Lenovo Vibe X (S960) จอใหญ่ บางเบา ราคาก็เบาๆ

Print Friendly

Lenovo Vibe X

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา Android smartphone หน้าจอใหญ่ๆ เครื่องบางๆ น้ำหนักเบาๆ ละก็ อาจจะสนใจ Lenovo Vibe X หรือเลขรุ่น S960 นี่ก็เป็นได้นะครับ ด้วยดีไซน์ที่หน้าจอใหญ่ระดับ 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD แต่น้ำหนักเพียง 121 กรัมเท่านั้น แถมบางเฉียบเพียง 6.9 มม. พกพาสะดวกเอาเรื่อง และด้วยความที่เลือกใช้ CPU ของ MediaTek Quad-core ก็จึงได้สเปกที่ค่อนข้างแรงระดับนึง ภายใต้สนนราคาเพียง 12,900 บาทเท่านั้นเอง ฉะนั้นเลยต้องขอเอามารีวิวพูดถึงกันซะหน่อยครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Lenovo Vibe X (S960)

อย่างที่ผมได้บอกเอาไว้ตอนเกริ่นนำแล้ว ดีไซน์ของเจ้านี่ จอใหญ่ บาง และเบามากทีเดียว แต่ที่ผมยังไม่ได้บอกอีกอย่างก็คือ รูปร่างหน้าตาของเจ้านี่ มันให้ความรู้สึกคล้ายกับ iPod Touch 4th Gen อยู่ชอบกลครับ

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านหน้า

Lenovo Vibe X S960 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Lenovo Vibe X S960 เป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซล 441ppi มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนปุ่มกดก็เป็นแบบปุ่มจริงๆ ครับ ทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่แสดงผลบนหน้าจอ

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านหลัง

Lenovo Vibe X S960 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Lenovo Vibe X S960 ดีไซน์ออกมาให้ความรู้สึกว่าเป็นโลหะ แต่จริงๆ แล้วเป็นพลาสติกนะครับ ลวดลายบนด้านหลังเป็นลายตารางเล็กๆ เรียงราย เข้าใจว่าทำออกมาเพื่อให้สะดวกใจในการวางตัวเครื่องลงบนพื้นผิวทั่วๆ ไป ไม่ต้องกลัวว่าเกิดรอยขีดข่วนเล็กๆ แล้วจะเห็นได้ชัด ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องทำออกมาเหมือนโลหะขัดเงาแว้บเลย (โดยส่วนตัวไม่ชอบแนวนี้เท่าไหร่ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดรอยขนแมวแล้วเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเลอะคราบมันๆ และรอยนิ้วมือได้ง่าย)

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านบน

Lenovo Vibe X S960 ด้านบน

 

ด้านบนของ Lenovo Vibe X S960 ไม่มีอะไรมากครับ มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. แค่นั้นเอง … แต่ดูจากมุมนี้แล้วจะเห็นว่าตัวเลนส์ของกล้องเนี่ย ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะนูนออกมานิดๆ นะเนี่ย

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านล่าง

Lenovo Vibe X S960 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Lenovo Vibe X S960 ก็อย่างที่บอก มันถูกดีไซน์มาอารมณ์เหมือนโลหะขัดมัน เงาแว้บ แต่มันทำให้ผมรู้สึกไม่สะดวกใจในการใช้ เพราะไหนจะกลัวเป็นรอย ไหนจะรำคาญรอยนิ้วมือและคราบมันๆ … แต่ด้านล่างก็มีแค่พอร์ต Micro USB กับรูไมโครโฟน ใช้สำหรับการสนทนาอ่ะนะ

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านซ้าย

Lenovo Vibe X S960 ด้านซ้าย

 

ปกติแล้ว พวกสมาร์ทโฟนขนาดหน้าจอ 5 นิ้วที่ผมเคยใช้ๆ มา เขาจะเอาปุ่มต่างๆ ไปไว้ด้านขวามือ เพราะจะได้ให้นิ้วโป้งกดได้ทุกปุ่มเลย แต่ Lenovo Vibe X S960 นี่เขาเอาปุ่มเปิดปิดหน้าจอไปไว้ตรงด้านซ้ายครับ แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่นิ้วชี้ยังพอจะเอื้อมไปเปิดได้อยู่

 

Lenovo Vibe X S960 ด้านขวา

Lenovo Vibe X S960 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Lenovo Vibe X S960 มีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ Micro SIM card ครับ แต่เป็นแบบที่ต้องหาอะไรมาจิ้มเพื่อถอดถาดออกมา … พอจะเข้าใจว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อจะได้ออกแบบตัวเครื่องให้บางๆ ได้ครับ

และด้วยความที่พยายามจะออกแบบให้ตัวเครื่องทั้งบางและเบานี่แหละ ก็เลยทำให้อะไรๆ แบตเตอรี่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ และการใส่ SIM card ก็ต้องออกแบบมาเป็นถาดใส่ SIM และยอมตัดการสนับสนุนการเพิ่มเนื้อที่เก็บข้อมูลด้วย MicroSD card ไปแบบนี้นี่แหละครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Lenovo Vibe X (S960)

ทีนี้ก็มาดูกันว่า ด้วยสนนราคา 12,900 บาทนั้น Lenovo ใส่อะไรมาให้ใน Vibe X (S960) นี่บ้างครับ

  • CPU: MediaTek MT6589M Quad-core 1.5GHz
  • GPU: PowerVR SGX544MP2
  • Display: IPS LCD 5″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: Android 4.2.2
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 900/2100MHz (HSDPA 21Mbps HSUPA 5.76Mbps)
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 3.0 + A2DP
    • NFC: ไม่มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 5 ล้านพิกเซล
    • ด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,000mAh
  • Dimensions: 144 มม. x 74 มม. x 6.9 มม.
  • Weight:  121 กรัม
  • Other: FM Radio
  • Price: 12,900 บาท

แม้ว่าจะอยู่ในตระกูล Vibe เหมือนกับ Lenovo Vibe Z (K910) เพียงแต่ Vibe Z นี่เลือกใช้ CPU ไฮเอนด์อย่าง Snapdragon S800 แต่ว่า Lenovo เลือกใช้ CPU คนละกลุ่มตลาดเลยนะครับ เจ้า Lenovo Vibe X (S960) นี่ใช้ CPU ของ MediaTek ครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นสเปกกระจอกแต่อย่างใดนะครับ จัดอยู่ในระดับ Middle-end ครับ

ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
    • การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
    • การเข้ารหัสข้อมูล
    • ความลื่นไหลของอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

 

Lenovo Vibe X Result

 

คะแนนที่ได้ ค่อนข้างดีทีเดียว ถ้าให้จัดลำดับ ก็คงอยู่ราวๆ ค่อนไปทางต้นๆ ของพวก Dual-core สเปกไฮเอนด์ในปัจจุบัน แต่คะแนนที่เห็นนี้ ก็น่าจะให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่โอเคได้อยู่ (ดูจากคะแนนของ MobileXPRT 2013 ซึ่งได้ราวๆ ครึ่งหนึ่งของคะแนนที่ได้จากระดับไฮเอนด์อย่าง Samsung Galaxy Note 3) แต่ด้วยความที่สเปกของ GPU นั้นเป็น PowerVR SGX544MP2 ซึ่งเป็น Dual-core เท่านั้น ก็เลยได้คะแนนออกมาค่อนข้างน้อยไปหน่อย เวลาวัดประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟิก 3D แต่ว่าเรื่องนี้ เดี๋ยวต้องไปพิสูจน์อีกทีตอนลองเล่นเกมจริงๆ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Lenovo Vibe X (S960)

User Interface ของ Lenovo Vibe X นั้นแตกต่างจากระบบปฏิบัติการ Android ที่แบรนด์อื่นๆ เขาทำกัน คือ ไม่ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Lock screen, Home screen และ App tray แต่ว่าแบ่งออกเป็นแค่ Lock sreen กับ Home screen เท่านั้น คล้ายๆ กับระบบปฏิบัติการ iOS มากกว่า

 

Home screen ของ Lenovo Vibe X

Home screen ของ Lenovo Vibe X

 

ในแง่ประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วๆ ไป โดยเฉพาะพวกมือใหม่หัดใช้สมาร์ทโฟน ผมมองว่า User Interface ตามสไตล์ของ ระบบปฏิบัติการ iOS เนี่ย เหมาะดีครับ เพราะไม่ต้องทำความเข้าใจกับองค์ประกอบต่างๆ ให้มากจนเกินไป แต่หากไม่วางแผนจัดหน้าจอให้ดีๆ ก็อาจจะมึนๆ ได้ หากเจอ Widget สลับกับ App shortcut แบบไม่เป็นระเบียบ

 

Home screen ทำหน้าที่เป็น App tray ไปในตัว แทรก Widget ในหมู่ App shortcut ได้

Home screen ทำหน้าที่เป็น App tray ไปในตัว แทรก Widget ในหมู่ App shortcut ได้

 

โดยสไตล์ของระบบปฏิบัติการ Android แล้ว หากเราไม่พอใจรูปร่างหน้าตา ก็มีพวก App หลายๆ ตัวที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของ User Interface ได้ (ลองค้นหาคำว่า Launcher จาก Google Play Store ดูครับ) แต่สำหรับ Lenovo แล้ว เขาจัด App ชื่อ Theme Suite ไว้ให้ ซึ่งมี Theme ให้เลือกอยู่ 8 แบบ และสามารถปรับแต่งรายละเอียดส่วนต่างๆ ของธีมได้ด้วย นั่นก็คือสามารถผสมส่วนต่างๆ ของแต่ละธีมที่ชอบ ออกมาเป็นธีมของเราเองได้

 

มีธีมให้เลือกเปลี่ยน 8 แบบ

มีธีมให้เลือกเปลี่ยน 8 แบบ

สามารถปรับแต่งรายละเอียดส่วนต่างๆ ของธีมได้

สามารถปรับแต่งรายละเอียดส่วนต่างๆ ของธีมได้

 

Notifications กับ QuickSettings ของ Lenovo Vibe X นั้น ก็ทำได้ดีไม่แพ้พวกแบรนด์ยอดนิยมทั้งหลาย และสามารถปรับแต่งปุ่มเปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ผ่านทาง Settings ครับ

 

Notifications กับ QuickSettings ของ Lenovo Vibe X

Notifications กับ QuickSettings ของ Lenovo Vibe X

 

ในแง่ของการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน แม้ว่า Lenovo จะยังไม่ได้มีการพัฒนา App และ Service ต่างๆ มากมายเหมือนกับแบรนด์ขาใหญ่ในวงการ แต่ Lenovo ก็มีพวก App ที่มาอำนวยความสะดวกการใช้งานทั่วๆ ไปของผู้ใช้งานมาให้ เช่น Power Manager ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานของ Lenovo Vibe X ซึ่งหากปรับแต่งดีๆ มันจะช่วยเปิดปิดการใช้งานฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่จะได้อึดๆ

 

Power Manager ช่วยบริหารจัดการพลังงาน

Power Manager ช่วยบริหารจัดการพลังงาน

 

นอกจากนี้ ก็ยังมี App ในตระกูล DOit ที่ Lenovo พัฒนามาให้ได้ใช้งานกัน โดยประกอบไปด้วย

  • SNAPit มาแทน Camera app ของระบบปฏิบัติการ Android
  • SEEit มาแทน Gallery app ของระบบปฏิบัติการ Android
  • SHAREit ใช้อำนวยความสะดวกในการรับส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ
  • SYNCit ใช้แบ็กอัพข้อมูลจำพวก SMS และ Call Log เผื่อกรณีข้อมูลสูญหาย และเผื่อโอนย้ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์
  • SECUREit ช่วยในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์

แม้จะชื่อว่า SECUREit แต่เจ้านี่มีฟังก์ชั่นย่อยครบครันเลยทั้ง Anti-virus ป้องกันไวรัส (อัพเดตฟรี 30 วันแรก จากนั้นต้องเสียค่าบริการแบบ Subscription), Privacy Guard ใช้ในการควบคุมการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ, Data Usage ใช้ควบคุมปริมาณการใช้งาน Mobile Internet, Anti-spam ใช้บล็อก SMS หรือเบอร์โทร ที่ไม่พึงปรารถนา, Speed-up ใช้เคลียร์หน่วยความจำ หรือ ปิดการเรียกใช้งาน App บางตัวตอน Start เครื่อง, Private Space ใช้ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจำพวก Call log และที่อยู่ติดต่อ ไม่มีรหัสผ่าน ก็เข้ามาดูไม่ได้, Anti-theft ใช้ป้องกันเวลามีคนพยายามจะเปลี่ยน SIM card ในเครื่อง ซึ่งเราสามารถกำหนดให้ส่ง SMS ไปยังเบอร์ที่เราต้องการได้ ในกรณีที่มีคนเปลี่ยน SIM card, Parent Control หรือเรียกว่า Child mode ก็ได้ เมื่อเปิดใช้แล้วเราสามารถกำหนดได้ว่าจะไม่ให้เข้าถึง App อะไรบ้าง อันนี้ไว้เปิดใช้เวลาที่เด็กๆ ลูกๆ หลานๆ เขาจะขอเอาไปเล่น จะได้ไม่เผลอเปิดอะไรที่ไม่ควรเปิดขึ้นมา

 

SECUREit ช่วยบริหารจัดการด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน

SECUREit ช่วยบริหารจัดการด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน

 

อย่างไรก็ดี 3 ใน 5 ของ App ในชุด DOit นี่เป็นอะไรที่คนทั่วไปดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี (ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ของ Lenovo) นั่นก็คือ SHAREit, SYNCit และ SECUREit … แต่อีก 2 ตัวคือ SNAPit และ SEEit นี่เป็น Exclusive app ที่ Lenovo ให้มาใช้กับอุปกรณ์ของ Lenovo เท่านั้น … เรื่อง SNAPit นี่ไว้พูดถึงตอนรีวิวการถ่ายรูป แต่ SEEit นี่อ่านได้เลยครับ

 

SEEit โปรแกรมบริหารจัดการรูปภาพสำหรับ Lenovo

SEEit โปรแกรมบริหารจัดการรูปภาพสำหรับ Lenovo

 

ในแง่ของการบริหารจัดการรูปภาพ SEEit (ซึ่งทาง Lenovo ใช้ชื่อ Gallery เหมือนกับ Gallery app ของระบบปฏิบัติการ Android ทั่วไป) นั้นมีรูปแบบการนำเสนอที่ดูดีทีเดียวครับ และสามารถเพิ่มการจัดการรูปภาพเป็นหมวดหมู่ โดยอาศัยคุณสมบัติการจดจำใบหน้าได้อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเพื่อนๆ หรือ Selfie ทีเดียว

 

ตกแต่งภาพ ใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับภาพได้ง่ายๆ จาก SEEit

ตกแต่งภาพ ใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับภาพได้ง่ายๆ จาก SEEit

 

นอกจากนี้ เจ้า Gallery app (หรือ SEEit) นี่ก็มีความสามารถในการตกแต่งภาพในระดับพื้นฐานเลย ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับรูปภาพ หรือการทำหน้าสวย (Beauty mode) โดยซอฟต์แวร์จะทำการวัดว่าภาพ Portrait (ภาพถ่ายบุคคล) นี้ ปัจจุบันแสงสีเป็นยังไง หน้าอ้วนผอมแค่ไหน อะไรแบบนี้ โดยอัตโนมัติ แล้วเราก็จะสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ในระดับที่จะไม่ทำให้คุณภาพของภาพถ่ายโดยรวมผิดเพี้ยนไปเยอะมาก

 

เบราวเซอร์ของ Lenovo Vibe X

เบราวเซอร์ของ Lenovo Vibe X

 

ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว กับความละเอียดหน้าจอ Full HD ที่ทำให้มีความหนาแน่นพิกเซลถึง 441ppi นั้น ทำให้การอ่านพวกข้อความตัวอักษรนั้นทำได้สบายๆ ตาทีเดียว ตัวอักษรคมชัด กริบเลย โดยตัวเบราวเซอร์นั้นก็มีความสามารถไม่แพ้พวกเบราวเซอร์สำหรับอุปกรณ์พกพาตัวอื่นๆ ครับ

 

Route 66 โปรแกรมแผนที่นำทางบน Lenovo Vibe X

Route 66 โปรแกรมแผนที่นำทางบน Lenovo Vibe X

 

สำหรับคนที่อยากใช้เป็นอุปกรณ์นำทาง GPA Navigator เนี่ย Google Maps บนระบบปฏิบัติการ Android ก็โอเคนะครับ แต่มันต้องใช้แบบออนไลน์ ดังนั้น Lenovo Vibe X ก็เลยมี Route 66 มาให้ใช้ครับ โดยทดลองใช้ได้ฟรี 1 เดือน (เริ่มนับตั้งแต่เริ่มใช้) แล้วหากติดใจ ค่อนเสียเงินซื้อทีหลัง … แอบเสียดายเหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้ว น่าจะแถมมาให้ฟรีๆ นะ

 

การใช้ Lenovo Vibe X เพื่อความบันเทิงด้านมัลติมีเดีย

แม้ว่าจะเป็นแค่ชิปราคาประหยัด MediaTek MT6859M แต่มันก็คือ Quad-core 1.5GHz และ GPU ก็เป็น PowerVR SGX544MP2 ด้วย การเล่นไฟล์วิดีโอ 1080p ย่อมทำได้สบายๆ เลย และหน้าจอแสดงผล IPS LCD ความละเอียด Full HD 1080p ขนาด 5 นิ้ว ก็สามารถแสดงศักยภาพของคลิปวิดีโอความละเอียดสูงนี้ได้สบายๆ ครับ

 

ชมคลิป 1080p บน Lenovo Vibe X

ชมคลิป 1080p บน Lenovo Vibe X

 

ฟังก์ชั่นการทำงานของ Lenovo Vibe X นั้นก็ไม่แพ้พวก Video player ของแบรนด์อื่นๆ สามารถปรับแต่งความสว่างของหน้าจอได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับ QuickSettings และเปิดเป็นหน้าจอเล็กเพื่อจะได้ดูวิดีโอไปทำงานอย่างอื่นไปได้ด้วยครับ

 

ดูคลิปวิดีโอ 1080p พร้อมๆ กับการท่องเว็บได้

ดูคลิปวิดีโอ 1080p พร้อมๆ กับการท่องเว็บได้

 

เสียงจากลำโพงจะปรับแต่งให้แสดงองค์ประกอบที่ถูก Mixed มาเป็นภาพหลักอย่างเช่นเสียงร้องให้ออกมาเด่น ด้วยการเน้นเสียงในย่านสูงแบบนี้ ทำให้ภาพรวมฟังดูแห้งและฟุ้ง อีกทั้งมิติของภาพรวมมีลักษณะที่ค่อนข้างแบนก็ทำให้ผู้ใช้คาดหวังความสุนทรีย์จากการฟังเพลงจากลำโพงของ Vibe X นี้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่

ทดสอบการฟังผ่านช่องหูฟัง ย่านเสียงแสดงออกมาค่อนข้าง Flat ไม่มีย่านไหนเด่นออกมาเป็นพิเศษ องค์ประกอบค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ของตัวเองทำให้ฟังดูโปร่ง ไม่อึดอัด ระบบการขยายเสียงก็ทำได้ดี แม้เร่งระดับเสียงจนดังสุดก็ยังคงให้โทนเสียงคงเดิมและไม่เบลอหรือแตกพร่าใดๆ โดยรวมถือว่าทำได้โอเค ถ้าจะหาเรื่องติก็คงเป็นเรื่องมิติเสียงที่ออกจะฟังดูแบนไปหน่อย

 

Lenovo Vibe X ในการเล่นเกม

ตอนวัดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ด้วยโปรแกรม Benchmark นั้น คะแนนในการประมวลผลกราฟิก 3D ได้ออกมาไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ เลยต้องขอพิสูจน์ซ้ำด้วยการลองเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ครับ ซึ่งตัวเกมก็ Detect ฮาร์ดแวร์แล้ว แนะนำให้ใช้คุณภาพกราฟิกระดับ High ซึ่งเป็นคุณภาพระดับสูงสุดที่เลือกได้ แต่จากที่ลองเล่น ก็พบว่าแม้จะเล่นได้ แต่ Frame rate ค่อนข้างจะต่ำ เพราะกระตุกอย่างค่อนข้างสังเกตได้ แม้จะไม่ถึงขนาดที่เล่นไม่ได้ก็ตาม

 

เกม Asphalt 8: Airborne คุณภาพกราฟิกระดับ High บน Lenovo Vibe X

เกม Asphalt 8: Airborne คุณภาพกราฟิกระดับ High บน Lenovo Vibe X

 

คำแนะนำของผมคือปรับคุณภาพกราฟิกของเกม Asphalt 8: Airborne ให้เหลือแค่ Medium ก็พอครับ แม้ว่าพวกเอฟเฟ็กต์จะหายไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมด้อยลงไปแต่อย่างใด … จากการทดสอบนี้ผมพบว่า ในแง่ของการเล่นเกม Lenovo Vibe X ก็เล่นเกม 3D กราฟิกสูงๆ ได้อยู่ครับ แต่ว่าคงไม่ใช่ระดับจัดหนักจัดเต็ม

 

Lenovo Vibe X กับการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ

อย่างที่บอก เราจะมาพูดถึง SNAPit ของ Lenovo Vibe X กันตอนรีวิวความสามารถในการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอด้วย Vibe X ครับ ในแง่การใช้งานพื้นฐาน ถือว่า Lenovo ทำ User Interface ของ SNAPit หรือ Camera app ของ Lenovo Vibe X มาได้ค่อนข้างดีละครับ มีคุณสมบัติ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและการปรับ Exposure ด้วย และสามารถทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็วทีเดียว

 

User Interface ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

User Interface ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

Settings ต่างๆ ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

Settings ต่างๆ ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

 

นอกจากนี้ ตัว SNAPit เองก็มีคุณสมบัติต่างๆ แบบที่โปรแกรมถ่ายรูปสำหรับสมาร์ทโฟนพึงจะมีครับ ทั้งในเรื่องของโหมดการถ่ายภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HDR, Panorama อะไรแบบนี้ รวมไปถึงการใส่พวกเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ให้กับรูปถ่าย

 

โหมดถ่ายรูปแบบต่างๆ ของ Lenovo Vibe X

โหมดถ่ายรูปแบบต่างๆ ของ Lenovo Vibe X

การใส่เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

การใส่เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ของ SNAPit บน Lenovo Vibe X

 

Lenovo Vibe X นี่ถือว่าเอาใจคนชอบถ่ายรูปพอสมควรเลย เพราะว่าให้มาทั้งกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เพียงแต่ว่ากล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลนั้น แม้ว่าจะถ่ายภาพออกมาได้คุณภาพค่อนข้างดี คมชัด และคุณสมบัติ Tap-to-Focus ก็ยังสามารถใช้งานได้ดี แต่ผมสังเกตว่าการทำงานจะค่อนข้างช้าไปหน่อย หากเราปรับเปลี่ยนมุมกล้อง จะรู้สึกได้ว่าภาพมันดู Lag ชอบกล ผิดกับการใช้กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล … อันนี้เข้าใจว่าคงเพราะโหมด Beauty ที่เปิดเอาไว้ตลอดเวลา แม้จะปรับให้เหลือ 0 (หมายถึง ไม่ต้องทำ Beauty อะไรเลย) แล้วก็ตาม

 

ถ่ายด้วย Lenovo Vibe Xถ่ายด้วย Lenovo Vibe Xถ่ายด้วย Lenovo Vibe Xถ่ายด้วย Lenovo Vibe Xถ่ายด้วย Lenovo Vibe X

 

ในแง่ของคุณภาพของภาพถ่าย ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ สำหรับกล้องหลังของ Lenovo Vibe X และความเร็วของชัตเตอร์ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวล่ะ ถ้าสภาพแสงเหมาะสมดีแล้ว ขนาดอยู่บนรถที่กำลังวิ่งบนพื้นถนนค่อนข้างขรุขระ ก็ยังถ่ายภาพออกมาได้ไม่ค่อยเบลอเท่าไหร่ (ดูรูปหมีบราวน์กับกระต่ายโคนี่ที่อยู่หน้ารถที่ผมถ่ายมาได้) และสามารถใช้ถ่ายรูปในบรรยากาศต่างๆ ได้ ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เอาไปถ่ายเวลาไปท่องเที่ยวได้สบายๆ ถ่ายภาพตอนโคลสอัพสุดๆ ก็สบายเช่นกัน

สำหรับการถ่ายวิดีโอ แม้ว่าจะสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p ได้ แต่ความสะดวกในการถ่ายวิดีโอนั้นไม่ค่อยมากเท่าไหร่ เพราะคุณสมบัติ Tap-to-Focus กลับไม่สามารถใช้ได้ในโหมดถ่ายวิดีโอเลย ต้องพึ่งพา Auto Focus และ Auto Exposure เป็นหลักแทน ซึ่งทำให้บ่อยครั้งโฟกัสของภาพ มันไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่ครับ นอกจากนี้ แม้ว่าจะมี Internal storage มาให้ถึง 16GB แล้ว แต่การที่เพิ่มเนื้อที่เก็บข้อมูลด้วย MicroSD card ไม่ได้ อีกทั้งเนื้อที่เหลือใช้จริงก็อยู่ที่ราวๆ 12GB ก็เลยทำให้การถ่ายวิดีโอ Full HD นั้นลำบากพอสมควร เพราะเนื้อที่เต็มเอาง่ายๆ

 

บทสรุปการรีวิว Lenovo Vibe X

ด้วยสนนราคา 12,900 บาท กับสเปกระดับ Middle-end ที่ได้มาของ Lenovo Vibe X นั้น ถือว่าคุ้มราคาค่าตัวดีครับ สามารถเอาไปใช้ทำงานในฐานะสมาร์ทโฟนได้ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บ การใช้งาน Social media รวมไปจนถึงความบันเทิงในการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย แต่ทว่ามีข้อจำกัดเรื่องการรองรับเครือข่าย 3G ที่รองรับแค่ย่าน 900/2100MHz เท่านั้น หากใครเป็นผู้ใช้งานเครือข่าย TrueMove H แล้ว Lenovo Vibe X อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกระดับต้นๆ ก็ได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: