ตกผลึกความคิดเรื่องราวของ Microsoft & Nokia

Microsoft and Nokia

เครดิตภาพ: AllThingsD

 

ออกตัวล้อฟรีก่อน บล็อกตอนนี้ของผม เป็นแค่การรวบรวมความคิดเห็นส่วนตัวของผม เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของ Microsoft กับ Nokia มาเก็บไว้เผื่อจะอ่านเล่นในตอนหลังนะครับ … เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ตอนที่มีข่าวว่า Microsoft ซื้อ Nokia ก็เป็นที่ฮือฮากันรอบนึงแล้ว แต่อันนั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะหาก Microsoft ยังยึดที่จะเดินตามวิสัยทัศน์ว่าตนจะเป็น Devices & Services company ละก็ การได้ Nokia เข้ามาอยู่ในทัพก็จะช่วยได้ในเรื่องของความรู้ความสามารถในการผลิตอุปกรณ์จำพวก Mobile device และทาง Nokia เองก็มีสัมพันธ์อันยาวนานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศต่างๆ มานาน ก็จะมีช่องทางในการจำหน่ายได้ไม่น้อยทีเดียว

แต่ก็มีมาฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่ Nokia ประกาศเปิดตัว Nokia X ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันปรุงแต่งของ Nokia เอง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็หาเหตุผลมาตอบสื่ออยู่ว่าทำไม Nokia ถึงไม่เอาระบบปฏิบัติการ Android มาแทน Symbian เดิม (อ่าน Elop explains: why Nokia didn’t choose Android to replace Symbian) และก็มีข่าวว่า Microsoft จะซื้อ Nokia แล้วด้วย

 

Microsoft and Nokia Shaking Hands

เครดิตภาพ: Yahoo Finance

 

ตรงนี้ผมไม่แปลกใจ เพราะโดยส่วนตัวก็เคยเปรยๆ ไว้ทาง Twitter มาหลายครั้งแล้วว่า ทางรอดของ Nokia ก็คือ จะต้องดู Amazon เป็นแบบอย่างครับ เพราะ Nokia เองมีทั้ง Service อย่าง HERE Maps และมี App Store เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ช่องทางในการจำหน่ายก็มี และทีม Research & Development ก็ยังเข้มแข็ง ระบบปฏิบัติการ Windows Phone นั้น มันปิดกั้นจนเกินกว่าที่ Nokia จะสามารถแสดงศักยภาพของนวัตกรรมของตนออกมาได้ การใช้ระบบปฏิบัติการ Android จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่เพื่อให้เกิดความแตกต่างไปจากพวก Android devices ที่อยู่ในท้องตลาดนั้น ทาง Nokia จึงต้องทำ Android สูตรเฉพาะของ Nokia ออกมาเอง เหมือนที่ Amazon เขาทำ

แต่สุดท้าย ตอนนั้น Nokia ก็ยังเลือกที่จะเกาะอยู่กับ Windows Phone ต่อไป

 

Nokia X มาแทน Symbian และเตรียมตัวผู้ใช้สำหรับ Lumia

ย้อนกลับไปซัก 10 กว่าปีก่อน ระบบปฏิบัติการ Symbian รุ่นหลังๆ ก็พอจะนับว่าเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนได้อยู่หรอก แต่ในปัจจุบัน มันก็คือฟีเจอร์โฟนเราดีๆ นี่เอง (หรือจะเรียก “สิ่งเทียมสมาร์ทโฟน” อย่างที่ @mktmag เคยพูดเอาไว้ก็ย่อมได้ … คือ มันเหมือนสมาร์ทโฟน แต่มันไม่ใช่) สนนราคาของพวกฟีเจอร์โฟนที่คุณสมบัติดีๆ หน่อย มันก็ไม่ใช่ถูกๆ และการเข้ามาของพวก Android smartphone ราคาประหยัดจากแบรนด์จีนทั้งหลาย ก็ทำให้ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เริ่มลดลงเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับพวกโปรโมชั่นฆ่าล้างโคตรพวกร้านขายมือถือที่บรรดาค่ายมือถือต่างๆ เอามาใช้ดึงลูกค้าใหม่เข้ามาเปิดเบอร์ หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม (และในขณะเดียวกัน ก็ล้างสต็อกพวกสมาร์ทโฟนที่ขายไม่ออกไปด้วย) เช่น ที่ลดราคา iPhone 5c 16GB ซะเหลือ 4,990 บาท ซึ่งราคานี้มันระดับพวก Android smartphone ระดับเกือบจะล่างสุดอยู่แล้วนะ

ฉะนั้น Nokia จึงต้องหาสมาร์ทโฟนเข้ามาทดแทนครับ … ถามว่าจะทำ Nokia Lumia ราคาประหยัดต่ำกว่า 5,000 บาทมาขายจะไหวไหม … นักวิเคราะห์บางคนบอกว่ามันคงยาก เพราะตัวระบบปฏิบัติการ Windows Phone ตัวใหม่ๆ ก็กินสเปกใช่ย่อยอยู่ ฉะนั้นทางเลือกที่ดีกว่าก็คือ การกลืนน้ำลายตัวเอง (ว่าจะไม่ใช้ Android) แล้วไปใช้ระบบปฏิบัติการ Android นี่แหละครับ

 

Nokia X

 

เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อผมได้ไปเป็น Nokia X ตัวจริงในงาน Mobile World Congress 2014 ที่ประเทศสเปนมา ผมให้ข้อจำกัดความว่า เจ้านี่คือ Apotoxin 4869 ของ Nokia (ชื่อ Apotoxix 4869 คือชื่อยาที่ทำให้ คุโด้ ชินอิจิ ตัวหดเล็กลง กลายเป็นยอดนักสืบจิ๋วโคนัน …​ ชื่อเล่นของยานี้คือ ยอดนักสืบที่ยังไม่เสร็จ) ครับ เพราะตัว User Interface นั้นออกมาได้แบบว่า เหมือนเป็นเวอร์ชันเบต้ามาก และอะไรหลายๆ อย่าง ก็ยังไม่สมบูรณ์ดีพร้อม … ก็ยังแอบแปลกใจอยู่ว่า Nokia จะกล้าเอามาขายจริงๆ เหรอ แต่เขาก็เอามาขายจริงๆ นะ (ฮา)

แต่ดูจาก User Interface ที่พยายามทำให้คล้ายคลึงกับ Windows Phone ก็พอจะเดาได้ว่า เป้าหมายของ Nokia X นั้น ส่วนหนึ่งก็คือการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ใช้งาน ใครที่ยังไม่พร้อมจะจ่ายเงินแพงๆ ซื้อสมาร์ทโฟนเรือธงมา ก็มาใช้ Nokia X ไปพลางๆ พอคุ้นเคยกับ User Interface และบริการต่างๆ ของ Microsoft ที่มีอยู่ใน Nokia X แล้ว การเปลี่ยนมาใช้ Nokia Lumia ก็จะง่ายขึ้น

หลายๆ คนยังงงๆ อยู่ว่า Microsoft ยอมให้ Nokia โอบอุ้มระบบปฏิบัติการคู่แข่งได้ด้วยแฮะ … หรืออาจจะเป็นเพราะ Microsoft เองก็ยังคงต้องการให้ Nokia คงทำรายได้ให้ได้บ้าง ก็แหม เสียเงินสอยมาตั้งหลายพันล้านนี่นะ

 

อยู่ๆ Microsoft ลอยแพคนใช้ Nokia X เฉย

Nokia X ดูจะมีอนาคตกับเขาบ้าง เมื่อ Nokia ปล่อย Nokia X2 ออกมา โดยมีแผนว่าจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม แต่แล้วจู่ๆ เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงครับ เมื่ออยู่ๆ Microsoft ก็ประกาศเลย์ออฟพนักงาน 18,000 คน โดยส่วนใหญ่ก็เป็นคนทางฝั่งของ Nokia ในส่วนของการผลิตโทรศัพท์มือถือระดับล่าง และส่งสัญญาณว่า Nokia X จะถูกรวบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Nokia Lumia แทน และจะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone แทน

เจอแบบนี้ นักวิเคราะห์ก็ออกมาวิแคะกันมันอีกเช่นเคย ว่าทำไมถึงกลับลำกันขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกก็ดูจะพอมีอนาคตบ้างแล้ว … เขาก็ว่ากันว่า การที่เลย์ออฟพนักงานออก ก็เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสม ไม่ให้องค์กรอ้วนเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนและผลประกอบการครับ เมื่อเร็วๆ นี้ Microsoft ก็เพิ่งประกาศผลประกอบการไปหมาดๆ โดยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า แม้ยอดรายได้ของ Microsoft จะได้ตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ใน Wallstreet แต่ว่าเมื่อเทียบเป็นต่อหุ้นแล้ว ผลกำไรต่อหุ้นของ Microsoft นั้น พลาดไปจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ $0.05 ต่อหุ้น​ ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการ Nokia นี่แหละ ที่ทำให้เกิดเป็นค่าใช้จ่าย $0.08 ต่อหุ้น นั่นเอง

แม้ว่าพวกโทรศัพท์มือถือระดับล่างๆ ของ Nokia จะยังขายได้อยู่ และยังขายได้ค่อนข้างเยอะอยู่ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่ากำไรจากพวกโทรศัพท์มือถือระดับล่างๆ แบบนี้มันไม่ได้เป็นกอบเป็นกำอะไร และในระยะยาวเอง ผู้คนก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดกันมากขึ้นด้วย (และก็อย่างที่บอก นับวันราคาของพวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัดก็จะถูกลงเรื่อยๆ) ฉะนั้น ตัดส่วนที่ทำกำไรน้อยและคาดว่าจะกลายเป็นปากแผลให้เลือดไหล ให้เงินไหลออก ออกไปแต่เนิ่นๆ ก็น่าจะดีกว่า

แต่เพราะทำแบบนี้นั่นแหละ เลยทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ค่าใช้จ่ายในการซื้อ Nokia เข้ามาของ Microsoft นั้น มันแพงกว่า $7.2 พันล้านนะ เพราะต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรอีก ไหนจะค่าเสียโอกาสจากการที่ไปตัดส่วนการผลิตโทรศัพท์มือถือราคาประหยัดออกไปอีก

 

อนาคตของของ Microsoft และ Nokia

จำได้ว่าตอนแรก Microsoft ออกมาบอกว่าจะเก็บแบรนด์ Lumia เอาไว้แน่ๆ แต่แบรนด์ Nokia นี่ตอบยาก … แต่นั่นก็เป็นอะไรที่พอจะเดากันได้ เพราะการควบรวมกิจการมันก็ประมาณนี้อยู่แล้ว … ถ้าเรามองไปที่ตัวอย่างอื่นๆ ก่อนหน้า เช่น HP ซื้อ Palm, Inc. ไป ก็ชัดเจนว่าพอทำแล้วไม่สัมฤทธิ์ผล ก็ทิ้ง webOS กันไปเลย (ตอนนี้ webOS มาอยู่รอดต่อกันบน Smart TV ของ LG แทนแล้ว) แล้วหันไปใช้ระบบปฏิบัติการ Android แทน

มุมมองส่วนตัวของผมคือ Microsoft ยังมีความได้เปรียบอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือเป็นบริษัทซอฟต์แวร์มาก่อน มีระบบปฏิบัติการเป็นของตัวเองไม่ต้องซื้อใครเขามา อย่างที่สองคือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนา สายป่านยังยาว ฉะนั้นในตอนแรกที่เริ่มแบบติดๆ ขัดๆ อยู่นี้ ก็ยังไม่ถึงกับส่งผลกระทบอะไรร้ายแรงกับ Microsoft โดยตรง และธุรกิจประเภทอื่นก็ยังพอจะทำเงินมาชดเชยได้อยู่มาก … อนาคตของแบรนด์ Nokia คงจะหมดแล้วล่ะ ณ ตอนนี้อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่ชื่อ Nokia จะหมดความขลัง เมื่อนั้นชื่อนี้ก็คงจะหายจากไปจากวงการ Mobile device แล้ว แต่อนาคตของวิสัยทัศน์ของ Microsoft ในฐานะ Devices & Services company นั้น ผมว่าอยู่ที่การ “ยื้อ & ดื้อ” ที่จะอยู่ในธุรกิจนี้ บวกกับการมองหาความเป็นไปได้ในธุรกิจ Wearable device ด้วยจะดีกว่านะครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่า Microsoft ดูจะเป็นยักษ์ใหญ่รายเดียวที่ตามหลังเขาอยู่นะ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: