รุ่นเบาอีกนิดของ Galaxy Note 3 … Samsung Galaxy Note 3 Neo

Samsung Galaxy Note 3 Neo

หลังจากปล่อย Samsung Galaxy Note 3 ออกมาทั้งรุ่น 3G และ LTE แล้ว แต่สนนราคาระดับสองหมื่นกว่าบาทก็อาจจะทำให้ผู้ที่อยากได้ตระกูล Note มาใช้สะอึกไปบ้าง Samsung ซึ่งเป็นเจ้าแห่งการปล่อย Android รุ่นยิบรุ่นย่อยอยู่แล้ว ก็เลยถือโอกาสปล่อย Samsung Galaxy Note 3 Neo ออกมาตอบโจทย์ความต้องการผู้ที่อยากได้ Samsung Galaxy Note 3 แต่ไม่อยากควักกระเป๋าจ่ายสองหมื่นกว่าบาท คำถามก็คือ แล้ว Samsung Galaxy Note 3 Neo นี่จะเป็นยังไงบ้างล่ะ มาอ่านรีวิวกันดีกว่าครับ

 

ครั้งแรกในรอบสามปี กับ Samsung Galaxy Note รุ่นราคาเบาๆ

ก่อนหน้านี้ ในขณะที่ Samsung Galaxy S เขาจะมีรุ่นเบาออกมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการใช้รุ่น Galaxy S แต่มีงบประมาณที่จำกัด Samsung Galaxy Note ตลอดสามปีที่ผ่านมา เราจะไม่ได้เห็นรุ่นราคาประหยัดออกมาเลย อาจจะเป็นเพราะว่าในที่สุด กระแสตอบรับตระกูล Galaxy Note ก็มีมากพอแล้วก็เป็นได้ละมั้ง

สนนราคาของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้นอยู่ที่ 17,800 บาท ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อราคาลงมาพอสมควรแบบนี้ พวกสเปกฮาร์ดแวร์ต่างๆ ก็ย่อมต้องถูกลดทอนลงมาอย่างแน่นอนละครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

ถ้าไม่ได้เอามาวางเทียบกันระหว่าง Samsung Galaxy Note 3 กับ Samsung Galaxy Note 3 Neo แล้วละก็ ดูผ่านๆ นี่ มันก็คือ Samsung Galaxy Note 3 จริงๆ นะ เพียงแต่เมื่อเอามาวางเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น ขนาดของตัวเครื่องเล็กกว่า Samsung Galaxy Note 3 อยู่นิดหน่อยครับ

 

ด้านหน้าของ Galaxy Note 3 Neo (ซ้าย) กับ Galaxy Note 3 (ขวา)

ด้านหน้าของ Galaxy Note 3 Neo (ซ้าย) กับ Galaxy Note 3 (ขวา)

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น เป็นหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล ให้ความหนาแน่นของพิกเซล 267ppi ซึ่งเป็นสเปกประมาณ Samsung Galaxy Note 2 ครับ กล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านหน้า

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านหน้า

 

ด้านหลัง Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น ฝาหลังเป็นแบบ Faux leather เช่นกัน แต่มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซลแทน (ของ Samsung Galaxy Note 3 จะเป็น 13 ล้านพิกเซล) พร้อม LED Flash และมีลักษณะของ Module กล้องที่แตกต่างไปนิดหน่อยครับ

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านหลัง

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านหลัง

กล้องดิจิตอลของ Galaxy Note 3 Neo แตกต่างจาก Galaxy Note 3 นิดหน่อย

กล้องดิจิตอลของ Galaxy Note 3 Neo แตกต่างจาก Galaxy Note 3 นิดหน่อย

ด้านบนของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนสำหรับทำ Active noise cancellation ครับ แต่ไม่มีพอร์ตอินฟราเรดอย่างที่มีใน Samsung Galaxy Note 3

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านบน

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านบน

เทียบ Galaxy Note 3 Neo กับ Galaxy Note 3 ... พอร์ตอินฟราเรดหายไป

เทียบ Galaxy Note 3 Neo กับ Galaxy Note 3 … พอร์ตอินฟราเรดหายไป

ตรงนี้หากสังเกตดีๆ จะพบว่า ตรงส่วนที่เป็น Faux metal (หมายถึง ขอบสีเงินๆ ของตัวเครื่อง ที่เป็นพลาสติกแต่ถูกลงสีให้เหมือนกับเป็นโลหะ) ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo ที่ผมได้มารีวิวนั้น จะเป็นขอบแบบเรียบๆ ครับ ส่วนของ Samsung Galaxy Note 3 นั้นจะถุกทำเป็นร่องๆ เล็กๆ แทน

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านล่าง

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านล่าง

ด้านล่างของ Samsung Galaxy Note 3 Neo เป็นรูไมโครโฟนสำหรับการสนทนา มีช่องเสียบ S Pen (แน่นอนสิ รุ่น Note ไม่มีได้ไง) มีลำโพงของตัวเครื่อง และพอร์ต Micro USB 2.0

 

Galaxy Note 3 Neo มากับ USB 2.0 แต่ Note 3 มากับ USB 3.0

Galaxy Note 3 Neo มากับ USB 2.0 แต่ Note 3 มากับ USB 3.0

 

ตรงนี้ก็เป็นความแตกต่างอีกเช่นกัน เพราะของ Samsung Galaxy Note 3 นั้นจะมากับพอร์ต Micro USB 3.0 ครับ ดูจากรูปจะเห็นว่าพอร์ตใหญ่กว่ากันอยู่นิดหน่อย

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านซ้าย

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านซ้าย

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านขวา

Samsung Galaxy Note 3 Neo ด้านขวา

 

ส่วนด้านซ้ายและด้านขวาของ Samsung Galaxy Note 3 Neo ก็มีปุ่มเปิดปิดหน้าจอ และปุ่มปรับระดับเสียงตามปกติ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างเป็นพิเศษ ร่องเล็กๆ ตรงฝาหลังที่เอาไว้แกะฝาหลังออกก็เหมือนๆ กับของ Samsung Galaxy Note 3 ปกติครับ

แม้ว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo จะมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว แต่ขนาดของตัวเครื่องก็เรียกว่าเล็กกว่า Samsung Galaxy Note 2 อยู่หน่อยๆ ละครับ น้ำหนักก็เบากว่า Samsung Galaxy Note 2 อยู่ 20 กรัม เรียกว่ายังได้ความเป็น Samsung Galaxy Note 3 มาอยู่ในเรื่องของการออกแบบ

แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้นดูเผินๆ จะนึกว่าเป็นตัวเดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 แต่จริงๆ แล้ว เป็นเลขรหัสคนละตัวนะครับ ขนาดแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo จะเล็กกว่าของ Galaxy Note 3 อยู่นิดหน่อย จะใส่แทนกันไม่ได้นะครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้น สนนราคาของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้นอยู่ที่ 17,800 บาท และสเปกบางอย่างของ Samsung Galaxy Note 3 เช่น ขนาดของหน้าจอ ชนิดและความละเอียดของหน้าจอ และกล้องดิจิตอลด้านหลัง ถูกลดทอนลงมาเล็กน้อย แล้วอย่างอื่นล่ะ มีอะไรลดไปอีกบ้าง ลองมาดูกันครับ

  • CPU: Qualcomm MSM8226 Snapdragon 400 Quad-core 1.6GHz Cortex-A7
  • GPU: Adreno 305
  • Display: Super AMOLED 5.5″ ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (267ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
  • Operating System: Android 4.3
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz (ทั้งสองซิม)
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz (HSDPA 21Mbps HSUPA 5.76Mbps)
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 + A2DP
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง:  8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 3,100mAh
  • Dimensions: 148.4 มม. x 77.4 มม. x 8.6 มม.
  • Weight:  162.5 กรัม
  • Other: S Pen
  • Price: 17,800 บาท

ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลคะแนนที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

ผลการวัดประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

ผลการวัดประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

หลายๆ ท่านอาจได้ข่าวว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo นี่จะเป็นชิป Exynos 5260 ที่เป็น Hexa-core แต่ว่ารุ่นที่มาจำหน่ายในไทยเป็นรุ่นที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 400 ที่รองรับ 2 SIM นะครับ แต่จากที่ผมได้ลองทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ แล้วพบว่าคะแนนที่ได้ ไม่ทิ้งกันมากซักเท่าไหร่ แต่คะแนนจากรุ่นที่ใช้ชิป Exynos 5260 นี่ดูจะได้คะแนนสูงกว่าเล็กน้อยครับ

ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ ขนาดผลการทดสอบด้วย AnTuTu Mobile Benchmark ยังบอกว่า

CPU: Good, Supports large apps and multitasking

RAM: Good

2D graphics: Good

3D graphics: Excellent, Fluently support large mobile games

ซึ่งหมายความว่าทั้ง CPU, RAM และการประมวลผลกราฟิก 2D อยู่ในเกณฑ์ดี แต่หน่วยประมวลผลกราฟิก 3D อยู่ในเกณฑ์เยี่ยมเลยทีเดียว แต่คะแนนที่ได้จาก MobileXPRT2013 นั้น แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้นค่อนข้างดีเลย แต่ในส่วนของ User experience หรือประสบการณ์ในการใช้งานนั้น ไม่ค่อยสูงมาก เมื่อดูรายละเอียดแล้วพบว่าเป็นผลมาจากคะแนนในส่วนของการ Zoom ภาพเข้าออกครับ ไม่ค่อยเนียนลื่นเท่าไหร่

แต่ถ้ามองในแง่ของการเปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy Note 3 แล้วละก็ จะเห็นได้ชัดเลยว่า การที่จ่ายน้อยลงไปหลายพันบาท ก็ต้องแลกมาด้วยสเปกทั้งหน้าจอแสดงผล กล้องดิจิตอล และประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ด้อยลงไปพอสมควรเช่นกัน แต่ถึงยังงั้นก็ตาม สำหรับคนที่ไม่ได้เน้นว่าจะต้องได้ประสิทธิภาพระดับสุดติ่งเพื่อที่จะได้จ่ายน้อยลง มันก็เป็นอะไรที่ยังพอรับได้ครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Samsung Galaxy Note 3 Neo

แม้ว่าด้วยสนนราคาที่ 17,800 บาทจะทำให้สเปกของฮาร์ดแวร์มันด้อยลงไปพอสมควร แต่ว่าประสบการณ์ในการใช้งานที่ได้จาก Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น ก็ยังไม่ได้ด้อยลงไปมากเท่าไหร่ เพราะในแง่ของซอฟต์แวร์ ตอนแรกนั้นทั้งคู่ก็ใช้ Android 4.3 เท่าๆ กัน (แต่ตอนนี้ Samsung Galaxy Note 3 อัพเป็น 4.4.2 Kit Kat แล้ว)​

 

Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

ทั้ง Home screen และ App tray นั้นก็ยังเป็นสไตล์ TouchWiz UI เดิมของ Samsung ครับ ไม่ได้เปลี่ยน User Interface แต่อย่างใด เพราะแม้ว่าจะมาวางจำหน่ายในประเทศไทยหลัง Samsung Galaxy S5 แต่ว่าเจ้านี่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว ฉะนั้นจึงใช้ User Interface ชุดเดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 ครับ

 

Notifications ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

Notifications ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

QuickSettings ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

QuickSettings ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

แน่นอนว่า Notifications และ QuickSettings ก็ยังเป็นแบบเดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 ครับ ซึ่งในส่วนของ QuickSettings นั้นก็ยังให้เราสามารถเปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย และเราก็สามารถที่จะปรับแต่งได้ว่า จะเลือกให้ QuickSettings นั้นเปิดปิดฟังก์ชั่นอะไรได้บ้าง เพียงแต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีตัวเลือกในส่วนของ QuickSettings นั้นจะไม่มีพวก NFC หรือ S Beam เพราะว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo นี่ไม่มี NFC ครับ

แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือความสามารถในการใช้งาน 2 ซิม ซึ่ง Samsung ก็ให้เราเลือกซิมที่จะใช้งานได้ง่าย เพียงแต่แตะเลือกเอาจาก Notifications หรือเวลาที่หมุนเบอร์โทรศัพท์ ก็สามารถเลือกได้ว่าจะกดโทรออกด้วยซิม 1 หรือ ซิม 2 ครับ

ตรงนี้ผมมองว่า Samsung ไม่น่าถอด NFC ออกเลย เพราะ Samsung Galaxy Note 3 Neo นี่ก็ถือว่าจัดอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางไฮเอนด์แล้ว ฟังก์ชั่นอย่างการรองรับ NFC นี่ควรจะเป็นพื้นฐานได้แล้ว (และโดยส่วนตัว Samsung ก็มีความสามารถเด่นๆ อย่างการแชร์ไฟล์ผ่าน S Beam อยู่ จึงควรจะเพิ่มจำนวน Device ที่รองรับฟีเจอร์นี้ให้มากๆ ไว้ดีกว่า)

 

ฟีเจอร์ของ S Pen ยังคงมีอยู่ครบบน Samsung Galaxy Note 3 Neo

ฟีเจอร์ของ S Pen ยังคงมีอยู่ครบบน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ สำหรับคนที่อยากซื้อ Samsung Galaxy Note 3 Neo เพราะอยากได้ความสามารถในตระกูล Note แต่ไม่พร้อมจะจ่ายระดับสองหมื่นกว่าบาท เพราะทั้ง S Pen และ ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ใช้คู่กับ S Pen นั้น ยังมากันแบบครบครันอยู่ครับ

 

วาดด้วย SketchBook for Samsung Galaxy บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

วาดด้วย SketchBook for Samsung Galaxy บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

แน่นอนว่า SketchBook for Samsung Galaxy ก็ยังมีให้ดาวน์โหลดบน Samsung Galaxy Note 3 Neo อยู่ครับ และแม้ว่าสเปกของฮาร์ดแวร์จะถูกลดทอนลงไปพอสมควร แต่การใช้งาน S Pen เท่าที่ผมลองใช้ดู (ตอนวาดโคนันนี่แหละ) ก็พบว่ายังตอบสนองกับการวาดได้ค่อนข้างดีครับ แต่อาจจะสู้ Samsung Galaxy Note 3 ไม่ได้ไปบ้าง

 

S Note บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

S Note บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

อีกฟีเจอร์นึงที่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy Note 3 Neo ซึ่งเป็นไปตามมาตฐานของ Samsung Galaxy ตระกูล Note ก็คือ S Note นี่แหละครับ ซึ่งเป็น App สำหรับคนชอบจดโน้ตที่มีความสามารถรอบด้าน รวมถึงการวาดรูปด้วย เพราะมีหัวปากกาและสีให้เลือกหลากหลายแบบ และสามารถปรับแต่งได้หลากหลายด้วย

 

ใช้งาน Multi-window บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

ใช้งาน Multi-window บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ของ Samsung Galaxy Note 3 Neo ประกอบกับฟีเจอร์ Multi-window ที่ทาง Samsung นำเสนอมาได้พอสมควรแล้ว มันก็ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานแบบ Multitasking ได้ค่อนข้างสะดวกครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการแสดงผลที่เหลือแค่ครึ่งหน้าจอนะครับ

อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ที่ทำให้ขนาดของตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่พอดู มันก็ทำให้การใช้งานมือเดียวไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ และแม้ว่า Samsung จะมีการเตรียมโหมด One-hand operation หรือโหมดการใช้งานมือเดียว เอาไว้ให้ แต่ในการใช้งานจริงๆ ผมก็ว่ามันไม่ค่อยสะดวกซักเท่าไหร่ครับ

 

Samsung Galaxy Gift บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

Samsung Galaxy Gift บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

Samsung Showtime บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

Samsung Showtime บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

เช่นเคย จุดเด่นของ Samsung อีกอย่างก็ยังอยู่ที่ Localization หรือ การจัดให้มี App และบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในประเทศนั้นๆ อย่างในประเทศไทยก็มี Samsung Galaxy Gift ที่ให้สิทธิพิเศษในทำนอง คืนกำไรให้กับผู้ใช้งาน Samsung Galaxy และ Samsung Showtime ที่เป็น App สำหรับดูหนัง ซึ่งสามารถสมัครเป็นรายวันหรือรายเดือนเพื่อจะได้ดูหนังต่างๆ ได้ตามใจ

 

ประสบการณ์ด้านมัลติมีเดียบน Samsung Galaxy Note 3 Neo

ด้วยประสิทธิภาพของชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 400 ที่มาพร้อมกับ GPU Adreno 305 นั้น แม้ว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo จะไม่ได้สามารถเล่นไฟล์วิดีโอ 4K ได้เหมือน Samsung Galaxy Note 3 LTE ที่ใช้ชิปเซ็ตจากค่าย Qualcomm เหมือนกัน แต่ว่าก็แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานรับชมไฟล์วิดีโอความละเอียด Full HD 1080p ได้แล้ว และหน้าจอแสดงผลที่ความละเอียด 1280×720 พิกเซล หรือ 720p นั้น ก็ไม่อาจแสดงศักยภาพของไฟล์วิดีโอระดับ 4K ได้อยู่ดีนั่นแหละ

 

ชมคลิป 1080p บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

ชมคลิป 1080p บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

ตัวเล่นวิดีโอของ Samsung เนี่ยมีลูกเล่นพอประมาณครับ สามารถทำงานแบบ Multitasking ได้ด้วยการย่อหน้าจอแสดงวิดีโอลงไปเป็นหน้าจอเล็กๆ แล้วให้เราสามารถรับชมวิดีโอต่อไปได้ โดยยังสามารถทำงานอื่นๆ ต่อไปได้ด้วยในแบบ Picture-in-Picture (PiP)

เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 ลำโพงของ Galaxy Note 3 Neo ก็มาอยู่ตรงด้านล่างของตัวเครื่อง ในแง่ของการแสดงรายละเอียดของย่านเสียง และคุณภาพของเนื้อเสียง ก็ยังคงทำได้ดีตามสไตล์ของ Samsung ครับ การวางลำโพงไว้ด้านล่างของตัวเครื่องก็ทำให้เวลาวางเครื่องหงายหรือคว่ำไม่ต้องห่วงว่าเสียงจะเพี้ยนไป

ในแง่การใช้งานร่วมกับหูฟัง เสียงที่ได้จะมีความนุ่มนวลในแบบ Samsung แบบที่ย่านสูงแอบฟุ้งเล็กๆ เพื่อทำให้ฟังไพเราะ มีเบสที่อิ่ม แต่ดูขาดความชัดเจนลงไป เพราะว่าย่านเสียงนั้นยังฟังดูค่อนข้างทับกันอยู่เยอะไปบ้าง

 

ประสบการณ์ในการเล่นเกมบน Samsung Galaxy Note 3 Neo

ด้วย GPU Adreno 305 จากประสบการณ์ในการรีวิวที่ผ่านมา ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าการเล่นเกม 3D กราฟิกแบบจัดหนักจัดเต็มนี่จะสามารถทำได้สบายๆ ครับ ซึ่งการทดสอบด้วยเกม Asphalt 8: Airborne นั้นก็พบว่าสามารถเล่นได้ดี ลื่นไหล ไม่มีกระตุก กราฟิกมีความสวยงาม เพียงแต่ว่าตัว Adreno 305 นี่จะไม่รองรับการเล่นเกมที่คุณภาพกราฟิกระดับสูงสุดครับ แต่ก็แค่ทำให้เอฟเฟ็กต์มันขาดหายไปบ้างครับ แต่หากไม่เคยเล่นเกมนี้ในกราฟิกคุณภาพระดับสูงสุดและช่างสังเกตซักหน่อย ไม่รู้ตัวหรอกครับ

 

เกม Aaphalt 8: Airborne บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

เกม Aaphalt 8: Airborne บน Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Samsung Galaxy Note 3 Neo

มาดูที่เรื่องการถ่ายรูปและการถ่ายวิดีโอกันบ้าง … ตัว User Interface ของกล้องนั้น ยังมาแนวเดิม เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผม ผมคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้ Samsung ควรจะมีการอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ตัว User Interface เป็นแบบเดียวกับของ Samsung Galaxy S5 ดีกว่า เพราะมันใช้ง่ายกว่าเยอะเลยครับ

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

จากที่ลองใช้งานดู Samsung Galaxy Note 3 Neo ยังติดปัญหาเดียวกับ Samsung Galaxy Note อยู่ คือ ในกรณีที่ถ่ายรูปมือเดียว มันมีโอกาสที่จะเจออาการภาพเบลอได้ครับ เพราะตัวเครื่องขนาดใหญ่ เวลาถ่ายมือเดียวแล้วกดปุ่มชัตเตอร์ ตัวเครื่องมีโอกาสสั่นได้สูง แนะนำว่าเวลาถ่ายรูปควรถ่ายสองมือดีกว่า

โหมดการป้องกันภาพสั่นไหวของ Samsung Galaxy Note 3 Neo เป็นแบบซอฟต์แวร์ ฉะนั้นในกรณีที่มันต้องทำงานขึ้นมาจริงๆ มันจะทำให้เราเสียเวลารอมันประมวลผลเพื่อบันทึกภาพ ซึ่งส่งผลให้เราไม่สามารถถ่ายภาพแบบต่อเนื่องได้ แต่หากแสงสว่างมีมากพอละก็ โหมดป้องกันภาพสั่นไหวก็จะไม่จำเป็นต้องทำงานครับ

 

20140430_163553ถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 Neo20140501_071132ถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 Neoถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 Neoถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 Neo

 

คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จาก Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น ค่อนข้างโอเคทีเดียว แม้จะเป็นในสภาพแสงไม่มากอย่างเช่นช่วงโพล้เพล้ หรือภายในอาคาร เรียกว่าคุณภาพของกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนี่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในการใช้งานด้านต่าง รวมถึงการอัดเป็นภาพถ่ายออกมาเก็บลงอัลบั้ม

จุดที่ Samsung Galaxy Note 3 Neo ยังขาดอยู่อีกเรื่องก็คือ การแตะบนหน้าจอแล้วสามารถปรับโฟกัสพร้อมๆ กับชดเชยแสงของภาพได้ ซึ่ง Samsung ยังคงทำได้แค่การปรับโฟกัส แต่ไม่สามารถปรับการชดเชยแสงได้ แม้จะไม่ได้ทำให้การถ่ายรูปยากลำบากขึ้นมาก เพราะยังสามารถปรับชดเชยแสงแบบ Manual ได้ แต่สำหรับการถ่ายวิดีโอแล้วมันเป็นเรื่องลำบากครับ เพราะซอฟต์แวร์มันไม่ให้เราปรับชดเชยแสงแบบ Manual ต้องไปหวังพึ่งการชดเชยแสงแบบออโต้แทน ซึ่งบางครั้งมันไม่ได้ดั่งใจซักเท่าไหร่

วิดีโอของ Samsung Galaxy Note 3 Neo นั้น สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดระดับ 1080p ซึ่งก็ถือว่าคมชัดเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ในขณะที่ไฟล์ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากๆ แบบวิดีโอระดับ 4K (2160p) ครับ

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy Note 3 Neo

สำหรับคนที่อยากได้ความสามารถของ Samsung Galaxy Note 3 แต่ไม่สะดวกใจที่จะจ่ายแบบจัดเต็มสองหมื่นกว่าบาท ผมว่า Samsung Galaxy Note 3 Neo ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีครับ แต่แม้ราคาที่ถูกลงไปหลายพันบาทจะตามมาด้วยการลดสเปกไปพอสมควร แต่ในแง่ของการใช้งาน ก็ไม่ได้ถึงกับทำให้ได้ประสบการณ์ที่ไม่ดีนะครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: