การรีวิวกึ่งทดลอง Abs workout สร้างซิกแพ็กใน 42 วัน ทำได้จริงหรือไม่ – วันที่ 3

Abs workout

เมื่อคืนกลับดึกมาก แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาอ้างเพื่อว่าจะได้ไม่ต้องทำการรีวิวกึ่งทดลองของผมต่อ ฉะนั้น แม้จะกลับมาจากระยองถึงบ้านตอนตีหนึ่งเศษๆ ก่อนจะนอนก็ต้องจัดเจ้านี่ก่อนครับ ซึ่งวันที่ 3 นี้ก็จะซ้ำกับเมื่อวันที่ 2 ก็คือ ทำทั้งสิ้น 6 Cycles จำนวน 2 Series ถามว่าหินไหม ก็ต้องถือว่าหินเอาเรื่อง แต่ว่าหลังจากได้ลองทำดูจริงๆ ปรากฏว่ามันไม่ได้ยากเท่าที่เรารู้สึกเมื่อวานนะ แสดงว่าร่างกายเริ่มชินและปรับตัวได้เร็วพอสมควรเลยนะเนี่ย

 

วันที่สามแล้ว สู้ๆ

วันที่สามแล้ว สู้ๆ

 

วันนี้กำหนดการของ Abs workout ก็จะหนักหน่วงขึ้นอีกนิดครับ เพราะต้องเพิ่มขึ้นอีกชุด ระยะเวลาที่ต้องใช้เพิ่ม ก็ต้องอีกราวๆ 7 นาที 15 วินาที ต้องเตรียมบริหารเวลาเอาไว้ด้วย อืมๆๆ … หลังจากวันที่สาม กล้ามเนื้อต่างๆ ตึงเปรี๊ยะกว่าเดิมอีก แต่ไม่ได้รู้สึกว่าปวดกว่าเดิมแล้ว (มันคงปวดถึงที่สุดจนไม่อาจจะปวดต่อไปได้แล้วละมั้ง … ฮา)

 

วันที่สาม พุงปรองดองยังคงเหมือนเดิมอยู่

วันที่สาม พุงปรองดองยังคงเหมือนเดิมอยู่

 

พุงที่ปรองดอง ก็ยังคงปรองดองอยู่นะครับ … สามวันผ่านไป ยังไม่ได้เห็นอะไรที่คืบหน้าชัดเจน ก็ไม่คิดอะไรครับ แต่ผมแอบคาดหวังว่าผ่านไปซัก 15 วัน ควรจะได้เห็นอะไรบ้างนะเออ … อ้อ! เมื่อวันแรกๆ ลืมบอกข้อจำกัดของ App ตัวนี้ไป เขาเขียนเอาไว้ว่า การออกกำลังกายนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเผาผลาญไขมัน เพื่อให้หน้าท้องแบนราบนะครับ แต่มีเอาไว้เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ฉะนั้นต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกายปกติไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ผมออกวิ่งด้วย Nike+ ไง แต่ผมก็ยังเกรงๆ อยู่ว่า แค่การวิ่งวันละ 3 กิโลเมตรเนี่ย มันคงยังไม่พอที่จะเผาผลาญไขมันแหงๆ เดี๋ยวคงต้องหาวิธีเผาผลาญไขมันเพิ่มด้วย

 

S Health ไดอารี่สุขภาพสำหรับคนใช้ Samsung Galaxy

ใครที่ใช้ Samsung Galaxy รุ่นใหม่ๆ หน่อย ลองดูครับว่ามี S Health ไหม ถ้ามีก็สามารถเอามาใช้บันทึกข้อมูลด้านสุขภาพของเราได้ครับ … อย่างกรณีของผม ผมกำลังจะรีวิวเชิงทดลอง App สร้างซิกแพ็กดู แต่มันต้องควบคู่ไปกับการเผาผลาญไขมันด้วย เพราะไม่งั้น เดี๋ยวเราจะไม่เห็นความคืบหน้าของกล้ามเนื้อที่ถูกสร้าง เนื่องจากพุงบังซิกแพ็กหมด (ฮา) ฉะนั้น นอกจากการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันแล้ว ก็ต้องบันทึกเรื่องอาหารการกินไว้ด้วย จะได้รู้ว่าเรา Input เข้าไปมากกว่าที่เรา Output ออกมาไหม

 

บันทึกการเสพแคลลอรี่ด้วย S Health

บันทึกการเสพแคลลอรี่ด้วย S Health

 

ความยากของการทำอะไรแบบนี้อยู่ที่เรื่องวินัยในการบันทึกข้อมูล และการหาปริมาณแคลลอรี่ของอาหารที่เราทานเข้าไปครับ … โชคดีว่าเดี๋ยวนี้หาไม่ยากมากจนเกินไป เพราะแค่พิมพ์ชื่ออาหารของเรา พร้อมกับคำว่า แคลลอรี่ ลงไปใน Google เดี๋ยวมันก็มีเว็บไซต์จำนวนมากมาย ที่มีข้อมูลพวกนี้มานำเสนอเรา เพียงแต่ว่าหลายๆ เว็บ ข้อมูลอาจจะไม่ตรงกัน 100%  เป๊ะๆ

 

นึกไม่ออกว่าที่กินไปมันกี่แคลลอรี่ ก็ค้นจากฐานข้อมูลอาหารของ S Health ดู

นึกไม่ออกว่าที่กินไปมันกี่แคลลอรี่ ก็ค้นจากฐานข้อมูลอาหารของ S Health ดู

 

แต่สำหรับอาหารบางอย่าง ที่ค่อนข้างเป็นสากล หรือ อาหารจีน อะไรพวกเนี้ย ลอง Search หาเอาดูจากฐานข้อมูลอาหารของ S Health ดูก่อนก็ได้ครับ มันมีเก็บเอาไว้เยอะเหมือนกัน ก็สะดวกดี แต่หากหาไม่เจอจริงๆ ก็ Custom พิมพ์เข้าไปเอาเอง แล้วหากจะเก็บไว้ใช้คราวหน้า ก็เซฟลงฐานข้อมูลได้

ตรงนี้อยากจะ Feedback กับทาง Samsung เอาไว้ 2 เรื่อง นั่นก็คือ

  1. ควรจะหาทีมงานทำฐานข้อมูลอาหารแบบ Localized เอาไว้ด้วย เพื่อให้คนไทยสามารถค้นหาข้อมูลแคลลอรี่อาหารด้วยภาษาไทยได้ จะดีมากมาย เดี๋ยวนี้เทรนด์ออกกำลังกายของคนไทยก็เยอะแล้ว
  2. ควรทำให้ S Health มีความเป็นกึ่ง Social Health app ด้วย ไหนๆ ก็ผูก S Health กับ Samsung Account แล้ว ทำไมไม่ให้ผู้ใช้งานอัพโหลดข้อมูลอาหารที่เซฟไว้ไปเก็บไว้บนฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้ผู้ใช้งานคนอื่นๆ สามารถ Search หาได้ด้วยล่ะ

 

เผื่อกลัวลืมว่ากินอะไรไป ก็ถ่ายรูปไว้ได้นะ

เผื่อกลัวลืมว่ากินอะไรไป ก็ถ่ายรูปไว้ได้นะ

 

การบันทึกข้อมูลไว้แบบนี้ มันก็ดีนะครับ เพราะเราจะได้รู้ว่าวันนี้เราเขมือบไปเยอะแค่ไหน แล้วมันเกินความจำเป็นรึเปล่า หากเกินไป เราก็ต้องวางแผน เผาผลาญมันออกให้เหมาะสม และ S Health นี่ก็ให้เราถ่ายรูปเอาไว้ได้ด้วยนะ เพื่อจะได้เตือนความจำว่า ไอ้ที่เรากินๆ ไป หน้าตาเป็นยังไงบ้าง

 

วันที่ 3 ไม่ได้วิ่งด้วย Nike+ อ่ะ

เพราะว่าต้องออกไปเรียนภาษาจีนแต่เช้า แล้วต่อด้วยการขับรถยิงยาวไประยอง แล้วกว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า ผลก็คือ ไม่สามารถวิ่งออกกำลังกายได้ แต่ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะเป้าหมายของเดือนนี้คือ วิ่งระยะรวม 40 กิโลเมตร หุหุ ฉะนั้น ยังมีโอกาสอยู่ ขอแค่อย่าอู้เป็นพอ

 

ความท้าทายของเดือนกุมภาพันธ์นี้

เดือนนี้ความท้าทายสำคัญคือ ต้องไปสเปนช่วงวันที่ 22-27 ครับ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถวิ่งด้วย Nike+ ไปได้หลายวันแน่ๆ แล้วช่วงที่บินไปกลับ (วันที่ 22 และ 26) ก็ไม่สะดวกที่จะบริหารร่างกายด้วย Abs workout อีกด้วย คงต้องยืดเวลาไปอีก 2 วันที่พลาดไป (แต่โชคดีที่การบริหารร่างกายด้วยวิธีของ Abs workout นี่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร ไม่ได้ใช้เวลานานมากเกินไป ตอนอยู่ที่สเปน เดี๋ยวทำในห้องของโรงแรมก็ได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: