ถ่ายรูปสวย ด้วยสมาร์ทโฟน ทำยังไงดี? (4)

ภาพยามค่ำจากบน BTS วงเวียนใหญ่ ถ่ายด้วย LG Nexus 5

 

เผลอแป๊บเดียว มาถึงตอนที่ 4 ของซีรี่ส์นี้แล้วครับ ในครั้งนี้จะขออุทิศถึงประเด็นที่สำคัญประเด็นนึงในการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน นั่นก็คือ การถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย เพราะเซ็นเซอร์ภาพของสมาร์ทโฟนมักจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้เก็บแสงได้ไม่มากเวลาถ่าย แถมไม่ได้มีฟังก์ชั่นจำพวก Slow sync อย่างพวกกล้องดิจิตอลที่เป็นกล้องจริงๆ จังๆ และส่วนใหญ่ก็จะปรับความเร็วชัตเตอร์เองไม่ได้ (แต่บางยี่ห้อ บางรุ่น มีฟังก์ชั่นให้เลือก) … ส่วนใหญ่เลยต้องพยายามเลือกสมาร์ทโฟนรุ่นที่มีคนเขารีวิวกันว่าถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยได้ดี อะไรแบบนี้

 

ถ่ายภาพสภาพแสงน้อย ดีไม่ดี ต่างกันยังไง?!?

บางคนบอกว่า ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี มันต้องภาพออกมาสว่างๆ อะไรแบบนั้น แต่สุดท้ายก็จะไปโดนสมาร์ทโฟนบางรุ่นหลอกเอาครับ เพราะผู้ผลิตเขาก็ปรับซอฟต์แวร์ให้เร่งความสว่างของภาพซะจนเวอร์ ซึ่งส่งผลให้ชัตเตอร์ความเร็วต่ำไปด้วย และนั่นก็ทำให้โอกาสที่ภาพจะออกมาเบลอเป็นไปได้สูง ฉะนั้น เราต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกันครับ

 

ถ่ายสภาพแสงน้อยด้วย Samsung Galaxy Note 3

ถ่ายสภาพแสงน้อยด้วย Samsung Galaxy Note 3

ถ่ายสภาพแสงน้อยด้วย iPhone 5s

ถ่ายสภาพแสงน้อยด้วย iPhone 5s

 

ดูตัวอย่างภาพด้านบน ถ่ายในสภาพแสงน้อย ใช้จักรยานพับของผมเป็นนายแบบ (แหะ แหะ หาอุปกรณ์ใกล้ตัวสุดๆ อ่ะ) ถ่ายมันหน้าบ้านสดๆ เมื่อกี้ มีแค่แสงไฟสลัวๆ จากหน้าประตูบ้านส่องมา จะเห็นว่า Samsung Galaxy Note 3 นั้นก็ยังถ่ายภาพออกมาได้ค่อนข้างสว่างอยู่ แต่หากเทียบกับ iPhone 5s (ที่มีขนาดของเซ็นเซอร์ภาพใหญ่กว่า) แล้ว จะเห็นได้ชัดว่าภาพของ iPhone 5s นั้นดูสว่างกว่า และให้รายละเอียดของภาพได้มากกว่า Samsung Galaxy Note 3 ครับ (พิจารณาจากกองหินที่อยู่ด้านหลังจักรยาน)

แต่การที่ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้สว่าง ไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอไปนะครับในบางจังหวะ บางครั้ง (และบ่อยครั้ง) เราก็อยากได้ภาพในแบบที่ดูทึมๆ มืดๆ ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นในแบบภาพด้านล่างนี่เป็นต้น เราต้องการส่วนที่มืด ให้มืดสนิทจริงๆ ซึ่งปกติตรงนี้ เราสามารถปรับการชดเชยแสง (EV – Exposure Value) ได้ครับ (แต่ iPhone ปรับไม่ได้นะ ต้องใช้การวัดแสงผ่าน Tap-to-Focus แทน)

 

ถ่ายด้วย Samsun Galaxy Note 3 โหมดออโต้ ไม่มีการตกแต่งภาพเพิ่มเติม

ถ่ายด้วย Samsun Galaxy Note 3 โหมดออโต้ ไม่มีการตกแต่งภาพเพิ่มเติม

ฉะนั้น ในความเห็นของผม กล้องใดก็ตามที่ “ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย” ได้ดี จะต้องเก็บรายละเอียดของภาพได้มากในสภาพแสงน้อย แต่ก็ต้องไม่ทำให้มุมสว่างมันสว่างจนเวอร์ มีความไวของชัตเตอร์มากเพียงพอที่จะไม่ทำให้ภาพสั่นไหวเวลาถ่ายภาพแบบไม่มีขาตั้ง และเมื่อต้องการถ่ายภาพให้มุมมืดมันมืดจริงๆ มันต้องทำได้เช่นกันครับ

 

แฟลช ทำให้ภาพสว่าง แต่ไม่ใช่ถ่ายพร่ำเพรื่อ

สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้ มาพร้อมกล้องดิจิตอล และแฟลชครับ แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาถ่ายภาพกลางคืนเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชกัน เพราะการใช้แฟลชมันทำให้มีโอกาสสีสันของภาพผิดเพี้ยนไป หรือไม่ก็ทำเอารายละเอียดขาดหายไปได้ … บางคนอาจจะทักผมว่า เห็นพวกที่ใช้กล้อง DSLR เขาก็ใช้แฟลชกันโครมๆ … อะ แหม ดูดีๆ นะครับ เวลาเขาจะถ่ายใช้แฟลชเนี่ย มันมีอุปกรณ์เสริมเพิ่มมากมายทีเดียว ทั้งการใช้กระดาษไขมาช่วยลดความจ้าของแฟลช ทั้งการใช้แฟลชแบบที่สามารถปรับเงยได้ ซึ่งใช้เวลาถ่ายภาพในร่มที่เพดานมันไม่ได้อยู่สูงเวอร์ … เพื่อให้แสงมันไปกระทบชิ่งที่เพดานก่อนลงมาส่งสว่างที่ตัววัตถุหรือบุคคลที่เราจะถ่าย ภาพจะดูนุ่มนวลกว่า และไม่เกิดเป็นเงาดำหลังวัตถุ แบบที่เห็นในรูปตัวอย่างด้านล่างนี่

 

ถ่ายแบบเปิดแฟลชด้วย Samsung Galaxy Note 3

ถ่ายแบบเปิดแฟลชด้วย Samsung Galaxy Note 3

 

ระยะที่เหมาะสมของการใช้แฟลชของพวกสมาร์ทโฟนนี่ตอบยาก เพราะแต่ละรุ่นก็มี LED Flash หรือ Xenon Flash ใช้แตกต่างกันไป บางรุ่นเป็น Dual-LED อีก บางยี่ห้อบางรุ่น (เช่น HTC บางรุ่น) ก็ปรับระดับความเข้มของแฟลชที่ยิงออกมาได้อีก ฉะนั้นแนะนำให้ลองถ่ายภาพในเวลากลางคืนด้วยแฟลช เพื่อหาระยะที่เหมาะสมของสมาร์ทโฟนที่คุณใช้เอาเองเน้อ

ในการใช้แฟลชนั้น แนะนำว่าควรควบคู่กับการปรับสมดุลสีขาว (White balance) ด้วยนะครับ บางยี่ห้อ บางรุ่น จะเลือกปรับได้ และอาจจะมีตัวเลือกสำหรับกรณีใช้แฟลชมาให้ด้วย เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่มีสีสันสมจริง … หากใครมีสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่ได้มี White balance สำหรับการใช้คู่กับแฟลชมาให้ ก็ต้องพยายามลองถ่ายหลายๆ แบบ แล้วก็เลือกอันที่เหมาะสมกับแฟลชของเครื่องนะครับ … ซึ่งเรื่อง White balance นี่เดี๋ยวต้องมาคุยกันอีกทีครับ เพราะมันไม่ได้ใช้แค่ตอนถ่ายกลางคืนเท่านั้นอ่ะ

ตัวเลือก White balance ของ LG Nexus 5

ตัวเลือก White balance ของ LG Nexus 5

 

ส่วนสมาร์ทโฟนบางยี่ห้อบางรุ่น อย่าง iPhone 5s ที่ไม่มีตัวเลือกให้ปรับ White balance นั้น เขาก็พยายามออกแบบให้ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติมากที่สุด เช่น มี Dual-LED Flash แบบที่เรียกว่า True Tone ซึ่ง LED Flash ทั้งสองดวง จะมีอุณหภูมิสีที่แตกต่างกัน อันนึงให้แสงขาว อีกอันให้แสงเหลืองอำพัน (amber) ซึ่งเมื่อถ่ายภาพโดยใช้แฟลชแล้ว สีสันของภาพก็จะดูสมจริงกว่าการใช้แฟลชเพียงดวงเดียว

 

ภาพถ่ายใช้แฟลชด้วย Samsung Galaxy Note 3

ภาพถ่ายใช้แฟลชด้วย Samsung Galaxy Note 3

ภาพถ่ายใช้แฟลชด้วย iPhone 5s

ภาพถ่ายใช้แฟลชด้วย iPhone 5s

 

ดูตัวอย่างภาพถ่ายด้านบน (เอา @noot010 มาเป็นนางแบบเมื่อนานมาแล้ว) จะเห็นว่าภาพถ่ายที่ได้จาก Samsung Galaxy Note 3 นั้น ผิวของนางแบบนี่ดูเป็นดีซ่านเลย คือ ออกเหลืองไปเลย ในขณะที่ภาพที่ถ่ายด้วย iPhone 5s พร้อม True Tune Flash นี่ ผิวของนางแบบจะดูเป็นสีผิวหนังมนุษย์มากกว่า

 

หากปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ ใช้ขาตั้งเข้าช่วยบ้าง

สมาร์ทโฟนบางรุ่นบางยี่ห้อมันมีโหมดปรับแต่งระดับมืออาชีพ ให้เราสามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อยได้ค่อนข้างสว่าง แต่มือเราต้องนิ่งจริงๆ เพราะขยับนิดเดียวเบลอกันไปเลย ส่วนใหญ่เลยต้องไปพึ่งพาขาตั้งกล้องครับ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีคนทำอุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟนร่วมกับขาตั้งออกมาเยอะแล้ว เวลาจะซื้อ แนะนำว่าเอาสมาร์ทโฟนของเราไปเช็คด้วยว่าตัวหนีบมันสามารถหนีบสมาร์ทโฟนไซส์ของเราอยู่ไหม

 

ขาตั้งช่วยให้เราถ่ายรูปได้นิ่งขึ้นมาก

ขาตั้งช่วยให้เราถ่ายรูปได้นิ่งขึ้นมาก

 

อย่างรูปด้านบน ตัวหนีบนี่สุดๆ ครับ หนีบ Nokia Lumia 1520 ที่ขนาดหน้าจอ 6  นิ้วได้สบายๆ ถ้าหนีบได้ขนาดนี้ ก็หมดห่วงครับ แทบจะใช้สมาร์ทโฟนรุ่นไหนๆ กับมันก็ได้ …​ ตัวหนีบนี่มักจะมีเกลียวสำหรับยึดกับขาตั้งกล้อง ฉะนั้นเราก็เลือกซื้อขาตั้งกล้องที่ถูกใจ ทั้งขนาด น้ำหนัก ได้ตามอัธยาศัย (สนนราคาก็แตกต่างกันออกไป)

 

ต้องระวังตัวหนีบมันไปกดปุ่มต่างๆ บนตัวเครื่อง

ต้องระวังตัวหนีบมันไปกดปุ่มต่างๆ บนตัวเครื่อง

 

อีกจุดนึงที่ต้องระวังตอนซื้อตัวหนีบก็คือ เวลานำไปใช้จริง มันต้องไม่ไปกดปุ่มต่างๆ บนหน้าจอนะครับ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ ที่ปัจจุบันมักเอาปุ่ม Power ไปไว้ตรงด้านข้าง …​ แนะนำว่าก่อนซื้อ หากเป็นไปได้ ลองเอาสมาร์ทโฟนเราไปถูกหนีบดูว่าโอเคไหม

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: