Alcatel OneTouch Idol X+

Alcatel OneTouch Idol X Plus

ภาพประกอบจาก GSMArena.com

ผมไม่แน่ใจว่าชื่อของ Alcatel ในประเทศไทยนั้นคุ้นหูกันบ้างรึเปล่า แต่ชื่อ Alcatel-Lucent นี่เป็นบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งบริษัท TCL ในประเทศจีนไปซื้อลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า Alcatel มาใช้กับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์จากแดนมังกรที่เข้ามาบุกตลาดสมาร์ทโฟนบ้านเรา นอกเหนือจาก Huawei, ZTE และ Lenovo ครับ ปีนี้ผู้เล่นจากประเทศจีนนี่แหละ ที่น่าจะเข้ามามีบทบาทในตลาดระดับล่างและตลาดระดับกลางมากขึ้น ด้วยจุดเด่นที่ผมสังเกตคือ ดีไซน์ และสเปกที่คุ้มค่ากับราคา … และในที่นี้ ลองมาดู Alcatel OneTouch Idol X+ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรงๆ ของค่ายนี้กันหน่อยครับ ว่าเป็นยังไงกันบ้าง

 

รูปร่างหน้าตาของ Alcatel One Touch Idol X+

เป็นอีกแบรนด์นึงที่มาช่วยยืนยันว่าสมาร์ทโฟนจากแดนมังกรนั้นไม่ได้กระจอกเหมือนความเชื่อเก่าๆ แล้วนะครับ งานประกอบของ Alcatel One Touch Idol X+ นั้นค่อนข้างออกมาดูดีทีเดียว จะติดก็แค่ความรู้สึกแปลกๆ ในเรื่องของการออกแบบ ที่ผมยังรู้สึกว่ามันยังมีกลิ่นอายของแบรนด์อื่นอยู่ อย่างเช่นเจ้านี่ ถ้ามองข้างๆ และด้านหลังละก็ ผมยังแอบรู้สึกถึงกลิ่นอายของ Samsung Galaxy รุ่นก่อนๆ ยังไงไม่รู้

ด้านหน้าของ Alcatel One Touch Idol X+ (ต่อจากนี้จะขอเรียกว่า Alcatel Idol X+) เป็นจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล มีความหนาแน่นของพิกเซลทีระดับ 441ppi จึงค่อนข้างจะมั่นใจเรื่องความคมชัดของหน้าจอได้ มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล

 

ด้านหน้าของ Alcatel OneTouch Idol X+

ด้านหน้าของ Alcatel OneTouch Idol X+

 

ด้านหลังของ Alcatel Idol X+ มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ให้สเปกกล้องมาแบบเกินราคาค่าตัวอยู่พอสมควร แต่ผมไม่ค่อยชอบดีไซน์ฝาหลังที่เป็นมันวาวแบบนี้ เพราะมันเลอะคราบมันจากมือได้ง่าย พอเห็นแล้วมันแหยะๆ อ่ะ

 

ด้านหลังของ Alcatel OneTouch Idol X+

ด้านหลังของ Alcatel OneTouch Idol X+

ฝาหลังของ Alcatel One Touch Idol X+ มันเงา เลอะคราบมันจากมือง่าย

ฝาหลังของ Alcatel One Touch Idol X+ มันเงา เลอะคราบมันจากมือง่าย

 

ด้านบนของ Alcatel Idol X+ นี่มีแค่ปุ่มเปิดปิดเหน้าจอ กับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

ด้านบนของ Alcatel OneTouch Idol X+

ด้านบนของ Alcatel OneTouch Idol X+

 

ด้านล่างของ Alcatel OneTouch Idol X+ นั้นดูๆ แล้ว คล้ายๆ กับของ iPhone 5/5s เลยอ่ะ พอร์ต Micro USB (แต่ของ iPhone จะเป็น Lightning) อยู่ตรงกลาง แล้วก็มีช่องรูๆ อยู่สองข้าง ข้างนึงเป็นลำโพง อีกข้างก็เป็นไมโครโฟน

 

ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ Micro SIM card อันแรกครับ ซึ่งต้องขอชมเชยว่าออกแบบฝาปิดซิมมาค่อนข้างดูดีทีเดียว มันปิดได้ค่อนข้างสนิท ดูดี แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาจิ้มเพื่อถอดถาดใส่ Micro SIM card ออกมาให้วุ่นวายน่ะ

 

ด้านซ้ายของ Alcatel OneTouch Idol X+

ด้านซ้ายของ Alcatel OneTouch Idol X+

ฝาปิด Micro SIM card ของ Alcatel OneTouch Idol X+ ออกแบบมาดูดี

ฝาปิด Micro SIM card ของ Alcatel OneTouch Idol X+ ออกแบบมาดูดี

 

ส่วนด้านขวาของ Alcatel Idol X+ ก็มีปุ่มปรับระดับเสียง แล้วก็มีช่องใส่ Micro SIM card อันที่สอง ซึ่งมีฝาปิดดีไซน์เหมือนช่องใส่ซิมอันแรก

 

ด้านขวาของ Alcatel OneTouch Idol X+

ด้านขวาของ Alcatel OneTouch Idol X+

 

จากที่เห็น ดีไซน์ของ Alcatel Idol X+ ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาดูแปลกตา แต่ด้วยสนนราคา 13,500 บาท ก็ต้องนับว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีไซน์ออกมาได้ดูดีกว่าราคาครับ โดยเฉพาะอย่างที่บอก ช่องใส่ซิมนี่ผมชอบดีไซน์มากๆ จะติดก็แค่ฝาหลังที่เป็นมันวาว ที่ผมไม่ชอบ(พอสมควร) นั่นแหละครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Alcatel Idol X+

สนนราคา 13,500 บาท ของ Alcatel Idol X+ นั้นทำให้น่าคิดว่าแล้วสเปกจะออกมาประมาณไหน … ลองมาดูกันครับ

  • CPU: MediaTek MT6592 Octa-core 2GHz
  • GPU: Mali-450MP4
  • Display: IPS LCD 5″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: Android 4.2.2
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 900/2100MHz (HSDPA 42.2Mbps HSUPA 5.76Mbps)
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 + A2DP
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,500mAh
  • Dimensions: 140.4 มม. x 69.1 มม. x 7.9 มม.
  • Weight:  130 กรัม
  • Other: รองรับการใช้งาน 2 ซิม
  • Price: 13,500 บาท

ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

ผลการวัดประสิทธิภาพของ Alcatel Idol X+ ด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ

ผลการวัดประสิทธิภาพของ Alcatel Idol X+ ด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ

 

ที่น่าสนใจจริงๆ คือ เจ้านี่ใช้ชิปที่แรงขึ้นไปอีก คือ MT6592 Octa-core 2GHz และให้ RAM มาแบบจัดเต็ม 2GB เลยทีเดียว เรียกว่าสเปกออกมาแล้ว เกินราคา 13,500 ไปพอสมควร ซึ่งนั่นส่งผลให้คะแนนผลการทดสอบที่ได้นั้น สูงกว่าพวกคู่แข่งจากแดนมังกรที่ออกมาก่อนหน้าอยู่ไม่น้อยทีเดียว คะแนนผลการทดสอบของ Alcatel Idol X+ ที่ได้นั้น ก้าวเข้าสู่แถวๆ โซน Quad-core แท้ๆ แล้วละครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไปของ Alcatel Idol X+

User Interface แบบเดิมๆ ของ Alcatel Idol X+ นั้น ดูสีสันสดใสดีครับ สีฟ้า ดูสบายตา มีการออกแบบแนว Flat ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่าผมสังเกตว่าไม่ได้มีการเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการทำงานอะไรเข้าไปมากมายนัก

 

Home screen ของ Alcatel Idol X+

Home screen ของ Alcatel Idol X+

App tray ของ Alcatel Idol X+

App tray ของ Alcatel Idol X+

 

โดยความเห็นส่วนตัว Alcatel น่าจะเอาแบบ Lenovo ตรงที่ไม่ทำ App tray ครับ ให้มีแต่หน้า Home screen ก็พอ พวก App ต่างๆ ก็เอาไอคอนมาวางกันบน Home screen ให้หมดนี่เลย เพราะเท่าที่ลองใช้ User Interface ของ Alcatel แล้วพบว่า หากจัดวางพวก Widget และ ไอคอน บนหน้าจอดีๆ เนี่ย ไม่มีความจำเป็นต้องไปยุ่งอะไรกับ App tray เลย เราสามารถรวบรวมไอคอนต่างๆ มารวมกันเป็นโฟลเดอร์ได้ (เป็นฟีเจอร์ที่เป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android อยู่แล้ว) และพวก Widget เองนี่ Alcatel ก็ให้เราสามารถเพิ่มได้จากการแตะที่หน้าจอ Home screen อยู่แล้วด้วย

 

QuickSettings ของ Alcatel Idol X+

QuickSettings ของ Alcatel Idol X+

แตะที่หน้าจอ Home screen เพื่อเพิ่ม Widget

แตะที่หน้าจอ Home screen เพื่อเพิ่ม Widget

 

เป็นไปตามที่คาด Alcatel Idol X+ นั้นไม่ได้มีพวก Exclusive apps หรือ Apps พิเศษแบบเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับ Idol X+ ที่ชัดเจนมากนัก เท่าที่เห็นก็มี 3 Apps หลักๆ คือ

  • ONE TOUCH Backup ซึ่งก็เป็น App ที่ทำหน้าที่ตามชื่อนั่นแหละครับ สำรองข้อมูล โดยจะสร้างไฟล์สำรองข้อมูลบน Internal storage หรือไม่ก็โยนไปไว้บนบริการ Cloud storage อย่าง Dropbox, Box.net หรือ Google Drive ก็ได้ โดยจะแบ็กอัพได้ทั้งไฟล์มัลติมีเดีย และข้อมูลจำพวกที่อยู่ติดต่อ, SMS, ตารางนัดหมาย และบุ๊กมาร์กของเบราวเซอร์
  • ONE TOUCH Live เป็นอารมณ์แหล่งรวม App ให้ดาวน์โหลด แต่ดูทำออกมาลวกๆ ไปหน่อยครับ เพราะมันเป็นแค่ลิสต์รายชื่อของ App ที่ดาวน์โหลดได้ ที่เมื่อแตะเข้าไปแล้วก็จะเห็นคำอธิบายและ Screenshot ว่ามันคือ App อะไร แล้วก็ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ … ขอแนะนำว่า Alcatel ควรจะไปพัฒนา ONE TOUCH Live นี่ให้ดีกว่านี้ก่อน
  • Smart Suite เป็น App ที่ให้เราสามารถบริหารจัดการ Alcatel Idol X+ นี่ได้ผ่านทางเครื่อง PC แต่ต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งบน PC ก่อน ถึงจะใช้งานได้ครับ

นอกเหนือไปจากนี้ ก็ดูจะเป็นพวก Pre-install ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งทำให้อะไรๆ มันดูรกจนอึดอัดไปหน่อย แต่ข่าวดีก็คือ ไม่อยากได้ ก็ถอนการติดตั้งออกไปได้ครับ ไม่มีปัญหา … พวก App ที่ติดตั้งมาให้ก็เป็นพวกเกม เช่น Asphalt 7, Little Big City, Danger Dash ฯลฯ ที่เป็นเกมจากค่าย Gameloft ซะเป็นส่วนใหญ่ และเป็นพวก App ฟรี หรือไม่ก็ Demo ครับ นอกนั้นก็จะมีพวก Tools และ Utilities อย่าง OfficeSuite, AVG Antivirus, CleanMaster, Evernote, Flipboard อะไรแบบนี้ด้วย ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นอะไร พวกส่วนใหญ่ก็เป็น Free apps ที่ดาวน์โหลดได้จาก Google Play อยู่แล้ว

มองในแง่นึง ด้วยสนนราคา 13,500 บาท มีมาให้แบบนี้ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ จะไปคาดหวังว่าจะมี Exclusive apps มากมายแบบพวกระดับ Flag ship เขา แต่ถ้ามองอีกแง่ ก็อยากแนะนำให้ Alcatel เตรียมพวก App ต่างๆ เอาไว้ให้มากกว่านี้เหมือนกัน เพราะมันจะเป็นการสร้างจุดเด่นเหนือคู่แข่งที่ดีเลย

 

ประสบการณ์ในการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย และการเล่นเกมบน Alcatel Idol X+

ด้วยสเปกระดับนี้แล้ว การรับชมไฟล์วิดีโอ 1080p บน Alcatel Idol X+ เนี่ย ไม่น่าเป็นห่วงอะไร ได้ภาพคมชัด ลื่นไหลดีจริงๆ และหน้าจอแสดงผล IPS LCD ความละเอียดระดับ Full HD 1080p ก็แสดงศักยภาพของไฟล์มัลติมีเดียได้อย่างเต็มที่ และสีสันก็สมจริงโดยไม่จัดจ้านจนเกินไป มุมมองของภาพกว้างมากระดับที่วางไว้บนโต๊ะแนวราบ แล้วก็ยังมองเยื้องๆ เห็นชัดเจนดี สีสันไม่เพี้ยนมาก

 

ชมคลิปวิดีโอ 1080p บน Alcatel Idol X+

ชมคลิปวิดีโอ 1080p บน Alcatel Idol X+

 

ลองเอามาเล่นเกม Asphalt 8: Airborne กันบ้าง แน่นอนว่าเริ่มต้นเกมมันก็จะเลือกกราฟิกระดับ Medium เอาไว้ให้เรา แต่จากประสบการณ์การเล่นเกมนี้บนอุปกรณ์ที่ใช้ชิป MediaTek ผมพบว่าประสิทธิภาพมันแรงพอที่จะเล่นระดับ High ได้ ฉะนั้นผมเลยขอปรับเป็น High ไว้ก่อนเลย … แล้ว Alcatel Idol X+ นี่ก็มาพร้อมกับ GPU Mali-450MP ซึ่งประสิทธิภาพดีทีเดียวเลย เลยยิ่งทำให้ผมคาดหวังมากกว่านี้

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน Alcatel Idol X+

เกม Asphalt 8: Airborne บน Alcatel Idol X+

 

ตามคาดครับ เกม Asphalt 8: Airborne บน Alcatel Idol X+ นี่เมื่อเล่นแบบกราฟิกระดับ High แล้ว มันลื่นไหลกว่าพวก Android device ที่ใช้ชิป MediaTek ตัวเก่า ที่ใช้ GPU PowerVR SGX544 อยู่พอสมควรเลยครับ ขนาดของตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มากเกินและน้ำหนักก็ไม่ได้มากด้วย เล่นนานๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อยมือ (ฮา)

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Alcatel Idol X+

Alcatel Idol X+ มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ามีสเปกที่ค่อนข้างดีเกินตัวทีเดียวล่ะครับ นอกจากนี้ต้องขอชมเชยว่า Alcatel ออกแบบ User Interface ของ Camera app มาได้ค่อนข้างจะโอเคทีเดียวเลยล่ะครับ ดูเรียบง่าย ไม่รก และใช้งานง่ายด้วย

 

User Interface กล้องของ Alcatel Idol X+

User Interface กล้องของ Alcatel Idol X+

 

Tap-to-Focus ในโหมดถ่ายภาพนิ่งของ Alcatel Idol X+ นั้นสามารถใช้ปรับได้ทั้งโฟกัสและการชดเชยแสงของภาพ แม้ว่าจะไม่ได้ปรับได้แบบรวดเร็วสุดๆ แต่ก็ถือว่าเร็วเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วๆ ไปแล้ว นอกจากนี้คุณภาพที่ได้ ถือได้ว่าดีทีเดียวเลยครับ โดยเฉพาะในสภาพแสงที่เพียงพอ อย่างเช่นที่ผมนำไปถ่ายภาพตอนไปประเทศญี่ปุ่นนี่

 

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+

 

อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าเซ็นเซอร์ภาพของ Alcatel Idol X+ นั้นมี Dynamic range ไม่กว้างมากนักครับ ฉะนั้นเวลาเจอช็อตที่มีแสงสว่างจ้าๆ เนี่ย ภาพมันจะดูขาดรายละเอียดไปเลย แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเจอช็อตแบบนี้แล้ว ให้ใช้โหมด HDR ในการถ่ายเลยครับ พอใช้แล้ว ก็จะได้เห็นรายละเอียดของภาพมากขึ้น

 

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+ แบบไม่เปิด HDR

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+ แบบไม่เปิด HDR

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+ แบบเปิด HDR

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+ แบบเปิด HDR

 

เวลาถ่ายภาพในเวลากลางคืน ถ้ายังพอมีแสงสว่างอยู่บ้าง เช่นจากพวกหลอดไฟต่างๆ ตามถนนหนทาง หรือตามตึกอะไรแบบนี้ ภาพที่ได้ก็มีคุณภาพค่อนข้างดีเลยนะครับ แต่อาจติดอาการแสงสว่างดูฟุ้งๆ ไปบ้างนิดหน่อย แต่ Noise ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเป็นสภาพแสงน้อยจริงๆ ละก็ แม้ภาพที่ได้จะออกมาชัดพอควร แต่ Noise ก็จะเยอะเอาเรื่อง ถ้าจะกำจัด Noise ออกไป ต้องถ่ายในโหมด “กลางคืน” หรือ Night ครับ มันจะได้ภาพที่สว่างขึ้นกว่าปกติอีก ในขณะที่ Noise ก็ไม่เยอะมากด้วย

 

ถ่ายด้วย Alcatel Idol X+

 

ทว่า​ โหมดถ่ายวิดีโอ แม้ว่าจะถ่ายได้ที่ความละเอียดสูง Full HD 1080p แต่ว่าการทำงานของคุณสมบัติ Tap-to-Focus เพื่อปรับโฟกัสของภาพนั้นค่อนข้างช้ามาก (ช้ากว่าตอนเป็นโหมดถ่ายภาพนิ่ง) ระบบออโต้โฟกัสในโหมดถ่ายวิดีโอก็ทำงานค่อนข้างช้าครับ และการวัดแสงด้วย Tap-to-Focus ไม่สามารถทำได้ในโหมดถ่ายวิดีโอนี้ (ว้า)

 

บทสรุปของ Alcatel OneTouch Idol X+

ไม่เลวครับสำหรับสมาร์ทโฟนราคา 13,500 บาทตัวนี้ ด้วยสเปกที่ค่อนข้างดีคุ้มค่ากับราคา หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด Full HD แถมให้ RAM มาแบบจัดเต็ม 2GB ระดับเดียวกับพวกไฮเอนด์ และกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แถมยังได้ชื่อของ Alcatel ซึ่งเป็นแบรนด์ชื่อดังของฝรั่งเศสเขาด้วย ที่เหลือที่ก็คือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่จะต้องมาตอบโจทย์ให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจล่ะครับ

ตอนที่เขียนรีวิวนี้ เขามีโปรโมชั่น ซื้อ Alcatel OneTouch Idol X+ จะแถม BoomBand ที่เป็น Wearable device จำพวก Activity logger มาให้ด้วยครับ … อันนี้ไม่มีขายแยกนะครับ อยากได้ต้องช่วงโปรโมชั่นเท่านั้นเลย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: