ปลายปีนี้และปีหน้า ปีหนักของ Samsung

Samsung Unpacked 2014 EP2

 

พักการเขียนรีวิวก่อน เพราะวันนี้ไม่ได้พกเครื่องที่ได้มารีวิวออกมานอกสถานที่เลย (ฮา) … สัปดาห์นี้มันอะไรของมันกันอีกเนี่ย … ขณะที่กำลังเขียนบล็อกตอนนี้อยู่ Samsung ก็กำลังนับถอยหลังเข้าสู่งานเปิดตัว Samsung Galaxy Note 4 ที่จะเปิดใน 3 ประเทศรวด คือ อเมริกา, เยอรมัน และ จีน ครับ ดูงานจะอลังการมากขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ ปีเลยนะ (โดยส่วนตัว เคยได้รับเกียรติรับเชิญไปร่วมงาน Unpacked ที่เยอรมันเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนเปิดตัว Samsung Galaxy Note 3) แต่การ Unpacked ปีนี้ ผมว่ามันมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และค่อนข้างสำคัญกับ Samsung พอสมควรเลยล่ะ

 

แล้วทำไมถึงเป็นปีที่หนักหนาของ Samsung?!?

อย่างแรกเลย ข่าวลือที่ว่า Apple เตรียมเปิดตัว iPhone ใหม่ 2 รุ่น และเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ด้วย ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ Samsung ไม่น้อย … Samsung อยู่ในฐานะแบรนด์ที่ทำให้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ หรือที่ฝรั่งเรียกว่าตระกูล Phablet โด่งดัง (รายแรกที่ทำคือ Dell … รุ่น Streak 5 … แต่รายที่ทำให้ประสบความสำเร็จคือ Samsung) และความที่มีหน้าจอขนาดใหญ่นี่แหละ ที่ทำให้หลายๆ คนที่ซื้อ เลือก Samsung Galaxy มากกว่า ก็เพราะ iPhone มันจอเล็กนั่นแหละครับ

แต่หาก iPhone ใหม่มีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว ไปจนถึง 5.5 นิ้ว ตามข่าวลือที่ว่าขึ้นมาจริงๆ ข้อได้เปรียบดังกล่าวก็จะหมดไป และจากที่ผมสอบถามมา หลายๆ คน ก็มองเรื่องหน้าจอใหญ่เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อจริงๆ … พอ iPhone หน้าจอใหญ่ออกมา ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะพิสูจน์พลังศรัทธาของผู้ใช้งานล่ะ ว่าจะคิดยังไงกับ Samsung … สถานการณ์มันน่าจะออกมาสามแบบ

  • แบบแรกคือ ประทับใจ Samsung เพราะใช้มานาน และก็ใช้ตอบโจทย์ได้ดี ฉะนั้นก็จะยังคงใช้ Samsung ต่อไป iPhone ออกจอใหญ่มาสายไปแล้ว
  • แบบที่สองคือ ทนใช้ Samsung มานาน มันมีปัญหาแบบที่ iPhone ไม่มี (อาจจะเคยถามเพื่อนที่ใช้ iPhone แล้วรู้ว่ามันไม่มีปัญหาแบบที่เจอใน Samsung) แต่เพราะหน้าจอใหญ่สำคัญสุด เลยทนมาตลอด แบบนี้หาก iPhone ออกจอใหญ่มาบ้าง ก็แทบจะวิ่งเข้าไปซบอก iPhone ในบัดดล
  • แบบที่สามคือ รวย … รุ่นใหม่ออกมา ซื้อหมด (ฮา) … จบป่ะ

ฉะนั้น Samsung Galaxy Note 4 ที่ออกมานี่ มันต้องมีดีขนาดที่จะชนกับ iPhone ใหม่ได้แบบจริงจังเลยล่ะครับ … ซึ่งตรงนี้ Samsung เองต้องมีพัฒนาการในหลายด้านเลย เช่น ด้านการออกแบบ (ซึ่งจากที่ผมดู Samsung Galaxy Alpha มา ก็ถือว่าตอบโจทย์เรื่องการออกแบบได้ดีเลยนะ … ตั้งใจทำก็ทำได้นี่นา Samsung), ด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งผมหมายถึงพวก App ต่างๆ ที่ Samsung ให้มา … หลายๆ อย่างทำได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็มีหลายๆ อย่าง ด้อยกว่า iPhone เช่น App ถ่ายภาพ ที่ผ่านมาจะ 6 ปีแล้ว ก็ยังปรับชดเชยแสงด้วยการแตะที่หน้าจอแสดงผลไม่ได้ซะที ทั้งๆ ที่ iPhone ทำได้มานานมาก และแบรนด์คู่แข่งรายอื่นๆ ก็ทำกันได้หมดแล้ว ตัวระบบปฏิบัติการ Android ก็ทำได้แล้ว … Samsung ยังทำไม่ได้ (ทำได้แค่ Samsung Galaxy Camera 2 กะ Samsung Galaxy K Zoom)

นอกจากนี้ ยิ่งสูงยิ่งหนาวครับ หลังจากที่ Samsung ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่แข่งหลายรายก็ไม่ได้ไปมอง Apple อีกต่อไป แต่หันมารุม Samsung แทนครับ แบรนด์จีนอย่าง Oppo, Huawei, Lenovo, Asus และแบรนด์หน้าใหม่จากประเทศจีนอีกหลายยี่ห้อ เช่น OnePlusOne, Xiaomi รวมถึงพวกแบรนด์ที่ผลิต Budget phones (ระดับราคาไม่ถึง 5 พัน และสเปกพื้นๆ) ก็จะมาฉกส่วนแบ่งตลาดของ Samsung ออกไปอีก

ถ้าให้มอง ณ ตอนนี้

  • ระดับราคาเกิน 2 หมื่นบาท Samsung จะต้องชนกับ iPhone เป็นหลัก และอาจจะต้องปะทะกับ LG ด้วย (เพราะ LG จะออกสเปกใกล้เคียงมา ด้วยราคาหมื่นปลาย)
  • ระดับราคาหมื่นปลาย (18,000-19,999 บาท) ก็จะต้องชนกับ Oppo และ LG เป็นหลัก ด้วยราคาระดับนี้ แต่สเปกของทั้งสองแบรนด์จะวิ่งไปอยู่แถวๆ ระดับเกินสองหมื่นของ Samsung
  • ระดับราคาหมื่นกลาง (14,000 – 17,999 บาท)  จะโดนทั้ง Huawei, Oppo, LG, Lenovo รุม นอกจากนี้ยังมี Xiaomi กับ OnePlusOne เข้ามาแจมอีก โดยกลุ่มแรกจะเป็นพวกให้สเปกระดับหมื่นปลาย แต่ราคาหมื่นกลาง ในขณะที่ Xiaomi กับ OnePlusOne จะเป็นพวก สเปกระดับหมื่นปลายจนถึงเกินสองหมื่น ในราคาหมื่นกลาง … อันนี้หมายถึงราคาเครื่องหิ้วนะ แต่ถ้ามีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทาง ต้องรอดูแผนการตลาดกับการกำหนดราคาของตัวแทนจำหน่ายอีกที
  • ระดับราคาหมื่นต้น (11,000 – 13,999 บาท)​ มีทั้ง Huawei, Oppo, LG, Lenovo, Alcatel เข้ามาสู้ และยังมี Xiaomi จำพวกตกรุ่นมาเสียบอีก เพราะแม้จะตกรุ่น แต่สเปกก็ใช่ย่อยอยู่
  • พวกต่ำกว่าหมื่น มีหลากหลายแบรนด์จนจารนัยไม่หมด แต่คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคือ Asus ครับ ด้วยซีรี่ส์ Zenfone ที่ราคาและสเปกคุ้มค่าสุดๆ ชนิดที่เรียกว่าแบรนด์อื่นๆ ไม่ต้องไปแข่งกับ Samsung หรอก มาแข่งกับ Asus ให้รอดก่อนดีกว่า ประมาณนั้นเลย

ฉะนั้น ในแทบทุกตลาด Samsung เหนื่อยแน่นอนครับ เริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้เลยแหละ

กรณีดังกล่าว ทำให้ผมนึกถึงหนังสือสองเล่ม อันแรกคือ Who move my cheese? หรือชื่อไทย ใครเอาเนยแข็งของฉันไป? กับ Our Iceberg is Melting หรือชื่อไทย เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย ครับ คือ จุดเด่นที่เคยมี จุดที่เป็น Comfort zone มันหายไปแล้ว ก็ได้เวลาที่จะต้องปรับตัวและเดินหน้าต่อไป … มารอดูกันว่า Samsung เขาจะรับมือกันยังไง

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: