#InvisibleTH ความพยายามดีๆ ในการเปลี่ยนสังคมด้วย Social media

#InvisibleTH

 

เมื่อเดือนที่แล้วผมเคยเขียนถึงปรากฏการณ์ที่เราๆ ท่านๆ มองสิ่งที่ผิดปกติกันเสียจนชินตา จนทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ผิดปกติเหล่านี้ กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วในชีวิตประจำวัน (อ่าน: เรากำลังมองเรื่องผิดปกติเป็นเรื่องปกติอยู่หรือเปล่า?!?) และเล่าถึงประสบการณ์อันเป็นกรณีศึกษาในการใช้ Social media ในการแจ้งเหตุอันเป็นทุกข์ของประชาชนให้กับผู้ที่รับผิดชอบ จนปัญหาอันเป็นทุกข์ของประชาชนนั้นได้รับการบรรเทาลงไป นั่นคือสิ่งที่ยืนยันว่า เราๆ ท่านๆ ในสังคมทุกคน สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้สังคมเป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้ เพราะเราได้เครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพมาแล้ว นั่นคือ Social media นั่นเอง

ล่าสุด ผมเห็นว่าพี่บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ เจ้าของเพจ Boy’s Thought เขาริเริ่มโครงการ #InvisibleTH ที่จะเป็นแท็กไว้ให้พวกเราชาว Netizen (หมายถึง ผู้ที่มีตัวตนอยู่บนโลกออนไลน์) ได้มีช่องทางในการรวมตัวกัน เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่า พวกเราไม่ได้มองข้ามความผิดปกติที่อยู่รอบตัวเรา และหากพวกเรารวมตัวกันได้มากพอ ก็ย่อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเข้ามาช่วยแก้ไขกันครับ

 

การทำงานของ #InvisibleTH

สำหรับชีวิตในยุคดิจิตอล และมี Social media เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายๆ คนไปแล้ว เทคโนโลยีต้องมาช่วยให้ทุกอย่าง “ง่าย” ขึ้นครับ ดังนั้นการรวมตัวของพวกเราผู้ที่ไม่มองข้ามปัญหาที่อยู่รอบตัว จึงควรทำได้โดยง่าย เพียงแค่พวกเราแต่ละคน ช่วยกันคนละไม้ละมือ หากเห็นความผิดปกติใดๆ ที่อยู่รอบตัว หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงของเรา ก็ช่วยกันทำให้มันเข้าที่เข้าทาง (เช่น หากเห็นขยะตกอยู่ตามพื้น ก็เก็บลงถังขยะ เป็นต้น) และหากมันเป็นอะไรที่เหนือบ่ากว่าแรงแล้ว ก็ ใช้ Social media มาเป็นสื่อกลางครับ เพียงแค่ “แชะ” และ “แชร์” สิ่งที่เราเห็นว่าผิดปกตินั้น พร้อมระบุว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไร และเราคิดว่าผู้เกี่ยวข้องสามารถทำอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหานั้นได้บ้าง พร้อมติดแท็ก #InvisibleTH ลงไป

 

ตัวอย่าง #InvisibleTH

 

การมีแท็กแบบนี้ จะช่วยให้สามารถค้นหาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องได้สะดวก หากเราสามารถรวมตัวกัน แล้วผลักดันให้ #InvisibleTH กลายเป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มคนที่ไม่ยอมเห็น “ความผิดปกติ” จนกลายเป็น “เรื่องปกติ” แล้ว ก็จะมีโอกาสสูงที่ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จะหันมาให้ความสนใจ และนำข้อมูลที่เราได้แชร์กันใน #InvisibleTH นี้ ไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคมรอบๆ ตัวเราให้ดีขึ้นครับ

 

ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โต

ออกตัวอีกนิดนึงครับ เรื่องราวที่เราจะแชร์กันบน #InvisibleTH นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องร้ายแรงใหญ่โตมากมายก็ได้ครับ ขอให้เป็นเพียงสิ่งที่ “ผิดปกติ” จากที่พึงจะเป็น ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็ขอให้นำมาแชร์กัน เพราะมันอาจจะเป็นอะไรที่เล็กน้อยจนถูกมองข้าม (และนั่นคือที่มาของชื่อ #InvisibleTH ซึ่งหมายถึง มันเป็นอะไรที่ไม่มีใครมองเห็น … เพราะถูกมองข้าม …​ นั่นเอง)

 

อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็น #InvisibleTH

 

ความผิดปกติอย่างเช่น เห็นการทิ้งขยะไว้ในกระถางต้นไม้ ก็เป็นหนึ่งใน #InvisibleTH ได้ครับ แต่อันนี้เนื่องจากไม่เหนือบ่ากว่าแรง เราก็อาจจะ แชะ แล้ว แชร์ จากนั้นก็ด้วยกำลังของเราเอง เราก็สามารถที่จะนำขยะนี้ไปทิ้งในถังขยะให้เรียบร้อยได้ … มันก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

Social media ใดร่วมกับ #InvisibleTH ได้บ้าง?!?

โดยส่วนตัว ผมว่า Social media ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยเราตอนนี้ ไม่ว่าจะ Facebook, Twitter, Instagram หรือแม้แต่ Google+ ก็สามารถมาเข้าร่วมแนวทางของ #InvisibleTH ได้ เพียงแต่ผมมองว่า หากต้องการสะดวก เพราะบางคน (รวมถึงผม) อาจจะอยากที่จะโพสต์บน Social media ทุกช่องทางมากกว่า ก็อาจจะเลือกใช้ Instagram เป็นหลัก แล้วทำการแชร์ออกมายัง Facebook กับ Twitter พร้อมๆ กันไปด้วย ก็ได้ครับ

 

ช่วยกันคนละไม้ละมือ อะไรที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ช่วยกันแก้ไข อะไรที่เหนือบ่ากว่าแรง เราก็มา แชะ และ แชร์ กันทาง #InvisibleTH เพื่อรวมตัวกันเป็นพลังในการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในสังคมครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: