งานเปิดตัว Oppo Find 7 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

Print Friendly

จุดลงทะเบียนเข้างานเปิดตัว Oppo Find 7

 

ได้รับเกียรติจาก Oppo ให้มาร่วมงานเปิดตัว Oppo Find 7 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนครับ แอบได้ยินข่าวร่ำลือเกี่ยวกับสเปกของเจ้านี่มาหลายอย่าง อาทิ หน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ 2K หรือ กล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพความละเอียด 50 ล้านพิกเซลได้งี้ วันที่ 19 มีนาคม ราวๆ บ่ายสองเศษๆ ตามเวลาของประเทศจีนเราก็ได้รู้กันครับ … สถานที่จัดงาน คือ 751 D Park ซึ่งเคยเป็นโรงงานอุตสาหกรรมมาก่อน แต่ตอนนี้ก็มีการนำมาใช้ทำประโยชน์ด้านอื่น เช่น การจัดอีเว้นต์ แบบนี้เป็นต้นไงล่ะ … มาถึงก็ไม่ต้องพิธีรีตรองอะไรมากครับ ไปลงทะเบียนในฐานะสื่อก่อน ก็จะได้บัตรเข้างาน พร้อมอุปกรณ์ Radio receiver ที่เขาว่าให้สวมหูฟังเพื่อฟังล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็มีของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จาก Oppo ซึ่งได้แก่ Tripod แบบที่สามารถปรับขาได้หลากหลายรูปแบบ พร้อม Mount สำหรับใช้กับสมาร์ทโฟน เย่ๆ ชอบๆ อ่ะ

 

ถ่ายคู่กับหน้าสถานที่จัดงานเลยครับ อาคารสีฟ้าๆ นี่แหละ

ถ่ายคู่กับหน้าสถานที่จัดงานเลยครับ อาคารสีฟ้าๆ นี่แหละ

 

ด้านนอกของสถานที่จัดงาน เห็นแล้วนึกถึงถังเก็บน้ำมันหรือสารเคมีขนาดใหญ่เลยแฮะ ดูแปลกตามาก คือ ปกติงานเปิดตัวที่เคยไปมา สถานที่จัดงานรอบนอกเขาจะพยายามทำให้ดูดีสุดๆ แต่ที่นี่ยังคงความเป็นโรงงานเก่าไว้อย่างตั้งใจ (จริงๆ ก็มีการบูรณะและปรับปรุงสภาพแวดล้อมบางส่วนด้วยนะ) แต่พอเข้าไปด้านในแล้วมันคนละเรื่องเลยนะ ด้านในมีการจัดตกแต่งไว้ดีเลยทีเดียวครับ โดยด้านนอกเนี่ยก็จะมีการนำเสนอความเป็นมาของ Oppo ตระกูล Find ด้วย โดยเริ่มจาก Find Me, Find 3, Finder และ Find 5

 

บริเวณด้านนอก มี Find Me, Find 3, Finder และ Find 5 มาให้เล่นเพื่อระลึกความหลัง

บริเวณด้านนอก มี Find Me, Find 3, Finder และ Find 5 มาให้เล่นเพื่อระลึกความหลัง

 

เดินต่อเข้ามาด้านในก็คือเวทีจัดงานจริงๆ ครับ … โดยส่วนตัว ผมมองว่าวิธีการนำเสนอแบบ สตีฟ จ็อบส์ เนี่ยมีอิทธิพลต่อรูปแบบการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของหลายๆ แบรนด์เลยนะ เพราะหลังๆ ก็เห็นนำเสนอโดยผู้บริหารบนเวทีที่มีฉากขนาดใหญ่เพื่อการฉายสไลด์หรือวิดีโอกันหมด แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถนำเสนอในรูปแบบนี้ได้ดี และผมก็เห็นว่า Oppo เป็นหนึ่งในนั้นครับ

 

สไตล์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Oppo

สไตล์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Oppo

 

น่าเสียดายว่า 1) ผู้บริหารของ Oppo นำเสนอเป็นภาษาจีนกันหมด (ยกเว้น Mr. JJP ที่นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ) และ 2) Radio receiver ที่ได้มา มันไม่มีการแปลแม้แต่น้อย (โชคดีว่าทาง Oppo ประเทศไทยได้เตรียมล่ามภาษาไทยมาให้เราเรียบร้อย ซึ่งก็ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นอีกนิด แต่สุดท้าย การนำเสนอลื่นไหลจนแปลไม่ทัน เหอๆ) ก็เลยทำให้เรา “อิน” กับการนำเสนอน้อยลงไปพอสมควร (เดี๋ยวจะพยายามฝึกฝนภาษาจีนของตัวเองให้ดีขึ้น คราวหน้าจะได้ไม่ต้องพึ่งพาล่ามเลย … สาธุ)

แต่ทาง Oppo ประเทศไทยเขาก็มีแผนสองเตรียมไว้ให้นะคร้บ คือ มีบทสรุปมาเป็นภาษาอังกฤษไว้ให้เรียบร้อยเลย พร้อมมอบ Flash drive ที่มีข้อมูลเนื้อหามาให้ … ก็เลยขอจับมาปะติดปะต่อกันให้ได้อ่านเกี่ยวกับ Oppo Find 7 ดังต่อไปนี้นะครับ

 

Oppo Find 7 กับ Oppo Find 7A

เฉกเช่นเดียวกับแบรนด์อื่นๆ ที่เวลาออกผลิตภัณฑ์มาก็มักจะออกรุ่นราคาประหยัดกว่าออกมาด้วย และ Oppo ก็เช่นกันครับ มีทั้ง Oppo Find 7 ที่สเปกมาแบบจัดเต็ม (ขายในจีน 3498 หยวน) กับ Oppo Find 7A ที่สเปกด้อยกว่า แต่ราคาประหยัดกว่า (ขายในจีน 2998 หยวน) ซึ่งที่ด้อยกว่าก็จะเป็นเรื่องความละเอียดหน้าจอ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ Internal storage และ แบตเตอรี่ … แต่เนื่องจากได้ข่าวว่า Oppo Find 7A อาจจะไม่ได้มาจำหน่ายในไทย ฉะนั้นผมขอข้าม ขอพูดถึงแตื Oppo Find 7 แล้วกัน

 

Oppo Find 7 – Phablet จอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2K

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เห็นพวกอุปกรณ์ที่มีความละเอียดหน้าจอระดับ 2K หรือ Quad HD ซึ่งหมายถึงมีจำนวนพิกเซลมากเป็น 4 เท่าของความละเอียดระดับ HD 720p ซึ่งนั่นทำให้ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2560×1440 พิกเซล … แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น Phablet ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว แต่มีความละเอียดของหน้าจอระดับนี้ ซึ่งทำให้เจ้านี่มี Pixel density อยู่ที่ 538ppi ถือว่าสูงที่สุดในปัจจุบันแล้ว

 

Oppo Find 7 จอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2K

Oppo Find 7 จอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2K

 

นอกจากนี้ Oppo ยังได้ JDI ที่เป็นผู้ผลิตหน้าจอแสดงผลระดับโลก มาช่วยทำหน้าจอแสดงผลให้ ประกอบกับมีชิปสำหรับวงจรจอสัมผัสที่มีความไวสูง จึงทำให้หน้าจอสัมผัสของ Oppo นั้นตอบสนองต่อการใช้งาน ต่อการสัมผัสได้ลื่นไหลขึ้น และด้วยเทคโนโลยี TOL กับ Corning Gorilla Glass 3 ก็ช่วยให้หน้าจอนั้นทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้นด้วย

 

ตัวเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาดี วัสดุดี

 

Oppo Find 7 แบบถอดฝาหลังออกแล้ว

Oppo Find 7 แบบถอดฝาหลังออกแล้ว

 

เฟรมของตัวเครื่อง Oppo เลือกใช้ ไททาเนียม-อลูมิเนียม อัลลอย ซึ่งให้ความแข็งแรง และความรู้สึกสัมผัสที่พรีเมี่ยม อีกทั้งยังช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานได้ดีอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังออกแบบให้แม้ว่าหน้าจอจะขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แต่ก็ยังรองรับการใช้งานมือเดียวได้อีกด้วย … อย่างไรก็ดี แม้ Oppo จะออกแบบให้เราสามารถถอดฝาหลังของ Oppo Find 7 ออก เพื่อใส่ SIM card ได้ ใส่ MicroSD card ได้ จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็ได้ แต่การจะถอดฝาออก ต้องหาอะไรไปจิ้มสวิตช์สำหรับถอดฝาหลังด้วย มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก

 

สเปกของ Oppo Find 7

ด้วยความที่เป็น Flagship ตัวนึงของ Oppo ฉะนั้นสเปกจึงมาแบบจัดเต็มเลยครับ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 800 MSM8974AC Quad-core 2.5GHz
  • GPU: Adreno 330
  • Display: LTPS LCD 5.5 นิ้ว 2560×1440 พิกเซล (538ppi)
  • RAM: 3GB
  • Internal storage: 32GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/2100MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: TDD Band B40
  • Camera
    • ด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล F2.0
    • ด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล F2.0 พร้อม Dual LED Flash
  • OS: Color OS 1.2 (อัพเกรดเป็น Color OS 2.0 ได้ราวเดือนมิถุนายน) บนพื้นฐาน Android 4.3
  • Dimensions: 152.6 มม. x 75 มม. x 9.2 มม.
  • Weight: 170 กรัม
  • Battery: 3,000mAh
  • Other: ถ่ายวิดีโอ 4K, ถ่ายวิดีโอ HD 720p ได้ 120 fps, PI 2.0 ถ่ายภาพสิบภาพต่อเนื่องเพื่อทำเป็นภาพ 50 ล้านพิกเซล

 

ชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วและปลอดภัย กับ Oppo Find 7

จุดขายนึงของ Oppo Find 7 คือ เทคโนโลยี VOOC ที่ช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้แบตเตอรี่ร้อนด้วยฟังก์ชั่น Flash charge ซึ่งทำใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วกว่าเดิม 400% โดยการให้ Smart adapter บริหารการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวเครื่อง โดยเน้นปล่อยเยอะๆ ในช่วงแรก และเมื่อมีปริมาณแบตเตอรี่ระดับหนึ่งแล้ว ก็ลดปริมาณกระแสไฟที่ใช่ขาร์จลง นั่นจึงทำให้ Oppo Find 7 สามารถชาร์จแบตได้มากพอจะคุยโทรศัทพ์ได้นาน 2 ชั่วโมงเสร็จภายใน 5 นาที

และเนื่องจากมีข่าวเป็นระยะๆ ว่าสมาร์ทโฟนระเบิดระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ Oppo จึงชูเรื่องความปลอดภัยในการชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย โดยมาตรการป้องกัน 5 ชั้นคือ

  • ชั้นแรก: เริ่มที่วงจรป้องกันของตัว Smart adapter ที่จะไม่ปล่อยแรงดันไฟที่มากเกินไปออกมา แม้ว่าวงจรจะได้รับความเสียหายก็ตาม
  • ชั้นที่สอง: Smart chip ใน Smart adapter จะคอยทำหน้าที่บริหารจัดการการจ่ายกระแสไฟฟ้าในระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่
  • ชั้นที่สาม: ชิป MOSFET ทำหน้าที่เป็นด่านป้องกัน จะจ่ายหรือไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าตามการสั่งงานของชิป MCU
  • ชั้นที่สี่: เป็นไปตามมาตรฐานที่พวก Mobile device มีกัน คือระบบป้องกันการโอเวอร์โหลดที่มีมาให้กับตัวอุปกรณ์
  • ชั้นที่ห้า: ปราการด่านสุดท้าย เป็นระบบฟิวส์ ที่ทำหน้าที่เหมือนกับฟิวส์ทั่วๆ ไป คือเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น ก็จะขาด และตัดวงจรไฟฟ้าที่จะชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่ตะเกิดขึ้น

 

Oppo Find 7 กับกล้องดิจิตอลที่ได้รับการอัพเกรด

แม้ว่า Oppo Find 7 จะยังคงใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แต่ก็มีพัฒนาการมาจาก Oppo Find 5 พอสมควรเลย เริ่มจากการใช้เซ็นเซอร์ IMX214 ของ Sony ที่มี Pixel transmission rate สูง 480MP/s มากกว่า Oppo Find 5 33% และด้วยประสิทธิภาพของชิป Snapdragon 800 จึงสามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 30fps และถ่ายวิดีโอความเร็วสูง 120fps ได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p … นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่น 5 ประการอีก คือ

 

Tracking focus

Tracking focus

 

  • Tracking focus เพียงแค่ใช้นิ้วแตะแล้วลากทำเครื่องหมายถูกที่วัตถุที่ร้องการโฟกัส เท่านี้ระบบก็จะคอยติดตามโฟกัสวัตถุนั่นไป ที่เราต้องทำก็แค่แพนหน้ากล้องให้วัตถุอยู่ในเฟรมก็พอ
  • Super Zoom ที่จะเปิดใช้อัตโนมัติเมื่อเราเริ่มทำการซูม โดย Oppo Find 7 จะพยายามให้ได้ภาพที่มีความละเอียดคมชัด แม้อยู่ในระหว่างการซูมภาพ

 

เทคโนโลยี PI 2.0 สร้างภาพขนาด 50 ล้านพิกเซล จากภาพถ่ายต่อเนื่อง 10 รูป

เทคโนโลยี PI 2.0 สร้างภาพขนาด 50 ล้านพิกเซล จากภาพถ่ายต่อเนื่อง 10 รูป

 

  • Ultra-HD Picture ด้วยเทคโนโลยี PI 2.0 ช่วยให้ Oppo Find 7 ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพ แล้วอัลกอริธึ่มนะทำการเลือหส่วนที่ดีที่สุดของแต่ละภาพมาประกอบเป็นภาพเดียว แต่มีความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล ที่สามารถสั่งพิมพ์ออกมามีขนาดใหญ่ 10 ตารางเมตรได้เลย
  • Slow shutter 32 วินาที … ในบางครั้งเรามีความจำเป็นต้องเปิดหน้ากล้องค้างเอาไว้ เพื่อจะถ่ายภาพในบางสถานการณ์ เช่น การถ่ายภาพแสงไฟบนท้องถนนให้ดูเป็นเส้นแสง (Light trace) หรือการถ่ายภาพน้ำพุและน้ำตก เป็นต้น Oppo Find 7 ให้เราปรับตั้งเวลาชัตเตอร์ให้เปิดหน้ากล้องค้างไว้ได้ถึง 32 วินาทีเลยทีเดียว
  • Oppo Find 7 ในการถ่ายภาพกลางคืน Oppo Find 7 มาพร้อมกับอัลกอริธึ่มในการลด Noise ของรูปถ่ายที่ชาญฉลาด ฉะนั้นแม้ว่าจะถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่ที่แสงน้อย แต่ไม่ต้องการเปิด Flash ก็วางใจได้ว่าจะยังคงได้ภาพที่ดูสว่างและมีคุณภาพ

ตอนเปิดตัวเรียบร้อย ผมก็มีโอกาสได้ไปทดสอบของจริงครับ ก็เลยต้องขอทดสอบดูหน่อยว่า แล้ว Ultra-HD Picture เนี่ย มันเจ๋งยังไง … ลองดูภาพตัวอย่างด้านล่างนี่นะครับ ผมขอลองเปรียบเทียบด้วยของใกล้ตัวก็แล้วกัน คือ Samsung Galaxy Note 3 กล้อง 13 ล้านพิกเซลตามปกติ กับ Oppo Find 7 กล้อง 13 ล้านพิกเซล แต่ถ่ายภาพระดับ 50 ล้านพิกเซลด้วยเทคโนโลยี PI 2.0

 

ภาพโดย Samsung Galaxy Note 3

ภาพโดย Samsung Galaxy Note 3

ภาพโดย Oppo Find 7

ภาพโดย Oppo Find 7

 

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าพอดูข้อมูลของภาพถ่ายระดับ Ultra-HD Picture ของ Oppo Find 7 แล้ว ก็พบว่ามันเขียนว่าภาพมีขนาด 8160×6120 พิกเซล หรือราวๆ 50 ล้านพิกเซลนั่นเอง ขนาดไฟล์ที่ถ่าย อยู่ที่ว่ามีรายละเอียดสีสันมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ลองดู มีขนาดไฟล์อยู่ในช่วงราวๆ 7-12MB ครับ

 

ขนาดของภาพ 50 ล้านพิกเซลจริงๆ

ขนาดของภาพ 50 ล้านพิกเซลจริงๆ

ทีนี้ลองเอาภาพถ่ายของ Samsung Galaxy Note 3 กับ Oppo Find 7 ข้างบนมาซูมตรงขอบแก้วดู เราจะได้เห็นความแตกต่างดังนี้ครับ

 

ซ้าย: ภาพ 13 ล้านพิกเซลถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 ... ขวา ภาพ 50 ล้านพิกเซลจากเทคโนโลยี PI 2.0 ของ Oppo Find 7

ซ้าย: ภาพ 13 ล้านพิกเซลถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 … ขวา ภาพ 50 ล้านพิกเซลจากเทคโนโลยี PI 2.0 ของ Oppo Find 7

 

งานนี้โชคดีที่มีพี่หาว จากเว็บ www.2how.com (เดี๋ยวนี้พี่เขาไปเน้น Facebook Page www.facebook.com/2howfb แทนแล้ว) มาร่วมด้วย เลยได้รับคำอธิบายที่แจ่มแจ๋วจากพี่เขาดังนี้ครับ

  • Samsung Galaxy Note 3 นั้นให้ภาพที่ดูคมชัด และมี Noise ไม่มากนัก ทั้งๆ ที่ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย แต่ว่าภาพนั้นดูปุ๊บก็ชัดเจนว่าเกิดจากความพยายามทำให้ภาพชัดด้วยซอฟต์แวร์มากจนเกินไป ดังจะเห็นได้ว่ามีการทำ Sharpen สูง จนเกิดการตัดกันของขอบวัตถุชัดเจน
  • Oppo Find 7 นั้นภาพดูคมชัดดี และแม้ว่าจะซูมเข้ามาดูใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าขอบของวัตถุไม่ได้ถูกเน้นให้คมชัดจนเกินไป การไล่สีจึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และแม้จะมี Noise อยู่บ้าง แต่ก็มีน้อยกว่า Samsung Galaxy Note 3

แหม่ ก็ชักจะคาดหวังอยากลองเอามารีวิวดูซะแล้ว และหากเป็นไปได้ ก็อยากจะเอามาจัดเทียบกับกล้องสเปกดีๆ เลนส์แจ่มๆ อย่าง Nokia Lumia 1020 ดูจังแฮะ แต่เดี๋ยวคงต้องไปหาเครื่องก่อนล่ะนะ

 

ระบบเสียงคุณภาพเยี่ยมของ Oppo Find 7

งานนี้ Oppo เชิญ Jack Joseph Puig (JJP), Music producer ชื่อดังระดับรางวัลแกรมมี่ขึ้นมาพูดถึงระบบเสียง MaxxAudio ของ Oppo Find 7 เลย ซึ่งระบบเสียงดังกล่าวเป็น Audio solution ที่ได้รับรางวัล Technical Grammy Award และมีการนำไปใช้ในสตูดิโอเพลงกว่า 2 หมื่นแห่งทั่วโลกด้วย งานนี้ JJP โชว์ให้เห็นถึงความแตกต่างของเสียงตอนไม่ได้เปิดใช้ MaxxAudio กับตอนเปิดใช้ MaxxAudio ให้ได้ฟัง ด้วยเพลง Hotel California

 

๋JJP ขึ้นมาพูดถึง Oppo Find 7 กับ MaxxAudio

๋JJP ขึ้นมาพูดถึง Oppo Find 7 กับ MaxxAudio

 

ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ เตรียมรอพบกับ Oppo Find 7 ตัวเป็นๆ ในประเทศไทยได้ราวๆ ช่วงปลายเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมครับ สนนราคาเท่าไหร่ ยังไม่ทราบ เพราะพยายามตะล่อมทาง Oppo แล้ว แต่เขายังไม่ยอมบอกอ่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: