กาฝาก First Time in Japan (1)

Print Friendly

ถ่ายคู่กับแฟนที่ Starbucks ระหว่างรอขึ้นเครื่อง

 

มีข่าวแว่วมาว่าในปี พ.ศ. 2557 นี้ คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์มากเป็นประวัติศาสตร์ครับ คือ มากกว่าปี พ.ศ. 2556 ร่วมเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะว่าช่วงนี้ญี่ปุ่นเขาให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าประเทศเขาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งทำให้สะดวกขึ้นเยอะ และประหยัดเงินไปอีกเกือบสองพันบาท (ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่า) แต่เนื่องจากเหตุที่ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยฉวยโอกาสเข้าประเทศญี่ปุ่นแล้วไม่กลับไทยเลย ก็มีข่าวร่ำข่าวลือว่าเร็วๆ นี้ ประเทศญี่ปุ่นจะยกเลิกสิทธิพิเศษนี้แล้ว คนไทยที่ยังไม่เคยได้ไปญี่ปุ่น หรืออยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็รีบไปกันใหญ่เลยล่ะ กลับมาที่ตัวผมกันบ้าง ผมเองก็มีความใฝ่ฝันจะไปญี่ปุ่นมาพักใหญ่ๆ แล้วละครับ เป็นประเทศที่อยากไปมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ซะที เคยใกล้เคียงที่สุดก็คือบินไปลงที่สนามบินนาริตะ แล้วต่อเครื่องไปนิวยอร์ก อันนั้นไม่เรียกว่าเที่ยวหรอก จริงป่ะล่ะ … ฉะนั้น สงกรานต์นี้ เนื่องจากผมไม่สะดวกใจที่จะเที่ยวในประเทศไทย เพราะแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยช่วงสงกรานต์มันมีสูงกว่าปกติ และการเดินทางออกต่างจังหวัดก็ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ เพราะคนแห่ออกไปเที่ยวกันหมด ผมก็เลยถือโอกาสช่วงหยุดยาว หนีมาเที่ยวญี่ปุ่นซะเลย แต่ด้วยความที่ว่าไม่เคยมาก่อนและได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นนี่ชาตินิยมจัด ภาษาอังกฤษไม่ค่อยพูดกัน เลยขอมาทัวร์ก่อนดีกว่า เพื่อสร้างความคุ้นเคย เผอิญว่าถูกใจคลิปวิดีโอ First time in Bangkok และหนังสือ First Time in New York มาก ฉะนั้นเลยขอเรียกชื่อบล็อกซีรี่ส์นี้ว่า First Time in Japan บ้างก็แล้วกันนะครับ หุหุ

 

การเตรียมตัวก่อนไปญี่ปุ่น … ไปทัวร์ดี หรือไม่ไปทัวร์ดี?!?

การตัดสินใจไปทัวร์มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ … มาพูดข้อดีกันก่อน อย่างแรกเลยคือ ไม่ต้องเตรียมแผนอะไรมาก เพราะเกือบทั้งหมดจะเป็นไปตามแพ็กเกจทัวร์ที่เราเลือก และค่อนข้างจะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ในระดับนึง เพราะค่าใช้จ่ายเกือย   80% จะถูกรวมเอาไว้ในแพ็กเกจแล้ว ไอ้ที่เหลืออีก 20% ก็คือพวกค่าช้อปปิ้งต่างๆ และพวกอาหารที่อยากจะหม่ำเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับแพ็กเกจทัวร์แต่อย่างใด แต่ก็มีบางทัวร์ (และหลายๆ ทัวร์) ที่เขามีช่วง Free day, Free time อะไรพวกนี้ให้เรานะ กรณีนี้ค่าอาหารเราต้องออกเองครับผม … เวลาจะซื้อทัวร์ อย่ามองแต่แค่ราคาแพ็กเกจ ต้องพิจารณาด้วยว่ามีอาหารให้เราทานกี่มื้อด้วย เราต้องจ่ายเองเท่าไหร่ นอกจากนี้ การมากับทัวร์ทำให้เราอุ่นใจได้ว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้น เรายังพอมีที่พึ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่มาครั้งแรก ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร มีปัญหาอะไรก็ฝากหัวหน้าทัวร์เคลียร์ (หุหุ) ข้อเสียของการมากับทัวร์อย่างแรกเลยคือ หากเลือกทัวร์ไม่ดี มีสิทธิ์เสียเงินฟรีเอาง่ายๆ (ประมาณโดนหลอก) นอกจากนี้คือ เพราะมากับคนกลุ่มใหญ่ โอกาสที่จะผิดแผนไปจากแพ็กเกจทัวร์ก็มีสูง และต่อให้ทัวร์ดีแค่ไหน หากลูกทัวร์งี่เง่า ทัวร์นั้นก็น่าเบื่อเอาง่ายๆ … การมากับทัวร์ก็จะไม่ได้เที่ยวแบบเจาะลึกอะไรมาก ต่อให้ไม่เจอแบบชะโงกทัวร์ ก็ยากที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบดื่มด่ำจริงๆ จังๆ และสัมผัสกับการใช้ชีวิตของคนประเทศนั้นจริงๆ ด้วย (เว้นแต่จะฉวยโอกาสช่วง Free day มาเที่ยวแบบสัมผัสชีวิตคนในประเทศเขาจริงๆ … แต่มันก็ยังไม่ได้อะไรเต็มที่อยู่ดีนั่นแหละ) ผมเลือกมากับทัวร์ เพราะอยากจะทำความคุ้นเคยกับอะไรต่อมิอะไรก่อน ก่อนที่จะมาจริงๆ ครับ โดยทัวร์ที่ผมเลือกคือ Mushroom Travel ชื่อไม่คุ้นหูเท่า

 

Mushroom Travel

 

มีข่าวแว่วมาว่าในปี พ.ศ. 2557 นี้ คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์มากเป็นประวัติศาสตร์ครับ คือ มากกว่าปี พ.ศ. 2556 ร่วมเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะว่าช่วงนี้ญี่ปุ่นเขาให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าประเทศเขาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งทำให้สะดวกขึ้นเยอะ และประหยัดเงินไปอีกเกือบสองพันบาท (ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่า) แต่เนื่องจากเหตุที่ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยฉวยโอกาสเข้าประเทศญี่ปุ่นแล้วไม่กลับไทยเลย ก็มีข่าวร่ำข่าวลือว่าเร็วๆ นี้ ประเทศญี่ปุ่นจะยกเลิกสิทธิพิเศษนี้แล้ว คนไทยที่ยังไม่เคยได้ไปญี่ปุ่น หรืออยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็รีบไปกันใหญ่เลยล่ะ กลับมาที่ตัวผมกันบ้าง ผมเองก็มีความใฝ่ฝันจะไปญี่ปุ่นมาพักใหญ่ๆ แล้วละครับ เป็นประเทศที่อยากไปมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ซะที เคยใกล้เคียงที่สุดก็คือบินไปลงที่สนามบินนาริตะ แล้วต่อเครื่องไปนิวยอร์ก อันนั้นไม่เรียกว่าเที่ยวหรอก จริงป่ะล่ะ … ฉะนั้น สงกรานต์นี้ เนื่องจากผมไม่สะดวกใจที่จะเที่ยวในประเทศไทย เพราะแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยช่วงสงกรานต์มันมีสูงกว่าปกติ และการเดินทางออกต่างจังหวัดก็ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ เพราะคนแห่ออกไปเที่ยวกันหมด ผมก็เลยถือโอกาสช่วงหยุดยาว หนีมาเที่ยวญี่ปุ่นซะเลย แต่ด้วยความที่ว่าไม่เคยมาก่อนและได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นนี่ชาตินิยมจัด ภาษาอังกฤษไม่ค่อยพูดกัน เลยขอมาทัวร์ก่อนดีกว่า เพื่อสร้างความคุ้นเคย เผอิญว่าถูกใจคลิปวิดีโอ First time in Bangkok และหนังสือ First Time in New York มาก ฉะนั้นเลยขอเรียกชื่อบล็อกซีรี่ส์นี้ว่า First Time in Japan บ้างก็แล้วกันนะครับ หุหุ

การเตรียมตัวก่อนไปญี่ปุ่น … ไปทัวร์ดี หรือไม่ไปทัวร์ดี?!? การตัดสินใจไปทัวร์มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ … มาพูดข้อดีกันก่อน อย่างแรกเลยคือ ไม่ต้องเตรียมแผนอะไรมาก เพราะเกือบทั้งหมดจะเป็นไปตามแพ็กเกจทัวร์ที่เราเลือก และค่อนข้างจะควบคุมค่าใช้จ่ายได้ในระดับนึง เพราะค่าใช้จ่ายเกือย   80% จะถูกรวมเอาไว้ในแพ็กเกจแล้ว ไอ้ที่เหลืออีก 20% ก็คือพวกค่าช้อปปิ้งต่างๆ และพวกอาหารที่อยากจะหม่ำเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับแพ็กเกจทัวร์แต่อย่างใด แต่ก็มีบางทัวร์ (และหลายๆ ทัวร์) ที่เขามีช่วง Free day, Free time อะไรพวกนี้ให้เรานะ กรณีนี้ค่าอาหารเราต้องออกเองครับผม … เวลาจะซื้อทัวร์ อย่ามองแต่แค่ราคาแพ็กเกจ ต้องพิจารณาด้วยว่ามีอาหารให้เราทานกี่มื้อด้วย เราต้องจ่ายเองเท่าไหร่ นอกจากนี้ การมากับทัวร์ทำให้เราอุ่นใจได้ว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้น เรายังพอมีที่พึ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่มาครั้งแรก ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร มีปัญหาอะไรก็ฝากหัวหน้าทัวร์เคลียร์ (หุหุ) ข้อเสียของการมากับทัวร์อย่างแรกเลยคือ หากเลือกทัวร์ไม่ดี มีสิทธิ์เสียเงินฟรีเอาง่ายๆ (ประมาณโดนหลอก) นอกจากนี้คือ เพราะมากับคนกลุ่มใหญ่ โอกาสที่จะผิดแผนไปจากแพ็กเกจทัวร์ก็มีสูง และต่อให้ทัวร์ดีแค่ไหน หากลูกทัวร์งี่เง่า ทัวร์นั้นก็น่าเบื่อเอาง่ายๆ … การมากับทัวร์ก็จะไม่ได้เที่ยวแบบเจาะลึกอะไรมาก ต่อให้ไม่เจอแบบชะโงกทัวร์ ก็ยากที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบดื่มด่ำจริงๆ จังๆ และสัมผัสกับการใช้ชีวิตของคนประเทศนั้นจริงๆ ด้วย (เว้นแต่จะฉวยโอกาสช่วง Free day มาเที่ยวแบบสัมผัสชีวิตคนในประเทศเขาจริงๆ … แต่มันก็ยังไม่ได้อะไรเต็มที่อยู่ดีนั่นแหละ) ผมเลือกมากับทัวร์ เพราะอยากจะทำความคุ้นเคยกับอะไรต่อมิอะไรก่อน ก่อนที่จะมาจริงๆ ครับ โดยทัวร์ที่ผมเลือกคือ Mushroom Travel ชื่อไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เป็นบริษัททัวร์ที่รู้จักกันน่ะ แต่ไม่ใช่ว่าผมได้ส่วนลดพิเศษอะไรนะครับ (เขาไม่คิดแพงเป็นพิเศษ ในฐานะโทษฐานที่รู้จักกันก็ดีแล้ว … ฮา) ผมจ่ายค่าบริการตามปกตินั่นแหละ แต่กะว่าถ้าบริการไม่ดี จะได้เฉ่งได้แบบเต็มที่ (หุหุ)

อินเทอร์เน็ตที่ญี่ปุ่น ยุคนี้สมัยนี้ จะไปประเทศไหนๆ ก็ต้องคาดหวังว่าจะไปใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศนั้นๆ ครับ เพราะไหนจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจาก Twitter, ไหนจะต้องคอยอัพเดตรูปภาพ อวดให้เพื่อนๆ อิจฉาทาง Facebook และ Instagram, ไหนจะต้องคุยกับเพื่อนๆ ผ่าน LINE อีก พื้นฐานง่ายที่สุดในการเตรียมอินเทอร์เน็ตไว้ใช้ที่ประเทศญี่ปุ่นก็คือ การเปิด Data roaming ไปประเทศญี่ปุ่นครับ ซึ่ง Truemove H และ AIS เขาก็มี Unlimited package ไว้ให้ สนนราคา ถ้าจำไม่ผิด Truemove H นี่   333 บาท/วัน ส่วน AIS นั้น 350 บาท/วัน ครับ … เอาง่ายๆ นะ ไปซัก 5 วัน ก็เตรียมค่าใช้จ่ายไว้เลย 2,000 บาท … ส่วน dtac นั้น ผมไม่แน่ใจว่าทำไม แต่เหมือนค่าบริการ 350 บาท/วัน จะไม่ใช่ Unlimited อ่ะ เลยไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ดีซักเท่าไหร่ และอย่างที่บอกครับ ญี่ปุ่นเขาชาตินิยม การจะไปพยายามหาซื้อ Internet SIM ที่โน่น คงต้องใช้ความพยายามและความสามารถด้านภาษา(มือ) พอสมควรเลยล่ะ

ฉะนั้นทางเลือกอีกทางที่น่าสนใจ ที่หลายๆ คน แนะนำกัน ก็คือ Pocket WiFi ครับ เพราะนอกจากจะมีค่าบริการต่อวันที่ถูกกว่าการเปิด Data roaming แล้ว (และไม่ต้องเสี่ยงกับ Bill Shock อีก) ความเร็วก็สุดยอดด้วย เพราะว่ามันจะเป็น 4G LTE ครับผม และแน่นอน Unlimited อีกต่างหาก แต่ปกติแล้ว ก็ต้องไปไล่หาเช่าเอาจากที่สนามบินในประเทศญี่ปุ่นนี่แหละ เพียงแต่หลักๆ คงมีคนไทยที่เห็นช่องทางการทำธุรกิจ เพราะถ้าไม่มีประสบการณ์จริงๆ การจะไปไล่หาเอาที่ญี่ปุ่นก็อาจจะทำให้เสียเวลาเที่ยวไปเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณไปกับทัวร์ เพราะลูกทัวร์คนอื่นๆ อาจจะมองคุณเป็นตัวถ่วงก็ได้ พวกนักธุรกิจหัวใสพวกนี้ ก็เลยเปิดให้บริการเช่า Pocket WiFi จากประเทศไทยไปเลยครับผม โดยจากที่แนะๆ นำกัน ก็มีผู้ให้บริการที่ผมเห็นเพื่อนๆ ใช้กันอยู่ 2 ราย คือ www.bs-mobile.jp/th กับ www.nuccishop.com/pocketwifi ครับ โดยเว็บแรกเนี่ย ค่าบริการดูจะถูกกว่าอยู่นิดหน่อย ถ้าอยากรู้ว่าดีเลิศแค่ไหน ต้องไปสอบถามเอาจาก @noot010 เพราะคุณเธอใช้บริการจากเว็บนี้ ส่วนผม ผมใช้บริการจากเว็บอันหลัง เพราะ @NaNcRaZy แนะนำอ่ะ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นผู้ให้บริการที่ญี่ปุ่นรายเดียวกัน (เพราะ Pocket WiFi ดูจะเป็นรุ่นเดียวกันเลย) เว็บหลังนี่แพงกว่านิดหน่อย (ต่อวันอ่ะนิดหน่อย แต่หลายๆ วัน ก็หลายตังค์) อ้อ! สำหรับคนที่จะเช่าไปช่วงวันสงกรานต์แบบผม ควรวางแผนเช่าล่วงหน้านานๆ หน่อยนะครับ เพราะช่วงสงกรานต์คนแห่กระหน่ำเช่ากันเยอะมาก จนเครื่องให้บริการไม่เพียงพอ ของผมเองก็เกือบอดจนต้องไปเปิด Data roaming แล้ว โชคดีว่ามีคน Cancel พอดี เลยเสียบซะเลย … ทาง b-mobile.jp กะ nuccishop.com นี่ หาเครื่องเช่าได้ยากเลยในช่วงสงกรานต์ ขอเตือนๆ ส่วนการรับเครื่องนั้นไม่ยากครับ สามารถนัดรับเครื่องกันได้ตอนวันเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิเลยครับ อย่างผมนี่ก็นัดรับของกันที่ร้าน Starbucks ครับ (ก็ต้องทำใจหน่อย เพราะราคาเครื่องดื่มที่นี่ก็ระดับสนามบินนั่นแหละ … ช็อคโกแลตเย็นที่นี่ แก้วเล็ก 140 บาท … หากไปซื้อที่ Starbucks นอกสนามบิน แก้วกลาง 130 บาทอ่ะ)

 

สรุปอุปกรณ์ที่ใช้ในการเที่ยวมั่วๆ ทัวร์ญี่ปุ่นงวดนี้

งวดนี้เน้นเที่ยว เน้นถ่ายรูป และไม่ซีเรียสกับการเขียนบล็อกมาก เพราะจงใจเขียนทิ้งทวนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเลยพกมาแบบนี้ครับ

  • Microsoft Surface RT เพราะตั้งใจว่าหากจะเขียนบล็อก ก็ขอเขียนแบบเต็มรูปแบบ เปิดเว็บแบบเต็มๆ เหมือน Desktop และมีคีย์บอร์ดพิมพ์ง่ายๆ แต่พอใช้งานจริงผมรู้สึกว่าคิดผิดมาก เพราะเครื่องทำงานช้ามาก (เหมือนฮาร์ดแวร์ไม่แรงพอที่จะทำงานหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน), Internet Explorer ไม่ค่อยเวิร์กกับการใช้งาน (ผมเป็นพวกใช้ Google Chrome เป็นหลัก) และ Microsoft Word 2013 RT นี่ แฮงก์ไปสามรอบระหว่างผมพิมพ์เนื้อหาบล็อก ทำให้ผมต้องพิมพ์เนื้อหาใหม่บางส่วนสามรอบเช่นกัน (ยังดีว่าผมเซฟเป็นระยะๆ ไม่งั้นเละเทะกว่านี้)

 

Samsung Galaxy S5 กับ Ultra Power Saving Mode นี่เหมาะสำหรับการใช้เล่น Social media รอเครื่องออก

 

  • Samsung Galaxy S5 ไหนๆ Samsung เขาก็ให้ยืมมาแล้ว เลยถือโอกาสเอาไปเที่ยว ไปถ่ายรูปที่ญี่ปุ่นด้วยเลย กล้อง 16 ล้านพิกเซล ความเร็วโฟกัส 0.3 วินาที น่าจะเหมาะ … นอกจากนี้ Ultra power saving mode นี่เหมาะสำหรับการใช้เล่น Social media ต่างๆ (Twitter/Facebook/Google+/LINE) และท่องเว็บ ระหว่าง
  • Samsung Galaxy S4 Zoom และ Samsung Galaxy Camera 2 อันแรกนั่นของผม อีกอันยืม Samsung เขามา อันนี้เอาไว้เวลาต้องการถ่ายรูปแบบจริงๆ จังๆ

 

Pocket WiFi สำหรับใช้ที่ญี่ปุ่น

 

  • Pocket WiFi เช่ามา เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตที่ญี่ปุ่นนั่นแหละ

 

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: