home screen, App tray, Notifications & QuickSettings ตามมาตรฐานระบบปฏิบัติการ Android แบบปกติอยู่ … ตัว QuickSettings นั้นมาแบบสไตล์ของ ROM สำหรับ MediaTek คือ แยกจากตัว Notifications ชัดเจน เวลาจะเข้าถึง QuickSettings ต้องแตะที่ไอคอน ซึ่งมันทำให้การเข้าถึงการเปิดปิดฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยๆ เช่น WiFi, Data connection หรือการล็อกการหมุนหน้าจอ ไม่ค่อยสะดวกนัก

 

Home screen ของ Alcatel Onetouch FlashApp tray ของ Alcatel Onetouch FlashQuickSettings ของ Alcatel Onetouch Flash

 

ตามสไตล์ของพวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัด พวก App พิเศษต่างๆ ก็จะมีตัวเลือกอย่างจำกัด … อันนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะ Alcatel เองหรอกนะครับ แบรนด์อื่นๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ด้วย เพียงแต่พวกแบรนด์ใหญ่ๆ (เช่น Samsung) เขาจะมีการจับมือกับพันธมิตร ให้บริการเสริมบางอย่างเพิ่มเข้ามา

ผมเป็นคนที่มือค่อนข้างใหญ่ การใช้งาน Alcatel Onetouch Flash แบบมือเดียวเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ครับ เพียงแต่หากจะต้องพิมพ์มือเดียวจริงๆ ลักษณะการจับตัวเครื่องจะหลวมๆ หากใครมาชนเข้า มีลุ้นเครื่องตกพื้นแน่นอน … ส่วนที่มือเล็กๆ หน่อย มั่นใจได้เลยว่า ต้องพิมพ์สองมือสถานเดียว

 

ลองพิมพ์มือเดียวบน Alcatel Onetouch Flash

 

Keyboard ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพราะหากไม่ถูกใจ ก็สามารถเลือกดาวน์โหลด Keyboard ตัวอื่นมาลองได้ … แน่นอนว่าสำหรับภาษาไทยก็แอบจะมีน้อยอยู่ แต่ก็มีให้เลือกอยู่บ้าง … ทว่า โดยส่วนตัวผม ผมว่า Keyboard ดั้งเดิมของ Android ที่เรียกว่า AOSP  (Android Open Source Project) เนี่ย มันก็โอเคดีอยู่แล้วนะครับ และมีภาษาไทยด้วย

 

ปุ่ม Power และ Volume อยู่ในตำแหน่งที่กดลำบากหน่อย

 

ที่ไม่ค่อยชอบ เห็นจะเป็นปุ่ม Volume กับปุ่ม Power ที่ออกแบบมาให้อยู่เยื้องมาทางกึ่งกลางของตัวเครื่องซะมากกว่า … ก่อนหน้านี้มี Sony กับ Nokia ที่ทำปุ่ม Power ค่อนมาอยู่ตรงกลางๆ เครื่อง สำหรับพวกสมาร์ทโฟนจอใหญ่กึ่งๆ Phablet เพราะเวลาใช้สองมือมันจะกดสะดวกหน่อย แต่ความเห็นของผมคือ ควรจะนึกถึงตอนถือมือเดียวด้วยน่ะ … แบบนี้มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

 

Smart Live บน Alcatel Onetouch Flash

 

เพราะความที่เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด เลยไม่ได้มีซอฟต์แวร์แบบ Exclusive ลงมาให้เยอะแยะ มองในแง่นึงก็ถือว่าเป็นข้อดี เพราะ ROM ที่ให้มา 8GB นั้น หากใส่ App มาเยอะๆ แล้วเราไม่ได้ใช้มันเปลืองเนื้อที่เปล่าๆ … เลือกดาวน์โหลดเฉพาะที่ตัวเองต้องการจะดีกว่า … ซึ่งทาง Alcatel เขาก็เตรียม Smart Live ที่เป็น App แนว รวบรวมรายชื่อ App ที่น่าสนใจมาใส่ไว้ให้ เป็นพวก Free app ครับ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้มีอะไรมาให้เลยหรอกนะครับ แต่หลักๆ ก็จะเป็นพวก Free app ที่สามารถไปดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store หรือมีรายชื่ออยู่ใน Smart Live ของ Alcatel นี่แหละ

 

App ที่ Bundle มากับ Alcatel Onetouch Flash

 

พวก App จำเป็นๆ ที่คิดว่าผู้ใช้งานน่าจะอยากหามาติดตั้ง เช่น Antivirus, PDF reader, Office viewer อะไรพวกเนี้ย ทาง Alcatel ติดตั้งมาไว้ให้แล้วครับ แต่พวก App แนว Social media นั้น ไปหาดาวน์โหลดเอาเองก็แล้วกัน … แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ มี App ชื่อ BoomBand Life มาให้ด้วย อันนี้เอาไว้เชื่อมต่อกับ Wearable device ของทาง Alcatel ชื่อ BoomBand ครับ เพียงแต่ในประเทศไทยไม่มีขายเจ้าตัวนี้น่ะสิ มีแต่ที่ทาง Alcatel เอาเข้ามาแถมเฉยๆ … มันเลยกลายเป็นดูไม่มีค่าไปเลย -_-”

 

Wi-Fi Transfer ของ Alcatel Onetouch Flash

 

App อีกตัวที่แนวทางออกมาดีคือ Wi-Fi Transfer ครับ เป็น App ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งไฟล์จากเครื่อง Alcatel Onetouch Flash ไปยังสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้สะดวกๆ … ถ้าเป็น Alcatel เหมือนๆ กัน ก็จะมี App เดียวกันนี้ใช้เชื่อมต่อ แต่ว่าหากเป็นยี่ห้ออื่น มันจะให้ส่งผ่าน Bluetooth แทน ซึ่งผมอยากให้ทาง Alcatel มอง Lenovo เป็นตัวอย่างมากกว่า เพราะมีการพัฒนา App แนวเดียวกันนี้ออกมาชื่อ ShareIt แต่ว่ามีความแตกต่างตรงที่ ของ Lenovo นั้น ใครก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี ทำให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนของ Lenovo แชร์ไฟล์ไปให้เพื่อนๆ ได้สะดวกกว่าเยอะ

แต่ถามว่าการที่ Wi-Fi Transfer ของ Alcatel มีข้อจำกัดแบบนี้ จะเป็นปัญหากับผู้ใช้งานไหม? ก็ขอตอบว่าไม่เป็นครับ เพราะบน Google Play Store มี App แนวนี้ให้ดาวน์โหลดเยอะ ฟรีด้วย และ ShareIt ของ Lenovo ก็เป็นหนึ่งในนั้น (ผมเองก็ใช้อยู่)

 

เอา Alcatel Onetouch Flash มาลองดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม

พอถึงปีหน้า ผมว่าคงไม่ต้องมาพูดแล้วล่ะว่าสมาร์ทโฟนตัวนี้ดูคลิป 1080p แล้วลื่นไหลไหม เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงขั้นที่ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนราคาประหยัดสุดๆ ก็แรงพอจะดูคลิป 1080p ได้สบายๆ แล้วล่ะ ที่ต้องมาพิจารณาต่อ ก็น่าจะเป็นเรื่องความคมชัดของหน้าจอแสดงผล การแสดงผลสีสัน และคุณภาพของลำโพงของตัวเครื่อง และเวลาที่เสียบหูฟังใช้งานซะมากกว่า

แม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะแค่ 1280×720 พิกเซล แต่ว่าภาพที่ได้ก็ไม่ได้ดูแตกพร่าจนน่าเกลียดแต่อย่างใด จริงๆ แล้วต้องบอกว่า สีสันของจอแสดงผลนั้นออกมาดูดีมากด้วยซ้ำ อานิสงส์จากการเลือกใช้หน้าจอแสดงผลชนิด IPS LCD ครับ

 

ดูคลิป 1080p บน Alcatel Onetouch Flash

 

ด้านคุณภาพนั้นเสียงที่ได้จากลำโพง โทนเสียงเน้นให้ฟังดูออกไปทางนวล ช่วงเสียงสูงออกมาไม่ชัดหรือเด่นออกมาเท่าไรนัก และรายละเอียดโดยรวมฟังดูนัวกันนิดๆ มีอาการเสียงพร่าเวลาเร่งระดับเสียงดังสุด จุดสังเกตที่ผมไม่ค่อยประทับใจเลยก็คือตำแหน่งของลำโพงที่พอวางเครื่องหงายลงพื้นผิวแล้ว เสียงลำโพงหุบลงกว่า 80% เลยทีเดียว ผมเริ่มมโนเอาเองว่าผู้ผลิตอาจจะตั้งใจออกแบบมาให้วางคว่ำตอนอยากฟังเพลินๆ และวางหลายตอนอยากฟังเบาๆ ระหว่างนอนหลับ โดยไม่ต้องปรับระดับเสียง

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods โทนเสียงจะเน้นกลางแหลมนิดๆ น้ำหนักของช่วงกลางต่ำโอเค เสียงต่ำจะไม่ออกมานัก ปลายเสียงสูงจะขุ่นหน่อย อาจจะขาดความรู้สึกใสไปบ้าง แต่ก็ช่วยให้ไม่แหลมแทงหู ภาพรวมถือว่าแสดงรายละเอียดเสียงออกมาสมดุลกันดี ไม่รู้สึกว่าอะไรล้ำออกมามากเกินไป ช่วงมิติเสียงค่อนข้างกว้างทำให้ฟังดูโปร่งดี ไม่อึดอัด ระบบขยายเสียงทำได้ดี เร่งระดับเสียงแล้วยังได้โทนเสียงเดิมอยู่

 

เกม Modern Combat 5: Blackout

 

ลองเอามาเล่นเกมดูบ้าง … นั่นคือ Modern Combat 5: Blackout ครับ ตอนแรกเริ่มเลย ตัวเกมจะกำหนดคุณภาพกราฟิกแบบ “เหมาะสมที่สุด” มาให้ แต่ภาพจะดูไม่ละเอียดซักเท่าไหร่ เอฟเฟ็กต์ก็หายไปเยอะเลย แต่ประสิทธิภาพของ GPU Mali-450MP มันมีมากกว่านั้น เลยออกมาปรับคุณภาพกราฟิกใหม่เป็นแบบดีที่สุดเท่าที่จะเลือกได้ ภาพออกมาดูดีขึ้นจริงๆ และแม้ว่าจะรู้สึกได้ว่าเกมมี Framerate ตกลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เล่นลำบากครับ

ดังนั้นใครที่คิดจะซื้อ Alcatel Onetouch Flash มาเล่นเกม จะ 2D หรือ 3D นี่วางใจได้ เล่นได้สบายๆ … ที่จะเป็นปัญหาน่าจะเป็นเรื่อง Internal storage ให้มา 8GB มากกว่า เพราะเกม 3D กราฟิกสวยๆ สมัยนี้ มันกินเนื้อที่ใช่ย่อยอยู่

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Alcatel Onetouch Flash

ตัว User Interface กล้องของ Alcatel นั้น พวกไอคอนต่างๆ จัดมาให้แบบไม่เกะกะการใช้งาน แต่ในการปรับตั้งค่าต่างๆ จำพวก ISO, Exposure Value เนี่ย เข้าถึงยากเกินไป เพราะไปแอบอยู่ในช่อง Settings ซะงั้น ส่วนนึงเข้าใจได้ว่าเพราะซอฟต์แวร์จะทำการปรับค่า ISO ให้แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว และการชดเชยแสง (Exposure Value) นั้น ก็ปรับได้ด้วยการแตะหน้าจอแทนอยู่แล้ว

 

User Interface กล้องของ Alcatel Onetouch Flash

 

ความเร็วชัตเตอร์ไม่ได้ถึงกับเร็วปรี๊ดแบบพวกไฮเอนด์เขา แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในหลายๆ สถานการณ์แล้ว … ด้านคุณภาพของภาพถ่าย ก็ถือว่าได้ภาพที่คมชัดดีครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่าภาพที่ได้ออกมาติดม่วงแดงไปหน่อยน่ะครับ

 

IMG_20140912_191731IMG_20140912_191808IMG_20140912_191833

 

ลองเอามาถ่ายตอนกลางคืนดูบ้างว่าเป็นยังไง … ตรงนี้การปรับชดเชยแสงด้วยการแตะหน้าจอจะมีประโยชน์สุดๆ เลยล่ะ … แต่จากผลลัพธ์ที่ได้ ผมไม่ค่อยอยากแนะนำให้ถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยใช้ Alcatel Onetough Flash นี่ซักเท่าไหร่ เพราะถ้าดูให้ดีๆ จะเห็นว่า Flare เพียบเลยครับ ภาพที่ได้เลยดูไม่ค่อยสวยซักเท่าไหร่

 

IMG_20140912_213326IMG_20140912_213337

 

ในการถ่ายวิดีโอ แน่นอนว่าภาพที่ได้คือระดับ 1080p แต่ว่าเหมาะกับการถ่ายภาพเวลากลางวันมากกว่านะครับ … ผมแปลกใจตรงที่ไม่เอาไมโครโฟนไปติดอยู่แถวๆ เลนส์กล้อง ทั้งๆ นั่นคือจุดที่จะหันไปยังสิ่งที่เราต้องการจะถ่าย แต่เลือกใช้รูไมโครโฟนตรงด้านล่างของตัวเครื่องแทน … ดีว่าตำแหน่งวางยังดี เลยไม่โดนมือมาบังน่ะครับ

 

บทสรุปการรีวิว Alcatel Onetouch Flash

ถ้าเจ้านี่รองรับเครือข่าย 3G บนย่านความถี่ 850/900/2100MHz ครบครันจะดีมากเลยล่ะ เพราะปัจจุบัน แมัประเทศไทยเราจะผ่านการประมูลคลื่นความถี่ 2100MHz ไปให้บริการ 3G มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่เราก็ยังเห็นได้ชัดๆ อยู่ว่าการให้บริการ 3G ในหลายๆ พื้นที่ ยังมีการใช้ย่านความถี่ 850MHz และ 900MHz  อยู่ ดังนั้นหากสมาร์ทโฟนไม่รองรับทั้งสองย่านความถี่ดังกล่าว มันก็จะมีข้อจำกัดในการใช้งาน

แม้ว่าจะมีข้อจำกัดดังกล่าวไปบ้าง แต่หากใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาประหยัดไว้ใช้งาน ต้องการสเปกดีๆ หน่อย ราคาเลยห้าพันไปนิดๆ หน้าจอใหญ่ มีกล้องถ่ายรูปคุณภาพดีพอประมาณ และเป็นผู้ใช้ AIS อยู่แล้วด้วย Alcatel Onetouch Flash ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีของคุณก็ได้นะครับ

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: