[Advertorial] รีวิว Microsoft Surface 2

Microsoft Surface 2

พูดถึงตลาด Tablet ที่นับวันก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ชื่อของ Microsoft Surface 2 ก็น่าจะเคยได้ผ่านหูผ่านตาท่านผู้อ่านมาบ้าง โดยส่วนตัวผมมี Surface RT ที่เป็นรุ่นแรกอยู่ และพยายามหา Surface 2 มาทดสอบอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครส่งมาให้รีวิวซะที *เศร้า* แต่ในที่สุด สวรรค์ก็มีตา (ฮา) ผมได้ Microsoft Surface 2 มาลองเล่นจนได้ โดยในเวอร์ชันนี้ อ่านจากสเปกแล้ว ก็พบว่ามีพัฒนาการไปในหลายๆ ด้านจากเมื่อตอนเป็น Surface RT เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสเปกของฮาร์ดแวร์ที่แรงขึ้นมา หน้าจอแสดงผลที่ความละเอียดสูงขึ้น แม้แต่ Kickstand ก็ยังได้รับการอัพเกรดให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

 

รูปร่างหน้าตาของ Microsoft Surface 2

ในภาพรวม รูปร่างหน้าตาของ Microsoft Surface 2 ก็ยังคล้ายๆ กับ Microsoft Surface RT ที่เป็นรุ่นแรกอยู่ พวกอุปกรณ์เสริมใดๆ ก็สามารถสลับกันใช้งานได้ครับ ผมลองเอา Type Cover ของ Microsoft Surface RT ไปใส่ใน Microsoft Surface 2 ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้สบายๆ ครับ

 

Microsoft Surface 2 ด้านหน้า

Microsoft Surface 2 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Microsoft Surface 2 เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ตามสไตล์ของพวกโน้ตบุ๊กทั่วไป มีขนาดหน้าจอ 10.6 นิ้ว แต่ความละเอียดของหน้าจออัพเกรดจากรุ่นก่อนมาเป็น 1080p คือ 1920×1080 พิกเซล ให้ความหนาแน่นของพิกเซลที่ 208ppi รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กันได้ 5 จุด มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 3.5 ล้านพิกเซล แล้วก็มีปุ่ม Windows Key อยู่ด้วย แล้วก็แอบมีลำโพงเล็กๆ อยู่แถวๆ เลนส์กล้องครับ

 

Microsoft Surface 2 ด้านหลัง

Microsoft Surface 2 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Microsoft Surface 2 นี่ เป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซลแล้ว เป็นแบบออโต้โฟกัสด้วย มีลำโพงเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กับเลนส์กล้อง แต่ลวดลายสัญลักษณ์โลโก้ Windows ถูกเอาออกไปแล้ว แต่ใส่ลวดลายคำว่า Surface เข้ามาแทน ท่อนล่างยังคงสามารถแกะกางออกมาได้ เพราะใช้เป็น Kickstand หรือ ขาตั้ง

 

Microsoft Surface 2 ด้านบน

Microsoft Surface 2 ด้านบน

 

ด้านบน มีแค่ปุ่มเปิดปิดหน้าจอครับ … ต่างจากเดิมที่จะมีไมโครโฟนอยู่ด้านบนด้วย

 

Microsoft Surface 2 ด้านล่าง

Microsoft Surface 2 ด้านล่าง

 

ส่วนด้านล่างของ Microsoft Surface 2 ก็จะเป็น Connector สำหรับต่อกับ Touch Cover หรือ Type Cover ครับ

 

Microsoft Surface 2 ด้านซ้าย

Microsoft Surface 2 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Microsoft Surface 2 ก็มีลำโพงสเตริโอข้างซ้าย มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มีปุ่มปรับระดับเสียง แล้วก็มีร่องเอาไว้แกะเปิด Kickstand ออกมา

 

Microsoft Surface 2 ด้านขวา

Microsoft Surface 2 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Microsoft Surface 2 แน่นอนว่าต้องมีลำโพงสเตรโอข้างขวา และนอกจากนี้ก็มีพอร์ต Micro HDMI, พอร์ต USB 3.0 และ Connector สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่เคยใช้บน Microsoft Surface RT ครับ สามารถใช้แทนกันได้ นอกจากนี้ หากเปิด Kickstand ขึ้นมา ก็จะเห็นสล็อตใส่ MicroSD card ครับ สามารถรองรับได้สูงสุด 64GB

 

Kickstand ระดับแรกของ Microsoft Surface 2

Kickstand ระดับแรกของ Microsoft Surface 2

Kickstand ของ Microsoft Surface 2 กางได้มากขึ้น

Kickstand ของ Microsoft Surface 2 กางได้มากขึ้น

 

อย่างที่บอกครับ Kickstand งวดนี้ของ Microsoft Surface 2 นั้น สามารถปรับระดับได้ดีมากขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้ในหลากหลายมุมมองมากขึ้น และการวางใช้งานบนตักเท่าที่ลองดู ก็ทำได้ดีขึ้นเช่นกันครับ … อย่างไรก็ดี ในภาพรวม ก็ถือได้ว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ชัดเจนมากกับตัวรูปร่างหน้าตาและดีไซน์ของ Microsoft Surface 2 ก็อย่างที่ผมได้บอกไปตอนแรก คือ สามารถใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกันได้ ไม่มีปัญหา แต่ที่ปรับเปลี่ยนไปจริงๆ ก็ดูจะเป็นเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์มากกว่าครับ

 

สเปกของ Microsoft Surface 2

มาดูกันว่า ที่บอกไปว่าสเปกของ Microsoft Surface 2 มีการอัพเกรดขึ้นมามากเนี่ย เป็นยังไงบ้าง

  • CPU: nVidia Tegra 4 T40 Quad-core 1.7GHz Cortex-A15
  • GPU: ULP GeForce (72-core)
  • Display: TFT LCD 10.6″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (208ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 32GB/64GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
  • Operating System: Windows RT (8.1)
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: ไม่รองรับ
    • 2G: ไม่รองรับ
    • 3G: ไม่รองรับ
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 3.5 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 5 ล้านพิกเซล มี Auto focus
  • Battery: ไม่ระบุ
  • Dimensions: 274.6 มม. x 172.5 มม. x 8.9 มม.
  • Weight:  675.9 กรัม
  • Other: –
  • Price: 32GB = 14,500 บาท, 64GB = 17,500 บาท (ราคานี้ไม่รวม Type Cover/Touch Cover)

ดูจากสเปกตรงนี้ ค่อนข้างชัดเจนว่าแม้จะไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของตัว Microsoft Surface 2 ไปจากรุ่นแรก แต่ฮาร์ดแวร์นั้นได้รับการพัฒนาไปไม่น้อยทีเดียวครับ ประสิทธิภาพของชิปเซ็ต nVidia Tegra 4 T40 ก็ดีกว่าตัวเก่าที่เป็น nVidia Tegra 3 T30 อยู่มาก และที่ผมเห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องของกล้องดิจิตอลด้านหน้าและด้านหลังครับ ที่สเปกดูดีมากขึ้นจริงๆ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Microsoft Surface 2

ตามแนวคิดของ Microsoft คือ One Size (Should) Fits All หรือแปลความหมายก็คงได้ประมาณว่า พกเครื่องเดียวก็พอแล้ว เป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊กย่อมๆ (ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผม มันคืออารมณ์ประมาณเน็ตบุ๊กมากกว่า) และเป็นแท็บเล็ตได้ด้วยในตัว โดยมีจุดเด่นตรงที่การใช้ระบบปฏิบัติการ Windows RT ซึ่งเป็นกึ่งๆ ระบบปฏิบัติการสำหรับ Mobile device และกึ่งๆ ระบบปฏิบัติการสำหรับ PC เต็มรูปแบบ

 

Desktop screen ของ Microsoft Surface 2

Desktop screen ของ Microsoft Surface 2

 

แม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ถึงกับได้ประสบการณ์การใช้งาน Desktop mode แบบเต็มรูปแบบ เพราะระบบปฏิบัติการ Windows RT นั้นไม่ให้เราติดตั้งโปรแกรมสำหรับ Desktop (หรือที่ฝรั่งเรียก Legacy applications) ได้ แต่ก็ยังได้ประโยชน์จาก Desktop mode ของ Microsoft Surface 2 ตรงที่ตัวเบราวเซอร์ Internet Explorer นั้น สามารถเปิดเว็บไซต์ชนิดเต็มรูปแบบได้มากกว่าพวก Mobile device อื่นๆ เพราะบางเว็บไซต์ เวลาใช้อุปกรณ์จำพวกแท็บเล็ต มันจะพยายามเปิดเวอร์ชันสำหรับ Mobile device มาให้

 

Internet Explorer บน Microsoft Surface 2

Internet Explorer บน Microsoft Surface 2

 

และอีกจุดขายนึงที่ Microsoft Surface 2 ก็คือ มันมาพร้อมกับ Microsoft Office 2013 RT ครับ ซึ่งถึงแม้ว่าจะขึ้นชื่อรุ่นว่า RT แต่ว่ามันก็คือ Microsoft Office ชนิดเต็มรูปแบบจริงๆ และเราก็ใช้งานได้ฟรีๆ ด้วย ไม่ต้องไปสมัคร Office 365 เหมือนการใช้งานบนเครื่อง PC ทั่วไปครับ ซึ่งแม้ทาง Microsoft จะออก Office เวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์จำพวก Mobile device ออกมาแล้ว แต่ผมว่า ณ ตอนนี้มันก็ยังสู้เวอร์ชันเต็มๆ แบบบนเครื่อง PC ไม่ได้อยู่ดี

 

ใช้งาน Microsoft Office 2013 เต็มรูปแบบ

ใช้งาน Microsoft Office 2013 เต็มรูปแบบ

 

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงระบบปฏิบัติการ Windows RT แล้ว ก็ต้องพูดถึงประสบการณ์ในการใช้งานอีกด้าน ซึ่งก็คือ Windows UI ครับ เป็น User Interface ที่ Microsoft ทำออกมาเพื่อสำหรับตอนใช้งานในฐานะแท็บเล็ต โดยเน้นไปที่การจัดเรียงสิ่งที่เรียกว่า Tile เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าถึง App ต่างๆ ได้สะดวก และบาง Tile นั้นก็เป็น Live Tile ที่สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องเปิดเข้าไปใช้ App เช่น แสดงหัวข้อข่าว, แสดงข้อมูลหุ้นที่เราติดตามอยู่ หรือจะแสดงพวกข้อมูลพยากรณ์อากาศก็ได้

 

Windows UI ของ Microsoft Surface 2

Windows UI ของ Microsoft Surface 2

 

ตอนที่ Windows RT ออกมาใหม่ๆ จำนวน App ยังมีอยู่น้อยมาก แต่ว่า ณ ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นมาเยอะพอสมควรแล้ว พวก Social media ยอดนิยมอย่าง Facebook, Twitter หรือ LINE นี่ก็มีให้ดาวน์โหลดบน Windows Store แล้ว เกมต่างๆ ก็มีให้เลือกเล่นเยอะขึ้นเช่นกัน รวมถึงพวก App ที่เป็นของคนไทยหรือแบรนด์ไทยก็มี (เช่น Bangkok Bank app ที่เป็น Internet banking เป็นต้น)

 

Windows Store บน Microsoft Surface 2

Windows Store บน Microsoft Surface 2

Facebook app ก็มีให้โหลดบน Windows Store

Facebook app ก็มีให้โหลดบน Windows Store

 

อีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับ Microsoft Surface 2 (และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows RT ที่พื้นฐานมาจาก Windows 8.1) ก็คือ ความสามารถในการเปิด App หลายๆ ตัวพร้อมๆ กันได้ โดยความละเอียดระดับ 1920×1080 พิกเซลนี้ เหมาะที่สุดคือเปิด 2 apps พร้อมๆ กันครับ ซึ่ง Windows RT มอง Desktop mode เป็น App ตัวนึง ดังนั้นหมายความว่า เราก็สามารถเปิด Internet Explorer บน Desktop ไปพร้อมๆ กับ Microsoft Word 2013 และในขณะเดียวกัน เราก็เปิด Facebook app สำหรับ Windows UI ได้ด้วย

 

เปิด 2 apps พร้อมกันได้ Windows RT มอง Desktop mode เป็น App ตัวนึง

เปิด 2 apps พร้อมกันได้ Windows RT มอง Desktop mode เป็น App ตัวนึง

 

ปกติแล้ว หากเราต้องการเปิดพร้อมๆ กันมากกว่า 2 apps เราก็ต้องมีหน้าจอความละเอียดสูงกว่านี้ สูงกว่า 1080p ครับ แต่ถ้าเราไปตั้งค่าใน Display settings เพื่อให้แสดงผลพวกไอคอนและข้อความต่างๆ ให้เล็กลง มันก็จะทำให้เราสามารถเปิด App พร้อมๆ กันได้สูงสุด 3 ตัวเลยทีเดียว

 

เปิดได้สูงสุด 3 apps พร้อมกัน

เปิดได้สูงสุด 3 apps พร้อมกัน

 

แต่หากเราอยากจะเปิดพร้อมๆ กัน 3 apps นี่ก็ต้องเลือกหน่อยนะครับว่าจะเปิดอะไรบ้าง ซึ่งมันควรจะเป็นอะไรที่สามารถปรับการแสดงผลให้เหมาะขนาดของหน้าจอแสดงผลที่เล็กน้อยลงไปได้ … อย่างไรก็ดี พวก App บน Windows UI นั้น ดูจะมีความสามารถในการปรับ User Interface ให้มีขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้ค่อนข้างดีแล้ว

 

Reader mode ขแง Internet Explorer บน Windiws UI

Reader mode ขแง Internet Explorer บน Windiws UI

 

สำหรับ Internet Explorer เวอร์ชันบน Windows UI นั้น เมื่อถูกออกแบบมาให้ใช้กับ UI สำหรับการใช้งานในฐานะแท็บเล็ต ก็เลยมีฟีเจอร์เพิ่มมาอีกอย่างคือ Reader mode ซึ่งจะทำการ Render หน้าเว็บซะใหม่ ให้เหมาะสมกับการใช้งานข้อความ เว็บไซต์จะถูกแปลงออกมาให้เหมือนกับการอ่านหนังสือเลยครับ (แต่ต้องขอบอกว่าไม่ใช่ทุกเว็บไซต์จะสามารถแปลงให้เหมาะกับการอ่านได้)

 

Touch Cover หรือ Type Cover

จุดขายอีกเรื่องของ Microsoft Surface 2 ก็คือ Touch Cover หรือ Type Cover ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็เป็นเรื่องของการเพิ่มไฟใต้ Keyboard สำหรับ Type Cover นี่แหละครับ … ตัว Touch Cover เป็นยังไง ผมไม่แน่ใจ เพราะทาง Microsoft ไม่ได้ส่งมาให้ผมทดสอบ แต่ส่ง Type Cover มาให้

 

Type Cover ด้านบน

Type Cover ด้านบน

 

ความเห็นส่วนตัวของผมคือ ถ้าเลือกได้ อยากให้เลือกใช้ Type Cover มากกว่า เพราะให้ความรู้สึกสัมผัสของแป้นพิมพ์มากกว่า เวลาพิมพ์มันจะไม่รู้สึกแตกต่างไปจากการใช้ Notebook ปกตินัก และมันก็แค่หนากว่า Touch Cover ขึ้นมาอีกนิดเดียวเอง (อันนี้จากประสบการณ์ตรง เพราะ Microsoft Surface RT นั้น ผมซื้อมาลองทั้ง Touch Cover และ Type Cover เลย แล้วสุดท้ายผมก็ใช้แต่ Type Cover)

 

Microsoft Surface 2 ประกอบร่างกับ Type Cover

Microsoft Surface 2 ประกอบร่างกับ Type Cover

 

ความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ การใช้งาน Microsoft Surface 2 ร่วมกับ Type Cover เนี่ย มันเข้ากันได้ดีกว่าการใช้งานแท็บเล็ตทั่วๆ ไป แล้วซื้อ Bluetooth keyboard มาใส่อีกนะ อันนี้ชัดเจน เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows ได้ในระดับเหมือนพวก Notebook เลย

 

การใช้งาน Microsoft Surface 2 ในด้านมัลติมีเดีย

ในแง่ของสเปกฮาร์ดแวร์นั้น nVidia Tegra 4 แรงพอสำหรับการใช้งานดูพวกคลิปวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p สบายๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ด้วยความที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows RT ก็เลยรองรับการเปิดไฟล์วิดีโอในรูปแบบ WMV ด้วย (แต่ต้องเป็นเวอร์ชันใหม่ คือ WMV9 นะ) ถ้ายังไง อยากรู้ว่ารูปแบบไฟล์วิดีโออะไรที่เปิดบน Microsoft Surface 2 ได้ ก็ลองดูตารางด้านล่างครับ

 

File and stream formats
Codecs or components
Codec supported on Windows RT
MPEG-43
H.2643
Yes
ASF3
H.263
Yes
MPEG-2 PS
Motion JPEG
Yes
MPEG-2 TS
MPEG-12
No
3GPP
MPEG-22
No
3GPP2
MPEG-4 (Part 2)
Yes
AVI
VC-13
Yes
WMV 9Yes
Yes
WMV 7, 8
No
DV
No
Raw (NV12, YUY2, RGB32)
No

 

เวลาเปิดไฟล์วิดีโอ จะใช้ Video player บน Windows UI ครับ ซึ่งมีลูกเล่นแค่พอประมาณสำหรับใช้ดูวิดีโอได้ ด้วยหน้าจอแสดงผลความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ก็สามารถแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอ 1080p ได้สบายๆ

 

ดูคลิปวิดีโอบน Microsoft Surface 2

ดูคลิปวิดีโอบน Microsoft Surface 2

 

ในแง่ของคุณภาพเสียงนั้น อาจจะไม่สามารถสู้พวก Notebook ที่จัดลำโพงมาแบบจัดเต็มได้ ด้วยเหตุว่าขนาดของตัวเครื่องนั้นไม่ได้ใหญ่โต และไม่ได้หนามากมายอะไร แต่ด้วยความที่มีลำโพงคู่สเตริโอ ก็ให้มีติดแยกซ้ายขวาที่ชัดเจนดีครับ ระดับความดังของเสียงนั้น ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานโดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้ชุดหูฟังแต่อย่างใด

ทีนี้ลองเอามาเล่นเกมดูบ้างครับ แน่นอน เผอิญผมเห็นว่ามีเกม Asphalt 8: Airborne ให้เล่นบนนี้ด้วย ผมก็เลยต้องขอจัดทดสอบเกมนี้ดู และ nVidia Tegra 4 T40 กับ ULP GeForce ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังครับ เล่นได้เนียนปรื๊ด และกราฟิกคุณภาพระดับสูงสุดด้วย โดยส่วนตัวผมเคยลองเล่นเกมนี้บน Windows 8 tablet ระดับ Core i5 (3rd Gen) พร้อม Intel HD Graphic 3000 แล้ว ก็พบว่ามันแอบ Overkill ไปหน่อย ใช้แค่ nVidia Tegra 4 น่าจะเหมาะสมกว่า

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน Microsoft Surface 2

เกม Asphalt 8: Airborne บน Microsoft Surface 2

 

การใช้ Touch Cover หรือ Type Cover ทำให้ Microsoft Surface 2 ได้เปรียบการพวกแท็บเล็ตอื่นๆ ในการเล่นเกม เพราะมี Keyboard จริงๆ ไว้ใช้ และหากเกมไหนต้องใช้ Mouse ด้วย ก็มีพอร์ต USB จริงๆ จังๆ ไว้ให้เสียบ Mouse อยู่แล้วด้วย ฉะนั้นผมมองว่า หากนักพัฒนาเกมเลือกที่จะทำเกมบนนี้ ก็จะมีตัวเลือกสำหรับ Input มากกว่า อย่างในเกม Asphalt 8: Airborne นี่ ผมใช้ Type Cover ในการควบคุมรถเลย สะดวกดี

 

กล้องดิจิตอลบน Microsoft Surface 2

แม้ว่า User Interface และลูกเล่นความสามารถกล้องบน Microsoft Surface 2 นั้นจะไม่ได้มีมากมาย แต่ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าสามารถดาวน์โหลด App มาเพิ่มเติมความสามารถเอาได้ แต่แอบชอบตอนถ่ายภาพครับ เพราะว่ามันจะไม่ได้ถ่ายแค่ภาพเดียว แต่เป็นหลายๆ ภาพ ไว้ให้เราเลือกได้ว่า จริงๆ แล้ว เราอยากได้ภาพไหนกันแน่

 

User Interface กล้องของ Microsoft Surface 2

User Interface กล้องของ Microsoft Surface 2

 

กล้องดิจิตอลทั้งด้านหน้าและด้านหลังของ Microsoft Surface เป็นแบบมี Auto focus และสามารถใช้การแตะบนหน้าจอ เพื่อกำหนดจุดโฟกัสได้ ถือว่าใช้งานได้สะดวกครับ และคุณภาพของกล้องดิจิตอลก็อยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าดีเลย สำหรับอุปกรณ์จำพวกแท็บเล็ต โดยเฉพาะกล้องดิจิตอลด้านหน้าที่ให้มาเหลือเฟือถึงระดับ 3.5 ล้านพิกเซล จะถ่าย Selfie เพื่อโพสต์บน Social media หรือ ทำวิดีโอคอล ก็เหมาะสมดี

 

เลนส์กล้องด้านหลังของ Microsoft Surface 2 จะเชิดขึ้นนิดหน่อย

เลนส์กล้องด้านหลังของ Microsoft Surface 2 จะเชิดขึ้นนิดหน่อย

 

ตอนจะถ่ายรูปด้วยกล้องด้านหลัง ก็ต้องระวังนิดหน่อย เพราะ Microsoft Surface 2 นั้นออกแบบมาให้เลนส์กล้องด้านหลัง แหงนขึ้นไปด้านบนนิดหน่อย เข้าใจว่าเพราะกะให้สามารถใช้งานถ่ายรูปด้วยกล้องด้านหลังได้ แม้จะกำลังใช้งานอยู่ในฐานะ Notebook ก็ตาม (หมายถึงตอนเอามาต่อกับ Touch/Type Cover แล้ววางใช้งานน่ะ)

 

WIN_20140609_200645WIN_20140609_200844

 

คุณภาพของภาพถ่าย จากที่ลองใช้ตอนกลางวัน ภาพก็อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ ไม่ถึงกับคมชัดมาก แต่ก็ไม่ค่อยได้เจอพวกแท็บเล็ตที่มีกล้องดิจิตอลแจ่มๆ อยู่แล้ว แต่ลองถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย เช่น ภายในบ้านที่เปิดไฟแค่ดวงเดียว หรือถ่ายนอกบ้านช่วงหัวค่ำ (ราวๆ ทุ่มเศษๆ) ก็ยังถือว่าใช้ได้อยู่ แม้จะมี Noise บ้างอะไรบ้าง … พอเอาไว้ใช้งานจิปาถะได้

 

บทสรุปการรีวิว Microsoft Surface 2

สนนราคาของ Microsoft Surface 2 ณ ตอนที่รีวิวคือ รุ่น 32GB 14,500 บาท ส่วนรุ่น 64GB 17,500 บาท ก็ไม่ถือว่าสนนราคาถูกมาก แต่ก็ไม่ได้แพงเวอร์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี การจะใช้ให้ได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดจริงๆ ก็ต้องซื้อ Type Cover เอาไว้ ซึ่งก็จะต้องบวกเพิ่มอีก 4 พันจึ๋งๆ นะครับ ดังนั้น ในความเห็นของผม Microsoft Surface 2 จึงเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการทั้ง Notebook และแท็บเล็ตแบบจบในตัวเดียว
  • ผู้ที่ต้องการใช้แท็บเล็ตในการทำงานแบบ Notebook ค่อนข้างจริงจัง โดยเฉพาะทำงานกับ Microsoft Office โดยมีน้ำหนักพกพาไม่มาก

Microsoft Surface 2 ไม่ได้ถึงขนาดทำให้เราสามารถผละตัวเองออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบได้เลย แต่ประสิทธิภาพ และความสามารถของมันก็มากพอที่จะใช้งานแก้ไขเอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต นำเสนองานต่างๆ ได้ (ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเป็น Micro HDMI to VGA adapter หรือไม่ก็ HDMI adapter นะครับ) แนวทางการใช้งานจะอยู่ในรูปแบบ ทำงานหลักๆ บนคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ จากนั้นโอนข้อมูลมาเพื่อแก้ไขนิดๆ หน่อยๆ บน Microsoft Surface 2 หรือ พกพาออกไปนำเสนองานได้เลย โดยไม่ต้องแบกของหนัก

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. phantomquest says:

    ถ้าเทียบกับ Asus Transformer Book T1000 หรือ Acer Aspire Switch 10 ตัวไหนจะแรงกว่ากันครับ …..Type Cover นี่แพงจริงๆ >//<

    • kafaak says:

      ด้วยรายละเอียดสเปกของ Transformer Book T1000 นี่ดูดีกว่า Aspire Switch 10 ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: