ถ่ายรูปสวย ด้วยสมาร์ทโฟน ทำยังไงดี? (6) – ทำภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบกล้องโปร (Android)

ภาพถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ

 

ข้อจำกัดหนึ่งของภาพถ่ายก็ถือ มันเป็นสองมิติครับ ภาพที่ได้ออกมาจะดูแบนๆ แต่มันก็มีวิธีการแก้ คือการเพิ่มความรู้สึกของระยะชัดลึก (Depth of field) เข้าไป พูดแบบนี้แล้วอาจจะงง แต่ถ้าใช้ศัพท์ทางกล้อง ที่เขาเรียกว่า การถ่ายภาพให้ออกมาแบบ ชัดตื้น ชัดลึก หรือ หน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอ หลังชัด คงจะนึกภาพกันออก แต่หากยังนึกภาพไม่ออกอีก ก็ให้ดูรูปตัวอย่างที่ผมจั่วหัวอยู่หน้าบล็อกตอนนี้ดูเอาครับ … พอเพิ่มความรู้สึกของระยะชัดลึกเข้าไปแล้ว มันทำให้ภาพดูสวยขึ้นมาเลย เอ๊ะ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ?!? บล็อกถ่ายรูปสวยด้วยสมาร์ทโฟนตอนนี้ เราจะไปหาคำตอบกัน แล้วมาดูกันว่าหากจะถ่ายรูปแบบนี้ด้วยสมาร์ทโฟนได้ จะต้องทำยังไง

 

ระยะชัดลึก (Depth of field) คืออะไร?

ระยะชัดลึกคือ ระยะทางที่วัตถุยังคงอยู่ในโฟกัสเมื่อเราถ่ายภาพ หากกล้องมีระยะชัดลึกมาก ก็จะถ่ายภาพออกมาชัดในทุกระยะ (ดูภาพประกอบด้านล่าง เมื่อรูรับแสง F22) แต่หากระยะชัดลึกแคบลงมา ภาพก็จะมีความชัดแค่บางส่วน (ดูรูปประกอบด้านล่าง เมื่อรูรับแสงเพิ่มเป็น F5.6 หรือ F1.4)

 

F Stop กับ Depth of Field

 

ปกติแล้วภาพที่ให้ความรู้สึกถึงระยะชัดลึก ถ้าจะถ่ายด้วยกล้องที่มากับสมาร์ทโฟนจะค่อนข้างยากเอาเรื่อง เพราะมีรูรับแสงและระยะโฟกัส (Focal length) ที่ตายตัว ขนาดพวกสมาร์ทโฟนระดับ Flag ship ที่ค่ารูรับแสงกว้างมากๆ ระดับ F2.0 เนี่ย หากอยากจะถ่ายภาพที่ออกแนวชัดตื้น (หมายถึง หน้าชัด หลังเบลอ) ก็ยังต้องให้วัตถุอยู่ใกล้กับเลนส์กล้องเอาเรื่องทีเดียว

 

รูปนี้ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S5 แบบ Close-up มากๆ จึงได้หน้าชัดหลังเบลอแบบนี้

รูปนี้ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S5 แบบ Close-up มากๆ จึงได้หน้าชัดหลังเบลอแบบนี้

 

การถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอ หรือหน้าเบลอหลังชัด นอกจากจะทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น ดูสวยขึ้น ดูโปรขึ้นแล้ว มันยังทำให้เราสามารถสื่อถึงจุดสนใจของภาพนั้นๆ ให้กับผู้ชมได้ เช่นในภาพด้านล่าง ดูก็รู้ได้ทันที ว่าจุดสนใจของภาพนี้คือดอกซากุระกลุ่มใหญ่ที่โฟกัสชัดแจ๋วนั่นเอง โดยมีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่นอกโฟกัส ปรากฏเป็นภาพเบลอๆ เป็นแบ็กกราวด์ … แต่ทั้งรูปด้านบน กับรูปซากุระด้านล่างนี่ จะเห็นว่าผมต้องถ่ายภาพค่อนข้างโคลสอัพพอสมควรทีเดียว เพื่อให้ได้ภาพหน้าชัดหลังเบลอขนาดนี้ ถ้าเป็นการถ่ายภาพบุคคล หรือ Portrait ละก็ ระยะใกล้ขนาดนี้มันไม่ไหวครับ มันต้องห่างกว่านี้อีกหน่อย แต่พอทำแบบนั้นแล้ว รูปมันก็จะไม่หน้าชัดหลังเบลออีกน่ะสิ

 

ภาพนี้ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S5 ที่สวน Imperial กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ภาพนี้ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S5 ที่สวน Imperial กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

ข่าวดีก็คือ เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนระดับ Flag ship นั้นมาพร้อมกับทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ช่วยให้ถ่ายภาพแนว หน้าชัดหลังเบลอได้สะดวกขึ้นแล้ว เช่น Samsung Galaxy S5 ที่มี Selective Focus หรือ HTC One M8 ที่มี Duo camera effect หรือแม้แต่ LG Nexus 5 ที่ได้อัพเดต Kit Kat ล่าสุด มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่เรียกว่าโหมด Lens Blur ด้วย ซึ่งใช้ยากง่ายก็แตกต่างกันไป

 

Selective Focus ของ Samsung Galaxy S5

Selective Focus ของ Samsung Galaxy S5

แต่ถ้าเราไม่มีปัญญาไปหาสมาร์ทโฟนราคาสองหมื่นกว่าบาทมาใช้ แต่เราก็ยังอยากจะถ่ายรูปให้ออกมาแบบว่า ดูโปร ถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอ หน้าเบลอหลังชัดได้ จะทำยังไงดี?!?

 

สำหรับผู้ใช้ Android ทำภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดั่งใจด้วย AfterFocus

ใครไม่อยากเสียเงินมาก ก็ดาวน์โหลดเวอร์ชันฟรีของ AfterFocus มาใช้ แต่ก็ต้องทำใจกับพวกโฆษณา และข้อจำกัดในการใช้งาน (เช่น ลูกเล่นการเบลอน้อยกว่า หรือ เซฟไฟล์ภาพขนาดใหญ่ไม่ได้) แต่ใครไม่ติดใจเรื่องเสียเงินสนับสนุนผู้พัฒนา App บ้างก็ซื้อ AfterFocus Pro มาใช้ครับ ติดตั้งเสร็จแล้วก็พร้อมใช้งานเลย แต่ก่อนอื่นใดนั้น เราต้องถ่ายรูปที่อยากจะเอามาปรับแต่งทำหน้าชัดหลังเบลอกันก่อนครับ ผมขอหาอะไรใกล้ตัวมาสาธิตนะครับ

 

ก่อนอื่น ถ่ายรูปที่ต้องการก่อน

ก่อนอื่น ถ่ายรูปที่ต้องการก่อน

 

ตอนนี้กำลังนั่งรอเข้างานพบปะบล็อกเกอร์ของ ASUS Thailand เขา ฉะนั้นขอใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวที่พกอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ Microsoft Surface RT (ที่ใช้เขียนบล็อกนี้อยู่), แก้วน้ำพร้อมดอกไม้ที่โรงแรมใช้ตกแต่งโต๊ะที่นั่งอยู่ และ Samsung Galaxy Note 3 ครับ … จริงๆ ใช้กล้องอื่นก็ได้ แต่ขอเป็นสมาร์ทโฟนสเปกกลางๆ แบบ Dual-core CPU พร้อม RAM 1GB ก็จะดีไม่น้อยนะ หากจะใช้งานตกแต่งรูปภาพกันแบบนี้

 

เลือก Select from albumn แล้วเลือกรูปที่ถ่ายออกมา

เลือก Select from albumn แล้วเลือกรูปที่ถ่ายออกมา

 

เปิด App ขึ้นมาครับ แล้วแตะที่ Select From Albumn จากนั้นก็ไปเลือกหาเอาว่าจะตกแต่งภาพไหน ของผมก็ต้องตกแต่งภาพที่ผมถ่ายอยู่แล้วล่ะ … หากนี่เป็นการเปิดใช้ครั้งแรก มันจะถามเราว่าจะเลือกเป็น Smart mode หรือ Manual mode ผมขอแนะนำอย่างยิ่งว่าเลือก Smart mode เถิด ชีวิตง่ายขึ้นเยอะมาก อย่าอินดี้

 

เลือกมาแล้วเราจะเห็นหน้าจอแบบนี้ครับ

เลือกมาแล้วเราจะเห็นหน้าจอแบบนี้ครับ

 

พอเลือกภาพมาแล้ว ก็ได้เวลากำหนดจุดกันว่าตรงไหนจะเป็น Foreground หรือบริเวณที่เราอยากจะให้มันชัด และตรงไหนจะเป็น Background หรือจุดที่เราต้องการจะให้เบลอ ก่อนอื่นเลยก็ต้องกำหนดจุดที่เป็นโฟกัสก่อน ซึ่งในตัวอย่างนี้ ผมเลือกแก้วน้ำและดอกไม้ครับ ถ้าเราเลือกเป็น Smart mode ละก็ ขั้นตอนไม่ยากเลย ก่อนอื่นก็แตะไปที่ตรง Focus (มุมล่างซ้ายมือ) ก่อน แล้วลากเส้นสีขาวเพื่อบอกว่าตรงไหนเป็น Foreground ตัวซอฟต์แวร์จะทำการคำนวณโดยอัตโนมัติว่าน่าจะเป็นส่วนไหน

 

แตะที่ไอคอน Focus (มุมล่างซ้าย) แล้วลากเส้นสีขาวตามแนววัตถุที่เราต้องการให้โฟกัสชัด

แตะที่ไอคอน Focus (มุมล่างซ้าย) แล้วลากเส้นสีขาวตามแนววัตถุที่เราต้องการให้โฟกัสชัด

 

พอลากเส้นเสร็จ อย่าเพิ่งตกใจที่ภาพกลายเป็นสีแดง สีแดงพวกนี้จะเป็นตัวบอกเราว่า นี่คือบริเวณพื้นที่ที่จะเป็น Foreground … ตอนนี้ Foreground เต็มรูปเลย เพราะเรายังไม่ได้กำหนดว่าตรงไหนจะเป็น Background ครับ … เอ้า! แตะไปที่ไอคอน BG แล้วไปลากเส้นรอบๆ แก้วน้ำกับดอกไม้ เพื่อบอกซอฟต์แวร์ว่านอกเหนือจากแก้วน้ำไปแล้วคือ Background … เมื่อตีเส้นดำเสร็จแล้ว จะเห็นว่าพื้นที่ที่เป็นสีแดงเหลือน้อยลง ที่เหลือคือการแตะที่ไอคอน Zoom แล้วค่อยๆ มาเก็บรายละเอียดเพิ่มว่าตรงไหนควรจะเป็น Foreground แต่มันไม่เป็นสีแดงก็แตะไอคอน Focus แล้วมาลากเส้นขาวตรงบริเวณนั้น หากตรงไหนควรจะเป็น Background แต่พื้นที่ตรงนั้นดันเป็นสีแดง ก็ไปแตะไอคอน BG แล้วมาลาเส้นตรงบริเวณนั้นซะ

 

ขยายแล้วตีเส้นขาวเพื่อกำหนดจุดโฟกัส หรือตีเส้นดำเพื่อบอกว่านี่คือแบ็กกราวด์

ขยายแล้วตีเส้นขาวเพื่อกำหนดจุดโฟกัส หรือตีเส้นดำเพื่อบอกว่านี่คือแบ็กกราวด์

 

ถ้าลากเส้นผิด ก็แตะไอคอน Eraser แล้วไปลบเส้นออกได้นะครับ … ทำเสร็จเรียบร้อย ก็จะได้เป็นรูปเป็นร่าง เฉพาะพื้นที่ของภาพส่วนที่เราต้องการให้โฟกัสชัดแจ๋วถึงจะเป็นสีแดง นอกนั้นไม่ควรมีครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วแตะไอคอนรูปลูกศรที่อยู่มุมบนขวา เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป … เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ ตัวซอฟต์แวร์จะทำการทำ Background ให้เบลอระดับกลางๆ ก่อนเลย แต่หากเราไม่ชอบระดับความเบลอ เราก็แต่ไอคอน Blur แล้วปรับตัวเลื่อนได้ครับ มันจะแสดงผลลัพธ์แบบ Real-time ฉะนั้นเราจะรู้เลยว่าภาพจะออกมาเป็นยังไง

 

เลือกได้ว่าจะให้เบลอมากหรือเบลอน้อย

เลือกได้ว่าจะให้เบลอมากหรือเบลอน้อย

 

หากไม่อยากได้อาการเบลอแบบทั่วๆ ไป ก็เลือกตัวเลือกเป็น Motion Blur ได้ ถ้าใครใช้ AfterFocus Pro แบบผม ก็จะเลือกปรับรายละเอียดการเบลอด้วยการเปิด Edge Feathering ได้ด้วย มันจะเบลอแบบของฟุ้งๆ สมจริงไปอีกแบบ … แต่เพื่อความสมจริงอีกขั้น ผมอยากให้แตะไปที่ไอคอน Fading BG ด้วย เพื่อปรับการเบลอของ Background แบบไล่ระดับอีก ซึ่งหากไม่อยากวุ่นวายมาก ก็เลือกเป็น Natural ไปครับ ซอฟต์แวร์จะคำนวณและไล่ระดับให้โดยอัตโนมัติ เราแค่ดูผลว่าถูกใจไหม ถ้าถูกใจ ก็จบ

 

ถ้าอยากให้สมจริง เลือก Fading BG ด้วย ถ้าเล่นง่ายก็เอาเป็น Natural ถ้าอยากปรับได้ตามใจเลือก Manual

ถ้าอยากให้สมจริง เลือก Fading BG ด้วย ถ้าเล่นง่ายก็เอาเป็น Natural ถ้าอยากปรับได้ตามใจเลือก Manual

 

แต่ถ้าไล่ระดับอัตโนมัติไม่ถูกใจ ก็เลือก Manual ครับ แล้วมาไล่ระดับเอาเองว่าตรงไหนจะเป็นจุดโฟกัส ตรงไหนจะเป็น Background แล้วเดี๋ยวมันจะไล่ระดับให้ตามที่เราเลือก … เมื่อพอใจแล้วก็แตะเครื่องหมายถูกตรงมุมบนซ้ายครับ

 

แบบ Manual เราจะเลือกได้ว่าอยากให้โฟกัสชัดแจ๋วถึงแถวไหน และจากตรงไหนไปค่อยเบลอเป็นแบ็กกราวด์

แบบ Manual เราจะเลือกได้ว่าอยากให้โฟกัสชัดแจ๋วถึงแถวไหน และจากตรงไหนไปค่อยเบลอเป็นแบ็กกราวด์

 

จากนั้นที่เหลือก็คือมาเลือกว่าจะใส่เอฟเฟ็กต์สีให้กับรูปภาพไหม (อารมณ์คือ ใส่ฟิลเตอร์ให้กับรูปภาพ) และจะใส่เอฟเฟ็กต์อื่นๆ อีกรึเปล่า App ตัวนี้มีมาให้แค่ในระดับนึงเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วงนะ เราก็แค่เซฟรูปไว้ก่อน แล้วเอารูปที่เซฟ ไปเปิดด้วย App ตัวอื่น (เช่นผมอาจจะเลือก Photo Editor by Aviary) เพื่อใส่ฟิลเตอร์เข้าไปครับ

 

เลือกใส่เอฟเฟ็กต์สีสันให้รูปได้ด้วย

เลือกใส่เอฟเฟ็กต์สีสันให้รูปได้ด้วย

ใส่เอฟเฟ็กต์อื่นๆ ได้อีก

ใส่เอฟเฟ็กต์อื่นๆ ได้อีก

 

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว ก็แตะที่ไอคอนเซฟ ซึ่งมีหน้าตาเป็นแผ่นดิสก์สองแผ่นซ้อนกันครับ แต่ก่อนจะเซฟ ไปแตะไอคอนรูปฟันเฟือง แล้วไปหัวข้อ Maximum Save Image Size เพื่อเลือกขนาดของไฟล์รูปที่จะเซฟได้ด้วย ถ้าเป็น AfterFocus Pro จะเลือกเซฟได้ 3 ขนาดเลยคือ 640 พิกเซล 800 พิกเซล หรือ 1024 พิกเซล แต่หากเป็นเวอร์ชันฟรี ถ้าผมจำไม่ผิด มันจะได้แค่ขนาด 640 พิกเซล ไม่ถือว่าใหญ่ แต่ก็เพียงพอสำหรับโพสต์ Instagram หรือ Social media อื่นๆ ล่ะ

 

ภาพก่อนทำการตกแต่งให้หน้าชัดหลังเบลอ

ภาพก่อนทำการตกแต่งให้หน้าชัดหลังเบลอ

ภาพหลังตกแต่งให้หน้าชัดหลังเบลอแล้ว

ภาพหลังตกแต่งให้หน้าชัดหลังเบลอแล้ว

 

เทียบดูได้ครับว่าก่อนและหลังการตกแต่ง ตัว Surface RT, เก้าอี้ด้านหลัง และแบ็กกราวด์อื่นๆ มันเบลอขึ้นอย่างชัดเจนเลยใช่ไหมล่ะ … การตกแต่งแบบนี้ ผมขอแนะนำให้ใช้กับกรณีถ่ายภาพบุคคล (Portrait) เพื่อให้ได้ Feel ของภาพแบบเดียวกับกล้องโปรนะครับ หรือถ่ายวัตถุที่ต้องเน้นเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ เช่น การถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ หรือ การถ่ายภาพอาหาร อะไรแบบนี้เป็นต้น … เอาล่ะ! ไปหยิบสมาร์ทโฟนของคุณออกไปข้างนอก แล้วไปถ่ายรูป ไปหัดตกแต่งภาพกันครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. Kee says:

    เป็นประโยชน์มากครับ

  2. Sirawan Thongpoe says:

    บุญคุณครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก สำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนราคาสองหมื่นก่าๆใช้ ขอบคุณค่ะ

  3. ถ่ายภาพเบอลด้วยโทรศัพท ซัมซุง ราคาไม่กี่พัน ทำได้ทุกเครื่องครับ…
    https://www.youtube.com/watch?v=C8cdrPKXkBw

  4. Silvie says:

    เป็นประโยชน์มากๆเลย เราเอาใช้กะ Huawei honor 6+ แล้ว แจ่มแมวมากๆ เบลอมีมิติเฟี๊ยวฟ๊าวฝุดๆ

Leave a Reply

%d bloggers like this: