G2 ขนาดมินิ LG G2 Mini Dual

LG G2 Mini

ถ้าไปถามบล็อกเกอร์ว่า LG G2 เจ๋งไหม ส่วนใหญ่ก็น่าจะตอบตรงกันว่า เจ๋ง ทั้งสเปกก็ดี ราคาก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปด้วย เสียดายที่การตลาดไม่เข้มแข็งมาก ยอดขายเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เสียงตอบรับก็ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีพอให้ LG เขาออกรุ่นเบาออกมา ตามเทรนด์ตลาดว่า รุ่นไหนเป็น Flah ship แล้ว ต้องมีรุ่นเบา ราคาประหยัด ลดสเปกลงมานิด ลดขนาดลงมาหน่อย ให้ราคามันเข้าถึงตลาดระดับกลางด้วย ซึ่ง LG G2 Mini Dual นี้ มาในราคา 9,990 บาท จะมีอะไรดีมาดูกันครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ LG G2 Mini Dual

ก็ตามมาตรฐานการออกพวกรุ่น Mini ทั้งหลายครับ รูปร่างหน้าตาเรียกว่าแทบจะถอดแบบ LG G2 มากันเลยทีเดียว เพียงแต่มีขนาดของตัวเครื่องที่เล็กลงเท่านั้น แต่เห็นก็เข้าใจได้เลยว่าเจ้านี่คือ LG G2

 

LG G2 Mini Dual ด้านหน้า

LG G2 Mini Dual ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ LG G2 Mini Dual เป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 960×540 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 234ppi พร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล แต่ไม่มีปุ่มกดครับ เพราะหันไปใช้ On-screen key ตามแนวทางของ Google กันแล้ว ใช้พื้นที่หน้าจอของตัวเครื่องได้เต็มที่จริงๆ

 

LG G2 Mini Dual ด้านหลัง

LG G2 Mini Dual ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ LG G2 Mini Dual ก็มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และปุ่มกดต่างๆ ทั้ง ปุ่ม Power, ปุ่ม Volume อยู่ตรงนี้ครบครันเลย ทำให้ด้านซ้ายและขวาของ LG G2 Mini Dual ไม่มีปุ่มใดๆ เลยครับ เรียบๆ

 

ปุ่ม Power และ Volume ของ LG G2 Mini Dual

ปุ่ม Power และ Volume ของ LG G2 Mini Dual

 

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการมีปุ่ม Power และ Volume อยู่ด้านบนหรือด้านข้างแล้ว มาเจอ LG G2 หรือ LG G2 Mini นี่อาจจะงงๆ ได้ (เหมือนผม) แล้วตอนแรกๆ ก็อาจจะรู้สึกว่ามันใช้ลำบาก แต่พอใช้ไปนานๆ ก็จะไม่รู้สึกว่าลำบากมากนักล่ะครับ

 

การกดปุ่ม Home และ Volume ของ LG G2 Mini Dual

การกดปุ่ม Home และ Volume ของ LG G2 Mini Dual

 

เพราะตำแหน่งปุ่ม Power และ Volume ของ LG G2 Mini Dual นั้นถูกออกแบบมาให้พอดีกับการกดด้วยนิ้วชี้ เวลาที่หยิบตัวเครื่องขึ้นมามันจะพอดี เข้าทำนองว่า ออกแบบมาตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ของร่างกายมนุษย์ประมาณนั้น

ด้านบนของ LG G2 Mini Dual เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. รูไมโครโฟนสำหรับทำ Active noise cancellation และพอร์ตอินฟราเรดด้วย

 

LG G2 Mini Dual ด้านบน

LG G2 Mini Dual ด้านบน

 

ด้านล่างของ LG G2 Mini Dual เป็นช่องที่คล้ายๆ จะเป็นลำโพงคู่สเตริโอ แต่จริงๆ แล้ว ข้างนึงเป็นลำโพง อีกข้างเป็นไมโครโฟนครับ … ข้อดีของการออกแบบลำโพงแบบนี้คือ ไม่ต้องห่วงเวลาที่เอาเครื่องวางบนโต๊ะ บนเก้าอี้ บนโซฟา ไม่ต้องกลัวอะไรจะมาปิดลำโพง แต่ข้อเสียคือ เวลาจะเล่นเกม อุ้งมือมีโอกาสไปปิดโดนลำโพงได้

 

LG G2 Mini Dual ด้านล่าง

LG G2 Mini Dual ด้านล่าง

 

LG G2 Mini Dual ก็สมชื่อรุ่นครับ คือ รองรับการทำงานแบบ 2 ซิม ก็แกะฝาหลังออกมา แล้วจะเห็นช่องใส่ Micro SIM card สองอัน การแกะฝาหลังพบว่าทำได้ไม่ยาก ไม่ต้องมีเล็บก็แกะได้สบายๆ แต่ตอนแรกหาที่แกะไม่เจอ เพราะดีไซน์ทำออกมาดีครับ ตรงพอร์ต Micro USB เนี่ย จะเป็นตำแหน่งสำหรับแกะฝาหลังไปด้วยในตัวเลย

 

ด้านในของ LG G2 Mini Dual

ด้านในของ LG G2 Mini Dual

 

โดยสรุปแล้ว เช่นเดียวกับ LG G2 รุ่นใหญ่เลยครับ ตัวบอดี้ทำออกมาดูดีมาก จนผมต้องคิดว่า จริงๆ แล้ว สมาร์ทโฟนใช้พลาสติกมาเป็นวัสดุทำตัวเครื่องก็ทำออกมาให้ดูดีได้นะ ไม่จำเป็นต้องใช้อลูมิเนียมเพื่อให้มันดูดีแต่อย่างใด (ฮา) เลยทำให้สนนราคา 9,990 บาทของ LG G2 Mini Dual นี่ดูคุ้มค่าขึ้นมาจริงๆ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ LG G2 Mini

ทีนี้มาดูกันบ้างว่า ด้วยสนนราคา 9,990 บาท ซึ่งเรียกว่าอยู่ค่อนไปประมาณตลาดระดับล่างของเจ้า LG G2 Mini Dual นี่ ให้สเปกอะไรมาบ้าง ซึ่งผมขอออกตัวก่อนว่า ค่อนข้างคาดหวังกับ LG พอสมควร เพราะว่าปกติจะทำสเปกแนวถูกดีพร้อมมาให้ โดยได้สเปกค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับสนนราคาที่จ่ายที่ต่ำกว่าคู่แข่ง (โดยเฉพาะจากประเทศเดียวกัน … ฮา)

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 400 MSM8226 Quad-core 1.2GHz
  • GPU: Adreno 305
  • Display: IPS LCD 4.6″ ความละเอียด 960×540 พิกเซล (234ppi) Corning Gorilla Glass 2
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 32GB
  • Operating System: Android 4.4.2
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz ทั้ง 2 ซิม
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz (HSDPA 21Mbps HSUPA 5.76Mbps)
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0 + A2DP
    • Infrared port: มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 1.3 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,440mAh
  • Dimensions: 129.6 มม. x 66 มม. x 9.8 มม.
  • Weight:  121 กรัม
  • Price: 9,990 บาท

ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

ผลการวัดประสิทธิภาพของ LG G2 Mini Dual

ผลการวัดประสิทธิภาพของ LG G2 Mini Dual

 

ผลคะแนนการวัดประสิทธิภาพออกมา คะแนนอยู่ในช่วงประมาณว่าดีกว่าพวก Dual-core device ระดับไฮเอนด์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังคะแนนต่ำกว่าพวก Quad-core device ระดับกลางๆ ครับ ก็เรียกว่าสมฐานะสมราคาดี อันนี้เป็นผลจากการเลือกใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 400 แทนที่จะเป็นพวก MediaTek อย่างที่สมาร์ทโฟนระดับราคาประมาณนี้มักเลือกใช้กัน คะแนนที่ได้ โดยเฉพาะในส่วนของ MobileXPRT 2013 นี่ก็พอจะบอกได้ว่า น่าจะให้ประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป ค่อนข้างโอเคอยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้ถึงกับเลิศหรู

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน LG G2 Mini Dual

LG ถือว่าเป็นอีกค่ายที่มีการปรับ User Interface มาให้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ผมก็ยังยืนกรานว่า แม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน แต่แนวทางในการคิดว่าฟีเจอร์ไหนควรจะมี อะไรแบบนี้ มันค่อนข้างไปในแนวทางเดียวกันกับคู่แข่งร่วมชาติอย่าง Samsung อยู่ไม่น้อย เพียงแต่จากประสบการณ์ที่ลองใช้งานมา User Interface ของ LG จะมีความลื่นไหลมากกว่า เมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์สเปกเท่าๆ กันนะ

 

Home screen ของ LG G2 Mini Dual

Home screen ของ LG G2 Mini Dual

 

User Interface ของ LG G2 Mini Dual ดูเรียบง่าย แต่พื้นที่การแสดงผลจะถูกกินไปนิดหน่อยจาก On-screen key ครับ แต่ก็ไม่ได้มากมาย และ LG ก็เพิ่มปุ่มเข้ามาอีกอัน คือปุ่มสลับซิมไว้ตรงนี้ เพื่อเวลาใช้งาน จะโทรออก ก็จะได้เลือกซิมง่ายๆ ว่าจะใช้อันไหน

 

App tray ของ LG G2 Mini Dual

App tray ของ LG G2 Mini Dual

 

ในส่วนของ App tray นั้น ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรครับ เป็นสไตล์เดิมๆ ไม่ได้มีลูกเล่นอะไร แต่ในส่วนของ Notifications และ QuickSettings นั้นมีการปรับเปลี่ยนไปพอสมควรครับ เริ่มจากการใส่ QuickSettings ไว้ เพื่อให้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก และเพิ่ม QSlide เข้ามาด้วย เพื่อให้เข้าถึงพวก App ต่างๆ ได้จากตรงนี้เลย

 

Notifications และ QuickSettings ของ LG G2 Mini Dual

Notifications และ QuickSettings ของ LG G2 Mini Dual

 

ตัว QuickSettings นั้นโอเคทีเดียว ช่วยให้เปิดปิดฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ได้สะดวกดี แต่ QSlide นั้น ผมว่ามันแอบเกะกะไปครับ ยังดีว่าสามารถปิด ไม่ให้มันโชว์ได้ จากตรง QuickSettings นั่นแหละ

แม้ว่าสเปกของ LG G2 Mini Dual จะไม่ได้แรงอะไรมากมายนัก แต่การทำงานก็ไหลลื่นดีครับ อย่างไรก็ดี หน่วยความจำแค่ 1GB ซึ่งเหลือใช้จริงๆ 2-3 ร้อยเมก ก็อาจจะเป็นข้อจำกัดในเรื่องของการเปิดใช้ App จำนวนหลายๆ App พร้อมๆ กันได้ แต่จนถึงตอนที่รีวิวอยู่นี้ ลองเปิดหลายๆ App รันไว้ รวมถึงเล่นเกมด้วย ก็ไม่ได้รู้สึกว่าทำให้เกิดอาการหน่วงแต่อย่างใดนะครับ

 

QuickMemo บน LG G2 Mini Dual

QuickMemo บน LG G2 Mini Dual

 

มาดูที่ App ที่มีมาให้ในเครื่องกันบ้างครับ ตรงนี้คือจุดที่ LG แตกต่างจากคู่แข่งร่วมชาติ เพราะไม่ได้จัดหนักจัดเต็มใส่ App เข้ามาเยอะแยะมากมายครับ หลักๆ เลยก็มี QuickMemo ที่เอาไว้จดโน้ต ซึ่งเป็นสไตล์คล้ายๆ S Note ของ Samsung ครับ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ QuickMemo จะไม่เก็บเป็นเล่มๆ แต่จะออกแนวกระดาษจดโน้ต ใช้เป็นคราวๆ ไปมากกว่า

 

QuickRemote บน LG G2 Mini Dual

QuickRemote บน LG G2 Mini Dual

 

LG G2 Mini Dual เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นที่มาพร้อมกับพอร์ตอินฟราเรด เพื่อให้ใช้เป็นรีโมตคอนโทรลได้ด้วย ถือว่าเป็นลูกเล่นที่ได้ใช้งานกันจริงๆ และขนาดของตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่โตมาก การใช้งานในฐานะรีโมตคอนโทรลเลยค่อนข้างสะดวกกว่าหน้าจอใหญ่ๆ ระดับ 5 นิ้วน่ะ แต่ว่า LG G2 Mini Dual นี่จะออกแนวเลือกรีโมตคอนโทรลที่มีอยู่ในฐานข้อมูลนะครับ ตัวพอร์ตอินฟราเรดของเจ้านี่ไม่สามารถเรียนรู้คำสั่งรีโมตคอนโทรลใหม่ๆ ได้เองน่ะ

ถ้าคิดว่า QuickRemote มันรู้จักอุปกรณ์น้อยไป ก็ไปหา App จำพวก Universal Remote Control มาใช้ได้ครับ ลองไปค้นใน Google Play ดู

 

LG SmartWorld ค้างตลอด เลยใช้งานไม่ได้

LG SmartWorld ค้างตลอด เลยใช้งานไม่ได้

 

อีกตัวนึงคือ LG SmartWorld ครับ จากที่เคยรีวิวมาก่อน เจ้านี่เป็น App แนว Alternative App Store ของ LG ครับ จะมี App ต่างๆ ไว้ให้ดาวน์โหลด แต่ปัญหาก็คือ กับ LG G2 Mini Dual ที่ผมได้มารีวิวนี้ เจ้านี่อัพเดตครบ 100% แล้วมันค้างตลอดเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเฉพาะตัวที่ได้มารีวิวนี่รึเปล่า

ด้วยความที่ว่าปัจจุบันนี้ พวก Android smartphone จาก House brand นั้นมาพร้อมกับสเปกหน้าจอระดับ Full HD กันหมดแล้ว แม้ว่าสนนราคาจะไม่ถึงหมื่นก็ตาม พอมาเจอกับหน้าจอความละเอียด 960×540 พิกเซล ความหนาแน่น 234ppi แบบนี้ ก็เลยทำให้ภาพรู้สึกจะออกแนวไม่คมชัดไปบ้าง หากเพ่งดูกันแบบจ้องจับผิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่แต่อย่างใดนะ

 

ประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย และการเล่นเกม บน LG G2 Mini Dual

แม้ว่าจะเป็นสนนราคาแค่ 9,900 บาท แต่ว่า LG G2 Mini Dual นี่ก็แรงพอที่จะรับชมไฟล์วิดีโอ 1080p ได้สบายๆ นะครับ เพียงแต่หน้าจอแสดงผลระดับ 960×540 พิกเซลนั้นไม่สามารถดึงศักยภาพความคมชัดระดับสุดๆ ของ Full HD ออกมาได้เต็มที่นัก แต่การเล่นไฟล์วิดีโอก็ลื่นไหลไร้กระตุกดี

 

การรับชมไฟล์วิดีโอ 1080p บน LG G2 Mini Dual

การรับชมไฟล์วิดีโอ 1080p บน LG G2 Mini Dual

ตัว App เล่นวิดีโอของ LG นั้นก็มีลูกเล่นพอสมควรครับ ทั้งสามารถเล่นวิดีโอแบบ Multitasking คือ เปิดวิดีโอเป็นจอเล็กๆ ไป ทำงานอย่างอื่นไปด้วยได้ด้วย แล้วก็สามารถเก็บภาพหน้าจอของคลิปวิดีโอได้ ด้วยปุ่ม Capture คลิปวิดีโอ (ที่อยู่ตรงมุมล่างซ้ายมือในรูป เหนือไอคอนรูปลำโพงอ่ะ)

 

LG G2 Mini Dual เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอกแบบไร้สายได้

LG G2 Mini Dual เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอกแบบไร้สายได้

 

นอกจากนี้ การ Streaming ภาพ (หมายถึงการส่งภาพไปยังจอแสดงผลภายนอก หรืออุปกรณ์อื่น) ไปยังพวกโทรทัศน์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ขอแค่ให้มีอุปกรณ์ที่รองรับก็พอ (ขออภัย พอดีที่บ้านยากจนครับ ไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับ … ฮา)

เสียงจากลำโพงเน้นความชัด ใส และลักษณะเสียงที่พุ่ง มี Attack ช่วยให้ Beat เพลงดูแข็งแรง แม้จะฟังดูแห้ง ขาดช่วงเสียงเบสและความอิ่มนวลไปบ้างแต่ก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อเสียงกระด้างแต่อย่างใด อีกทั้งฟังโดยรวมให้ความรู้สึกมีมิติพอสมควร และมีภาพของเสียงที่ใหญ่ กว้าง ไม่แบน ไม่บีบอัด ไม่ฟุ้ง เป็นลำโพงมือถือที่ฟังเพลินๆ รองรับเพลงได้หลากแนวดีครับ

ทดสอบช่องหูฟัง พบว่าย่านเสียงโดยรวมออกมาสมดุล ฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งให้อิ่ม นวล หรือใสเป็นพิเศษ มิติเสียงค่อนข้างดีใช้ได้ โทนเสียงแห้ง แต่ก็ไม่แข็งกระด้างเช่นเดียวกับลำโพง ระบบขยายเสียงทำได้ดี ให้โทนเสียงเดิม ไม่เบลอ ไม่พร่า

 

การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอด้วย LG G2 Mini Dual

แม้สนนราคาจะแค่ 9,900 บาท แต่ว่าสเปกกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ LG G2 Mini Dual ก็ไม่กระจอกนะครับ ตัว User Interface ของ Camera app ก็ใช้งานง่ายดี มีโหมดถ่ายภาพให้แค่พอประมาณ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร หากจะหา App อื่นๆ มาติดตั้งเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับกล้อง

LG G2 Mini Dual นั้น มีความสามารถในการปรับโฟกัสและการชดเชยแสงด้วยการแตะไปที่จุดที่ต้องการบนหน้าจอได้ ซึ่งก็ทำงานได้ดีในระดับนึงละครับ ไม่ถึงกับเร็วมาก แต่ก็พอรับได้เมื่อพิจารณาถึงสเปกของฮาร์ดแวร์

 

User Interface กล้องของ LG G2 Mini Dual

User Interface กล้องของ LG G2 Mini Dual

 

คุณภาพของภาพถ่ายล่ะ เป็นยังไงบ้าง ผมก็ลองเอาไปถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ดูนะครับ ในกรณีที่สภาพแสงเหมาะสมดี ไม่ต้องห่วงเลย เพราะได้ภาพที่สีสันโอเคเลยทีเดียว และภาพก็มีความคมชัดดี แต่ที่ประทับใจที่สุด คือเป็นการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยลงมาหน่อย เช่น ช่วงเวลาทองคำ (ช่วงเวลาโพล้เพล้ พระอาทิตย์กำลังจะตก) หรือภายในสภาพแสงในห้อง ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว

 

ถ่ายด้วย LG G2 Mini Dualถ่ายด้วย LG G2 Mini Dual

 

ในเรื่องของวิดีโอนั้น ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p ได้ที่ 30fps คุณภาพพอสมควร แต่คุณสมบัติการปรับโฟกัสและการชดเชยแสงด้วยการแตะบนหน้าจอนั้น จะไม่สามารถใช้ในโหมดนี้ได้ ซึ่งน่าเสียดาย เพราะหากมีให้ ก็จะทำให้สามารถใช้ถ่ายวิดีโอโน่นนี่นั่นได้สะดวกขึ้นเยอะ แต่พอไม่มีคุณสมบัตินี้ ก็ต้องไปหวังพึ่ง Auto focus และ Auto exposure แทน ซึ่งไม่สะดวกเท่าไหร่ และหลายๆ จังหวะ มันไม่ได้ดั่งใจอ่ะ

 

บทสรุปการรีวิว LG G2 Mini Dual

แบรนด์ LG เหมือนจะเป็นม้านอกสายตาของหลายๆ คน ส่วนหนึ่งเพราะการตลาดไม่ได้ดุดันเท่าแบรนด์คู่แข่งเพื่อนร่วมชาติ แต่ Android smartphone จากค่ายนี้ที่ออกมาในช่วงปีหลังๆ ถือว่าทำออกมาดีทีเดียว และ LG G2 Mini Dual นี่ก็เช่นกันครับ หากใครกำลังมองหา Android smartphone ที่สเปกค่อนข้างโอเค ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่หน่วงอะไร และยังมีคุณสมบัติที่ครบเครื่อง ทั้งมีกล้องดิจิตอลที่คุณภาพพอสมควร ใช้ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอแชร์บน Social media ได้สบายๆ ภายใต้สนนราคาตำ่กว่าหมื่น (หมื่นนึงทอนสิบบาท … ฮา)

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: