Gadget ไม่กันน้ำ?!? ก็เคลือบให้มันกันดิ ด้วยบริการของ StormShadow

StormShadow

 

เมื่อพักใหญ่ๆ มาแล้ว ไม่แน่ใจว่างาน Commart หรือ Thailand Mobile Expo ผมไปเจอ Startup รายนึงมาออกบูธ เขานำเสนอตัวเองเป็นผู้ให้บริการรับเคลือบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีคุณสมบัติกันน้ำได้ … ผมเห็นว่ามันน่าสนใจดี ก็เลยขอข้อมูลและอุปกรณ์จากเขามารีวิว ซึ่งเขาก็ส่งมาให้พักใหญ่ๆ แล้วแหละ แต่ด้วยความวุ่นวายต่างๆ ผมก็เลยดองเขาเอาไว้ซะนาน (ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย)​ กว่าจะได้ปั่นออกมาเป็นรีวิวให้ได้อ่านกันนี่

 

ทำไมต้องเคลือบกันน้ำ?!?

เป็นคำถามที่ผมถามกับตัวเอง … คือในฐานะบล็อกเกอร์สายรีวิว (คือรีวิวเขาไปทั่ว ทุกรูปแบบ) ที่ได้พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มารีวิวบ่อยมาก ผมบอกได้เลยว่ากว่า 98% ของสิ่งที่ผมได้มารีวิวนั้น มันไม่ได้กันน้ำครับ ทั้งๆ ที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า น้ำและความชื้น มันเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ที่ของพวกนี้มันไม่กันน้ำ ก็เพราะมันเป็นโคตรพ่อโคตรแม่ Common sense กันอยู่แล้วว่า อย่าเอามันไปโดนน้ำ

แต่ก็มีบ้างที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เขาต้องทำออกมาให้กันน้ำ เพราะพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคเขามีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางน้ำได้ เช่น พวกนาฬิกา หรือ สมาร์ทโฟน ที่อาจจะพลั้งเผลอปัดตกไปลงอ่างล้างหน้าหรือแม้แต่ตกส้วมก็เคยเกิดขึ้นมากันแล้ว … แต่มันก็ไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะทำออกมาให้กันน้ำ อย่างพวกสมาร์ทโฟนนี่ นับรุ่นกันถ้วน แถมส่วนใหญ่ก็เป็นระดับ Flagship กันทั้งนั้น

แต่ไอ้ครั้นจะไปซื้อรุ่นกันน้ำมาเพื่อใช้ … บางคนก็อาจจะคิดว่า “ก็กรูไม่ได้อยากใช้รุ่นนั้นนี่หว่า” หรือไม่ก็ “พวกนั้นมันแพงไป ซื้อไม่ไหว(ว่ะ)” … และสุดท้าย ก็ใช้แบบไม่กันน้ำ แล้วก็เน้นไปใช้อย่างระมัดระวังกันไป ถ้าจะเอาไปเล่นสงกรานต์ ก็ใส่ซองพลาสติกกันน้ำไป จบเรื่อง อะไรประมาณนั้น

ก็เลยมีคนคิดนอกกรอบไง ก็ในเมื่อมันไม่ได้กันน้ำทุกรุ่น ก็หาเทคโนโลยีมาเคลือบให้มันกันน้ำดิ … เลยเกิดบริการรับเคลือบกันน้ำนี่ขึ้นมายังไงล่ะ

 

แล้วเขาเคลือบกันยังไง?!? แล้วมันจะเคลือบได้ทั่วเหรอ?!?

จากข้อมูลที่ทาง StormShadow ให้มา ผมรู้สึกว่ามันแหม่งๆ ผมว่า Copywriter ของทางโน้นเขาเข้าใจผิดเรื่อง “เทคโนโลยีที่ใช้ในการเคลือบ” กับ “เทคโนโลยีสารเคลือบกันน้ำ” นะครับ … จากข้อมูลที่ผมมีในมือ ณ ขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าสารที่ใช้เคลือบกันน้ำที่ใช้เป็นชนิดไหน ซึ่งจากที่ผมลองค้นหาข้อมูลผู้ให้บริการทำนองนี้ในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้พูดถึงสารที่เขาใช้มากนัก เพียงแต่จะเรียกมันว่า Nanocoating technology หรือ เทคโนโลยีการเคลือบแบบนาโน อะไรประมาณนี้มากกว่า

ส่วนชื่อของเทคโนโลยี Plasma-enhanced chemical vapor disposition หรือ PECVD ที่ทาง StormShadow พูดถึงนั้น เป็น “เทคโนโลยีที่ใช้ในการเคลือบ” ซึ่งถ้าจะให้พูดว่ามันทำงานยังไง คงอธิบายกันยาว เอาเป็นว่าสั้นๆ คือ เป็นเทคโนโลยีที่จะเคลือบฟิล์มบางๆ บนวัตถุใดๆ โดยการทำให้สารเคลือบนั้นมีสภาพกลายเป็นก๊าซ แล้วเข้าไปเคลือบวัตถุนั้นๆ

 

Plasma-enhanced chemical vapor deposition (PECVD)

ที่มาของภาพ: dowcorning.com

 

ถามว่าเคลือบได้ทั่วไหม?!? ถ้าจะให้ดี จริงๆ แล้วการเคลือบแบบนี้ ควรทำแบบแกะอุปกรณ์เป็นชิ้นๆ มาเคลือบ จะชัวร์ว่าทั่วถึงกว่า แต่ว่าด้วยคุณสมบัติของก๊าซก็ต้องบอกว่ามันสามารถซอกซอนเข้าไปได้ทั่วถึงมากกว่าของเหลวอยู่แล้ว ฉะนั้น จุดไหนที่เจ้าก๊าซสารเคลือบนี่เข้าไปไม่ถึง ก็ไม่ต้องห่วงว่าน้ำมันจะเข้าไปถึง (ประมาณนั้น) จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องออกมาเพื่อทำการเคลือบได้

แต่ถ้าเกิดเคลือบเสร็จแล้ว ดันไปแกะเครื่องออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วไปถูกน้ำ ก็มีโอกาสที่น้ำจะไปสร้างความเสียหายกับจุดที่ไม่ได้ถูกเคลือบ เพราะก๊าซเข้าไม่ถึงได้อยู่นะเออ

 

ลองทดสอบการเคลือบกันน้ำจริงๆ

ทาง StormShadow เขาส่งของมาให้ผมทดสอบ 3 ชิ้นทางไปรษณีย์ครับ ประกอบไปด้วย กระดาษทิชชู่,  iPhone 4S และ Samsung Galaxy Core Duos แต่ทว่า ผมได้ประสบกับประสิทธิภาพในการนำส่งของไปรษณีย์ไทยด้วยตนเองก็งานนี้ เพราะ iPhone 4S นั้น แยกเป็นสามส่วนเลย (ฮา) ฉะนั้น การทดสอบกับ iPhone 4S จึงต้องข้ามไปครับ … และด้วยความบ้าเลือดของผม ผมจึงถ่ายทำวิดีโอรีวิวนี้ด้วย Oppo Find 7 โดยถ่ายแบบ 4K กันไปเลยทีเดียว ใครเน็ตแรงมหาศาล มั่นใจพอ ก็เปิดดูแบบ 4K เอาได้นะครับ

 

 

ทีนี้ถามว่า แล้วมันเวิร์กจริงๆ ไหม หลังจากลองมาเองกับมือ

เนื่องจากของที่เขาส่งมาให้ มันไม่ใช่มือหนึ่ง มันเป็นมือที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ดูจากสภาพแล้ว คงผ่านมือชาย(และหญิง)มาไม่น้อยกว่าหลายสิบครั้ง แต่ผลการทดสอบก็ยังแสดงให้เห็นว่า มันยัง “กันน้ำ” ได้อยู่ในระดับหนึ่ง ดูได้จากกระดาษทิชชู่ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าถ้าโดนน้ำละก็ ปกติเปียกชัวร์ แต่นี่น้ำไหลพรากๆ เหมือนกับเป็นผ้าร่มยังไงยังงั้น และ Samsung Galaxy Core Duos เองก็ยังสามารถทำงานได้ แม้จะมีเอาไปล้างน้ำเล่นแบบนั้น ฉะนั้นผมต้องบอกว่ามันเวิร์ก

แต่ถ้าถามว่า แล้วแบบนี้ เอามันไปเคลือบเสร็จ แล้วเอาไปถ่ายวิดีโอใต้น้ำเล่นเลยดีกว่าไหม?!? อันนี้ผมต้องบอกว่า At your own risk หรือ เรื่องของท่าน หากพังก็ท่านทำตัวท่านเอง ละครับ สเปกของการเคลือบนั้น เขาว่าถ้าไม่แกะเครื่องออกมา ก็คือ IPX6 (หรือประมาณ กันน้ำฉีด กันน้ำสาด) เท่านั้น แต่หากยอมให้เขาแกะเครื่อง (แน่นอน หมายความว่าประกันหลุดนะจ๊ะ) เขาว่าจะสามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาทีก็ตาม (หรือประมาณมาตรฐาน IPX7) อันนี้ก็ควรจะเอาไปถ่ายวิดีโอใต้น้ำกันได้ล่ะ

แต่ความเห็นของผมนะ … เคลือบธรรมดา ไม่ต้องแกะเครื่อง เอาไว้กันอุบัติเหตุน้ำสาด น้ำหก หรือตกส้วม อะไรแบบนี้ก็พอ … และถ้าเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว ก็แนะนำว่า อย่าเปิดเครื่อง รีบเช็ดให้แห้ง แกะอะไรออกมาเช็ดหรือซับน้ำได้ ก็เช็ดซะหน่อย (พวกซิมการ์ด หรือ แบตเตอรี่ ถอดออกมาเช็ดซะให้แห้ง) อย่าเพิ่งใช้งาน อย่าเพิ่งชาร์จแบต ทิ้งไว้ให้แห้งชัวร์ๆ ก่อน จะดีที่สุด

 

สนนราคาและการไปใช้บริการ

ค่าบริการสำหรับสมาร์ทโฟน 1,190 บาท แต่หากเป็นแท็บเล็ตหรือกล้อง ก็ 1,990 บาทครับ ส่วนใครจะพิเรนท์มากกว่านี้ (เช่น อยากเอาโน้ตบุ๊ก, All-in-One PC, หรือเครื่องเล่น DVD ไปเคลือบ) รบกวนไปสอบถามราคากันเอาเองนะครับแบบนั้น

ตัวร้าน StormShadow อยู่ที่ตึกคอม ชลบุรี โน่นแน่ะ แต่สามารถ

  • ใน กทม. ส่งผ่าน ATT Bangkok 6 จุด ตรงสถานี BTS ได้ หรือ จะส่งที่ร้าน PTB ที่ MBK ก็ได้
  • ส่วนต่างจังหวัดใช้เวลาประมาณ 3-4วัน ผ่าน DHL ครับ DHL จะไปรับสินค้าที่หน้าบ้านคุณ และส่งกลับถึงมือคุณอย่างปลอดภัย ในเวลา 3-4วันทำการครับ ค่าบริการจัดส่งฟรี!! พร้อมเครื่องสำรองใช้งานง่าย ฟรี!!! (เขาว่ายังงั้น)

ข้อมูลเพิ่มเติม แวะไปดูเว็บไซต์ www.stormshadowstore.com หรือ Facebook StormShadow Store ก็ได้

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: