รีวิวของแรงราคาถูก Xiaomi MI3 ได้ Snapdragon 800 ในราคาไม่ถึงหมื่น

Print Friendly, PDF & Email

 

Xiaomi MI3

 

เปิดตัวไปพักใหญ่ๆ แล้ว และก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียว สำหรับ Xiaomi MI3 ซึ่งมีจุดขายตรงที่เขาคุยว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ความเห็นของผม อันนั้นมันเปรียบเทียบยากอยู่ แม้จะเอาคะแนน Benchmark มาชนกันก็ตามที แต่ถ้าจะบอกว่า มันคือสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดที่สนนราคาถูกเอามากๆ ครับ เพราะแม้ปัจจุบันประเทศไทยจะไม่ได้มีการเอาเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่รุ่น 16GB ที่มีขายกันในประเทศไทยอยู่ ณ ตอนที่เขียนรีวิวนี้ สนนราคาอยู่ที่ราวๆ เก้าพันกว่าบาท หรืออาจจะไม่ถึงแล้วด้วยซ้ำในบางร้าน ส่วนรุ่น 64GB  นั้นถ้าจำไม่ผิด ก็อยู่ที่ราวๆ หมื่นสี่พันกว่าบาทเอง

 

รูปร่างหน้าตาของ Xiaomi Mi3

ใครๆ เขาว่า Xiaomi MI3 นี่ดีไซน์สวยมาก แต่เรื่องความสวยงามนั้น เป็นเรื่องของนานาจิตตังครับ สำหรับผมแล้ว Xiaomi MI3 ทำให้ผมนึกถึง Nokia Lumia ไม่น้อย กับดีไซน์ตัวเครื่องที่มองจากด้านหน้าแล้วเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ขอบด้านข้างซ้ายและขวานั้นทำออกมาเป็นโค้งมน ตัวบอดี้ทำจากพลาสติกอลูมิเนียม-แม็กนีเซียมอัลลอย มีให้เลือกหลากสีตามที่เห็นในรูปประกอบนั่นแหละครับ แต่ว่าจะมีสีไหนให้ซื้อบ้าง ก็อยู่ที่ร้านที่หิ้วเข้ามาขายว่าจะเอาสีอะไรมาได้บ้างล่ะนะ … ส่วนที่ผมได้มารีวิวเป็นสีเทาครับ ให้ความรู้สึกเป็นโลกะอยู่บ้าง

 

Xiaomi MI3 ด้านหน้า

Xiaomi MI3 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Xiaomi MI3 เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ให้ความหนาแน่นพิกเซลระดับ 441ppi รองรับการสัมผัสหน้าจอพร้อมๆ กัน 10 จุด มีปุ่ม Menu, Home และ Back แบบ Capacitive และมีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

 

Xiaomi MI3 ด้านหลัง

Xiaomi MI3 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Xiaomi MI3 นั้นเรียบง่ายมาก มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แบบ Auto focus พร้อม Dual LED Flash และมีโลโก้ mi เล็กๆ ครับ

 

Xiaomi MI3 ด้านบน

Xiaomi MI3 ด้านบน

 

ด้านบนของ Xiaomi MI3 ก็มีช่องเสียบไมโครโฟน 3.5 มม. มีรูไมโครโฟนสำหรับอัดเสียง แล้วก็มีถาดใน SIM card ซึ่งดูใหญ่อลังการ เพราะเจ้านี่เป็น SIM แบบธรรมดาครับ นานๆ จะได้เห็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ SIM ธรรมดาๆ แบบนี้ แต่ก็มาสไตล์ Nokia Lumia ต้องเอาอุปกรณ์มาแหย่เพื่อถอดถาดใส่ SIM นี่ออกมาครับ

 

Xiaomi MI3 ด้านล่าง

Xiaomi MI3 ด้านล่าง

 

ด้านล่าง มีพอร์ต Micro USB 2.0 ไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วก็มีรูลำโพง ที่แอบซ่อนไมโครโฟนไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน

 

Xiaomi MI3 ด้านขวา

Xiaomi MI3 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Xiaomi MI3 นั้น มีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดหน้าจอ น่าเสียดายที่อุตส่าห์เอาดีไซน์คล้าย Nokia Lumia มาแล้ว แต่ดันไม่ทำปุ่มชัตเตอร์มาให้ด้วย จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ หน่อย

ในภาพรวม ก็อย่างที่ผมได้บอกครับ เรื่องดีไซน์และความสวยงามมันเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องมองกันเองครับ แต่ผมสรุปได้ว่า หากคุณชอบสไตล์ของ Nokia Lumiaละก็ น่าจะโอเคกับ Xiaomi MI3 นี่ครับ … แต่ Xiaomi MI3 จะให้ความรู้สึกว่าเบากว่าพอสมควร

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Xiaomi MI3

ร้าน House of MDroid ที่ให้ Xiaomi MI3 นี่มารีวิวบอกว่า ขายอยู่ราวๆ เก้าพันกว่าบาท (กำหนดราคาเป๊ะๆ ไม่ได้ เพราะของหิ้วพวกนี้ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากันเลย) มองในแง่ของราคา เจ้านี่จัดอยู่ในสมาร์ทโฟนสำหรับชนชั้นงบประมาณกลางๆ ค่อนไปทางด้านล่าง แต่สเปกที่ได้มานั้น มันน่าสนใจมากทีเดียวนะครับ

 

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 800 Quad-core 2.3GHz Krait 400
  • GPU: Adreno 330
  • Display: IPS LCD 5″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB/64GB
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: Android 4.4 (ปกติจะเป็น Android 4.3 แต่ว่าตัวที่ได้มารีวิว อัพ Firmware สำหรับ Developer เลยเป็น 4.4)
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: SIM ธรรมดา
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล มี Auto focus พร้อม Dual LED Flash
  • Battery: 3,050mAh
  • Dimensions: 144 มม. x 73.6 มม. x 8.1 มม.
  • Weight:  145 กรัม
  • Other: –
  • Price: แล้วแต่ร้านค้า เพราะนี่เป็นเครื่องหิ้ว

สเปกที่ได้ถือว่าอยู่ในระดับน้องๆ ไฮเอนด์เลยละครับ ฉะนั้นลองมาวัดประสิทธิภาพดู ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

Xiaomi MI3 Benchmark

Xiaomi MI3 Benchmark

 

คะแนนที่ได้จากผลการทดสอบ ค่อนข้างน่าประทับใจมากทีเดียวครับ ไม่เสียแรงที่เป็นชิปเซ็ต Snapdragon 800 เลย ทั้งคะแนนในการประมวลผลทั่วไป คะแนนในการประมวลผลกราฟิก 3D ก็ทำออกมาได้ดีในทุกๆ การทดสอบด้วย App ต่างๆ คะแนนของ MobileXPRT 2013 ก็ชี้ให้เห็นว่าทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้งานค่อนข้างดีทีเดียวเชียว

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Xiaomi MI3

เมื่อจ่ายน้อยแต่ได้สเปกแรง โดยการซื้อสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนแท้ๆ แบบนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างหน่อยครับ นั่นคือ ความยุ่งยากในการใช้งาน หากต้องการใช้งาน Android ในแบบที่ Android ควรจะเป็น … ที่เป็นแบบนี้เพราะ Xiaomi เขามี Ecosystem เป็นของตัวเองครับ มี App store เป็นของตัวเอง มีพวกร้านขาย Theme และมี Xiaomi account เป็นของตนเอง เพื่อไปใช้บริการอย่าง Mi Cloud, Mi Phone, MIUI และ Mi Talk แต่บริการเหล่านี้ สำหรับคนไทยส่วนใหญ่หากจะใช้ ก็จะแอบวุ่นหน่อย เพราะเขายังปรับ User Interface ให้เป็นภาษาไทยทั้งหมดไม่เสร็จเรียบร้อยดี

 

Xiaomi Account Mi Cloud

Xiaomi Account Mi Cloud

 

ยกตัวอย่างเช่น ตอนผมจะล็อกอินด้วย Xiaomi Account เข้าไปใช้ Mi Cloud มันก็ขึ้นหน้าจอแบบนี้มา ภาษาจีนล้วนๆ เลย (ฮา) อ่านไม่ออกเลย แต่เขามีแค่ปุ่มเดียวให้กด พอกดไปแล้ว มันก็เข้าสู่หน้าจอให้ผูกเบอร์โทรศัพท์เข้ากับตัวสมาร์ทโฟนของเรา … นี่คือประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ หากจะใช้บริการต่างๆ ของ Xiaomi ในตอนนี้ แต่ในอนาคตอาจจะดีขึ้น เพราะทาง Xiaomi ก็ตั้งใจจะ Go Inter ออกสู่ตลาดโลกแล้ว ถึงตอนนี้อะไรๆ ก็คงจะได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษกันมากขึ้น

แต่สำหรับคนที่รู้ภาษาจีน การใช้บริการต่างๆ ของ Xiaomi และบรรดา App ต่างๆ ที่มีอยู่ในนี้ ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะทีเดียว พวกหนัง พวกซีรี่ส์ต่างๆ หรือเพลงต่างๆ ก็มีให้ดาวน์โหลด​ (ในแบบสีเทาๆ เพราะไม่เชิงว่าถูกลิขสิทธิ์นะครับ)

 

china

 

สำหรับคนที่ไม่สันทัดภาษาจีน ก็จะต้องติดตั้งบริการของ Google ลงไปครับ ซึ่งตรงนี้ ต้องหาทางติดตั้ง Google Installer ก่อน แล้วรันมันขึ้นมา ก็จะเลือกได้ว่าจะติดตั้ง Google apps อะไรบ้าง แน่ๆ คือ ติดตั้ง Google Play ก่อนครับ (ตัวที่ผมได้มารีวิว ไม่มี Xiaomi Market มาให้ แต่ทางร้านเขาก็จัดการลงพวก Google Services ต่างๆ มาให้แล้ว เลยหมดห่วง) ตอนซื้อจากทางร้าน ก็ถามเขาในส่วนนี้ แล้วให้เขาช่วยจัดการให้นะครับ ทำเองอาจจะยากไปหน่อย

 

Home screen ของ Xiaomi MI3

Home screen ของ Xiaomi MI3

 

User Interface ของ Xiaomi MI3 เป็น MIUI ครับ และก็เป็นสไตล์ของสมาร์ทโฟนเลือดจีนเข้มข้น คือ ไม่แบ่งเป็น Home screen และ App tray ครับ จะมีแค่ Home screen อย่างเดียว แต่จะวางไอคอน App ทั้งหมด และ Widget ไว้ตรงนี้เลย … อารมณ์คล้ายๆ iPhone ครับ แต่ว่าต่างกันตรงที่ เราสามารถวาง Widget ไว้ในแต่ละหน้าของ Home screen ได้ด้วย สไตล์การออกแบบ User Interface แบบนี้ ถ้าไม่ใส่ Widget จนรกเกินไป ผมว่ามันจะใช้งานสะดวกกว่าการแบ่งเป็น Home screen กับ App tray อีกนะ

 

QuickSettings ของ Xiaomi MI3

QuickSettings ของ Xiaomi MI3

 

แต่ในส่วนของ Notification bar นั้น ก็ยังเป็นไปตามสไตล์ของ Android ครับ ต้องมี Notifications และ QuickSettings (ที่ MIUI เรียกว่า Toggles) อยู่ ซึ่งก็ใช้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้เท่าที่พวกสมาร์ทโฟนควรทำได้ครับ และเราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยใน Settings

 

Theme store เลือกดาวน์โหลด หรือซื้อธีมมาใส่

Theme store เลือกดาวน์โหลด หรือซื้อธีมมาใส่

 

หากรู้สึกไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของ User Interface ที่ใช้อยู่ ก็สามารถไปดาวน์โหลด Theme มาเปลี่ยนได้นะครับ แต่งานนี้อาจจะต้องเสียเงินกันนิดหน่อย เพราะว่าหลังๆ มานี้ Theme ส่วนใหญ่เป็นแบบเสียเงินครับ แต่ก็ยังมี Theme ฟรีให้ดาวน์โหลดอยู่ แต่ความสวยงามก็อาจจะลดทอนลงมา

 

เลือก Theme ที่ชอบ แล้ว Apply

เลือก Theme ที่ชอบ แล้ว Apply

 

Theme แต่ละอันของ Xiaomi นี่ ดูสวยงามดีมากเลยนะครับ หลายๆ อันนี่ ถ้าไม่ใช่อยู่ในประเทศจีนคงมีโดนฟ้องร้องกันบ้างล่ะ เพราะเล่นเอาทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่นมาดัดแปลงเป็น Theme ขายซะงั้น

 

เลือกเติม MiCredit ได้หลากหลายช่องทางมากมาย

เลือกเติม MiCredit ได้หลากหลายช่องทางมากมาย

 

การซื้อ MiCredit สามารถทำได้ผ่านหลายช่องทาง เพียงแต่บางช่องทาง เช่น Alipay, Tenpay หรือ MiCredit card นี่ คงจะต้องเป็นคนจีนซะหน่อย เพราะเหมือนจะให้บริการเฉพาะแต่ในประเทศจีน แต่จะกลัวอะไร เพราะเติมผ่านบัตรเครดิตได้นี่นา

 

สแกนบัตรเติม MiCredit ไม่ต้องกรอกรหัสเอง

สแกนบัตรเติม MiCredit ไม่ต้องกรอกรหัสเอง

 

แต่หากเติมเงินผ่านพวกบัตรเติมเงินอย่าง Prepaid card หรือ MiCredit card เนี่ย สะดวกครับ ขูดเลขบัตรเสร็จแล้ว ไม่ต้องลำบากพิมพ์ เพราะเราสามารถสแกนเลขบัตร แล้วมันก็กรอกข้อมูลให้เสร็จได้เลย เป็นฟีเจอร์ที่แจ่มมาก … อ้อ! 1MiCredit ดูเหมือนจะตกราวๆ 1 หยวน หรือประมาณ 5 บาทครับ

เท่าที่ผมลองเล่น พวกบริการส่วนใหญ่บน Xiaomi MI3 ที่เป็นของดั้งเดิมของจีนเนี่ย ถ้าไม่สันทัดภาษาจีนระดับกลางๆ จนถึงขั้นสูง คงยากที่จะใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุดจริงๆ ครับ แต่หากสันทัดภาษาจีนละก็ บริการจำพวก Content ของ Xiaomi นี่แหล่มใช่ย่อยครับ

 

ใช้ MiCredit ในการซื้อ Content

ใช้ MiCredit ในการซื้อ Content

เลือกดาวน์โหลด Content ที่ระดับคุณภาพต่างๆ กันไป

เลือกดาวน์โหลด Content ที่ระดับคุณภาพต่างๆ กันไป

 

อย่างที่บอก พวกบริการ Content จากประเทศจีนนี่ ผมตอบไม่ได้ว่ามันขาวสะอาดดีแท้ๆ หรือแอบเทาๆ นิดๆ แต่ค่าบริการมันไม่แพงเท่าไหร่น่ะ เพียงแต่การจะใช้บริการ ส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านการอ่านภาษาจีนมาระดับนึง ผมเลยบอกว่าอาจจะต้องสันทัดหน่อยครับ แต่พวกโปรแกรมแปลภาษาที่สามารถถ่ายภาพแล้วแปลได้ จะช่วยได้เยอะ (แต่กรณีนั้นหมายความว่าเราก็ต้องมีสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตอีกเครื่องดิ วุ่นตายชัก)

แต่คะแนนของ MobileXPRT 2013 นี่ก็เป็นไปตามนั้นเลยนะครับ การใช้งาน Xiaomi MI3 นี่ ราบลื่นทีเดียว พวก Animation ต่างๆ มันดูลื่นไหลมากๆ ครับ ส่วนอะไรที่ขาดๆ ไป เมื่อเทียบกับพวกสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ส่วนใหญ่ก็จะสามารถหาเอาได้จาก Google Play Store ยกเว้นพวก Exclusive app ต่างๆ (ที่มีไม่มาก) และพวกบริการ Localization

 

การใช้งาน Xiaomi MI3 ในงานด้านมัลติมีเดีย

ด้วยชิปเซ็ตระดับ Snapdragon 800 แล้ว เราจะไม่พูดถึงการรับชมไฟล์วิดีโอระดับ Full HD 1080p แล้ว เราต้องพูดถึงการเล่นไฟล์วิดีโอระดับ 4K กันครับ (หุหุ) และแน่นอน ลองทดสอบการเล่นวิดีโอระดับ 4K แล้วก็พบว่าลื่นไหลดี ไม่มีกระตุกเลย และหน้าจอแสดงผลระดับ 1920×1080 พิกเซลก็ยังแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอออกมาได้อยู่บ้าง

 

ดูคลิป 4K บน Xiaomi MI3 ชัดแจ๋วมาก

ดูคลิป 4K บน Xiaomi MI3 ชัดแจ๋วมาก

 

ดูคลิป 4K แม้จะบนจอ 1080p ก็ยังเห็นถึงความแตกต่างครับ … ส่วนด้านคุณภาพเสียงนั้น เสียงจากลำโพง ให้เสียงที่ออกโทนแหลมใส มีน้ำหนักที่ดี แสดงรายละเอียดได้ชัดเจน มิติเสียงโปร่งและกว้าง แม้เสียงจะเน้นออกไปทางกลางแหลมเสียเยอะ แต่ก็ฟังดี ไม่กระด้าง ไม่แหลมบาดหู และยังคงมีน้ำหนักและ Attack ของกลางต่ำอยู่ โดยรวมถือว่าเป็นลำโพงมือถือที่ฟังดีเลยทีเดียว

ทดสอบการฟังผ่านหูฟัง พบว่ามี Character เดียวกับเสียงที่ได้จากลำโพง คือโทนแหลมใส มีช่วงเสียงกลางที่เด่น แม้จะแสดงเสียงเบสออกมาได้ค่อนข้างโอเค ไม่เบลอ แต่ก็จะไม่แน่นและไม่ชัดเท่าไรนัก เสียงย่านสูงไม่ฟุ้งจนรู้สึกรำคาญ แต่ก็จะไม่ชัดมากเช่นกัน โดยรวมถือว่าฟังดูดี มิติไม่ลึกมาก บรรยากาศเสียงไม่เบลอไม่อึดอัด

 

ลองเล่นเกมบน Xiaomi MI3

ทางร้านเขาบอกว่า ลองลงเกม Asphalt 8: Airborne แล้ว เล่นไม่ได้ ผมลองเล่นตัวที่ทางร้านลงมาให้ เออ มันก็เล่นไม่ได้จริงๆ แต่ผมลอง Uninstall ออก แล้วดาวน์โหลดใหม่ โดยผ่าน Google Account ของผมเอง ปรากฏว่าเล่นได้ครับ และแน่นอน กราฟิกชิป Adreno 330 นี่ สามารถประมวลผลเกม 3D กราฟิกจัดหนักจัดเต็มได้สบายๆ อยู่แล้ว

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน Xiaomi MI3

เกม Asphalt 8: Airborne บน Xiaomi MI3

 

แน่นอน การเล่นไหลลื่น กราฟิกสวยงาม รายละเอียดของเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ครบถ้วน … ที่เหลือก็เป็นเรื่องขององค์ประกอบครับ หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด Full HD นี่คมชัดดีมาก ให้สีสันสมจริงดี ที่จะมีปัญหาคือลำโพงครับ เพราะแม้ว่าจะเสียงดังดี แต่เวลาถือตัวเครื่องเพื่อเล่นเกม โอกาสที่อุ้งมือจะไปบังลำโพงมีสูงมาก เลยทำให้เสียงออกมาอู้อี้ สุดท้าย แนะนำว่าเสียบชุดหูฟัง หรือใช้ Bluetooth headset ไปเลยจะได้อรรถรสกว่า

 

การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอบน Xiaomi MI3

User Interface กล้องของ Xiaomi MI3 ในแบบพื้นฐาน จะคล้ายๆ กับพวกสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ครับ มีไอคอนโน่นนี่นั่นอยู่ริมๆ ขอบหน้าจอ แต่ว่าความแตกต่างคือ เจ้านี่มันมีให้เลือกเป็น Simple mode กับ Advanced mode ซึ่งในส่วนของ Simple mode จะเป็นการตัดความสามารถในการปรับแต่งออกไป ประมาณว่าผู้ใช้งานจะได้ไม่งง ส่วน Advanced mode จะมีตัวเลือกให้ปรับแต่งมากขึ้น เช่น ปรับ White balance ได้ เลือกโหมดโฟกัสได้ อะไรแบบนี้

 

User Interface กล้องของ Xiaomi MI3

User Interface กล้องของ Xiaomi MI3

 

ลูกเล่นที่น่าสนใจอันนึงคือ Face recognition ที่เมื่อปรับอยู่ใน Simple mode แล้ว มันจะวิเคราะห์ใบหน้า แล้วบอกได้ว่าเราเพศอะไรและอายุเท่าไหร่ … เรื่องเพศผมดูแล้ว ถ้าเป็นชายแท้ๆ หญิงจริงๆ ไม่น่าจะบอกผิดพลาด แต่ไว้มีโอกาสคงต้องเอาไปลองวิเคราะห์สาวประเภทสองดูซักหน่อย ว่ามันจะสามารถบอกได้ไหม ว่าเป็นชายจริง หญิงแท้ หรือไม่

 

ใช้ Simple mode แล้ว Face recognition มันจะระบุเพศกับอายุได้

ใช้ Simple mode แล้ว Face recognition มันจะระบุเพศกับอายุได้

 

เรื่องการวิเคราะห์อายุจากใบหน้า … แหม่ บอกว่าผมอายุ 28 ดีจริงๆ … แต่อย่าเหลิงว่าใบหน้าเราเด็กกว่าอายุจริงนะครับ เพราะจากการทดสอบผมพบว่า มีปัจจัยอื่นๆ เยอะแยะ ที่จะส่งผลให้การวิเคราะห์ผิดพลาด เช่น มุมมอง หรือ แสงสว่าง และที่สำคัญที่สุดคือ เจ้านี่มักวิเคราะห์ให้อายุน้อยกว่าความเป็นจริงพอสมควรทีเดียว

 

IMG_20140608_130157IMG_20140608_120547IMG_20140608_130630IMG_20140608_121758IMG_20140608_124617IMG_20140606_180325

 

คุณภาพของภาพถ่ายจากกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ถือว่าไม่เลวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคิดว่านี่คือสมาร์ทโฟนที่ขายในราคาเก้าพันกว่าบาท หรือบางร้านอาจจะขายไม่ถึงเก้าพันด้วยซ้ำ (สำหรับรุ่น 16GB นะ) อย่างไรก็ดี อาจจะเป็นผมคิดไปเองรึเปล่า แต่ผมว่ามันแอบติดโทนฟ้าอยู่นิดๆ แต่หากไม่ใส่ใจมาก ผมก็ว่าสีสันนี่ใช้ได้เหมือนกันนะครับ ไม่เลวๆ … นอกจากนี้ ยังใช้งานง่าย เพราะ Tap-to-Focus สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและการชดเชยแสงเลย

ส่วนเรื่องของวิดีโอนั้น เจ้านี่สามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 1080p ได้ แม้ว่าตามสเปกแล้ว มันควรจะไปได้ถึงขั้น 4K ด้วยซ้ำ แต่อาจจะด้วยเหตุผลด้านสื่อบันทึกข้อมูล (เพราะ Xiaomi MI3 มีรุ่น 16GB แถมใส่ MicroSD card เพิ่มไม่ได้) เลยทำให้ไม่ใส่ฟังก์ชั่นนี้มา และคุณสมบัติ Tap-to-Focus เพื่อปรับโฟกัสหรือชดเชยแสงจะใช้ไม่ได้ในโหมดถ่ายวิดีโอนี้ครับ ต้องเป็น Auto focus สถานเดียว แต่เราจะแตะที่หน้าจอ เพื่อสั่งให้มันทำ Auto focus ได้ หากเรารู้สึกว่า มันไม่ยอมโฟกัสซะที … คุณภาพของภาพที่ได้และคุณภาพเสียง ก็แค่ระดับสมาร์ทโฟนครับ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น

 

บทสรุปของการรีวิว Xiaomi MI3

ด้วยสนนราคาระดับต่ำกว่าหมื่น แต่สเปกนี่ระดับหมื่นกว่าๆ (กลางๆ เกือบๆ ปลาย) ทำให้ Xiaomi MI3 น่าสนใจมากครับ เป็นสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะทำอะไรต่อมิอะไรได้หลากหลาย เพียงแต่ว่าต้องยอมรับข้อจำกัดบางเรื่อง เช่น ไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต้องซื้อจากร้านที่เรามั่นใจจริงๆ และบริการ Google Apps นี่ไม่มีมาให้ หากร้านดีจริงๆ ก็จะต้องคอยช่วยเรา ให้ติดตั้ง Google Installer และเอา Google Play Store มาลงให้ครับ

แต่หากผ่านพ้นจุดนั้นไปได้ ประสบการณ์ในการใช้ Xiaomi MI3 นี่ บอกได้เลยว่า ค่อนข้างดีมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับราคา

ท้ายสุดนี้ ต้องขอขอบคุณร้าน House of MDroid ที่เอา Xiaomi MI3 มาให้ผมรีวิวครับ ใครสนใจก็ลองติดต่อไปได้ครับ ร้านอยู่ที่ Shibuya 19 ชั้น 5 ตรงข้ามกับพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ นั่นแล

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. Aek says:

    บอดี้มันเป็นอลูมิเนียมอัลลอย์ดไม่ใช่เหรอครับ

    • kafaak says:

      อ๊ะ จริงด้วย ผมก็เพลินไป เพราะเคาะๆ ขูดๆ ดูแล้วนึกว่าพลาสติก ขอบคุณที่ทักครับ แก้ไขแล้วๆ

  2. pronong says:

    ปุ่มvolume + – ใช้เป็นปุ่มกดชัตเตอร์ได้ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: