Social media แชร์ไม่ดีมีคุก

การแชร์รูปแบบนี้ อาจนำคุณไปสู่คุกได้นะครับ

บล็อกวันนี้ไม่ได้วางแผนที่จะเขียน แต่เผอิญไปเห็นบน Timeline ของ Twitter ที่ @waans_ เขาแชร์มาเมื่อตอนเย็น แล้วผมรู้สึกว่าอดไม่ได้ที่จะต้องเขียนบล็อกถึงประเด็นนี้ซักหน่อย เพื่อเป็นการเตือนสตินะครับ เพราะปัจจุบันนี้ ผมสังเกตได้ว่าบรรดา Social media ทั้งหลายสมัยนี้ แชร์กันง่ายมากขึ้น ไม่สิ ต้องเรียกว่าพยายามกระตุ้นให้คนแชร์โพสต์ต่างๆ กันมากขึ้น และเทรนด์ของเหล่าผู้ใช้งาน Social media ทั้งหลาย ก็มาแนวอยากให้มีคน Like คนแชร์ กันให้มากที่สุดด้วย … แต่การ Like หรือ การแชร์ อะไรพวกนี้ ทำแบบไม่ระวัง เสี่ยงคุกนะครับพี่น้องครับ

ยกตัวอย่างกรณีของโพสต์ตามรูปข้างบน ที่ผมต้องขอเซ็นเซอร์นะครับ เพราะมันเป็นภาพอนาจารเด็ก ซึ่งถ้าจะว่ากันตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว มีบทลงโทษเอาไว้ดังนี้

 

มาตรา 287 ผู้ใด

(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้าเพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อ การแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออก หรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆซึ่งเอกสารภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียงแถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของ ลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือ โฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุหรือสิ่งของลากดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

 

พูดง่าย ถ้าพิจารณาถึงการรีทวีต (หรือการกด Like หรือ Share บน Facebook) ซึ่งก็เท่ากับเป็นการแชร์ หรือ แจกจ่ายโพสต์นั้นให้ผู้อื่น หรือเป็นการแสดงอวดแก่ประชาชน (ผู้ใช้งาน Social media) รูปอนาจาร ก็ต้องโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 287 มีสิทธิ์ติดคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้แล้ว

แต่นั่นยังไม่เท่ากับเมื่อพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เพราะต้องไม่ลืมว่า Social media นั้นเป็นสิ่งที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่นับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ครับ ซึ่งตรงนี้มีการกำหนดบทลงโทษเอาไว้แบบนี้

 

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

(๑) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

(๒) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ(๔)

 

การแชร์ หรือ รีทวีต โพสต์บน Social media จึงอาจนับว่าเป็นไปตามมาตรา 14 (5) ครับ ส่วนคนโพสต์คนแรกก็ผิดตามมาตรา 14 (4) น่ะ ซึ่งบทลงโทษโหดกว่ากฎหมายอาญาเยอะนะครับ เพราะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เล่นเอาผมต้องรีบโพสต์ไปเตือนให้เจ้า @waans_ ลบไอ้ที่รีทวีตออกไปโดยด่วนครับ ก่อนจะเป็นเรื่อง แต่อีกเกือบสองพันคนที่รีทวีตนี่ ผมจนปัญญาที่จะไปโพสต์เตือนทีละคนจริงๆ

 

เลยต้องเตือนน้องเขาด้วยความหวังดีนะ

เลยต้องเตือนน้องเขาด้วยความหวังดีนะ

 

นี่เป็นแค่กรณีหนึ่งเท่านั้นนะครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ การแชร์อะไรก็ตามบน Social media แบบไม่ระมัดระวังเนี่ย อาจทำให้ผู้แชร์ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่างๆ ได้อีกมากมายเลยนะครับ เช่น ในกรณีที่ไปแชร์ข้อความที่มีการด่าทอกันบน Social media ก็อาจจะนำไปสู่การฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทก็ได้ (ผมแนะนำให้อ่านบทความนี้จาก Pantip.com เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น เกี่ยวกับการโพสต์ที่นำไปสู่การฟ้องหมิ่นประมาทได้ … และใครที่แชร์โพสต์พวกนี้ ก็มีสิทธิ์ติดร่างแหได้เช่นกันนะครับ)

หรือในกรณีที่เราไปเห็นโพสต์ข่าวอันน่าตระหนกบางข่าว แล้วอดไม่ได้ที่จะต้องแชร์ แบบในรูปด้านล่างนี่ ซึ่งปรากฏว่ากลายเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ (เพราะ Dihydrogen Monoxide เป็นพิษนี่เป็นข่าวลวงครับ) ซึ่งเมื่อเป็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการชุมนุมประท้วง มันก็อาจจะไปเข้าข่ายผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) หรือ 14 (2) ได้นะครับ

 

โพสต์เกี่ยวกับ Dihydrogen Monoxide Pentahydrate ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ

โพสต์เกี่ยวกับ Dihydrogen Monoxide Pentahydrate ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ

 แอบฉกภาพนี้มาจาก drama-addict.com

 

แล้วสมมติว่าไปโพสต์ไว้บน Facebook พอคนไปกดแชร์ มันก็เข้าข่ายมาตรา 14 (5) อีก หรือแค่กด Like เนี่ย ก็มีโอกาสเข้าข่ายมาตรา 14 (5) ได้เช่นกัน เพราะว่าการกด Like บน Facebook มันก็จะนำโพสต์นี้ไปเผยแพร่ต่อได้ครับ

 

ฉะนั้น ขอฝากเอาไว้นะครับ นอกจากจะโพสต์อะไรควรจะต้องคิดก่อนโพสต์แล้ว (เข้าทำนอง จงคิดทุกครั้งที่จะโพสต์ แต่อย่าโพสต์ทุกอย่างที่คิด เพราะหากโพสต์ทุกอย่างที่คิด อาจติดคุกทุกครั้งที่โพสต์) การจะกด Like หรือ กดแชร์ อะไรบน Social media เนี่ย ก็ต้องคิดให้จงหนักไม่แพ้กันด้วยนะครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: