Huawei Ascend P7 สมาร์ทโฟนบาง เบา กล้องสวย ในราคาต่ำกว่าหมื่นห้า

Huawei Ascend P7

 

แม้ว่าในบ้านเรานั้น ชื่อของ Huawei อาจจะไม่คุ้นหูนัก ในฐานะของผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟน แต่ในต่างประเทศ Huawei เขาก็รุกตลาดไปเยอะพอสมควรนะ อย่างเมื่อตอนที่ผมไปงาน Mobile World Congress 2014 เมื่อต้นปี ก็เห็นโฆษณาของ Huawei อยู่ไม่น้อย และล่าสุดนี่ Huawei เขาก็นำเรือธงตัวล่าสุดเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว นั่นก็คือรุ่น Huawei Ascend P7 ซึ่งชูจุดขายเรื่องดีไซน์ความบางเบา ตอบโจทย์ด้านมัลติมีเดีย และมีกล้องหน้าตอบสนองความต้องการผู้นิยมถ่าย Selfie พร้อมโหมด Panoramic Selfie รุ่นแรกของโลกด้วย

ด้านสนนราคาของ Huawei Ascend P7 นั้น เคาะราคาออกมาที่ 14,990 บาท ซึ่งก็จัดอยู่ในราคาระดับกลางๆ แบบที่ใครๆ ก็พอที่จะเป็นเจ้าของได้ ฉะนั้น เมื่อผมได้ของมารีวิวแล้ว ก็ต้องมาดูกันหน่อยละครับว่า Huawei Ascend P7 นี้ มีดีที่อะไรกันบ้าง

 

รูปร่างหน้าตาของ Huawei Ascend P7

ตอนที่ได้ Huawei Ascend P7 มานั้น มันมาในกล่องสีขาวที่ใส่แล้วดูดีมากก (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปกล่องไว้เป็นหลักฐาน … ฮา) ตอนเอาเครื่องขึ้นมาถือไว้ในมือ รู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องมันเบามากครับ ทั้งๆ ที่เจ้านี่เป็น Android smartphone ขนาดหน้าจอ 5 นิ้วแท้ๆ และอีกอย่างนึงที่รู้สึกได้คือ ตัวเครื่องมีความบางเอามากๆ ทีเดียว

 

Huawei Ascend P7 ด้านหน้า

Huawei Ascend P7 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Huawei Ascend P7 เป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1920×1080 ตามมาตรฐานเรือธงโดยทั่วไป ให้ความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 445ppi (ตามสเปกจาก Huawei) ไม่มีปุ่มกดบนหน้าจอ แต่ไปใช้ Virtual Key ตามแนวคิดของระบบปฏิบัติการ Android แทน มีลำโพงสำหรับใช้ในการสนทนาโทรศัพท์ และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซลด้วย

 

Huawei Ascend P7 ด้านหลัง

Huawei Ascend P7 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Huawei Ascend P7 นั้นดูเรียบง่ายครับ วัสดุที่ใช้ก็เป็นกระจกที่ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน มีลำโพงของตัวเครื่องอยู่ค่อนไปทางด้านล่าง และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash อยู่

 

Huawei Ascend P7 ด้านบน

Huawei Ascend P7 ด้านบน

 

ด้านบนของ Huawei Ascend P7 นั้น แม้จะมีความบางเอามากๆ ซึ่งปกติแล้วหลายๆ แบรนด์ที่พยายามทำสมาร์ทโฟนแบบบางๆ ออกมา มักจะเลี่ยงไปใช้ Adapter มาเสียบกับพอร์ต Micro USB เพื่อเสียบกับหูฟังอีกทีนึง แต่ Huawei Ascend P7 นั้น มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่ด้วยสบายๆ นอกจากนี้ก็มีรูไมโครโฟน เอาไว้ใช้ในการบันทึกเสียงเวลาถ่ายวิดีโอด้วย

 

Huawei Ascend P7 ด้านล่าง

Huawei Ascend P7 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Huawei Ascend P7 ก็มีแค่พอร์ต Micro USB เอาไว้เสียบชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ กับรูไมโครโฟนสำหรับใช้ในการสนทนาโทรศัพท์ และอัดเสียงเวลาถ่ายวิดีโอครับ

 

Huawei Ascend P7 ด้านซ้าย

Huawei Ascend P7 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Huawei Ascend P7 ไม่มีอะไรครับ เรียบๆ

 

Huawei Ascend P7 ด้านขวา

Huawei Ascend P7 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Huawei Ascend P7 มีทุกสิ่งอันตามที่สมาร์ทโฟนพึงจะมี ได้แก่ ปุ่มปรับความดังของเสียง, ปุ่ม Power, สล็อตใส่ MicroSD card และ สล็อตใส่ Micro SIM card ครับ

ในแง่ของวัสดุที่ Huawei เลือกมาใช้นั้น ถือได้ว่าให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างพรีเมี่ยมระดับไฮเอนด์จริงๆ เลือกด้านหลังเป็นกระจก และด้านขอบของตัวเครื่องก็ใช้อลูมิเนียมแบบทำลวดลายมาประดับ … เรียกว่าเป็นดีไซน์และวัสดุระดับไฮเอนด์ ในสมาร์ทโฟนที่สนนราคาระดับกลางๆ เลยล่ะ ความบางที่ 6.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 124 กรัม ทำให้การพกพานั้นสะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงใส่ไว้ในกระเป๋าถือ (หรือกระเป๋าสะพาย) หรือคุณผู้ชายวัยทำงานที่ชอบพกไว้ในกระเป๋าเสื้อ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Huawei Ascend P7

แม้ว่าสนนราคาจะอยู่ในระดับกลางๆ แต่สเปกของ Huawei Ascend P7 นั้นไม่ได้เป็นระดับกลางๆ แต่อย่างใดนะครับ ต้องบอกว่าค่อนข้างอยู่ค่อนไปทางระดับไฮเอนด์ด้วยซ้ำไป พิจารณาจากสเปกตามนี้เลยครับ

  • Panoramic
  • CPU: HiSilicon Kirin 910T Quad-core 1.8GHz Cortex-A9
  • GPU: Mali-450MP4
  • Display: IPS LCD 5″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
  • Operating System: Android 4.4.2
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: 800/900/1800/2100/2600MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP LE
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Panoramic selfie
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล Auto focus พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,500mAh
  • Dimensions: 139.8 มม. x 68.8 มม. x 6.5 มม.
  • Weight:  124 กรัม
  • Price: 14,990 บาท

ชื่อของชิป HiSilicon นี่อาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่ว่านี่คือชิปเซ็ตที่ผลิตโดยบริษัทลูกของ Huawei เลยนะครับ และใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortex-A9 ด้วย ฉะนั้น เรื่องประสิทธิภาพนี่หายห่วงครับ แต่หากยังไม่มั่นใจ ลองดูผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ ดังนี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ

 

Huawei Ascend P7 Benchmark Result

 

คะแนนที่ได้ สังเกตได้ว่าไม่ได้พุ่งสูงไปถึงระดับไฮเอนด์ แต่ก็เรียกว่าได้คะแนนดีพอสมควรครับ ตัวนี้ชี้ให้เห็นว่าชิป HiSilicon Kirin 910T ก็ไม่ใช่ชิป Quad-core ราคาประหยัดแต่อย่างใด ที่ผมแอบตะหงิดๆ ใจอยู่ ก็เห็นจะเป็นคะแนนในส่วนของ User Experience ของ MobileXPRT 2013 ที่ให้คะแนนไม่ค่อยสูงมาก โดยเมื่อผมไปดูรายละเอียดแล้วพบว่า ที่ได้คะแนนต่ำจริงๆ คือ Zoom & Pinch ครับ แต่เมื่อผมไปลองใช้งานจริงๆ ดู ก็ไม่ได้พบว่าจะหน่วงอะไรมากมาย แต่คะแนนที่โปรแกรมมันวัดมาได้มัน 18fps เอง ก็แอบรู้สึกแปลกใจอยู่

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Huawei Ascend P7 โดยทั่วไป

User Interface ของ Huawei Ascend P7 เขาเรียกว่า Emotion UI 2.3 ครับ ซึ่งมีแนวทางแตกต่างไปจากพวกระบบปฏิบัติการ Android ตามปกติ คือ ไม่ได้แบ่งเป็น Home screen และ App tray … Huawei Ascend P7 มีแค่ Home screen เท่านั้น ซึ่งเป็นสไตล์ที่บางแบรนด์ก็เลือกใช้ ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบมากกว่า เพราะมันสะดวกในการใช้งานมากกว่า โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบวาง Widget อะไรมากนัก

 

Home screen ของ Huawei Ascend P7

Home screen ของ Huawei Ascend P7

Home screen ของ Huawei Ascend ทำหน้าที่เหมือนเป็น App tray ไปในตัว

Home screen ของ Huawei Ascend ทำหน้าที่เหมือนเป็น App tray ไปในตัว

Lock screen ของ Huawei Ascend P7

Lock screen ของ Huawei Ascend P7

 

User Interface แบบนี้ มีข้อต้องระวังอยู่ 2 จุด อย่างแรกคือ ต้องวางแผนการใส่ Widget ให้ดี เพราะหากใส่มากไปหรือไม่จัดระเบียบ Widget ละก็ มันจะดูรก (แต่หากคุณไม่ได้ชอบใส่ Widget อยู่แล้ว … แบบผมเป็นต้น … มันก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรเลย) ส่วนอีกเรื่องคือ อย่าเผลอไปตั้งค่าปิด “Add icon to Home screen” ใน Google Play Store ล่ะ ไม่งั้นเวลาติดตั้ง App แล้ว ไอคอนของตัว App จะไม่โผล่มาบนหน้าจอครับ แต่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงนัก เพราะตัวเลือก Add icon to Home screen นี่จะถูกเปิดไว้เป็น Default อยู่แล้ว

 

การ Uninstall app ของ Huawei Ascend P7

การ Uninstall app ของ Huawei Ascend P7

 

คนที่คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการ iOS มาก่อน ก็จะไม่รู้สึกแปลกๆ เวลาใช้ Emotion UI 2.3 นี่ครับ อาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยตอนที่จะ Uninstall app ออก เพราะแตะที่ไอคอนค้างแล้ว ไม่ใช่ไปแตะเครื่องหมาย x เพื่อลบโปรแกรม แต่จะต้องลากไอคอนไปที่คำว่า Uninstall ต่างหาก

 

โหมด Simple home ของ Huawei Ascend P7

โหมด Simple home ของ Huawei Ascend P7

 

สำหรับท่านที่สนใจจะซื้อสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ ไว้ให้ญาติผู้ใหญ่หรือคุณพ่อคุณแม่ใช้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าท่านๆ เขาจะเข้าใจการใช้งานลำบากนะครับ เพราะ Huawei Ascend P7 นี่มี User Interface อีกแบบ ที่เรียกว่า Simple home ให้เลือกครับ แค่แตะที่หน้าจอตรงที่มันไม่ใช่ไอคอนต่างๆ ซักครู่ มันก็จะมีเมนูให้เลือกเข้า Simple home ครับ ซึ่งจะเป็นการจับเอาพวก App ต่างๆ มารวมกันเป็นหมวดหมู่ให้เข้าถึงได้สะดวก เข้าใจง่าย (และหากไม่อยากใช้ Simple home ก็แค่ไปแตะที่ไอคอน Standard home ก็จะกลับไป User Interface แบบตอนแรก)

 

Notifications กับ QuickSettings ของ Huawei Ascend P7

Notifications กับ QuickSettings ของ Huawei Ascend P7

Notifications และ QuickSettings ของ Huawei Ascend P7 แบบเต็มๆ

Notifications และ QuickSettings ของ Huawei Ascend P7 แบบเต็มๆ

 

ในส่วนของ Notifications และ QuickSettings ก็มีการจัดวางไว้ได้ลงตัวดีครับ ด้านบนจะเป็น QuickSettings เอาไว้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก สามารถแตะที่ลูกศรเพื่อเปิดดู QuickSettings แบบเต็มๆ ได้ และสามารถกำหนดลำดับไอคอนก่อนหลังได้ด้วย … ส่วน Notifications นั้นไม่ได้มีอะไรแหวกแนวไปจากระบบปฏิบัติการ Android ทั่วไป

 

สามารถเปลี่ยนธีมของ Huawei Ascend P7 ได้ง่ายมาก

สามารถเปลี่ยนธีมของ Huawei Ascend P7 ได้ง่ายมาก

ตัวเลือก Customize แบบละเอียดของธีมบน Huawei Ascend P7

ตัวเลือก Customize แบบละเอียดของธีมบน Huawei Ascend P7

 

จุดเด่นของ Huawei Ascend P7 ก็คือ ความสามารถในการปรับแต่งหน้าตา หรือที่เราเรียกว่า ธีม นั่นแหละครับ โดยสามารถเลือกใช้แบบทั้งธีมเลยก็ได้ หรือจะทำการ Customize ปรับเฉพาะบางจุดที่เราต้องการก็ได้ ซึ่งปกติแล้วหากเราจะทำแบบนี้ ก็ต้องไปไล่หาดาวน์โหลด App มาช่วยในการปรับแต่งครับ

สำหรับคนที่ชอบให้มี App ต่างๆ ถูกติดตั้งมาเตรียมรอไว้ ไม่อยากไปดาวน์โหลดเองเพิ่ม อาจจะไม่ชอบแนวทางของ Huawei Ascend P7 ที่ไม่ได้ให้ App อะไรมาซักเท่าไหร่ นอกจากเท่าที่จำเป็น เช่น ตัวชิปเซ็ตสามารถฟังวิทยุได้ ก็จะมี FM Radio มาให้, มี App ไฟฉาย หรือ Flashlight มาให้, มี App สำหรับช่วยสำรองข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รายชื่อติดต่อ/SMS/ไฟล์มัลติมีเดีย หรือแม้แต่ App ที่ดาวน์โหลดมา (ซึ่งในหลายๆ แบรนด์ พวกระบบสำรองข้อมูลจะไม่สามารถแบ็กอัพ App ได้) … แต่ผมจะชอบแนวทางแบบนี้ เพราะผมอยากได้ระบบปฏิบัติการที่โล่งๆ มากกว่า แล้วอยากได้อะไรค่อยหาดาวน์โหลดเพิ่มเอาทีหลัง มันจะได้ไม่เปลืองเนื้อที่มากนัก

 

ลูกเล่นกระจกเป็นฝ้า

ลูกเล่นกระจกเป็นฝ้า

ลูกเล่นกระจกแตก

ลูกเล่นกระจกแตก

 

App นึงที่ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ผมอยากพูดถึงก็คือ Mirror ครับ ที่อาศัยความที่กล้องดิจิตอลด้านหน้าของ Huawei Ascend P7 มีความละเอียดสูงระดับ 8 ล้านพิกเซล ได้ภาพที่คมชัด เลยเอามาใช้แทนกระจกได้แบบง่ายๆ เลย … ที่ต้องพูดถึงก็เพราะว่า App นี้ดันมีลูกเล่นเอาไว้แกล้งคนครับ เช่น หากเอาเป่าลมใส่ไมโครโฟน ภาพก็จะขึ้นเป็นฝ้า ต้องเอานิ้วลากเพื่อลบฝ้าออก หรือหากเราแตะหน้าจอที่จุดเดิมๆ ติดๆ กัน เร็วๆ ก็จะเกิดเป็นกระจกแตกครับ (มุกนี้ผมลองเอาไปแกล้งแฟน แฟนตกใจ นึกว่าทำหน้าจอแตก … ฮา)

 

ประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดียและการเล่นเกม

อย่างที่น่าจะได้ทราบไปแล้วตอนวัดผลประสิทธิภาพของชิปเซ็ต Mali-450MP4 นี่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด Full HD 1080p ได้สบายๆ และหน้าจอแสดงผล Full HD แบบ IPS LCD ของ Huawei Ascend P7 นี่ก็สามารถแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอ 1080p ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

 

ดูคลิป 1080p บน Huawei Ascend P7

ดูคลิป 1080p บน Huawei Ascend P7

ลำโพงของ Huawei Ascend P7 นี้ให้เสียงที่ค่อนข้างกว้าง แสดงรายละเอียดเสียงออกมาได้ค่อนข้างโอเค มีปลายเสียงสูงค่อนข้างกระจายทำให้รู้สึกฟุ้ง และขาดความชัดเจนไปบ้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานด้านมัลติมีเดียทั่วๆ ไป รวมถึงการฟังเพลงทั่วๆ ไปด้วย แต่หากต้องการความหนักแน่นของเบส ก็อาจจะไม่ได้มากเท่าไหร่นัก … และดูๆ แล้วคาแร็คเตอร์ของเสียงของ Huawei Ascend P7 นี่ก็คงเส้นคงวามาก เพราะเมื่อลองทดสอบฟังด้วยหูฟังแล้ว ก็ยังคงได้รูปแบบของเสียงเหมือนกับตอนฟังด้วยลำโพงครับ

ลองเอามาเล่นเกมบ้าง … แม้ว่าชื่อของชิปเซ็ตจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เท่าที่ลองเล่นดู เกมต่างๆ ก็สามารถเล่นบน Huawei Ascend P7 ได้เป็นอย่างดี ใครอยากเอามาเล่นคุกกี้รัน ไม่ต้องห่วงเลย เล่นได้สบายๆ แน่นอน (ไปห่วงว่าจะมีใครเผลอไปซื้อคริสตัลจนบิลบัตรเครดิตมาบานดีกว่า … ฮา)

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน Huawei Ascend P7

เกม Asphalt 8: Airborne บน Huawei Ascend P7

 

ทดสอบด้วยเกม Asphalt 8: Airborne เช่นเคย ลองเปิดดูก็พบว่าตัวเกมนั้นจะตั้งคุณภาพของกราฟิกไว้ที่ระดับ Medium เป็น Default ครับ อย่าไปกลัว ไปปรับเป็น High ไปเลย เพราะ GPU Mali-450MP4 นั้น สามารถเล่นเกมนี้ด้วยกราฟิกคุณภาพสูงสุดได้แบบไหลลื่นไม่มีกระตุกเลยครับ ไม่เหมือนกับพวกชิป Quad-core ราคาประหยัดที่แค่พอเล่นได้โดยต้องยอมรู้สึกว่า Frame rate ไม่สูง … แต่ Huawei Ascend P7 นี่ เล่นได้แบบลื่นๆ และไม่รู้สึกว่า Frame rate ต่ำแต่อย่างใด … ต้องบอกว่าตอบโจทย์คนที่เล่นเกมบนสมาร์ทโฟนได้แน่นอน

 

กล้องและวิดีโอบน Huawei Ascend P7

กล้องของ Huawei Ascend P7 นั้น มี User Interface ที่เรียบง่าย ใช้งานไม่ยากครับ ปรับแต่งได้ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ISO/White balance/Exposure/Saturation/Contrast/Brightness และมีโหมดในการถ่ายภาพที่ค่อนข้างหลากหลาย แม้จะไม่ได้มีตัวเลือกจำพวกลูกเล่นเอฟเฟ็กต์รูปมากนัก แต่นั่นก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Huawei Ascend P7 มาพร้อมกับโปรแกรมตกแต่งภาพที่ความสามารถหลากหลายมาก

 

User Interface กล้องของ Huawei Ascend P7

User Interface กล้องของ Huawei Ascend P7

 

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลของ Huawei Ascend P7 นั้นถือว่ามีคุณภาพโอเค สมกับความเป็นกล้องดิจิตอล 13 ล้านพิกเซล สามารถนำไปใช้ถ่ายภาพได้ในหลากหลายสถานการณ์เลย แม้แต่ในกรณีที่เราจะถือกล้องเดินตามแฟนเพื่อถ่ายภาพตอนไปเที่ยวกันก็ทำได้สบายๆ เพราะเจ้านี่มีโหมด Object tracking ให้คอยติดตามโฟกัสเป้าหมายที่เรากำหนดเอาไว้ด้วย

 

IMG_20140712_113300IMG_20140712_170417IMG_20140712_173610IMG_20140712_180432IMG_20140712_181205

 

เท่าที่ลองใช้งาน คุณสมบัติการปรับชดเชยแสงด้วยการวัดแสงจากบริเวณที่แตะบนหน้าจอ ถือว่าทำงานได้ค่อนข้างโอเค เพียงแต่ติดว่ามีบางครั้งที่สภาพแสงมันซับซ้อน (เป้าหมายที่เราจะถ่ายภาพดันมีสีสันที่สว่างไปหน่อย หรือมืดไปหน่อย) เราก็อาจจะได้ภาพที่แสงดูโอเวอร์ไป แต่นั่นก็เป็นที่มาที่ Huawei Ascend P7 เขามีตัวเลือกให้ปรับแบบ Manual ได้ค่อนข้างละเอียดในทุกๆ กรณี เช่น การปรับ Exposure แบบ Manual เอง หรือแม้แต่การปรับความอิ่มของสี (Saturation) ที่ช่วยเพิ่มความสดของสีต่างๆ ได้

ในการถ่ายในสภาพแสงน้อย ก็ลองเอาไปถ่ายตอนไปที่ Clarke Quay ประเทศสิงคโปร์ ล่องเรือตามแม่น้ำ แล้วถ่ายภาพบรรยากาศยามค่ำคืนที่สิงคโปร์ ก็เรียกได้ว่าเก็บภาพได้สบายๆ ทีเดียวล่ะครับ

 

IMG_20140711_212445IMG_20140711_204616IMG_20140711_210239

 

ในส่วนของกล้องดิจิตอลด้านหน้า ด้วยความละเอียดของเซ็นเซอร์ภาพ 8 ล้านพิกเซล ทำให้เราอาจจะคิดแบบง่ายๆ ได้ว่า คุณภาพไม่แพ้กล้องดิจิตอลด้านหลังของสมาร์ทโฟนบางยี่ห้อบางรุ่นเลยล่ะ นอกจากนี้ ก็ยังมีโหมด Beauty ให้เราเลือกปรับทำหน้าสวยได้หลากหลายระดับ ซึ่งปรับระดับสูงสุดนี่ ถึงกับทำผู้ชายสวยได้เลยทีเดียวนะเออ

 

Selfie แบบปกติ ด้วย Huawei Ascend P7

Selfie แบบปกติ ด้วย Huawei Ascend P7

Selfie ด้วย Huawei Ascend P7 แบบ Beauty ระดับ 5

Selfie ด้วย Huawei Ascend P7 แบบ Beauty ระดับ 5

Selfie ด้วย Huawei Ascend P7 แบบ Beauty ระดับ 10

Selfie ด้วย Huawei Ascend P7 แบบ Beauty ระดับ 10

 

อีกโหมดนึงที่ต้องนำเสนอเลย คือ Panoramic Selfie ครับ ซึ่งตอบโจทย์คนที่ไปเที่ยวคนเดียว หรือ เป็นคู่ แบบไม่ต้องง้อใครมาช่วยถ่าย หรือแม้แต่ไม้ Selfie เลยด้วย … ใครที่ชอบถ่าย Selfie นั้นจะรู้ดีครับ ปกติแล้วถ่ายแล้วจะไม่ค่อยได้เห็นวิวทิวทัศน์อะไรมากมาย เพราะจะเน้นเป็นการถ่ายใบหน้าบุคคลเป็นหลัก ยิ่งถ่ายหลายคนยิ่งลำบาก นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของไม้ Selfie ไง

 

ถ่าย Selfie ปกติ จะได้มุมมองแค่นี้ เห็นแต่คน ไม่ค่อยเห็นวิว

ถ่าย Selfie ปกติ จะได้มุมมองแค่นี้ เห็นแต่คน ไม่ค่อยเห็นวิว

 

แต่หากถ่าย Panoramic Selfie ได้ละก็ เราจะเห็นมุมมองของภาพที่กว้างขึ้น เพราะ Huawei Ascend P7 ให้ถ่าย Selfie แบบสามภาพ สามมุม เอามาต่อกัน ให้ได้ภาพเดียวที่มีมุมมองกว้างว่า และใช้งานไม่ยากเลยครับ แค่ถ่ายตรงกลางก่อน จากนั้นก็ไปถ่ายข้างซ้าย แล้วก็หมุนไปถ่ายข้างขวา

 

แต่หากถ่ายด้วย Panoramic Selfie ของ Huawei Ascend P7 แล้ว จะได้ภาพมุมกว้างแบบนี้

แต่หากถ่ายด้วย Panoramic Selfie ของ Huawei Ascend P7 แล้ว จะได้ภาพมุมกว้างแบบนี้

 

ฉะนั้น ถ่ายภาพหมู่ ก็ไม่ต้องง้อใครครับ ถ่ายแบบ Panoramic Selfie ไปเลย ได้ภาพมุมมองกว้าง ถ่าย Selfie หมู่สี่คน ไม่ต้องพกไม้ Selfie ไปให้หนักกระเป๋าเลยด้วยซ้ำ

 

ถ่าย Selfie หมู่ที่ Marina Bay Sands แบบไม่ต้องง้อใคร ด้วย Panoramic Selfie ของ Huawei Ascend P7

ถ่าย Selfie หมู่ที่ Marina Bay Sands แบบไม่ต้องง้อใคร ด้วย Panoramic Selfie ของ Huawei Ascend P7

 

Gallery ของ Huawei Ascend P7 นั้น มีโหมดตกแต่งภาพที่ความสามารถหลากหลายมาก โดยเราเลือกได้ว่าจะ ใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับภาพ, ปรับแต่งภาพหน้าบุคคล, ปรับแต่งรูปภาพ, ปรับแต่งสี หรือใส่กรอบให้รูปภาพ … ปกติแล้วผมจะไม่รีวิว Gallery ของสมาร์ทโฟนซักเท่าไหร่ เพราะไม่ได้มีลูกเล่นปรับแต่งอะไรน่าสนใจมากนัก แต่ว่า Huawei Ascend P7 นี่มีลูกเล่นที่เกินค่าตัวจริงๆ ครับ

 

โหมดการปรับแต่งต่างๆ บน Gallery ของ Huawei Ascend P7

โหมดการปรับแต่งต่างๆ บน Gallery ของ Huawei Ascend P7

 

การใส่เอฟเฟ็กต่างๆ ให้กับรูป ก็เป็นการเลือกว่าอยากได้สไตล์ของเอฟเฟ็กต์แบบไหน แต่ที่น่าสนใจคือ เราสามารถเลือกปรับแต่งภาพเสร็จแล้ว เซฟเป็น Preset ของเราเองไว้ใช้ทีหลังได้ เช่น เลือกปรับแต่งภาพหน้าบุคคลในแบบต่างๆ แล้วเลือกปรับสีสันของภาพ ใส่กรอบให้เรียบร้อย แล้วเซฟไว้ จากนั้นเปิดรูปอื่นขึ้นมา แล้วเลือก Preset ที่เราเซฟไว้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเลือกปรับแต่งกันอีกรอบ และไม่ต้องจำกัดอยู่เฉพาะเอฟเฟ็กต์ที่ Huawei เตรียมมาให้

การปรับแต่งภาพหน้าบุคคล ก็คือประมาณ Beauty mode แบบ Offline นั่นแหละครับ ถ่ายรูปเสร็จแล้วค่อยมาปรับแต่งกันทีหลัง ก็มีให้เลือกหลายแบบ และสามารถปรับทุกให้หน้าที่ Detect ได้ในภาพพร้อมๆ กันหมดเลย

 

เลือกปรับความสว่างของภาพแบบ Graduated ทำให้ดูสมจริงมาก

เลือกปรับความสว่างของภาพแบบ Graduated ทำให้ดูสมจริงมาก

 

ที่ผมชอบที่สุด ก็เห็นจะเป็นเรื่องการปรับแต่งสีของรูปภาพนั่นแหละครับ ไม่อยากคิดมากก็เลือก Auto color ไปเลย แต่หากต้องการปรับตามใจชอบ เราสามารถปรับได้ทั้ง Vignette, Contrast, Exposure หรือแม้แต่ปรับ Curve ของภาพ หรือการปรับระดับความสว่างของภาพแบบ Graduated ซึ่งจะเป็นการปรับความสว่างของภาพแบบเฉพาะบริเวณที่เลือก และเป็นการปรับแบบไล่ระดับ ซึ่งในหลายๆ กรณี จะให้ความสมจริงมากกว่าการปรับความสว่างของภาพทีเดียวทั้งภาพ

บอกได้คำเดียว … Gallery ของ Huawei Ascend P7 นี่เมพมากๆ ครับ

 

บทสรุปของการรีวิว Huawei Ascend P7

สำหรับสนนราคา 14,990 บาท ก็ถือว่า Huawei Ascend P7 นั้นตอบโจทย์การใช้งานในฐานะสมาร์ทโฟนได้ครบเครื่องครับ อาจจะต้องเน้น อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ในการดาวน์โหลด App มาเพิ่มความสามารถกันนิดหน่อย แต่อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ มันดีตรงที่ไม่เลอะมาก ตัวเครื่องจะปราศจาก App ที่ไม่จำเป็น (หากเราไม่ไปติดตั้งซะเอง)

จุดเด่นของ Huawei Ascend P7 นั้นชัดเจนมาก เรื่องดีไซน์ที่บางและเบาพกพาได้สะดวก สเปกที่แรงตอบโจทย์การใช้งาน และกล้องดิจิตอลที่เหมาะทั้งใช้ถ่ายปกติด้วยกล้องหลัง หรือจะถ่าย Selfie กันเดี่ยวๆ เป็นคู่ หรือแม้แต่หมู่คณะก็ทำได้ และให้มุมมองที่มากกว่าการถ่ายแบบ Selfie ของสมาร์ทโฟนยี่ห้อ/รุ่นอื่นๆ เพราะ Panoramic Selfie นี่แหละครับ

 

สำหรับใครที่สนใจ เขาบอกมาว่าสั่งซื้อ online ได้ที่ Lazada ครับ

  • สีดำ http://www.lazada.co.th/huawei-ascend-p7-black-234800.html
  • สีขาว http://www.lazada.co.th/huawei-ascend-p7-white-234801.html

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: