ถ่ายภาพสวย ด้วย Samsung Galaxy S5 – รู้จัก User Interface

Print Friendly

 

Samsung Galaxy S5 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงตัวใหม่จาก Samsung ซึ่งได้รับการพัฒนาไปในหลายๆ ด้าน และด้านหนึ่งที่เห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจนเลยก็คือการถ่ายรูปครับ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Samsung Galaxy S4 หรือ Samsung Galaxy Note 3 แล้ว ไม่ว่าจะในส่วนของฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ ก็ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น และสวยขึ้นจริงๆ ครับ ตอนผมไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ว่าจะพกพวกกล้องดิจิตอลไปด้วย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ใช้ Samsung Galaxy S5 เครื่องเดียว เอาอยู่เลยทีเดียว

แต่ปัญหาของผู้ที่ซื้อสมาร์ทโฟนราคาระดับเรือธงแบบนี้มาใช้อย่างนึง (โดยเฉพาะจาก Samsung) ก็คือ ฟีเจอร์มีเยอะเกินไป จนใช้กันไม่เป็นครับ (ฮา) ซึ่งในกรณีทั่วไปแล้ว มันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ เพราะในโหมดออโต้สุดๆ ของกล้องบนสมาร์ทโฟนพวกนี้ก็ใช้ง่ายถ่ายสวยอยู่พอสมควรแล้ว แต่ว่าสุภาษิตจีนเขาว่า 知己知彼 百战百胜 (zhījǐzhībǐ bǎi zhàn bǎishèng) หรือ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง (เกี่ยวป่ะ) หรือพูดง่ายๆ เรียนรู้วิธีใช้จนเข้าใจ ก็จะทำให้ถ่ายรูปสวยๆ ได้มากขึ้นครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า บทความต่อไปนี้ จะยึดเอา User Interface ภาษาอังกฤษมาใช้เป็นหลักนะครับ หากใครตั้งเป็นเมนูภาษาไทย ก็อาจจะเลือกไปเป็นเมนูภาษาอังกฤษก่อนค่อยอ่านบทความตาม หรือไม่ก็ดูๆ เอาครับ ว่าผมกำลังพูดถึงไอคอนอะไร ตรงไหน

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy S5

ใน Samsung Galaxy S5 นั้น Samsung เขากลับมาใช้ User Interface กล้องแบบเดิม ซึ่งเป็นแบบที่มีลักษณะคล้ายๆ กับ User Interface ของกล้องดิจิตอล ที่ให้เราสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบแบบนี้มากกว่า UI กล้องของ Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Camera เยอะ … เพราะหากจะต้องเลือกปรับแต่งแบบ Manual แล้วละก็ การจัด UI แบบนี้ มันเข้าถึงการปรับตั้งค่าที่ใช้งานบ่อยๆ ได้สะดวกกว่า

 

 

ทีนี้ดูรูปด้านบนให้ดีๆ ครับ จะเห็นว่าหน้าจอตอนนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ก่อนเลย

  • ซ้ายมือสุด คือ Shortcut สำหรับเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้อง ซึ่งไอคอนบนสุดคือการสลับใช้กล้องหน้า/กล้องหลัง และไอคอนล่างสุดที่เป็นรูปฟันเฟืองที่ใช้เรียกตัวเลือกการปรับตั้งค่าขึ้นมานั้น จะไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้ แต่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างไอคอนสองอันนี้ จะสามารถเพิ่มได้สูงสุดเป็น 3 Shortcut และเปลี่ยนเป็นไอคอนอื่นได้ตามใจชอบ
  • ตรงกลาง ที่เห็นคำว่า Auto คือข้อความแสดงโหมดถ่ายภาพอยู่ ว่า ณ ตอนนี้อยู่ในโหมดออโต้ครับ
  • ขวามือสุด จะเห็นปุ่มต่างๆ อยู่ 4 ปุ่ม จากบนลงล่าง
    • อันบนเป็นรูปกล้องวิดีโอ นั่นคือ ชัตเตอร์สำหรับการถ่ายวิดีโอ
    • อันที่สองเป็นรูปกล้องถ่ายรูป นั่นคือ ชัตเตอร์สำหรับกล้องถ่ายรูป
    • อันที่สามเป็นข้อความ MODE หมายถึง ตัวเลือกโหมดถ่ายภาพต่างๆ
    • อันสุดท้ายถ้ายังไม่เคยถ่ายรูป ะไรมาก่อน จะเป็นรูปสีเหลี่ยมสีดำๆ แต่หากเคยถ่ายรูปมาแล้ว จะแสดงภาพที่ถ่ายมาล่าสุด แตะเพื่อเข้าสู่โหมดดูรูปที่เคยถ่ายไว้

จะเห็นว่า แม้ไอคอนต่างๆ จะค่อนข้างยุ่บยั่บบน User Interface ของกล้อง แต่ว่ามันก็มีหน้าที่การทำงานของมันชัดเจน และทำความเข้าใจได้ไม่ยากครับ

 

ฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้อง

โดยปกติแล้ว เมื่อเปิดกล้องของ Samsung Galaxy S5 ขึ้นมา มันจะอยู่ในโหมดออโต้เป็นอันดับแรก แต่แม้จะเรียกว่าโหมดออโต้ก็เถอะ ถ้าเราคิดจะปรับฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ มันก็มีอะไรให้เลือกปรับได้เยอะแยะเลยทีเดียวนะครับ ลองแตะที่รูปฟันเฟืองดูสิ แล้วเราจะได้เห็นไอคอนต่างๆ เพียบเลยทีเดียว

 

 

 

มันมีด้วยกันตั้ง 26 ไอคอนแน่ะ แล้วแต่ละอันมันทำอะไรได้ ผมขอเอามาเล่าให้อ่านกันดังนี้

 

Picture size แตะเพื่อเลือกว่าจะถ่ายรูปที่ขนาดกี่ล้านพิกเซล ที่อัตราส่วนเท่าไหร่ โดยมีให้เลือกคือ 16 ล้านพิกเซล ที่ 16:9, 12 ล้านพิกเซล ที่ 4:3, 9 ล้านพิกเซล ที่ 1:1, 8 ล้านพิกเซล ที่ 4:3, 6 ล้านพิกเซล ที่ 16:9, 2.4 ล้านพิกเซล ที่ 16:9การเลือกอัตราส่วนของภาพที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้สะดวกในการนำไปใช้งานในภายหลัง เช่น 16:9 เหมาะสำหรับใช้งานบนเว็บไซต์ หรือนำไปประกอบการตัดต่อวิดีโอ (เพราะหลังๆ ส่วนใหญ่ทำกันที่อัตราส่วนนี้), 4:3 เหมาะสำหรับการใช้อัดเป็นภาพเก็บลงอัลบั้ม และ 1:1 เหมาะสำหรับการไปโพสต์บน Social media อย่างพวก Instagram หรือ Molome
Burst shots แตะเพื่อเปิดหรือปิดการถ่ายภาพแบบ Burst shots หรือการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง แบบที่กดชัตเตอร์ค้างไว้แล้วจะถ่ายภาพต่อเนื่องรัวๆ โหมดนี้เหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว โดยถ่ายไว้ให้เยอะๆ ไว้ก่อน ค่อยมาเลือกช็อตที่ดีที่สุดในภายหลัง หรือจะสร้างภาพต่อเนื่องจากภาพที่ถ่ายก็ได้
Picture stabilization Samsung Galaxy S5 นั้นไม่ได้มี Optical Image Stabilization (OIS) แต่ว่ามีการใส่คุณสมบัติป้องกันภาพสั่น โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการชดเชยในกรณีที่มือสั่นขณะถ่ายภาพครับ หากไม่มั่นใจว่ามือนิ่งพอ เปิดฟีเจอร์นี้ไว้ก็จะช่วยป้องกันภาพสั่นเบลอขณะถ่ายภาพได้มากขึ้น แต่ในการถ่ายภาพบางจังหวะก็จะมีเสียเวลาในการประมวลผลของซอฟต์แวร์นิดหน่อย ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพต่อเนื่อง
Face detection แตะเพื่อเปิดหรือปิดโหมดการตรวจจับใบหน้า เวลาถ่ายภาพ ซอฟต์แวร์ก็จะทำการแสดงให้เห็นเป็นกรอบสีเหลี่ยม
ISO เลือกปรับค่า ISO เพื่อให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพได้ โดยเลือกได้ในแบบ Auto, 100, 200, 400, 800 ครับ ตัวเลขยิ่งมาก ก็ยิ่งไวต่อแสงมากขึ้นและถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วย Noise ที่มากขึ้นตาม … หากมั่นใจว่าสภาพแสงรอบตัวมีมากพอ เลือก ISO 100 ก็เพียงพอครับ
Metering modes แตะเพื่อเปลี่ยนวิธีการวัดแสงของ Samsung Galaxy S5 โดยมีให้เลือก 3 โหมด คือ วัดแสงจากบริเวณกึ่งกลางของภาพ (Center-weighted), วัดแสงโดยรวมของทั้งภาพ (Matrix) และ วัดแสงเฉพาะจุดกึ่งกลางของภาพ (Spot) ซึ่งแต่ละโหมดของการวัดแสง ก็จะทำให้ความสว่างของภาพแตกต่างกันออกไป
Tap to take pics บางครั้งการแตะที่ปุ่มชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพมันไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลาที่เราจะถ่ายภาพตนเอง (Selfie) หรือเวลาที่เราจะขอให้คนอื่นที่ไม่คุ้นกับสมาร์ทโฟนถ่ายภาพให้เรา การเปิดฟังก์ชั่นนี้จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้เลย โดยแค่แตะที่ตรงหน้าจอครับ ก็จะสะดวกขึ้น แต่ก็จะแลกมาด้วยการที่เราอดปรับโฟกัสของภาพตามใจชอบก่อนการถ่ายจริง
Selective focus เปิดหรือปิดคุณสมบัติที่ชื่อ Selective focus ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบที่เพิ่ม Depth of field หรือมิติของระยะเข้าไปในภาพ ซึ่งเมื่อถ่ายเสร็จแล้วก็จะสามารถทำภาพแบบชัดตื้นหรือชัดลึกได้ (ไว้จะพูดถึงฟังก์ชั่นนี้แบบเจาะลึกอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง)
Video size คล้ายๆ กับ Picture size แต่อันนี้เป็นการเลือกขนาดของไฟล์วิดีโอเวลาถ่ายวิดีโอแทน โดยเลือกได้ 3 ขนาดคือ 480p (4:3), 720p หรือ HD (16:9), 1080p หรือ Full HD (16:9), 2160p หรือที่เขาเรียกกันว่า UHD (16:9)
Recording mode Samsung Galaxy S5 นั้นมีโหมดในการบันทึกภาพวิดีโอหลากหลายครับ เลือกได้ทั้งแบบ Normal คือถ่ายตามปกติ, Limit for MMS เพื่อบันทึกวิดีโอให้เหมาะสมสำหรับการส่ง MMS (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว เพราะไม่ค่อยนิยมส่ง MMS แล้ว), Slow motion เป็นการถ่ายวิดีโอให้ภาพออกมาดูช้าลงกว่าปกติ ซึ่งเลือกได้อีกว่าเป็น 1/2 หรือ 1/4 หรือ 1/8, Fast motion หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Timelapse ก็ได้ คือการถ่ายวิดีโอให้กลับมาเล่นภาพแต่ละวินาทีด้วยความเร็วสูงกว่าปกติ, และ Smooth motion เป็นการถ่ายวิดีโอด้วย Frame rate ที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้การเคลื่อนไหวของภาพดูนิ่มนวลมากขึ้น
Video stabilization เป็นการเปิดปิดโหมดการป้องกันภาพสั่นไหวในการถ่ายวิดีโอ คล้ายๆ กับโหมด Image stabilization ซึ่งจะช่วยให้เวลาถ่ายวิดีโอโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง จะดูนิ่งมากขึ้น … ฟังก์ชั่นนี้จะใช้งานไม่ได้ หากไม่ได้บันทึกภาพใน Recording mode เป็น Normal
Audio zoom เมื่อเปิดฟังก์ชั่นนี้แล้ว เวลาที่เราซูมภาพเพื่อถ่ายวิดีโอ ซอฟต์แวร์จะพยายามบันทึกเสียงวิดีโอที่มาจากแหล่งที่เราซูมภาพเข้าไป โดยจะพยายามไม่บันทึกเสียงแวดล้อมอื่นๆ … ฟังก์ชั่นนี้จะใช้งานไม่ได้ หากไม่ได้บันทึกภาพใน Recording mode เป็น Normal
Effects เป็นการเลือกใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับภาพ เหมือนกับการใส่ฟิลเตอร์เข้าไปกับเลนส์ ใช้ได้ทั้งโหมดถ่ายภาพนิ่งและโหมดถ่ายวิดีโอ มีให้เลือกหลากหลายแบบ และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จาก Store ของ Samsung
Flash เลือกว่าจะเปิดใช้งานแฟลชตลอดทุกครั้งที่ถ่ายภาพนิ่ง หรือจะปิดไม่ใช้ตลอดเวลา หรือจะเลือกออโต้ ให้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบเองว่าจะเปิดใช้งานแฟลชหรือไม่
Timer ตั้งเวลาถ่ายภาพว่าเมื่อกดชัตเตอร์แล้ว อีกกี่วินาทีจึงจะถ่าย เลือกได้ว่าจะเอาเป็น 2 วินาที, 5 วินาที หรือ 10 วินาที
HDR (Rich tone) เปิดหรือปิดการถ่ายภาพแบบ High Dynamic Range เพื่อให้ถ่ายภาพที่มีความสว่างของภาพแตกต่างกันมากภายในซีนเดียวโดยเก็บรายละเอียดของภาพได้ครบ ซึ่งในกรณีของ Samsung Galaxy S5 นั้นเป็นแบบ Live HDR คือ เห็นผลลัพธ์ของการถ่ายภาพบนหน้าจอได้เลยโดยยังไม่ต้องกดปุ่มชัตเตอร์
Location tags หากเปิดใช้ฟังก์ชั่นนี้ ภาพทุกภาพที่บันทึก จะมีการเก็บข้อมูลพิกัดตำแหน่งที่ถ่ายภาพลงไปไว้ด้วย ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ต้องการแสดงผลว่าภาพที่ถ่ายมานั้น ถ่ายจาก ณ ที่แห่งใดบ้าง (บริการจัดการภาพบางอย่างสามารถแสดงผลแบบนี้ได้) แต่หากไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าถ่ายภาพเหล่านี้มาจากที่ไหน ก็ปิดไว้จะดีกว่า
Storage location เลือกว่าจะเก็บภาพไว้ที่ไหน ระหว่างสื่อบันทึกข้อมูลภายในตัวเครื่อง (Internal storage) หรือ MicroSD card … หากเราไม่ได้ใส่ MicroSD card ไว้ ไอคอนนี้ก็จะเลือกใช้งานไม่ได้ไปเอง
Review pics/videos หากเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ ทุกครั้งที่ถ่ายภาพหรือวิดีโอเสร็จ มันก็จะทำการพรีวิวให้เราดูเลย หากเราต้องการถ่ายภาพหรือวิดีโอแบบต่อเนื่องไม่สะดุด ควรปิดฟังก์ชั่นนี้
Remote viewfinder เมื่อเปิดใช้โหมดนี้ เราจะสามารถใช้อุปกรณ์ตัวอื่น (เช่น แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนของ Samsung เครื่องอื่น) ที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น Remote viewfinder เอาไว้ แล้วเชื่อมต่อกับ Samsung Galaxy S5 ผ่านทางเทคโนโลยี Wi-Fi Direct เพื่อทำหน้าที่เป็น Viewfinder … เหมาะสำหรับกรณีที่จะถ่ายรูปหมู่แบบใช้ขาตั้งกล้อง แล้วคนถ่ายก็จะอยู่ในกลุ่มที่ถูกถ่ายภาพด้วย โดยสามารถเห็นได้ว่าจัดภาพดีหรือยัง แล้วสั่งลั่นชัตเตอร์ได้
White balance ใช้เลือกปรับสมดุลแสงขาวได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม จะเลือกเป็น Auto white balance (AWB) ก็ได้ หรือจะเลือกเป็น Daylight, Cloudy, Incandescent หรือ Fluorescent ก็ได้
Exposure value ปรับการชดเชยแสงแบบ Manual เลือกได้ ±2 โดยปรับคราวละ 0.5
Grid lines เปิดหรือปิดเส้น Guideline แบบจุดตัด 9 ช่อง ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดองค์ประกอบของภาพ … แนะนำว่าควรจะเปิดเอาไว้ จะช่วยให้จัดองค์ประกอบของภาพสะดวกขึ้น แต่หากรู้สึกว่ารำคาญก็ปิดได้ครับ
Voice control ใช้คำสั่งเสียงในการสั่งลั่นชัตเตอร์หรือเริ่มถ่ายวิดีโอ โดยใช้คำว่า Smile, Cheese, Capture หรือ Shoot ในการถ่ายภาพนิ่ง และ Record video ในการเริ่มถ่ายวิดีโอ
Help แตะแล้วจะเปิดการเปิดคู่มือช่วยสอนการใช้งานกล้องของ Samsung Galaxy S5 โดยภาษาของคู่มือจะเปลี่ยนไปตามภาษาที่ตั้งไว้ในตัวเครื่อง เช่น หากตั้งเป็นภาษาอังกฤษ เราก็จะได้คู่มือภาษาอังกฤษ แต่หากเราตั้งเป็นภาษาไทย เราก็จะได้อ่านคู่มือภาษาไทย … โดยคู่มือจะแสดงเฉพาะการทำงานพื้นฐานเท่านั้น
Reset settings เป็นไปตามชื่อเลยครับ รีเซ็ตการตั้งค่ากลับไปที่ค่าเริ่มต้น

 

โหมดการถ่ายภาพแบบต่างๆ

อีกเรื่องนึงที่ผู้ใช้งาน Samsung Galaxy S5 ควรทราบเอาไว้ก็คือ โหมดการถ่ายภาพแบบต่างๆ ที่มีมาให้ในตัวเครื่องครับ แตะที่ปุ่ม MODE ตรงขวามือ ก็จะเห็นครับ

 

 

โดยเบื้องต้น Samsung เขาเตรียมโหมดต่างๆ เหล่านี้เอาไว้ให้ คือ

  • Beauty face เอาไว้สำหรับถ่ายภาพตนเอง แล้วซอฟต์แวร์จะทำการปรับภาพให้หน้าเนียน หน้าขาววิ้ง อะไรแบบนี้
  • Shot & more ถ่ายภาพก่อน แล้วซอฟต์แวร์จะทำการเลือกโหมดถ่ายภาพที่เหมาะสมให้เราเลือกว่าจะใช้โหมดไหน
  • Panorama เอาไว้สำหรับถ่ายภาพพาโนรามา เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้าง
  • Virtual tour เอาไว้สำหรับสร้างภาพถ่ายที่เหมือนกับการพาทัวร์สถานที่ต่างๆ
  • Dual camera เอาไว้สำหรับถ่ายภาพกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมๆ กันได้

นอกจากนี้ก็ดาวน์โหลดโหมดอื่นๆ เพิ่มได้อีกคือ

  • Surround shot เป็นโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามา 360 องศา
  • Sports shot เป็นโหมดสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ
  • Animated Photo เป็นการถ่ายภาพโดยกำหนดได้ว่าจะให้บริเวณใดของภาพอยู่นิ่ง และบริเวณใดของภาพเคลื่อนไหว
  • Sequence Shot เป็นโหมดการถ่ายภาพต่อเนื่องแล้วนำกลับมาชมภายหลังแบบ Slow motion ได้ … ไม่ได้แตกต่างไปจาก Burst shots นัก แต่มี User Interface ที่เข้าใจได้ง่ายกว่า
  • Sound & shot เป็นการถ่ายแบบที่จะอัดเสียงของบรรยากาศ ณ ขณะที่ถ่ายภาพแล้วบันทึกไปพร้อมๆ กันได้ด้วย

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: