ถ่ายรูปสวย ด้วยสมาร์ทโฟน ทำยังไงดี? (3)

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

3-4 ปีก่อน ผมกัดฟันจัดกล้อง DSLR มาตัวนึง (Canon 1000D … คือ เป็นไอทีต๊อกต๋อย มีปัญญาซื้อแค่นี้แหละ) ไปเที่ยวไหนก็แบกเจ้านี่ไป พร้อมเลนส์ Kit ที่มากับกล้อง และ 50mm F1.8 อีกตัวนึงไว้ถ่าย Portrait ไปเที่ยวทีนี่แบกกันคอหงิกเลยแหละครับ แต่เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเร็วครับ ตอนนี้สมาร์ทโฟนบางรุ่นก็มีกล้องคุณภาพดีแล้ว ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลก็ดีอีก ได้ซอฟต์แวร์มาช่วย ใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ก็พอที่จะถ่ายรูปสวยๆ กะเขาได้ ไม่ต้องไปแบก DSLR ให้หนักให้เมื่อย

มันเลยเป็นที่มาของบล็อกซีรี่ส์นี้อ่ะครับ คือ เราไม่ได้มืออาชีพขนาดนั้น จะซื้อกล้องราคาหลายหมื่นมาแบกเพิ่ม เพื่อให้ถ่ายรูปสวยก็ใช่ที่ แถมยังกลายเป็นภาระเวลาเราเที่ยว เพราะต้องคอยแบก ต้องระวังโดนฉกไปอีก … ไหนๆ ก็มีสมาร์ทโฟนอยู่กับตัวอยู่แล้ว และสมาร์ทโฟนก็มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้วย และบางคนก็ซื้อพวกรุ่นราคาเรือนหมื่น หรือหลายๆ หมื่นอีก เราควรเอามันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด จริงป่ะ

และบล็อกที่เขียนนี่ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพวก Tablet หรือ Phablet ได้อีกนะ หรือแม้แต่พวกก้ำกึ่งระหว่างสมาร์ทโฟน กับกล้องดิจิตอล อย่างพวก Samsung Galaxy Camera (ทั้งรุ่นแรก และรุ่นสอง) หรือ Samsung Galaxy S4 Zoom อะไรแบบนี้ … อย่างภาพเปิดตัวบล็อกตอนที่สามนี้ ก็ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom ในโหมด Landscape ครับ แล้วตกแต่งด้วย Photo Editor by Aviary ด้วยฟิลเตอร์ Avenue กับทำ Focus นิดหน่อยด้วย … อ่านบล็อกจบครบซีรี่ส์แล้ว ต้องรู้วิธีถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนให้ออกมาดูสวยครับ หุหุ

 

สำหรับมือใหม่ ต้องศึกษามุมมองของมืออาชีพบ้าง

อ่านบล็อกมา 2 ตอนแรกแล้วหลายๆ ท่านคงได้แนวทางบ้างแล้วว่าจะทำยังไงให้ภาพออกมาดูสวย แต่บางทีแค่ทฤษฎีมันก็ไม่พอนะครับ แต่ครั้นจะลองไปถ่ายจริงๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์โดยตรง บางท่านก็อาจจะไม่สะดวก ฉะนั้นก็ต้องหาประสบการณ์ทางอ้อมด้วยการไปดูพวกภาพถ่ายที่มืออาชีพเขาถ่ายกัน หรือภาพสวยๆ ที่คนอื่นเขาถ่ายให้เยอะๆ เพื่อดูว่าในแต่ละสถานการณ์เนี่ย เขาถ่ายรูปกันยังไง ภาพออกมาเป็นยังไง เวลาถ่ายภาพวิวทิวทัศน์เขาจัดวางองค์ประกอบกันยังไง เวลาถ่ายภาพแบบโคลสอัพ เขาถ่ายออกมาแบบไหน ภาพบุคคลแบบนี้ เขาใส่ฟิลเตอร์จนออกมามีสีสันเป็นยังไง

 

Photo Samples

 

แน่นอนว่าเราอาจจะไม่รู้หรอกครับว่าคนถ่ายเขาตั้งค่าต่างๆ ของกล้องเอาไว้เป็นอย่างไร หรือฟิลเตอร์ยังไง (แต่ช่างภาพหลายๆ คน ก็มักจะใส่ Description ของภาพเอาไว้นะ ถ่ายด้วยกล้องอะไร เลนส์อะไร ค่าต่างๆ ปรับไว้ยังไง เอาไว้เป็น Reference อ่ะ) แต่เราก็ควรจะไปดูอยู่ดี และพยายามจดจำ Look & Feel เอาไว้ครับ เพื่อเวลาที่เราถ่ายบ้าง เราก็ลองใช้ App หลายๆ ตัว ลองเลือกฟิลเตอร์มาใส่ดู แล้วสังเกตว่าอันไหนใช้ Look & Feel ที่ใช่

 

รถติดแถวประตูน้ำ ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom ใส่ Filter และทำ Tilt shift ด้วย Awesome Miniature Pro

รถติดแถวประตูน้ำ ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom ใส่ Filter และทำ Tilt shift ด้วย Awesome Miniature Pro

 

เว็บไซต์ที่จะไปหาดูพวกรูปสวยๆ และมีความหลากหลาย ผมว่า Flickr เนี่ย เจ๋งมาก นอกจากนี้ มันยังเป็นแหล่งสำหรับอัพรูปขึ้นไปเก็บไว้แบบออนไลน์ที่ดีเยี่ยม เพราะสามารถอัพรูปขนาดเต็มขึ้นไปได้เลย (ผมเองก็อัพรูประดับ 16 ล้านพิกเซลขึ้นไปไว้บ่อย และใช้เป็นแหล่งเก็บภาพสำหรับทำภาพประกอบบล็อก … ภาพที่เห็นๆ นี่ ก็เอาไปฝากไว้บน Flickr แล้วค่อยเอามาแปะในบล็อกทั้งนั้นแหละ) ที่สำคัญ มันให้เนื้อที่เก็บถึง 1TB (1TB = 1,000GB โดยประมาณ ซึ่งภาพระดับ 50 ล้านพิกเซลจะมีขนาดไฟล์อยู่ราวๆ 10MB ซึ่งหมายความว่า เราอัพโหลดรูปภาพขนาด 50 ล้านพิกเซลได้ราวๆ 1 แสนรูป ถ้าเราถ่ายรูปวันละ 10 รูปแล้วอัพขึ้นไป ก็จะเก็บได้ราวๆ 27 ปีครับ เหลือเฟือ … ถ้าใครไม่พอ ก็ไปสมัคร Account เพิ่มดิ)

 

รู้จักฟีเจอร์พื้นฐานในสมาร์ทโฟนของเราให้ดีก่อน ว่าทำอะไรได้บ้าง

ตรงจุดนี้เป็นอะไรที่ยาก เพราะสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ มันมีลูกเล่นด้านซอฟต์แวร์ของกล้องดิจิตอลที่มากน้อยแตกต่างกันออกไป หรือแม้แต่ในแบรนด์เดียวกันเอง รุ่นที่เป็นไฮเอนด์ กับรุ่นที่ต่ำกว่า ก็มีลูกเล่นที่แตกต่างกันไปแล้วครับ … อย่าง Lenovo เนี่ย เขามี App ชื่อ SNAPit Camera ที่ใช้แทน Camera app ของระบบปฏิบัติการ Android มีลูกเล่นต่างๆ มากมายเวลาถ่ายภาพ ในขณะที่ Samsung Galaxy Note 3 (และ Samsung Galaxy อื่นๆ ที่เป็นพวกสมาร์ทโฟน) จะมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกไม่มากนัก

 

SNAPit Camera ของ Lenovo ก็จะมีโหมดถ่ายภาพหลากหลายมาก

SNAPit Camera ของ Lenovo ก็จะมีโหมดถ่ายภาพหลากหลายมาก 

Samsung Galaxy ทั่วๆ ไป จะมีโหมดถ่ายรูปแค่พอประมาณ ไม่หลากหลาย

Samsung Galaxy ทั่วๆ ไป จะมีโหมดถ่ายรูปแค่พอประมาณ ไม่หลากหลาย 

 

แต่พอมาเป็นพวก Samsung Galaxy S4 Zoom ที่แม้ว่า Samsung จะบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลเยี่ยมๆ ติดตัว ผมก็ต้องบอกว่า Samsung ให้ความสำคัญกับ Galaxy S4 Zoom ในฐานะกล้องดิจิตอลมากกว่า ดังจะเห็นได้จากโหมดการถ่ายภาพนั้นมีให้เลือกมากกงว่ามากมายเลยทีเดียวล่ะ

 

Samsung Galaxy S4 Zoom และตระกูล Galaxy Camera จะมีโหมดให้เลือกมากมาย

Samsung Galaxy S4 Zoom และตระกูล Galaxy Camera จะมีโหมดให้เลือกมากมาย

 

ว่างๆ ก็ลองเอาสมาร์ทโฟนของคุณมาลองเล่นโหมดกล้องดูบ้างว่ามันทำอะไรได้บ้าง เช่น

  • มีโหมดช่วยถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ ไหม (แบบพวก Samsung Galaxy รุ่นหลังๆ)
  • ใส่ลูกเล่น ใส่เอฟเฟ็กต์ ใส่ฟิลเตอร์ต่างๆ ให้ภาพที่ถ่ายได้ไหม แล้วเราจะได้เห็นภาพที่ถูกใส่ฟิลเตอร์นั้นในแบบ Real-time เลยหรือเปล่า เพราะหากเห็นได้แบบ Real-time จะดีมาก เนื่องจากมั่นใจได้เลยว่าจะได้ภาพในแบบที่ต้องการก่อนจะกดชัตเตอร์

 

SNAPit ของ Lenovo ให้เราเห็นภาพหลังใส่ Filter แบบ Real-time

SNAPit ของ Lenovo ให้เราเห็นภาพหลังใส่ Filter แบบ Real-time

 

  • สามารถปรับโฟกัสและวัดแสงของภาพก่อนถ่ายได้ด้วยการแตะที่หน้าจอไหม หรือที่หลายๆ คน (รวมถึงผม) เรียกว่า การ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับ Exposure ของภาพได้ … คุณสมบัตินี้สำคัญนะครับ เพราะช่วยลดความยุ่งยากในการปรับค่า Exposure เองไปได้เยอะ ซึ่งหลายๆ แบรนด์มีคุณสมบัตินี้แล้ว เช่น Apple iPhone, HTC (เกือบทุกรุ่น), LG (หลายรุ่น), i-mobile, Lenovo ฯลฯ แต่ก็มีบางแบรนด์ที่ยังไม่ทำซะที เช่น Samsung (เห็นทำใน Samsung Galaxy Camera แล้ว แต่ที่ผมทดสอบ Samsung Galaxy S5 พบว่า ยังไม่มีคุณสมบัติการปรับ Exposure ด้วยการแตะที่หน้าจอแต่อย่างใด)
  • เปิดโหมดกล้องได้เร็วไหม แล้วชัตเตอร์ของกล้อง เร็วหรือช้า … อันนี้ก็สำคัญ เพราะจะได้รู้ว่าสมาร์ทโฟนของเรา สามารถถ่ายภาพแบบปุบปับได้ไหม คือบางที ภาพที่เราอยากถ่าย มันมาแบบไม่ให้โอกาสเราตั้งตัวมาก อารมณ์แบบว่า นั่งรถผ่านแล้วเห็น แล้วเกิดอยากถ่ายภาพเก็บไว้ อะไรแบบนี้ อย่างภาพด้านล่าง ผมถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom (ภาพตัวอย่างนี่เอามาจาก Instagram ของผม) ซึ่งถ่ายตอนนั่งรถบัสชมกรุงเบอร์ลิน เห็นภาพอาคารนี้ พร้อมท้องฟ้าสวยดี เลยรีบชักภาพมาเก็บไว้ ถ้าเปิดโหมดกล้องช้า หรือชัตเตอร์ไม่เร็ว ก็อาจจะอดถ่ายครับ

 

ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom บนรถบัสตอนนั่งชมกรุงเบอร์ลิน

ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S4 Zoom บนรถบัสตอนนั่งชมกรุงเบอร์ลิน

 

  • เช็คด้วยว่ากล้องของสมาร์ทโฟนของคุณมันเลนส์ Wide แค่ไหน เพราะแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมันไม่เหมือนกัน … ตัวอย่างเช่น iPhone 5s ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบกับ Nokia Lumia 1520 (สองภาพด้านล่างนี่ ผมยืนอยู่ ณ จุดเดียวกัน แล้วเก็บ Screenshot มาให้ดูนะครับ) แล้วจะเห็นว่าเลนส์ของ iPhone 5s นั้นจะค่อนข้าง Wide ครับ หากเราต้องการถ่ายแบบโคลสอัพ ก็ต้องเดินเข้าหาให้ใกล้ๆ หน่อย ในขณะที่ Nokia Lumia 1520 นั้น เลนส์ไม่ค่อยจะ Wide เท่าไหร่ เวลาจะถ่ายภาพโคลสอัพไม่ต้องเข้าใกล้มาก แต่หากต้องการถ่ายภาพมุมกว้าง ก็จะต้องถอยออกไปห่างพอสมควรเลย

 

iPhone 5s นั้น เลนส์ค่อนข้าง Wide จะเห็นว่าได้ภาพกว้าง

iPhone 5s นั้น เลนส์ค่อนข้าง Wide จะเห็นว่าได้ภาพกว้าง

เลนส์ของ Nokia Lumia 1520 นั้นจะไม่ Wide มาก สังเกตว่าภาพค่อนข้างแคบ

เลนส์ของ Nokia Lumia 1520 นั้นจะไม่ Wide มาก สังเกตว่าภาพค่อนข้างแคบ

 

ต้องรู้เขารู้เราเอาไว้ก่อน อย่างน้อยที่สุด เราก็จะสามารถถ่ายรูปที่มีคุณภาพระดับพอประมาณได้ เพื่อที่เราจะได้นำไปตกแต่งเพิ่มเติมให้ภาพออกมาดูสวยขึ้น … คือต้องบอกก่อนนะครับ พวก App ต่างๆ บนสมาร์ทโฟนเนี่ย มันช่วยให้สามารถตกแต่งภาพให้ดูดีขึ้นได้ แต่ถึงกระนั้น ภาพต้นฉบับก่อนตกแต่ง มันก็ควรจะมีความเหมาะสมมาแล้วในระดับหนึ่งนะครับ … เอ้า! ขอจบตอนที่ 3 เอาไว้แต่เพียงเท่านั้น หากชอบอกชอบใจ ขอความกรุณาช่วยกันแชร์บทความต่อๆ กันไปด้วย และ Comment ให้กำลังใจกันบ้างก็ดีฮะ (หุหุ)

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. worrapruch says:

    พี่คับ ลองปรับอัตราส่วนภาพของ Lumia 1520 ให้เป็น 4:3 น่าจะได้มุมมองภาพบนล่างที่ถูกรัดไปเพิ่มขึ้นนะคับ

    • kafaak says:

      แลกมาด้วยการเสีย ซ้าย-ขวา และเวลาที่ไปอัดรูป อัตราส่วนของรูปเวลาอัดมาเป็นขนาดจัมโบ้ มันคือ 16:9 ครับผม

Leave a Reply

%d bloggers like this: