รีวิว LG G3 Flag ship ตัวล่าสุดจาก LG

หลังจากเปิดตัวในประเทศไทยไปได้ไม่นาน ผมก็ได้มีโอกาสทดสอบ LG G3 กันแบบจริงๆ จังๆ ซะทีครับ แน่นอนว่าเจ้านี่คือภาคต่อของ LG G2 ที่ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายชื่นชมว่าดีทั้งด้านดีไซน์ ดีทั้งเรื่องฮาร์ดแวร์ และราคาคุ้มค่า … ในฐานะภาคต่อนั้น LG G3 ก็มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่อัพเกรดเพิ่มขึ้นมา ภายใต้แนวคิดการออกแบบคล้ายๆ LG G2 กับสนนราคาค่าตัวที่แพงกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย คือ 20,990 บาทเท่านั้น คำถึงจึงมีอยู่ว่า แล้วเมื่อนำมาลองเล่นกันแบบเต็มๆ แล้ว LG G3 นั้นยังรักษาความเป็นสมาร์ทโฟนที่เหล่าบล็อกเกอร์ยังชื่นชมได้ไหม ลองไปอ่านรีวิวกันครับ

 

เช่นเคย เริ่มต้นด้วยรูปร่างหน้าตาของ LG G3 กันก่อน

สไตล์การออกแบบของ LG G3 นั้น ก็คล้ายๆ กับ LG G2 อยู่หลายส่วนครับ เท่าที่ได้ลองถือเอาไว้ในมือ ก็ต้องขอบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนขนาดหน้าจอใหญ่ที่ยังจับได้สบายๆ ในมือข้างเดียว การใช้งานพื้นฐานน่าจะใช้งานมือเดียวได้ แต่ในการใช้งานจริงจัง ผมว่าหน้าจอไซส์ขนาดนี้ ถือใช้งานสองมือน่าจะสะดวกกว่านะ … พิจารณาแนวทางการออกแบบของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันแล้ว มีความต้องการขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ในขณะที่ต้องพยายามให้ขนาดของตัวเครื่องไม่ใหญ่ไปจากของเดิมมากนัก ซึ่ง LG G3 ก็ถือว่าทำการบ้านในจุดนี้มาได้ดีพอสมควร

 

LG G3 ด้านหน้า

LG G3 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ LG G3 นั้น เป็นหน้าจอ True HD IPS LCD ขนาดใหญ่เบิ้ม 5.5 นิ้ว ตามสมัยนิยมของสมาร์ทโฟนระดับ Flag ship ในปัจจุบัน ความละเอียดหน้าจอแสดงผลระดับ 2K คือ 2560×1440 พิกเซล เลยทำเอาค่า Pixel density พุ่งไปถึง 534ppi กันเลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล และเพื่อลดขนาดของตัวเครื่องให้มากที่สุด เจ้านี่จึงไม่มีปุ่มกดจริงๆ อยู่บนหน้าจอ แต่ใช้ Virtual key ตามแนวคิดของ Google แทน

 

LG G3 ด้านหลัง

LG G3 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ LG G3 ก็มาตามแนวคิดของ LG G2 เดิมครับ คือ ปุ่มทุกปุ่มมาอยู่ตรงนี้หมด นั่นก็คือ ปุ่ม Power และ ปุ่มปรับระดับเสียง … นอกจากนี้ก็ยังมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ พร้อม Dual LED Flash กับการโฟกัสภาพด้วยแสงเลเซอร์ (ไอ้ช่องสีดำๆ ข้างๆ เลนส์นั่นแหละ) โดยด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีลำโพง … ดีไซน์ที่แตกต่างไปจากเมื่อครั้งเป็น LG G2 ก็คือ งวดนี้ LG ทำฝาหลังให้มีลักษณะเป็น Metalic surface หรือ มีลักษณะของพื้นผิวคล้ายโลหะ โดยคาดว่าน่าจะเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องได้

 

LG G3 ด้านบน

LG G3 ด้านบน

 

ด้านบนของ LG G3 ที่เห็น ก็เป็นช่องอินฟราเรด และรูไมโครโฟน ที่เอาไว้ทำ Noise cancellation และใช้อัดเสียงตอนถ่ายวิดีโอ

 

LG G3 ด้านล่าง

LG G3 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ LG G3 นั้นก็มีพอร์ต Micro USB 2.0, รูไมโครโฟนใช้อัดเสียงตอนถ่ายวิดีโอและใช้ในการสนทนาทางโทรศัพท์ และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย … โดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยชอบให้ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาอยู่ด้านล่างซักเท่าไหร่ เพราะพฤติกรรมการใส่พวกสมาร์ทโฟนลงกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงของผม ผมชอบให้ด้านบนของตัวเครื่องชี้ขึ้นมา ซึ่งการเอาช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ไปอยู่ด้านล่างมันทำให้ผมใส่สมาร์ทโฟนลงกระเป๋าแบบนั้นไม่ได้ เพราะมันจะเสียบหูฟังไม่สะดวก … แต่อันนี้ นานาจิตตัง นะครับ

มองในแง่ความแปลกใหม่ของการออกแบบ ต้องบอกว่า อาจจะไม่ถึงกับรู้สึกได้ชัดเจนนัก เพราะสไตล์การออกแบบยังเหมือนเดิม ยังคงได้ความรู้สึกของ LG G2 อยู่พอสมควรครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ LG G3

ทีนี้ก็ถึงคราวที่เราจะมาดูกันบ้างว่า แล้วในแง่ของฮาร์ดแวร์กับประสิทธิภาพนั้น LG G3 มีอะไรที่พัฒนาเหนือขึ้นมาจากเมื่อครั้งยังเป็น LG G2 อยู่บ้างครับ

  • CPU: Qualcomm MSM8975AC Snapdragon 801 Quad-core 2.5GHz Krait 400
  • GPU: Adreno 330
  • Display: True HD IPS LCD 5.5″ ความละเอียด 2560×1440 พิกเซล (534ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: Android 4.4.2
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: 700/800/900/1800/2100/2300/2600MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP, LE
    • Infrared port: มี
    • NFC: มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2.1 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล Auto focus เซ็นเซอร์ขนาด 1/3″ พร้อม Dual LED Flash และ Laser focus
  • Battery: 3,000mAh
  • Dimensions: 146.3 มม. x 74.6 มม. x 8.9 มม.
  • Weight:  149 กรัม
  • Other: –
  • Price: 20,990 บาท

จากที่เห็นการอัพเกรดที่สำคัญของ LG G3 ก็คือหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงลิ่ว 2K (2560×1440 พิกเซล) มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกนิด และกล้องดิจิตอลที่เพิ่มความสามารถการโฟกัสภาพด้วยเลเซอร์เข้ามา แต่นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดซะมากกว่า เช่น ชิปหน่วยประมวลผลที่ใช้ Qualcomm Snapdragon 801 (จากเดิม Snapdragon 800) แต่ที่น่าแปลกใจคือ LG นำรุ่น RAM 2GB Internal storage 16GB เข้ามาขาย แทนที่จะเป็นรุ่น RAM 3GB Internal storage 32GB มาขายครับ อันนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องของราคาต้นทุน หากนำรุ่นใหญ่กว่ามาจำหน่าย จะทำราคา 20,990 ไม่ได้ แต่นั่นก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบได้ว่า LG G2 เปิดตัว 19,900 บาท แต่ได้ Internal storage 32GB พอมาเป็น LG G3 เปิดตัวแพงขึ้นอีกหน่อย แต่ได้ Internal storage 16GB เอง

ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ

 

 

จากคะแนนที่ได้ ก็แอบแปลกใจอยู่เล็กน้อย เพราะคะแนนดูต่ำกว่าที่ควรจะเป็น สำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 801 แบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อผมลองเปรียบเทียบกับ Oppo Find 7 ที่สเปกใกล้เคียงกัน (ต่างกันที่ RAM 3GB และ Internal storage 32GB) คะแนนแตกต่างกันมากมาย (เช่น AnTuTu Benchmark นั้น Oppo Find 7 ทำคะแนนได้สูงถึง 36406 คะแนนเลย และ 3DMark นั้น ทั้ง Ice Storm และ Ice Storm Extreme ก็ Maxed Out! ทั้งคู่) ตรงนี้เองผมก็แปลกใจ แต่ไม่อยากฟันธงว่าคะแนนจะออกมาแบบนี้เสมอไป เพราะจากที่ค้นหาข้อมูลอื่นๆ ก็พบว่า เว็บอื่นๆ ที่รีวิว LG G3 เขาก็ได้คะแนนระดับ 36,xxx จาก AnTuTu Benchmark เช่นกัน … ฉะนั้นแนะนำว่ามีโอกาสควรลองเองอีกรอบครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน LG G3

LG G3 มีการออกแบบปรับปรุง User Interface ใหม่ โดยเริ่มจากไอคอนต่างๆ ก็เป็นชุดใหม่ ที่ออกแบบตามสมัยนิยม คือ Flat design  แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของตนเอง คือ ดีไซน์ของไอคอนต่างๆ ไม่ออกมาดูเป็นทางการมากจนเกินไป และไม่ซับซ้อนมากจนมองไม่ออกว่าไอคอนนี้มันคือ App อะไรกันแน่ … แน่นอนว่ายังคงแบ่งหน้าจอออกเป็น Lock screen, Home screen, App tray และมี Notifications & QuickSettings อยู่ ตามแบบฉบับของระบบปฏิบัติการ Android

 

Home screen ของ LG G3

Home screen ของ LG G3

 

แต่ในส่วนของ Home screen นั้น LG G3 มีการเพิ่มลูกเล่นเข้าไปหน่อย เป็น Widget ชื่อว่า Smart Notice ครับ ซึ่งอาศัยแนวคิดคล้ายๆ กับ Google Now แต่เป็นคนละเรื่องกันนะ ที่ว่าคล้ายๆ คือ ตัวซอฟต์แวร์จะทำการนำเสนอการแจ้งเตือนตามที่มันเห็นสมควรโดยอัตโนมัติเอง แต่ที่ว่าต่างก็เพราะ มันจะเน้นเตือนพวกเรื่องส่วนตัวของเราหรือที่เกี่ยวกับเราแบบเฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น เตือนให้พกร่มไปด้วยเพราะฝนอาจจะตก (โดยดูจากข้อมูลพยากรณ์อากาศ), เตือนให้โทรกลับในกรณีมี Missed call, เตือนวันเกิดเพื่อน (ดูข้อมูลจาก Contact) เป็นต้น

 

Smart Notice บน LG G3

Smart Notice บน LG G3

 

ในส่วนของ Notifications และ QuickSettings นั้น ก็เป็นสิ่งที่ LG มีการปรับแต่งเพิ่มเติม โดยนอกจากจะมี QuickSettings ให้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวกแล้ว ก็ยังมี QSlide Apps ให้เข้าถึง App ต่างๆ ที่ LG เขาว่าน่าจะใช้บ่อยได้สะดวกขึ้น โดย App พวกนี้จะถูกเปิดออกมาในแบบ Multitasking คือ เปิดมาเป็นหน้าต่าง App ขนาดเล็กๆ สำหรับใช้งานแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ใช้เสร็จแล้วก็ปิดไป … ฉะนั้นจึงมีตัวเลือกของ App ไม่มาก เพราะมันต้องเป็น App ที่รองรับคุณสมบัตินี้จริงๆ

 

Notifictions, QuickSettings และ QSlide ของ LG G3

Notifictions, QuickSettings และ QSlide ของ LG G3

เปิด QSlide App ขึ้นมาจะเป็นแบบนี้

เปิด QSlide App ขึ้นมาจะเป็นแบบนี้

 

และท้ายสุดคือ App tray ที่ดูหวือหวาน้อยที่สุดแล้ว เพราะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่แบบเห็นได้ชัด

 

App tray ของ LG G3

App tray ของ LG G3

 

ในภาพรวม ในส่วนของ User Interface ของ LG G3 นั้น ถือว่าดูเรียบง่าย และสามารถใช้งานได้สะดวกดีไม่มีปัญหาอะไรเลย … ทีนี้มาดูว่า ในสมาร์ทโฟนระดับ Flag ship แบบนี้ LG เขาเตรียม App อะไรมาไว้ให้บ้าง …

แรกสุดเลย LG G3 มาพร้อมกับ License ของ McAfee Mobile Security ครับ คุณสมบัติหลักคือช่วยสแกนพวก Malware ในเครื่อง เหมาะสำหรับคนที่มือซน ชอบไปดาวน์โหลด App เถื่อนมาติดตั้ง และที่น่าสนใจคือ คุณสมบัติ Find device ที่จะคอยส่งข้อมูลพิกัดที่อยู่ของตัวเครื่องไปยัง Cloud ให้เราสามารถตามหาได้ภายหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก เมื่อใช้ร่วมกับคุณสมบัติ Lock Down Device ที่อยู่ใน Settings ของตัว App ที่จะป้องกันไม่ให้ใครมาทำการ Factory Reset หรือ Root เครื่อง หรือเสียบสาย USB เพื่อใช้คำสั่งลบข้อมูลเครื่องได้

 

McAfee Mobile Security

McAfee Mobile Security

 

เท่าที่ดู LG ไม่ได้ให้ App มาด้วยมากนัก แต่จะเน้นไปที่การให้ผู้ใช้งานไปดาวน์โหลดมาเองจาก LG Smart World ซะมากกว่าครับ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย และมีบางอย่างที่เป็น Deal พิเศษสำหรับผู้ใช้งาน LG ด้วย ก็ลองไปดูเอาว่าสนใจอะไรบ้าง

 

LG Smart World

LG Smart World

 

อีกฟีเจอร์นึงที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยได้เห็นซักเท่าไหร่แล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าเป็นฟีเจอร์ที่ ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีก็ดีนะ นั่นก็คือ FM Radio ครับ เสียบชุดหูฟังเข้าไปทำหน้าที่เป็นเหมือนเสาอากาศแล้วก็สามารถใช้ LG G3 เปิดรับฟังวิทยุได้เลย คุณภาพสัญญาณก็อยู่ที่ว่า ณ จุดที่คุณอยู่นั้น สัญญาณวิทยุแรงแค่ไหนนั่นแหละ … ไม่ใช่ฟีเจอร์คอขาดบาดตาย โดยเฉพาะในยุคที่เราสามารถฟังคลื่นโปรดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่ก็อย่างที่บอก ถ้ามีก็ดี ไม่มีก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

FM Radio ของ LG G3

FM Radio ของ LG G3

 

แต่ฟีเจอร์ที่ผมชอบมาในตัว LG G3 นี่ ซึ่งจริงๆ แล้ว LG G2 ก็มีนะ นั่นก็คือ QuickRemote ครับ ใช้พอร์ตอินฟราเรดที่มากับตัวเครื่องทำงานเป็นรีโมทคอนโทรให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้ … อาจจะดูไม่แปลกและแตกต่างจาก Flag ship ของอีกหลายๆ ยี่ห้อ แต่จริงๆ แล้วมันแตกต่างอยู่ตรงที่ QuickRemote ของ LG G3 นี่ มันเรียนรู้โค้ดของรีโมทได้ครับ นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าใน QuickRemote จะไม่ได้มียี่ห้อและรุ่นของเครื่องไฟฟ้าที่เรามีอยู่ในระบบ ขอแค่เรามีรีโมทคอนโทรลของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น เราก็เอามันมาสอนให้ QuickRemote รู้จักโค้ดใหม่ๆ ได้

 

Quick Remote ของ LG G3

Quick Remote ของ LG G3

 

ทีนี้มันก็มีคำถามอีกว่า แล้วหน้าจอแสดงผลแบบ 2K นั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานโดยทั่วไปไหม?!? แล้วสีสันที่ได้มันจะจืดลงไปหรือเปล่า?!? ตรงนี้ผมว่าคำตอบน่าจะหลากหลายครับ … อันดับแรกเลย ขอเปรียบเทียบหน้าจอแสดงผล 3 เครื่องที่เผอิญผมมีอยู่ ณ ขณะนี้ก่อนเลย นั่นก็คือ LG G3 ที่หน้าจอแสดงผล 2K ที่เรากำลังรีวิวอยู่นี้ กับ Oppo Find 7 ที่หน้าจอแสดงผลขนาดเท่ากัน และเป็น 2K เช่นเดียวกัน กับตัวสุดท้ายคือ Samsung Galaxy S5 ที่แม้จะไม่ใช่หน้าจอขนาด 2K แต่ว่าก็มีจุดเด่นตรงความที่เป็น Super AMOLED ครับ

 

เทียบ Colour range ของ Oppo Find 7 vs LG G3 vs Samsung Galaxy S5

เทียบ Colour range ของ Oppo Find 7 vs LG G3 vs Samsung Galaxy S5

เครดิตภาพที่นำมาใช้รีวิว: wallpho.com

 

จากรูปนั้น ตัวบนสุดคือ Oppo Find 7 ตามมาด้วย LG G3 และ Samsung Galaxy S5 ตามลำดับ … จะเห็นว่าแม้ LG G3 นั้น หน้าจอแสดงผลสามารถแสดงผลแยกแยะสีสันได้ค่อนข้างดี ในขณะที่ Oppo Find 7 นั้น แม้ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลระดับ 2K เช่นกัน แต่ไม่สามารถแสดงรายละเอียดในส่วนของใบไม้และต้นมะพร้าวได้มากนัก จะเห็นเป็นเงามืดๆ ไป … ในขณะที่ Samsung Galaxy S5 และ LG G3 นั้นดูจะสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้ครบถ้วนกว่า ทีนี้ตัวเลือกก็อยู่ที่ว่าใครจะชอบความสดจัดจ้านของสีมากกว่าครับ

เมื่อผมลองเปรียบเทียบดูจะพบว่า หน้าจอแสดงผลของ LG G3 นั้น จะให้สีสันที่ไม่จืดชืด แต่ก็ไม่ถึงกับจัดจ้าน เรียกว่ากลางๆ จะดีที่สุด บางคนก็จะชอบแบบนี้ เขาจะเรียกว่าสีสันสมจริง ในขณะที่ Samsung Galaxy S5 นั้น จะให้สีน้ำเงินที่เข้มจัด และสีเหลืองที่สว่างจ้างกว่าจอ True HD IPS LCD ของ LG G3 ครับ ควรที่ชอบความจัดจ้านจะชอบแบบนี้มากกว่า … ฉะนั้น ตัวใครตัวมันจริงๆ

ส่วนเรื่องความคมชัดนั้น หากใครตาดีมากจริงๆ ก็น่าจะแยกแยะความแตกต่างระหว่างจอ Full HD 1080p กับ 2K ได้ครับ … แต่สำหรับคนทั่วไป ไม่ได้จะมีผลอะไรมากมาย … แต่ที่ผมเห็นความแตกต่าง น่าจะเป็นตอนที่เอาหน้าจอแสดงผลระดับ 2K นี่มาดูพวกไฟล์รูปความละเอียดที่ต่ำหน่อย เพราะมันทำให้ภาพออกมาดูคมชัดขึ้นซะงั้นอ่ะครับ

จากประสบการณ์ในการใช้งาน หน้าจอแสดงผลระดับ 2K นั้น ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดปัญหากับ App อะไรมากมายครับ เพราะส่วนใหญ่พัฒนาตาม Guideline ของทาง Google ฉะนั้นจะสามารถปรับ User Interface ตามความเหมาะสมของความละเอียดของหน้าจอแสดงผลได้ แต่ก็ยังมี App ส่วนน้อย ซึ่งมักจะเป็น App ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในวงจำกัด เช่น App ที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับพวกอุปกรณ์เครื่องเสียง หรือ ชุดโฮมเธียเตอร์บางอย่าง ที่ไม่ใช่ตลาด Mass ทีมพัฒนาก็อาจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ และส่งผลให้ User Interface ออกมามีขนาดไม่เหมาะสม (ตัวอักษรหรือพวกไอคอนต่างๆ จะเล็กลง เพราะไม่ได้เขียนโปรแกรมให้ปรับขนาดตัวอักษร และกราฟิกไอคอนที่ใช้ไม่ได้เป็นแบบ High resolution)

 

การรับชมไฟล์มัลติมีเดียบน LG G3

ด้วยประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล Snapdragon 801 นั้น หมดห่วงเรื่องกระตุกครับ เพราะสามารถเล่นไฟล์วิดีโอระดับ 4K ได้ลื่นๆ สบายๆ เลยทีเดียว … ตรงนี้ LG เขาพยายามโชว์ความสามารถของหน้าจอแสดงผล ด้วยการใส่วิดีโอมาให้ไว้ในเครื่องด้วย 2 ไฟล์ ซึ่งเป็นวิดีโอวิวทิวทัศน์ที่ทั้งสีสันสดมาก แล้วก็มีรายละเอียดของภาพเยอะมากทีเดียว ซึ่งหน้าจอแสดงผลระดับ 2K ก็แสดงศักยภาพของวิดีโอได้อย่างเต็มที่จริงๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ อยู่ที่ว่าผู้ใช้งานจะสายตาดีพอจะแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Full HD กับ 2K ออกหรือไม่ เพราะหาไม่แล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างใด

 

ชมคลิป 2K บน LG G3

ชมคลิป 2K บน LG G3

 

แน่นอนว่าจะรับชมคลิประดับ 4K ก็ย่อมทำได้สบายๆ ครับ … แต่ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ความแตกต่างระหว่างดูบนจอแสดงผลระดับ Full HD กับ 2K นั้น ไม่ได้เห็นอะไรมากมายนัก แต่กลับกัน ผมพบว่าเมื่อเอามาดูคลิปความละเอียดระดับ 720p นั้น กลับให้ความรู้สึกว่าภาพคมชัดขึ้นมาซะงั้นอ่ะ … กลายเป็นว่า ประโยชน์ที่ได้จากการมีหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงมากๆ กลับเป็นการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดที่ต่ำกว่าได้ดูคมชัดขึ้น

 

ชมคลิป 4K บน LG G3

ชมคลิป 4K บน LG G3

 

เสียงที่ได้จากลำโพงให้ความรู้สึกโปร่ง กว้าง เนื้อเสียงดี แสดงรายละเอียดออกมาได้ดี แม้พวกเครื่องดนตรีเสียงต่ำ และที่สำคัญคือค่อนข้างดัง ย่านแหลมมีความเด่นหน่อย โทนเสียงชัดใส ไม่ฟุ้ง ไม่กระด้างหู ย่านกลางกำลังดี ไม่แบนจนเกินไป รายละเอียดที่เป็นเสียงต่ำ ถ้า Source มาขาดเสียงกลางไปก็อาจจะหายไปบ้าง โดยรวมถือว่าเป็นลำโพงมือถือที่ใช้ฟังเพลงได้ดีอยู่

ทดสอบด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่าเสียงที่ได้มีความสมดุลของย่านเสียงดีมาก มิติดี โปร่ง ย่านสูงฟังเพราะเป็นธรรมชาติดี ไม่ฟุ้งจนฟังหลอก ย่านกลางไม่แบนไม่บวม และย่านต่ำที่ฟังแน่นแบบพอดีๆ ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดี เร่งระดับเสียงขึ้นก็ยังคงโทนเสียงเดิม ไม่แข็งกระด้าง ไม่แตกพร่า ไม่บวมหรือเบลอ

 

การเล่นเกมบน LG G3

เกม Asphalt 8: Airborne ดูจะทำออกมารองรับการแสดงผลระดับ 2K แล้วละมั้ง เพราะรู้สึกได้ว่าภาพที่ได้ มีความคมชัดขึ้นมากทีเดียว อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าเมื่อต้องประมวลผลกราฟิก 3D ที่ความละเอียดสูงมากขึ้น ก็จะกินสเปกเครื่องมากขึ้นด้วยเช่นกัน ตอน Intro เข้าสนาม Nevada นั้นผมพบว่ามันกระตุกในช่วงที่กำลังแพนกล้องให้ดูบรรยากาศของสนามโดยรอบ แต่อย่างไรก็ตาม ในการเล่นเกมจริงๆ นั้น ภาพไม่ได้กระตุกแต่อย่างใดครับ ทุกอย่างไหลลื่นดี

 

เกม Asphalt 8: Aurborne บน LG G3

เกม Asphalt 8: Aurborne บน LG G3

 

 

การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอบน LG G3

หลังๆ มานี่ผมสังเกตว่าพวกโหมดถ่ายรูปอะไรที่แบรนด์เพื่อนร่วมชาติของ LG เขามี ทาง LG ก็จะต้องจัดให้มีด้วยเช่นกัน แต่จะมีการปรับเปลี่ยนให้มีความแตกต่างออกไปนิดหน่อย และบ่อยครั้งทำให้ออกมาดูดีขึ้นอีกนิดด้วยครับ … ตัว User Interface ของ LG G3 นั้น ก็เรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก และแม้ว่าจะมีลูกเล่นในระดับหนึ่ง แต่ก็อยู่ในระดับแค่พอเพียง ไม่มากจนเกินไป จนทำให้ผู้ใช้งานงงมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ขาดความสามารถในการปรับแต่งต่างๆ ไป เช่น กำหนด White balance เองไม่ได้ มันจะเป็น Auto white balance ตลอดเลย หรือ กำหนด Exposure เองไม่ได้ ต้องรอวัดแสงอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งอย่างหลังนี่ดูแย่ลงนะ เพราะว่าเมื่อก่อนมันยังวัดแสงได้ด้วยการแตะบนหน้าจอเลย

 

๊User Interface กล้องของ LG G3

๊User Interface กล้องของ LG G3

 

ในภาพรวมต้องถือว่า LG ทำให้การใช้งานกล้องดูง่ายขึ้นมาก แต่การตัดเอาการตั้งค่าแบบ Manual ออกไปหมด ทำให้ผู้ใช้งานที่มีความคุ้นเคยกับการถ่ายภาพในระดับนึงแล้วขาดลูกเล่นไป … ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะสามารถดาวน์โหลด App มาเสริมได้ เช่น เมื่อใช้ Camera MX ก็จะทำให้สามารถวัดแสงด้วยการแตะบนหน้าจอได้แล้ว … แต่มันก็ยังถือเป็นความลำบากของผู้ใช้งานอยู่ดีครับ

ลูกเล่นที่น่าสนใจของ LG G3 นั้นมี 2 ตัวหลักๆ เลย นั่นก็คือ

  • Magic Focus ที่เป็นการถ่ายภาพเพื่อให้นำมาปรับโฟกัสของภาพได้ในภายหลัง จะทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัดก็ได้ ก็คล้ายๆ กับ Selective Focus ของ Samsung Galaxy S5 นั่นแหละครับ แต่แนวทางในการดำเนินการแตกต่างกัน โดย Magic Focus นี่จะเป็นการถ่ายภาพต่อเนื่องหลายๆ ภาพ โดยใช้โฟกัสของภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงมีข้อดีคือ ภาพที่ถ่ายนั้นสามารถนำมาปรับโฟกัสภายหลังได้ทุกรูป และใช้เวลาในการถ่ายไม่นาน แต่ก็มีข้อเสียสำคัญสองประการคือ 1) เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพความเร็วสูงหลายภาพ ฉะนั้นหากวัตถุภายในภาพมีการเคลื่อนไหว ในแต่ละจุดโฟกัส ก็อาจจะเห็นวัตถุในภาพอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละโฟกัส และ 2) เมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้วต้องปรับเลือกโฟกัสที่ต้องการ ปรับเสร็จแล้วก็จะกลับมาปรับอีกไม่ได้ และหากไม่ปรับแต่ไปถ่ายภาพใหม่เลย ภาพก่อนหน้าก็จะปรับโฟกัสไม่ได้อีก
  • Gesture shot ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราตอนจะถ่าย Selfie เพราะไม่ต้องพยายามคลำหาปุ่มชัตเตอร์ แต่แค่แบมือให้เครื่องมัน Detect เห็น จากนั้นก็กำมือ แล้วเดี๋ยวมันจะนับเวลาถอยหลัง 3 วินาทีแล้วลั่นชัตเตอร์ให้เองครับ … จากที่ลองใช้มา เจ้านี่เป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกได้ดีทีเดียว

หากให้วิพากย์วิจารณ์แล้ว ผมว่า LG ยังต้องไปปรับปรุงให้ส่วนของซอฟต์แวร์กล้อง เพราะมันเหมือนถอยหลังลงคลองยังไงชอบกลครับ ตัว User Interface มันง่าย แต่ลูกเล่นมันด้อยลงไปจากเดิมเยอะมาก และ Magic Focus นั้นก็ยังต้องปรับปรุงเรื่องความสามารถอยู่พอสมควร ถ้าจะถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอหรือหน้าเบลอหลังชัด หรืออยากจะกลับมาปรับโฟกัสทีหลัง ดาวน์โหลด Google Camera มาจาก Play Store ดีกว่า

แต่ถึงแม้ว่าลูกเล่นของซอฟต์แวร์จะไม่ค่อยดีนัก ทว่าคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียวเลยครับ ตั้งแต่การเปิดกล้องขึ้นมาใช้งาน จนถึงการโฟกัสภาพ ทำได้รวดเร็วมาก อย่างไรก็ดี ความแตกต่างของความเร็วในการโฟกัสระหว่าง LG G3 ที่มี Laser forcus กับ Samsung Galaxy S5 หรือ HTC One M8 ผมไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมาก ทั้งนี้เพราะว่า Samsung Galaxy S5 กับ HTC One M8 ใช้เวลาโฟกัส 0.3 วินาที ส่วน LG G3 ใช้เวลาโฟกัส 0.276 วินาที ในขณะที่การกะพริบตาของคนเรานั้น เขาว่าอยู่ที่ราวๆ 0.1-0.4 วินาทีครับ พูดง่ายๆ ความแตกต่างระหว่าง LG G3 กับรุ่นอื่นๆ นั้น อยู่ในระดับยังไม่ทันกะพริบตาเลยทีเดียว

 

 

ในส่วนของวิดีโอนั้น LG G3 ก็ถ่ายวิดีโอระดับ UHD ได้แล้วครับ แต่ก็ด้วยข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ ที่ปรับโฟกัสด้วยการแตะบนหน้าจอได้ แต่ไม่สามารถวัดแสงและปรับชดเชยแสงจากการแตะบนหน้าจอได้ ก็เลยทำให้ไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับการถ่ายวิดีโอในกรณีที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลากหลายนัก แต่คุณภาพของวิดีโอนั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว อันนี้อานิสงส์จากฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างดีของ LG G3 นะครับ

อย่างไรก็ดี ผมพบข้อจำกัดของ Laser focus นะ หากเราทำการแตะบนหน้าจอเพื่อใช้เลเซอร์ในการหาโฟกัส แล้วเราต้องแพนกล้องไปที่บริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง ภาพก็จะเกิดการโอเวอร์อยู่พักนึง (3-4 วินาที) หรือในทางกลับกัน หากกำลังถ่ายภาพในบริเวณที่มีแสงจ้าๆ แล้วเราไปแตะบนหน้าจอเพื่อโฟกัสด้วยเลเซอร์ แล้วแพนกล้องไปบริเวณอื่น ภาพบนจอจะอันเดอร์ (หรือภาพมืดกว่าที่ควร) ไปพักนึงเช่นกัน

 

QuickCircle Case

LG G3 มาพร้อมกับเคสที่ดูหรูหรา มีหลากหลายสี และเมื่อใช้งานกับ LG G3 ก็จะช่วยให้เราได้เห็นข้อมูลบางอย่างได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดฝาเคสออกมา เช่น เห็นนาฬิกา เห็นการแจ้งเตือน ควบคุมการเล่นเพลง เห็นข้อมูลการออกกำลังกาย หรือแม้แต่รับสายโทรศัพท์ที่เข้ามาได้

น่าเสียดายที่ทาง LG ไม่ได้ให้มาประกอบการรีวิวด้วย เลยไม่สามารถรีวิวในส่วนนี้ให้อ่านกันได้ แต่ที่บอกได้แน่ๆ คือ หากจะใช้งาน QuickCircle Case นี้ ก็ต้องแกะฝาหลังดั้งเดิมออกครับ แล้วติดฝาหลังของ QuickCircle นี่เข้าไปแทนครับผม

 

บทสรุปของการรีวิว LG G3

ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับ Flag ship ที่มีสเปกดีในราคาที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งแบรนด์ดังต่างๆ (ยกเว้นเมื่อเทียบกับ Oppo Find 7) ทว่าโดยส่วนตัวผม ผมพบว่าอะไรหลายๆ อย่างใน LG G3 นั้น ดูด้อยกว่า LG G2 ครับ เช่น แบตเตอรี่ที่อึดน้อยกว่า (เพราะไม่ได้เพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ แต่อัดสเปกหน่วยประมวลผลแรงขึ้น และจอแสดงผลความละเอียดสูงขึ้น) หรือซอฟต์แวร์กล้องที่พัฒนาการถอยหลังลง (แต่ฮาร์ดแวร์กล้องดีนะครับ ฉะนั้นถ้าจะยืนกรานใช้ LG G3 ก็แค่ดาวน์โหลด App ถ่ายรูปอื่นที่ดีๆ มาใช้)

โชคดีที่ประเด็นเรื่องกล้องดิจิตอลเป็นเรื่องซอฟต์แวร์มากกว่าฮาร์ดแวร์ ฉะนั้นหาก LG มองว่าประเด็นนี้เป็นปัญหา ก็รีบออกอัพเดตเพื่อเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ และแก้ไขปัญหาในซอฟต์แวร์กล้องก็เป็นอันจบ … ฉะนั้นคำถามจึงอยู่ที่ว่า LG จะมองว่าเป็นประเด็นที่ต้องแก้ไขไหม แล้วจะดำเนินการแก้ไขเร็วแค่ไหนมากกว่า

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

15 Responses

  1. Kitthanes says:

    ขอบคุณครับ รีวิวได้ดีมากเลยครับ ละเอียดและไม่พูดแบบคนเห่อรุ่นใหม่ ทำให้อ่านแล้วเข้าใจ รวมถึงตัดสินใจว่าควรใช้เครื่องเดิมต่อไปหรือควรซื้อเครื่องรุ่นนี้มาใช้ครับ

    ตอนนี้คนที่ซื้อรุ่นนี้มาใช้ ไม่สามารถติดตั้งแอพ K Mobile Banking Plus ลงเครื่องครับ คุณกาฝากคิดว่าเป็นเพราะแอพฯ K Mobileฯ ไม่รองรับจอ QHD หรือไม่ครับ

    • kafaak says:

      ที่ว่าติดตั้งไม่ได้ คือ มันไม่มีให้เลือก หรือว่าติดตั้งแล้ว App เด้งครับ
      แต่อาการน่าจะมาจากสาเหตุเดียวกันคือ App ไม่รองรับ

      • Kitthanes says:

        มันจะติตั้งไม่ได้ครับ ขึ้้นว่า รอองรับเฉพาะแอนดรอยเวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นไปเท่านั้น ครับ

        • kafaak says:

          เป็น Error ที่ ไร้ประโยชน์มาก -_-”
          เดี๋ยวผมแจ้งให้ทาง KBank ทราบก่อนดีกว่า (ผมจะไม่อยู่ไทยราวๆ 4 วัน เลยไม่สะดวกทดสอบเอง)

  2. Kitthanes says:

    เมื่อวานผมไปทดสอบเครื่องจริง ที่งาน Jaymart Central ลาดพร้าว ได้ทดสอบการติดตั้ง K Mobile Banking Plus กับพนักงานขาย LG ปรากฏว่า ตอนนี้ขึ้นที่แอพใน Play Store ทันทีว่า “ไม่รองรับอุปกรณ์นี้”

    และรู้สึกว่าจะมีปัญหากับแอพ ibanking ของธนาคารกรุงเทพฯ ด้วยอีกต่างหาก อีกทั้งความลื่นไหลของหน้าจอโฮม รวมถึงการทดสอบการกดไปที่โทรศัพท์ก็รู้สึกหนึดๆ ไม่เร็วทันทีเหมือน G2 ครับ

    เลยตัดใจไม่ซื้อดีกว่าครับ เครื่องอาจจะสวยจริง แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ แล้วก็ไม่ลื่นไหลเหมือนสเปคฮาร์ดแวร์ที่โฆษณาว่าเป็นรุ่นใหม่ ซื้อมาใช้คงหงุดหงิดใจมากครับ

    เลยมาอัพเดทให้อ่านครับ

    • kafaak says:

      ผมแจ้งประเด็นเรื่องติดตั้ง K Mobile Banking Plus ไปทาง KBANK แล้วครับ เดี๋ยวก็รอดูว่าจะเป็นยังไง (ฮา)
      ป.ล. ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ โดยส่วนตัวผมก็แจ้งทาง LG ไปเหมือนกันว่า LG G2 นี่ผมใช้แล้วเชียร์ แต่ G3 ผมใช้แล้วไม่ปลื้ม

      • Kitthanes says:

        สวัสดีครับ ผมมีข้อมูลใหม่มาอัพเดทครับ เรื่อง K Mobile Banking Plus

        เนื่องจากผมได้ไปซื้อเครื่อง G3 มาแล้วครับ การติดตั้ง K Moblie Banking Plus สามารถติดตั้งได้ผ่าน APK ไฟล์ที่เราได้ Backup ไว้ครับ

        การติดตั้ง K Mobile Banking Plus ที่เป็นไฟล์ APK จะสามารถติดตั้งได้ตามปกติและใช้งานได้เหมือนเดิมครับ

        อัพเดทมาให้ทราบครับ

        สำหรับ G2 และ G3 ผมมีความเห็นว่า ในเรื่อง Software หรือ Firmware นั้นมันเหมือนๆ กัน ต่างกันที่ UI ที G3 ดูดี ดูภูมิฐานกว่า G2 ซึ่ง UI ออกมาแนวเด็กๆ และแนวการ์ตูน ซึ่งลดความน่าใช้ลงไปแยอะมากๆ และG3 จะมีฟังก์ชั่นให้ใช้น้อยลงกว่า G2 เช่น ไม่มี Flash Light โหมดกล้องก็มีให้เลือกน้อยลง
        G3 จะแตกต่างกับ G2 ในเรื่อง Hardware มากกว่า แต่โดยรวมการใช้งานก็แตกต่างกันน้อยมาก ที่สำคัญเรื่องประสิทธิภาพการใช้งาน รู้สึกได้อย่างมากว่า G2 ตอบสนองได้ดีกว่าและการจัดการพลังงานดีมากกว่า G3 นะครับ

        • kritsada says:

          ขอบคุณครับคุณ Kitthanes ใช้ K-Mobile Banking Plus ได้ละ

  3. genius says:

    ทำไมของผมเวลาฝนตกมันไม่โชว์แอนนิเมชั่นสภาพอากาศในหน้าจอล๊อกอะครับ

    • kitthanesp says:

      เข้าไปที่การตั้งค่า เลือกล๊อคหน้าจอ แล้วติ๊กถูกที่ แอนิเมชั่นสภาพอากาศครับ ก็จะโชว์ Animation ครับ

      • genius says:

        ทำแล้วครับมันก็ไม่ขึ้นอยู่ดี หลายคนก็มีปัญหาคล้ายกับผมเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าเป็นที่เครื่องรึเปล่า

  4. piyaster says:

    front camera 2.1 megapixel เอง…. noob มากอะ

  5. phanu says:

    ถามหน่อยครับ ผมใช้g3 เวลามีสายเข้า หรือข้อความ sms เข้า แฟลช จะ กระพริม สว่าง
    ประมาณ 1ถึง2 วินาที

    • kafaak says:

      อ่า … อันนี้ตอบยากแล้ว เพราะผมไม่มีเครื่องแล้ว แนะนำว่าลองเช็คกับทางช้อป หรือ ศูนย์บริการดีกว่าครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: