เรากำลังมองเรื่องผิดปกติเป็นเรื่องปกติอยู่หรือเปล่า?!?

Print Friendly

เมื่อคุณเห็นแก้วเปล่าถูกทิ้งอยู่บนถนน สิ่งแรกที่แง้บเข้ามาในหัวของคุณคืออะไร?

 

หลังจากจบงานบล็อกเกอร์แล้ว ระหว่างที่ผมกำลังเดินไปสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 ผมเห็นแก้วกระดาษไขเปล่าๆ ใบนึงกำลังกลิ้งไปมาบนฟุตบาธ ในขณะที่คนกำลังเดินผ่านไปมาไปโดยไม่สนใจ เรื่องนี้มันทำให้ผมนึกถึงบทความบนเว็บไซต์ MakeTheDifference.org ชื่อ อ๊อฟ ปองศักดิ์ กล่องกลางถนน และคนขับมอเตอร์ไซค์ ครับ ซึ่งในบทความนี้มีการพูดถึงกล่องพลาสติกที่คนทำตกอยู่กลางสี่แยก รถราที่ผ่านไปมาก็ต้องหลบกันเป็นพัลวัน จนกระทั่งมีคนขับมอเตอร์ไซค์คนนึงก้มเก็บ แล้วโยนมันออกไป

ผู้เขียนบทความได้ตั้งคำถามไว้อย่างน่าสนใจว่า เรากำลังละเลยในสิ่งที่ไม่ควรละเลย หรือ เรากำลังชินจนมองไม่เห็นในสิ่งที่ควรเห็นหรือเปล่า? ซึ่งผมรู้สึกเห็นด้วยนะครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมมีประสบการณ์กับการที่ “เห็นสิ่งผิดปกติมานาน จนเกิดความเคยชิน จนมองมันเป็นเรื่องปกติ” มาหลายครั้ง

ครั้งหนึ่ง ถนนแถวบ้านผมมีสภาพย่ำแย่มาก เป็นหลุมเป็นบ่อ สาเหตุเกิดจากการชำรุดของถนน เพราะมีรถใหญ่วิ่งผ่านบ่อย และเมื่อถึงหน้าฝน ก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังแบบในรูปด้านล่างนี่ครับ ซึ่งบางหลุมนั้นมีความลึกมาก และปราศจากหน่วยงานใดๆ เข้ามาแก้ไขปัญหา ชาวบ้านก็ทำได้แค่เอาป้ายมาปักไว้ตามหลุมที่ลึก เพื่อบอกให้รถราที่ผ่านไปมาได้รับรู้ว่ามีหลุมลึกอยู่ ให้เลี่ยงไป เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

 

ครั้งหนึ่ง ถนนแถวบ้านมีสภาพแบบนี้ครับ

ครั้งหนึ่ง ถนนแถวบ้านมีสภาพแบบนี้ครับ

 

[youtube url=”http://www.youtube.com/watch?v=c5tWza-1oA4″]

 

ชาวบ้านแถวนี้ เห็นสภาพแบบนี้มาเป็นแรมปี (หรือหลายปี) จนเกิดความชินตา … ตอนนั้นเกิดคำถามกับผมว่า ผมจะยอมให้ความผิดปกตินี้เป็นเรื่องปกติของชีวิต ที่จะต้องทนต่อไป หรือจะลงมือทำอะไรซักอย่าง เพื่อให้ความผิดปกตินี้ได้รับการแก้ไข … โดยส่วนตัวก็ด้วยความช่วยเหลือจาก Social media นี่แหละครับ ที่ทำให้มีช่องทางในการ “ทำอะไรบางอย่าง” บ้าง

 

ทวีตจากคุณอภิรักษ์ ช่วงก่อนเลือกตั้ง สก สข

 

เพราะเมื่อได้อ่านทวีตของคุณอภิรักษ์นี้ ผมก็เลยถือโอกาสขอร้องทุกข์ปัญหาถนนชำรุดนี่ซะเลย

 

 

ถือโอกาสร้องเรียนคุณอภิรักษ์เรื่องถนนที่ชำรุด

ซึ่งก็ได้คำตอบจากคุณอภิรักษ์มาดังนี้

 

คำตอบรับเรื่องร้องเรียนจากคุณอภิรักษ์

 

จากนั้นก็มีการดำเนินการ ได้ท่านรองผู้ว่า (ณ ขณะนั้น) คือ คุณพรเทพ เตชะไพบูลย์ เข้ามารับผิดชอบ และภายในเวลาไม่นานนัก ถนนก็กลับมาดี และจนถึงปัจจุบันนี้ แม้จะมีชำรุดไปบ้าง แต่ก็ได้รับการซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ถนนดังกล่าวก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ครับ แม้จะอยู่ในหน้าฝน แต่ด้วยความที่มีการวางท่อระบายน้ำแล้ว ก็ทำให้ไม่ค่อยปรากฏน้ำท่วมขังหนักหน่วงเหมือนดังในอดีต

 

จากถนนชำรุด สู่ถนนที่ผู้คนสัญจรได้สบายๆ

 

อีกกรณีศึกษาหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ตรงของผมก็คือ ทุกๆ เช้า ผมต้องเดินทางไปทำงาน โดยอาศัยบริการของเรือด่วนคลองแสนแสบ ซึ่งเราก็รู้กันดีว่าสภาพของคลองแสนแสบนั้นเป็นอย่างไร … และทุกๆ เช้า ผมก็จะเห็นพนักงานประจำท่าเรือด่วนคลองแสนแสบตรงท่าประตูน้ำ กวาดพื้นท่าเรือทำความสะอาด แต่แทนที่จะโกยขยะเหล่านั้นลงถังขยะที่อยู่บริเวณท่าเรือ พวกเขากลับกวาดๆ เขี่ยๆ ลงคลองซะงั้น

ในฐานะประชาชนคนธรรมดาทั่วไป จะไปตักเตือนอะไรก็คงไม่ได้ และทาง บริษัท ครอบครัวขนส่ง (ที่เป็นผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ) ก็ไม่ได้มีช่องทางในการติดต่อที่เห็นได้ชัดเจน สำหรับร้องเรียนบริการ … ผมจึงอาศัย Social media มาช่วยอีกครั้ง ด้วยการถ่ายคลิปดังกล่าว แล้วเผยแพร่บน YouTube

 

[youtube url=”http://www.youtube.com/watch?v=JRfAUR8HLmY”]

 

ซึ่งเมื่อคนในสังคมได้เห็น ก็เกิดการแชร์ต่อๆ กันไป (คลิปนี้มีผู้ชมกว่า 2 หมื่นครั้ง) และสุดท้ายก็ดูเหมือนจะไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องใน บริษัท ครอบครัวขนส่ง เพราะหลังจากนั้นประมาณสัปดาห์เดียว ผมก็สังเกตได้ว่าพนักงานประจำท่า เลิกกวาดขยะลงคลองแล้ว โกยขยะลงถังขยะในพื้นที่แทน … แน่นอนว่ามันยังไม่ถึงกับทำให้คลองแสนแสบคืนความสะอาดมาได้ในบัดดล แต่สำหรับผมแล้ว ขอเพียงแค่ลดจำนวนคนที่ทำความสกปรกลงไปในคลองได้แม้สักหนึ่งคน ก็ถือว่าดีแล้ว

 

ความเชื่อที่ผิดๆ ของหลายๆ คน

อันนี้ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะครับ เพราะบ่อยครั้ง เราจะเห็นว่าคนจำนวนไม่น้อย มีพฤติกรรมอย่างที่เป็นอยู่ เช่น ทิ้งขยะลงบนพื้นที่สาธารณะ สูบบุหรี่พ่นควันพิษในที่สาธารณะ จอดรถเกะกะ ฯลฯ ต่างก็อ้างเหตุผลว่า คนอื่นๆ เขาก็ทำกัน ทำเพิ่มอีกซักคนไม่เป็นไรหรอก โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่ามันเป็นเหตุผลที่แย่ที่สุดเลย

อยากให้มีความเชื่อซะใหม่ครับ

  • หากไม่ชอบให้ใครทำอย่างไร … เราก็อย่างทำอย่างนั้น แม้ว่าจะเห็นคนอื่นๆ เขาทำ …​ หากคิดว่าคนพวกนั้นกำลังเอาเปรียบเราอยู่ การทำตามอย่างเขาไม่ได้ทำให้พวกเขาเลิกเอาเปรียบเรา แต่กลับกัน มันกลายเป็นตัวเราเองนั่นแหละ ไปเอาเปรียบคนอื่นแทน
  • ไม่ต้องรอให้คนอื่นทำก่อน หากเราเห็นว่าสิ่งนั้นดี ลงมือทำเลย ถ้าต่างคนต่างรอคนอื่นทำ แล้วเมื่อไหร่จะได้เริ่มล่ะครับ หากคิดได้แล้ว ทำเลย คิดแบบนี้เหมือนกันทุกคน อะไรดีๆ ที่เคยถูกละเลย ไม่ได้ลงมือทำ ก็จะได้รับการลงมือทำ
  • บางสิ่งบางอย่าง มีเจ้าหน้าที่ หรือมีคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องทำอยู่แล้ว เราไม่เห็นต้องลงมือทำเองเลย … จริงๆ แล้ว หากเราลงมือทำ เจ้าหน้าที่ หรือคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็จะได้มีเวลาไปทำหน้าที่นี้ ณ จุดอื่น ได้

แน่นอน เรื่องราวของแก้วกระดาษใบนั้นที่ผมเขียนถึงในตอนแรก จบลงด้วยการที่ผมหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินถือมันลงไปในสถานีรถไฟฟ้า MRT แล้วไปทิ้งลงในถังขยะนั่นเอง … คำกล่าวที่ว่าเด็ดใบไม้สะเทือนถึงดวงดาวนั้นเป็นจริง การจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ ทำได้ไม่ยาก หากแต่ต้องเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน และไม่ต้องรอใคร อยากเปลี่ยนก็ทำเลยครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. nite says:

    ทุกวันนี้เดินกลับบ้าน บนทางเท้าสำหรับคนเดิน กลายเป็นที่ขายของ เป็นที่รถมอเตอร์ไซค์วิ่ง สักพักก็จะมีการซ่อมแซม ปรับปรุงทางเท้าใหม่ ถามว่า ถ้าลำพังคนอย่างเรา ๆ เดิน จะลงน้ำหนักที่เท้ากันซักเท่าไหร่ แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ คนเดินทางเท้า ต้องลงไปเดินเกือบกลางถนน เคยโดนเฉี่ยวก็เคยแล้ว บนทางเท้ากลายเป็นที่รถวิ่ง ที่ค้าขาย อ้างทำมาหากิน จริงค่ะ ทุกคนต้องทำมาหากิน แต่ควรจะทำมาหากินให้ถูกที่หรือเปล่า…!!!สรุปสุดท้ายคือ คนไทยไม่มีวินัยตั้งแต่ต้น ไม่ได้ถูกปลูกฝังอย่างจริงจัง กฎหมายก็เขียนไว้เพื่อให้รู้ว่ามี แต่บังคับใช้อะไรไม่ค่อยได้ เพราะผู้รักษากฎหมายก็ยังรักษาไม่ได้…นี่แหละประเทศไทย Thailand…

  2. ชอบบทความนี้ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: