รีวิวสมาร์ทโฟนติดกล้องซูม Samsung Galaxy K Zoom

Print Friendly

Samsung Galaxy K Zoom

นับวันสมาร์ทโฟนก็มีความสามารถในด้านการถ่ายภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ดี มันก็ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพ ที่ทำให้การใช้งานทดแทนกล้องแบบ Compact แบบสิ้นเชิงนั้นยังไม่สมบูรณ์ ปีก่อนนี้ Samsung เขาออก Samsung Galaxy S4 Zoom มา โดยตั้งเป้าว่านี่คือสมาร์ทโฟนที่เป็นกล้องดิจิตอลแบบมี Optical zoom ในตัว แต่ทว่าจนแล้วจนรอด ด้วยขนาดระดับเขื่อง ผมก็เป็นคนนึงล่ะที่ขอเรียกว่าเป็นกล้องดิจิตอลที่โทรศัพท์ได้ดีกว่า แต่ปีนี้ Samsung เขาขอแก้มืออีกครั้งด้วยการออก Samsung Galaxy K Zoom มาครับ ซึ่งครั้งนี้ผมก็ขอบอกได้เลยว่า เจ้านี่ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลติดเลนส์ซูมจริงๆ แล้วครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy K Zoom

ตามสไตล์ของ Samsung ครับ ดีไซน์ของ Device ในปีนั้นๆ จะออกมาเป็นแนวๆ เดียวกันหมด และตัวนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ชื่อรุ่นเป็น S5 Zoom แต่แค่เห็นก็พอจะเดาได้เลยว่า ได้รับอิทธิพลมาจาก Samsung Galaxy S5 แบบเต็มๆ ครับ แต่ว่าเขามีสีให้เลือกแค่สามสีคือ ขาว (Shimmery white) ดำ (Charcoal black) และฟ้า (Electric blue) ครับ โดยส่วนตัว จากประสบการณ์ในการใช้ Samsung Galaxy S5 ผมว่า สีฟ้า Electric blue สวยสุด หุหุ

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านหน้า

Samsung Galaxy K Zoom ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy K Zoom เป็น Super AMOLED ขนาด 4.8 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (308ppi) กับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีปุ่มตามสไตล์ของ Samsung ครับ แต่เป็นแนวของ Samsung Galaxy S5 คือมีปุ่ม Home แบบเป็นปุ่มเต็มๆ ปุ่ม Recent app และปุ่ม Back ครับ

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านหลัง

Samsung Galaxy K Zoom ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Samsung Galaxy K Zoom นี่สไตล์จะคล้ายๆ Samsung Galaxy S5 ครับ ลายผิวไม่เป็นมันวาว และไม่ได้ออกแบบมามี Grip เหมือนตอนเป็น Galaxy S4 Zoom ครับ แต่ก็ยังมี Xenon flash และมีลำโพงอยู่ตรงด้านนี้ และยังมีเลนส์ซูม 4.4-44mm F1:3.1-6.3 ซูมได้ 10 เท่าเช่นเคย แต่การซูมจะไม่ได้ให้ใช้หมุนแหวนเหมือนตอน Galaxy S4 Zoom แล้ว

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านบน

Samsung Galaxy K Zoom ด้านบน

 

ด้านบนของ Samsung Galaxy K Zoom เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนเล็กๆ ไว้ใช้ตอนอัดเสียงวิดีโอ

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านล่าง

Samsung Galaxy K Zoom ด้านล่าง

 

ด้านล่าง มีพอร์ต Micro USB แล้วก็มีไมโครโฟนอีกข้าง ไว้ใช้ทั้งตอนคุยโทรศัพท์ และอัดเสียงตอนถ่ายวิดีโอด้วย

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านซ้าย

Samsung Galaxy K Zoom ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Samsung Galaxy K Zoom นั้นมีสล็อตใส่ MicroSD card มีฝาปิดเรียบร้อย และมีรูสำหรับร้อยสายคล้องมือครับ

 

Samsung Galaxy K Zoom ด้านขวา

Samsung Galaxy K Zoom ด้านขวา

 

ด้วยขนาดที่เล็กลงกว่า Samsung Galaxy S4 Zoom ไปเยอะเลย และน้ำหนักที่ลงมาเหลือเพียงแค่ 200 กรัม รวมกับดีไซน์ที่ลดเอา Grip ออกไป (แต่ใช้การออกแบบลวดลายของบอดี้ให้จับถนัดมือแทน) เลยทำให้ผมยอมรับได้ว่าเจ้านี่แหละ สมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลพร้อมเลนส์ซูมครับ ตรงนี้ถือว่า Samsung ได้เรียนรู้จากข้อด้อยสมัย Samsung Galaxy S4 Zoom มาปรับปรุงใน Galaxy K Zoom นี่

 

เทียบ Samsung Galaxy S5, Samsung Galaxy K Zoom และ Samsung Galaxy S4 Zoom

เทียบ Samsung Galaxy S5, Samsung Galaxy K Zoom และ Samsung Galaxy S4 Zoom

 

แม้ทาง Samsung บอกว่าจะมีให้เลือกสามสี แต่หากเราไม่ได้สีที่ไม่ปลื้มไป (เพราะซื้อสีอื่นๆ ไม่ทัน หรือสีอื่นๆ หมด) ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะเห็นเขาว่าจะมีจำหน่าย Protective case ด้วย ซึ่งเคสพวกนี้ก็มีสีสันต่างๆ ให้เลือกพอสมควรทีเดียว และเมื่อใส่แล้วก็สวยเอาเรื่องเช่นกัน

 

ซ้าย Samsung Galaxy S5 สี Electric Blue ส่วนขวาก็คือ Samsung Galaxy K Zoom ใส่ Protective case สีน้ำเงิน

ซ้าย Samsung Galaxy S5 สี Electric Blue ส่วนขวาก็คือ Samsung Galaxy K Zoom ใส่ Protective case สีน้ำเงิน

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy K Zoom

ตอนสมัยเป็น Samsung Galaxy S4 Zoom นั้น สเปกไม่ได้สูงมากนักครับ แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงกับประสบการณ์ในการใช้งานในฐานะกล้องดิจิตอลมากนัก แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในฝั่งสมาร์ทโฟนอยู่บ้าง โดยเฉพาะในกรณีผู้ใช้งานแอบฮาร์ดคอร์นิดๆ พอมาเป็นรุ่นใหม่ในปีนี้ Samsung เขาเลยปรับสเปกซะใหม่ครับ เป็นแบบนี้

  • CPU: Samsung Exynos 5260 Hexa-core ประกอบไปด้วย Quad-core 1.3GHz (Cortex-A7) Dual-core 1.7GHz (Cortex-A15)
  • GPU: Mali-T628
  • Display: Super AMOLED 4.8″ ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (308ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
  • Operating System: Android 4.4.2
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP LE
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 20.7 ล้านพิกเซล มี Auto focus พร้อม Xenon Flash
  • Battery: 2,430mAh
  • Dimensions: 137.5 มม. x 70.8 มม. x 16.6 มม.
  • Weight:  200 กรัม
  • Other: Optical zoom 10x, Optical Image Stabilization
  • Price: 15,900

สเปกนั้นถือได้ว่าจัดอยู่ในระดับกลางๆ ครับ ไม่ถึงกับแรงจัดไฮเอนด์จ๋า แต่ก็ไม่ได้อ่อนปวกเปียกแต่อย่างใด แต่เพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหน ก็ต้องขอวัดผลด้วยโปรแกรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ก่อนครับ

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

Benchmarks Scores
Quadrant Advanced Overall: 13655CPU: 47301Memory: 9583I/O: 8760

2D: 290

3D: 2342

AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 28492UX: Multitask 5053, Runtime: 2697RAM: RAM Operation 1222, RAM Speed 1876CPU: CPU integer 3348, CPU float-point 2652

GPU: 2D graphics [720×1280] 1631

GPU: 3D graphics [720×1280] 7985

IO: Storage I/O 1408, Database I/O 620

MobileXPRT 2013 Performance Test: 228User Experience Tests: 93
3DMark Ice Storm: 8992Ice Storm Extreme: 6492Ice Storm Ultimate: 8270
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Browser 2759 Chrome 1934Multicore: 1023Metal: 1307
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 873 Multi-Core Score 1793Integer: Single-Core Score 913, Multi-Core Score 1992Floating Point: Single-Core Score 773, Multi-Core Score 1919Memory: Single-Core Score 995, Multi-Core Score 1146

 

คะแนนที่ได้ไม่เลวทีเดียวครับ แน่นอนว่าคะแนนไม่ได้ออกมาแรงระดับสเปกแบบไฮเอนด์เขา แต่ในภาพรวม คะแนนถือว่าอยู่ในระดับสูง ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพที่ดี (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Samsung Galaxy S4 Zoom) คะแนนในด้านการประมวลผลกราฟิก 3D ก็ถือว่าทำได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหากับเกม 3D กราฟิกจัดหนักจัดเต็มแต่อย่างใด

 

ประสบการณ์ใช้การใช้งาน Samsung Galaxy K Zoom ในฐานะสมาร์ทโฟน

หากเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปตามท้องตลาดที่อยู่ในปัจจุบันนี้ หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy K Zoom ถือว่ามีขนาดใหญ่ตามกระแสนิยม เพียงแต่ความละเอียดหน้าจอ 1280×720 พิกเซล เทียบกับหลายๆ แบรนด์ด้วยราคาประมาณนี้ บางแบรนด์ให้ความละเอียดระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซลได้เลย เลยอาจจะดูด้อยไปหน่อย แต่จากการทดลองใช้งาน พบว่าไม่รู้สึกว่าภาพไม่คมชัดอะไรมากนัก อันนี้คงเพราะว่าความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 308ppi ซึ่งก็ใกล้เคียงกับระดับ Retina display ตามแนวคิดของ Steve Jobs เขา

 

Home screen ของ Samsung Galaxy K Zoom

Home screen ของ Samsung Galaxy K Zoom

App tray ของ Samsung Galaxy K Zoom

App tray ของ Samsung Galaxy K Zoom

 

ด้วยความที่ Samsung Galaxy K Zoom ถูกวางตำแหน่งไว้เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำงานระดับกล้องดิจิตอลได้ เลยทำให้ User Interface นั้นยึดตามแนวทางของสมาร์ทโฟนเป็นหลักครับ พวกไอคอนและ App พื้นฐานต่างๆ มีเพื่อสนับสนุนการใช้งานในฐานะสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทั้ง Home screen และ App tray นั้นเป็น UI ใหม่ตามแนวทางของ Samsung Galaxy S5 ครับ

 

Notifications ของ Samsung Galaxy K Zoom

Notifications ของ Samsung Galaxy K Zoom

QuickSettings ของ Samsung Galaxy K Zoom

QuickSettings ของ Samsung Galaxy K Zoom

 

Notifications และ QuickSettings ของ Samsung เองก็เป็นอะไรที่อำนวยความสะดวกได้ดีเช่นเคย สามารถใช้เป็นทางลัดในการเปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก … อย่างไรก็ดี นี่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นจุดเด่นอะไรมากนะครับ สมาร์ทโฟนที่ซอฟต์แวร์ดีๆ มักจะมาพร้อมกับ QuickSettings สารพัดประโยชน์อยู่แล้ว

Samsung Galaxy K Zoom นั้นมาตามแนวทางใหม่ของ Samsung ที่ใช้กับ Galaxy S5 ครับ คือไม่ได้ใส่ App อะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะจนเลือกใช้ไม่ถูก และหนักเครื่องโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งตรงนี้ถือว่าดีทีเดียวครับ และที่แตกต่างจาก Samsung Galaxy S5 อีกอย่างก็คือ ค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าไม่ได้กะให้ใช้เป็น Health companion หรือ คู่ใจในการออกกำลังกาย เพราะชัดเจนว่าไม่มี S Health มาให้ ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะแม้ว่าขนาดจะมีความบางลง น้ำหนักจะเบาลงไปพอสมควรเมื่อเทียบกับ Samsung Galaxy S4 Zoom แต่ก็ยังถือว่าหนาและหนักอยู่ หากจะเอามาใช้พกออกกำลังกายครับ แต่หากใช้คู่กับ Samsung Galaxy Gear 2 หรือ Galaxy Gear Fit แล้วใช้การ Sync ข้อมูลเอา ก็พอได้บ้าง

 

Ultra Power Saving Mode ของ Samsung Galaxy K Zoom

Ultra Power Saving Mode ของ Samsung Galaxy K Zoom

 

ลูกเล่นที่เป็นจุดขายหนึ่งของ Samsung Galaxy S5 ก็มีบน Samsung Galaxy K Zoom นี่ด้วยครับ นั่นคือ Ultra Power Saving Mode ซึ่งก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้พอสมควร คือ หากใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปกติ เช่น ท่องเว็บ ใช้ Twitter อะไรพวกนี้ ก็จะกินแบตเตอรี่อยู่ที่ราวๆ 5-8% ต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าใช้โหดมากน้อยแค่ไหน จากปกติที่จะเขมือบแบตเตอรี่ประมาณชั่วโมงละ 15-23% โดยประมาณ … หรือพูดง่ายๆ สำหรับคนที่อยากรู้ว่าใช้งานได้นานแค่ไหน ผมคงต้องบอกว่า หากเปิดหน้าจอทิ้งไว้เลยแบบออโต้ แล้วใช้งานในฐานะกล้องดิจิตอลไปพร้อมๆ กับสมาร์ทโฟน เล่น Twitter, LINE, Facebook และท่องเว็บ แบตเตอรี่น่าจะอึดให้ได้โดยประมาณ 5 ชั่วโมงนิดๆ กับการใช้งานแบบต่อเนื่องครับ

และแม้ว่าจะมีขนาดหนากว่าค่อนข้างจะชัดเจนเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป (เพราะหนาถึง 16.6 มม.) และน้ำหนัก 200 กรัม การจะพกใส่กระเป๋าเสื้อคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี แต่เมื่อใส่กระเป๋ากางเกง ก็ถือว่าสบายๆ นะครับ การหยิบยกขึ้นมาแนวหูแล้วคุยนานๆ ก็พอไหวอยู่ … แต่หากใช้ในฐานะกล้องดิจิตอล แล้วใส่สายคล้องมือ อาจจะทำให้รู้สึกเกะกะได้ การจะใช้สายคล้องมือ ผมเลยว่าต้องวางแผนดีๆ หน่อย เลือกวิธีที่จะทำให้เราสามารถถอดออกมาเก็บได้ง่ายๆ

 

การรับชมไฟล์มัลติมีเดียและการเล่นเกมบน Samsung Galaxy K Zoom

แม้จะไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับอุปกรณ์จำพวกกล้อง แต่อย่างที่ผมได้บอกครับ Samsung Galaxy K Zoom งวดนี้ มีความเป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลพร้อมเลนส์ซูมมากกว่ากล้องดิจิตอลพร้อมเลนส์ซูมที่สามารถใช้งานเป็นสมาร์ทโฟนได้ ฉะนั้นก็ต้องคิดหน่อยล่ะว่า แล้วถ้าเราจะใช้มันในฐานะสมาร์ทโฟน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม จะเป็นยังไงบ้าง

 

คลิปวิดีโอ 1080p บน Samsung Galaxy K Zoom

คลิปวิดีโอ 1080p บน Samsung Galaxy K Zoom

 

แน่นอน สเปกระดับ Hexa-core นั้น เรื่องการรับชมไฟล์วิดีโอระดับ 1080p นี่ไม่น่าเป็นห่วงครับ อย่างไรก็ดี ด้วยความละเอียดหน้าจอระดับ 1280×720 พิกเซลนั้น ทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอ 1080p ได้อย่างเต็มที่นัก ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียงนั้น Samsung ก็ยังคงทำได้ค่อนข้างจะโอเคอยู่เหมือนพวกสมาร์ทโฟนที่ผ่านๆ มา ซึ่งแม้ว่าคุณภาพเสียงจะไม่ได้ระดับสุดยอดแบบพวก Flagship แต่ก็ถือว่าใช้รับชมเพื่อความบันเทิงได้ดี ทั้งดูวิดีโอคลิป หรือฟังเพลง

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน Samsung Galaxy K Zoom

เกม Asphalt 8: Airborne บน Samsung Galaxy K Zoom

 

ลองเอามาเล่นเกมดูบ้าง เกม Asphalt 8: Airborne นั้นมองว่าสเปกของ Samsung Galaxy K Zoom นั้นไม่สูงมาก เลยตั้งค่า Default ของคุณภาพกราฟิกมาแค่ระดับ Medium เท่านั้น แต่ผมพิจารณาจากสเปกของ GPU แล้ว เลยตัดสินใจปรับไปที่ High แทน ซึ่งก็คาดไม่ผิด ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลที่ Samsung Galaxy K Zoom ใช้นั้นแรงพอที่จะเล่นเกม 3D กราฟิกสวยๆ ได้สบายๆ ลื่นไหล ไม่ติดขัดครับ

ฉะนั้นในภาพรวมก็ต้องถือว่า ในฐานะสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy K Zoom นั้นก็สามารถให้ความบันเทิงได้ในระดับหนึ่งทีเดียว หากจะให้มองหาข้อติในเรื่องนี้ ผมว่าหลักๆ น่าจะเป็นเรื่องของขนาดของตัวเครื่องที่หนากว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปพอสมควร และน้ำหนักที่ยังถือว่าหนัก หากเทียบกับสมาร์ทโฟนแบบเพียวๆ ที่เมื่อเอามาถือดูคลิปวิดีโอหรือเล่นเกมนานๆ แล้ว แอบไม่รู้สึกคุ้นเคยซักเท่าไหร่ (แต่อาการนี้อาจจะหมดไป หาใช้เป็นประจำจนชินอ่ะนะ)

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Samsung Galaxy K Zoom ในฐานะกล้องดิจิตอล

จุดเด่นของ Samsung Galaxy K Zoom เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วไป ก็คือการที่มีกล้องดิจิตอลด้านหลังระดับพอๆ กับพวกกล้องดิจิตอลแบบ Compact มาให้ด้วยนี่แหละครับ ฉะนั้นจุดแรกเลย ประสบการณ์ของการใช้งาน User Interface จึงออกแนวกล้องดิจิตอลมากกว่าครับ โดยได้อิทธิพลบางส่วนมาจาก Samsung Galaxy Camera และอีกส่วนมาจาก Samsung Galaxy S5 … การเข้าถึงโหมดกล้องนั้นสามารถทำได้โดยการเปิด App กล้องขึ้นมา หรือกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้แป๊บนึงก็ได้ แต่หากหน้าจอปิดอยู่ ให้กดปุ่ม Volume + พร้อมๆ กับปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้แป๊บนึง มันจะเปิดหน้าจอมาแล้วเข้าโหมดกล้องเลย

 

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy K Zoom

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy K Zoom

 

การเลือกโหมดถ่ายภาพของ Samsung Galaxy K Zoom นั้น นอกจากโหมดออโต้ตามปกติแล้ว ก็มีโหมดอื่นๆ ดังนี้

 

โหมดถ่ายภาพต่างๆ บน Samsung Galaxy K Zoom

โหมดถ่ายภาพต่างๆ บน Samsung Galaxy K Zoom

โหมด Pro Suggest จะแนะนำฟิลเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้นให้เลือก

โหมด Pro Suggest จะแนะนำฟิลเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้นให้เลือก

 

  • Pro Suggest หรือโหมดคำแนะนำโดยมืออาชีพ ซึ่งเมื่อกดชัตเตอร์ลงไปครึ่งทาง หรือแตะหน้าจอเพื่อปรับจุดโฟกัส ซอฟต์แวร์จะทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่เราจะถ่าย แล้วแนะนำฟิลเตอร์ (ซึ่งทาง Samsung เรียกว่า ฟิล์ม) ที่เหมาะสมมาให้เลือกใช้ครับ

 

Program Mode ให้ปรับตั้งค่าต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพด้วยตัวเอง

Program Mode ให้ปรับตั้งค่าต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพด้วยตัวเอง

 

  • Program หรือ โหมดโปรแกรม แบบที่พวกกล้องโปรเขามี ซึ่งให้เราปรับแต่งค่าต่างๆ ของกล้องได้หลากหลาย เพียงแต่เท่าที่ลองใช้ รู้สึกว่าบางอย่างมันขาดหายไป เช่น การปรับ Aperture เป็นต้น

 

โหมด Selfie เลือกพื้นที่ที่เราอยากให้หน้าเราอยู่ในภาพ แล้วใช้กล้องหลังถ่ายรูปได้ มันจะเตือนเมื่อหน้าเราอยู่ในบริเวณที่กำหนด

โหมด Selfie เลือกพื้นที่ที่เราอยากให้หน้าเราอยู่ในภาพ แล้วใช้กล้องหลังถ่ายรูปได้ มันจะเตือนเมื่อหน้าเราอยู่ในบริเวณที่กำหนด

 

  • โหมด Selfie หรือโหมดถ่ายภาพตนเอง ที่ให้เราเลือกตำแหน่งที่เรากะว่าจะอยู่ในภาพไว้ก่อน แล้วจึงค่อยหันกล้อง เอากล้องด้านหลังมาถ่าย ถ้ากล้องตรวจจับใบหน้าเราว่าอยู่ในบริเวณที่กำหนดไว้แล้ว ตัวกล้องจะส่งเสียงการปรับโฟกัสให้ได้ยิน แล้วถ่ายภาพต่อเนื่อง 3 ภาพ เพื่อให้เรามาเลือกว่าจะเอาภาพไหน
  • โหมดถ่ายรูปอื่นๆ เช่น โหมดหน้าสวย, โหมดพาโนราม่า, HDR ฯลฯ แบบที่กล้องดิจิตอลบนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป พึงมี

จากการทดสอบใช้งานโหมดต่างๆ ผมพบว่า

 

เลือกฟิลเตอร์ (หรือที่ Samsung เรียกว่า ฟิล์ม) เองในโหมด Pro Suggest

เลือกฟิลเตอร์ (หรือที่ Samsung เรียกว่า ฟิล์ม) เองในโหมด Pro Suggest

 

  • โหมด Pro Suggest นั้น โดยมากก็แนะนำฟิลเตอร์ที่เหมาะสมให้จริงๆ แต่ Learning curve หรือเส้นการเรียนรู้ หรือชั่วโมงบินที่เราต้องผ่าน ก่อนที่จะใช้ได้คล่องๆ มันต้องใช้เวลาหน่อย … เราควรจะลองหัดถ่ายรูปเยอะๆ โดยเข้ามาในโหมดนี้ แต่แตะที่ไอคอนรูปภูเขาที่มีลูกศรวนรอบอยู่ (มันจะอยู่ตรงด้านล่างซ้ายมือ เหนือเกียร์ ซึ่งจะกระพริบแว้ยๆ ตอนเข้าสู่โหมด Pro Suggest ใหม่ๆ) เพื่อเลือกฟิล์ม (หรือฟิลเตอร์) ด้วยตนเอง ลองดูว่าฟิลเตอร์แต่ละแบบนั้นให้ลักษณะของภาพเป็นยังไง

 

ดาวน์โหลดฟิล์มมาเพิ่ม เพื่อใช้ในโหมด Pro Suggest

ดาวน์โหลดฟิล์มมาเพิ่ม เพื่อใช้ในโหมด Pro Suggest

 

  • ค่อนข้างจะเห็นแนวทางของ Samsung แล้ว คือ จะเปิดให้นักพัฒนาได้มีโอกาสมาร่วมในการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในโหมดถ่ายภาพมากขึ้น อย่างตอน Samsung Galaxy S5 เราก็เห็น Market สำหรับนักพัฒนามาขายโหมดถ่ายภาพแล้ว และใน Samsung Galaxy K Zoom นี่เราก็ได้เห็น Pro Suggest Market ที่ให้ทำ “ฟิล์ม” มาขายอีก (แต่แปลไทยของ Samsung Galaxy K Zoom ที่ผมได้มาทดสอบนี้ แปล “ฟิล์ม” เป็นภาพยนตร์ ดูตลกไปเลย)
  • โหมดโปรแกรมอาจจะต้องอาศัยความชำนาญในการเล่นเยอะมาก เพราะ Samsung มีให้เลือกปรับค่อนข้างละเอียดอย่างมาก จริงๆ แล้ว ถ้าทำโหมดโปรมาแบบ Samsung Galaxy S4 Zoom เหมือนเดิม อาจจะเข้าใจง่ายกว่านี้
  • โหมด Selfie นี่ช่วยให้ถ่ายรูปตัวเองได้สะดวกขึ้นจริงๆ โดยใช้กล้องดิจิตอลความละเอียดระดับ 20.7 ล้านพิกเซลเลย แต่เสียงเตือนเพื่อบอกให้รู้ว่าหน้าเราอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดแล้ว กำลังจะโฟกัสแล้วถ่ายภาพละนะ มันเบาไปหน่อย ต้องตั้งใจฟังดีๆ ครับ

ผมมองว่า Samsung พยายามอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานในการจัดเตรียมพวกฟีเจอร์ออโต้ หรือแนะนำการใช้งานต่างๆ มาให้เพียบ แต่ในทางกลับกัน มันแอบเยอะจนเกินไป จนทำให้เกิด Learning curve หรือเส้นโค้งการเรียนรู้ที่ค่อนข้างสูง เพราะหากจะใช้งานโหมดต่างๆ ให้เหมาะสม ก็ต้องเรียนรู้ไม่น้อยเลยว่าอะไรไว้ทำอะไรบ้าง

 

เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Camera 2 ครับ Samsung Galaxy K Zoom สามารถแยกปรับจุดโฟกัสและชดเชยแสงได้

เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Camera 2 ครับ Samsung Galaxy K Zoom สามารถแยกปรับจุดโฟกัสและชดเชยแสงได้

 

ฟีเจอร์นึงที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของ Samsung ไม่ว่าจะไฮเอนด์ซักแค่ไหนก็ไม่มีซักที ทั้งๆ ที่แบรนด์อื่นเขามีกันไปนานแล้วก็คือ การตั้งค่าชดเชยแสงโดยแตะวัดแสงบนหน้าจอครับ แต่นับตั้งแต่ Samsung Galaxy Camera 2 มาจนถึง Samsung Galaxy K Zoom นี้ ผมสังเกตว่าฟีเจอร์ดังกล่าว มีให้ใช้บน Device ในกลุ่ม Camera ของ Samsung เท่านั้นแฮะ ซึ่งทำได้ดีถึงขนาดแยกปรับโฟกัสและชดเชยแสงกันคนละจุดได้ด้วย … ตรงนี้ถือว่า Samsung Galaxy K Zoom ทำได้ดี (แต่ทำไมสมาร์ทโฟนของ Samsung รุ่นอืนๆ ทำไม่ได้ซักทีนะ)

คุณภาพของภาพถ่ายจากกล้อง Samsung Galaxy K Zoom นั้น ก็ตามนี้เลยครับ

 

20140615_07545020140615_073141_Richtone(HDR)140279524149020140614_17422620140614_173412

แอบเสียดายมากที่สภาพอากาศนั้นฟ้าครึ้ม ฝนตกเป็นระยะๆ เลยไม่สามารถหาจังหวะถ่ายภาพดีๆ ได้เลย สภาพแสงไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ แต่ก็ได้ภาพมาเท่าที่พอจะได้นั่นแหละครับ (ฮา)

 

20140614_15483920140614_160019IMG_20140614_101945

 

ระยะซูมของ Samsung Galaxy K Zoom นั้น ก็ค่อนข้างไกลระดับนึงครับ ในการใช้งานทั่วๆ ไป ถือว่าสบายๆ ครับ เพราะกล้องดิจิตอล Compact ปกติก็ให้ Optical zoom มาแค่ 3x เท่านั้นเอง นี่มีตั้ง 10x แต่กรณีสำหรับท่านใดที่จะซื้อไปเพื่อใช้ถ่ายภาพศิลปินในงานคอนเสิร์ตต่างๆ ต้องขอบอกว่า มันอยู่ในระยะสำหรับคนที่ซื้อบัตรโซนหน้าหน่อยครับ

 

นี่คือระยะที่ผมยืนก่อนจะซูม ภายใต้บรรยากาศคอนเสิร์ต

นี่คือระยะที่ผมยืนก่อนจะซูม ภายใต้บรรยากาศคอนเสิร์ต

ซูม 10x เข้ามาแล้ว ได้ภาพของนักร้องประมาณขนาดนี้ครับ

ซูม 10x เข้ามาแล้ว ได้ภาพของนักร้องประมาณขนาดนี้ครับ

 

เรื่องการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย สำหรับในกรณีของคอนเสิร์ตแล้วอาจจะน่าห่วงน้อยหน่อย เพราะปกติแล้ว แม้ในสถานที่จัดคอนเสิร์ตจะมีแสงค่อนข้างน้อย แต่บนเวที โดยเฉพาะรอบๆ ตัวศิลปิน จะมีไฟส่องพอสมควรครับ และ Samsung Galaxy K Zoom นี่สามารถปรับชดเชยแสงได้ โดยการแตะบนหน้าจอแล้ว ซึ่งพวกสมาร์ทโฟนของ Samsung เองยังทำไม่ได้ (และจนถึงตอนนี้ก็มีแค่ Samsung Galaxy Camera 2 และ Samsung Galaxy K Zoom นี่แหละ ที่สามารถปรับชดเชยแสงตามตำแหน่งที่แตะบนหน้าจอได้)

นอกจากนี้ ใน Program Mode นั้นมีลูกเล่น Track AF ครับ กำหนดวัตถุที่เราต้องการจะโฟกัสได้ แล้วซอฟต์แวร์จะทำการติดตามปรับโฟกัสตามวัตถุนั้นๆ ซึ่งเหมาะกับการใช้ถ่ายคอนเสิร์ตเช่นกัน แตะไปเลย เราจะตามศิลปินคนไหน แล้วแค่แพนกล้องตามไปเรื่อยๆ เรื่องโฟกัส ซอฟต์แวร์จะพยายามปรับให้เอง

 

การซูมเปลี่ยนมาใช้ปุ่ม Volume +/- หรือ Pinch zoom หรือเลื่อนตัวเลื่อนบนหน้าจอ

การซูมเปลี่ยนมาใช้ปุ่ม Volume +/- หรือ Pinch zoom หรือเลื่อนตัวเลื่อนบนหน้าจอ

 

เกือบลืมพูดถึงการซูมครับ ตัว Samsung Galaxy K Zoom นี่แตกต่างจากสมัย Samsung Galaxy S4 Zoom ที่ใช้การหมุนแหวนรอบๆ ตัวเลนส์กล้องเพื่อปรับระยะซูม เพราะเนื่องจากต้องการทำให้ตัวเครื่องบางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เลยตัดออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้การกดปุ่ม Volume +/- เป็นหลัก หรือใครจะใช้ Pinch zoom ก็ได้ แต่จากที่ผมลองใช้ดูพบว่า ถ้าจับหลักของมันไม่ได้ การ Pinch zoom นี่จะน่ารำคาญมาก ใช้ยาก

หลักการทำ Pinch zoom คือ ถ้าจะซูมออกต้องเอานิ้วสองนิ้วอยู่ให้ใกล้กันที่สุด จิ้มบนหน้าจอ แล้วค่อยๆ กางออก หรือหากจะซูมเข้า ก็ต้องกางนิ้วสองนิ้วให้ห่างๆ กันพอสมควร จิ้มบนจอแล้วค่อยๆ หุบเข้า ต้องทำเหมือนกะว่าจะให้ซูมเข้าหรือออกเสร็จในทีเดียวไปเลย จะมาจิ้มกางๆ หรือ จิ้มหุบๆ หลายๆ ที ซอฟต์แวร์มันซูมไม่ถูกครับ

สรุปแล้ว ใช้ Volume +/- ในการซูมเข้าหรือออก ปวดหัวน้อยกว่าเยอะ

การถ่ายวิดีโอนั้น เจ้านี่สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 1080p ซึ่งก็ถือว่ามากเพียงพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบันนี้ และสามารถถ่ายได้ที่สูงสุดระดับ 60fps ด้วย ซึ่งจะให้ภาพที่ลื่นไหลมากกว่าปกติ และหากใครชอบที่จะถ่ายวิดีโอไว้ แล้วค่อยมาเก็บ Snapshot ไปทีหลัง โหมดนี้ก็ช่วยให้เลือกเฟรมภาพได้มากขึ้นด้วย … อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ Samsung Galaxy K Zoom ให้ความจุมาแค่ 8GB เท่านั้น ดังนั้นหากใครที่คิดจะถ่ายวิดีโอละก็ ผมแนะนำว่าควรจะหา MicroSD card สเปกดีๆ (จะให้ดี จัด Class 10 ไปเลย) มาใส่เพิ่ม แล้วเก็บทั้งภาพถ่ายและวิดีโอไว้ใน MicroSD card ไปเลยดีกว่า … สำหรับท่านใดอยากเอาไปใช้เก็บบรรยากาศภายในคอนเสิร์ต ผมว่า Samsung Galaxy K Zoom ก็พอไหวครับ ลองดูวิดีโอตัวอย่างสั้นๆ ด้านล่างนี่ได้

 

[youtube url=”http://www.youtube.com/watch?v=cCvurvFrjkU”]

 

อย่างไรก็ดี ในโหมดการถ่ายวิดีโอนี้ สามารถทำได้แค่ปรับโฟกัสเมื่อแตะบนหน้าจอเท่านั้น ไม่สามารถปรับการชดเชยแสงได้ ต้องรอมันปรับอัตโนมัติแบบพิจารณาจากกลางจอภาพเท่านั้นครับ น่าเสียดายจริง หากมันปรับชดเชยแสงด้วยการแตะจุดที่ต้องการบนหน้าจอได้ มันจะช่วยให้การถ่ายวิดีโอในสภาพแวดล้อมต่างๆ สะดวกขึ้นเยอะ

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy K Zoom

ถือว่า Samsung ทำการบ้านมาดี และนับว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำหน้าที่แบบกล้องดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบได้พกพาสะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะ ซึ่งผมถือว่าการพกพาไปไหนมาไหนแบบเครื่องเดียวเอาอยู่ ทั้งการใช้งานในฐานะกล้องดิจิตอลและสมาร์ทโฟน เจ้านี่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีแล้ว … ตอนที่ได้มาทดลองเสร็จแล้ว ยังไม่ทราบราคา แรกๆ ก็กลัวจะมาแนว Samsung Galaxy S5 ที่ราคาแอบแรงไป แต่พอประกาศราคามา 15,900 บาทเท่านั้นแหละ ผมคิดว่ามันคือสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลแบบ Compact แอบสิงสู่อยู่ในตัวที่คุ้มค่ามากทีเดียว

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. Lam says:

    ชัตเตอร์ไวไหม ถ่ายแล้วเบลอง่ายหรือเปล่าครับ

    • kafaak says:

      ชัตเตอร์ไวครับ เรื่องเบลอง่ายทำได้ดีขึ้นเยอะ เพราะมี Optical Image Stabilizer แล้ว แต่ว่าถ้าซูมเยอะๆ ก็ยังมีโอกาสเบลออยู่ เทคนิคคือ หากซูมเยอะๆ มือต้องนิ่ง และอย่าใช้ปุ่มชัตเตอร์บนตัวกล้อง ให้ไปใช้ปุ่มชัตเตอร์บนหน้าจอ กดค้างไว้ รอจนนิ่งสุดแล้วปล่อยเพื่อลั่นชัตเตอร์

      • Lam says:

        ถ้าเทียบคุณภาพของภาพถ่ายและความไวชัตเตอร์เทียบกับ Note3 ,Z2 ,Find7 และ S5 มันจะอยู่ประมาณตรงไหนครับ พูดถึงตอนที่ถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุดที่ 100% นะครับ ผมชอบภาพที่ไม่เบลอครับ

        • kafaak says:

          ณ ตอนนี้ผมคงตอบได้แค่เทียบ S5 กะ K Zoom เพราะผมได้ลองเทียบสองตัวนี้แล้ว เมื่อเทียบที่ภาพขนาดเต็ม (ไม่ซูม) K Zoom ได้เปรียบเพราะพิกเซลเหนือกว่า เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่า เลนส์จริงจังกว่า

          ส่วน Z2 ผมไม่มีเครื่อง เลยตอบยาก … Oppo Find 7 ผมเพิ่งได้เครื่องมา แต่ผมก็คืน K Zoom เขาไปแล้ว ฉะนั้นเลยต้องรอผมได้ K Zoom ของผมมาก่อน แล้วจะเทียบให้ดู (คาดว่าคงได้เทียบตอนไปเที่ยวบาหลี ไว้จะมาเขียนบล็อกเล่าให้อ่าน)

          Note 3 ด้อยสุดในบรรดาทุกรุ่นที่คุณกล่าวมาอยู่แล้ว ฉะนั้น ข้าม

Leave a Reply

%d bloggers like this: