Wellcom คืนชีพกลายเป็น S Wellcom มาพร้อมกับ MI-516 Quad-core ราคาติดดิน ตอนที่ 1

S Wellcom MI-516

หากใครติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแวดวงการโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนเมื่อหลายปีก่อน คงอาจจะเคยได้ยินชื่อแบรนด์ Wellcom ที่เป็น Housebrand บ้าง ซึ่งถือว่าเคียงคู่กับพวก G-Net และ i-mobile มาเลยนะ เพราะเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าที่รายได้ไม่มาก แต่อยากได้โทรศัพท์มือถือที่สเปกพอสมควรไว้ใช้ … แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อยู่ๆ แบรนด์นี้ก็เงียบไปครับ ผมจำได้ว่าสมาร์ทโฟนตัวสุดท้ายจากค่าย Wellcom ที่ผมได้เล่นก่อนที่จะเงียบหายไปก็คือ Wellcom A100 ซึ่งก็ให้สเปกที่ค่อนข้างดี และสนนราคาก็ถูกจริงอะไรจริง … ห่างหายจากแบรนด์นี้ไปหลายปี ในที่สุดมันก็กลับมาแล้ว แต่มาในชื่อใหม่คือ S Wellcom หลังจากโดน Spice Group ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอินเดียควบกิจการไป

และเท่าที่ดู แม้จะมาในชื่อใหม่ (ที่แตกต่างจากเดิมแค่มีตัว S นำหน้า) แต่แนวคิดก็ยังเหมือนเมื่อครั้งยังเป็น Wellcom เฉยๆ ครับ นั่นก็คือ การจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่มีสเปกค่อนข้างจะโอเค ในสนนราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง ในน่านน้ำสีแดงเลือดอย่างตลาดสมาร์ทโฟนนี้ เราก็ต้องมาดูกันว่า การกลับมาใหม่ของ S Wellcom คราวนี้ มีดีอะไรบ้างล่ะ ซึ่งผมก็ได้ S Wellcom MI-516 ที่เป็นตัวท็อปสุดของแบรนด์นี้ ณ ขณะนี้มาทดสอบให้ได้อ่านกันครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ S Wellcom MI-516

ในขณะที่แบรนด์ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายรายได้น้อยอย่าง i-mobile จะเน้นการดีไซน์ของตัวเครื่องไปอิงกับแบรนด์อย่าง Apple หรือ Samsung แต่สำหรับ S Wellcom แล้ว โดยความเห็นส่วนตัว ผมว่า S Wellcom MI-516 เนี่ย เหมือนดีไซน์จะได้รับอิทธิพลมาจาก LG นะครับ อารมณ์ประมาณ LG ตระกูล Optimus L อ่ะ มันคลับคล้ายคลับคลา LG Optimus L7 ยังไงชอบกล

ด้านหน้าเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ qHD คือ 960×540 พิกเซล ซึ่งเท่ากับว่ามีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 220.9ppi ไม่ถึงกับต่ำมาก แต่ก็ไม่ได้สูงอะไร รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กัน 5 จุด และมีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลอยู่ ปุ่มกดที่ใช้ด้านหน้า เป็น Capacitive button ครับ ไม่ได้ใช้ Softkey ตามแบบฉบับของ Android ที่ Google อยากให้เป็น

 

S Wellcom MI-516 ด้านหน้า

S Wellcom MI-516 ด้านหน้า

 

ด้านหลัง กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash แต่จะถูกพะตัวเลขสเปกเอาไว้ว่าเป็น 12 ล้านพิกเซล แต่บนกล่องจะเขียนว่า ใช้ซอฟต์แวร์ในการปรับขนาดของภาพจาก 8 ล้านพิกเซลมาเป็น 12 ล้านพิกเซล … อารมณ์เดียวกับที่เราจะเจอใน i-mobile IQX ทั้งสามรุ่น แต่อันนั้นจะปรับจาก 13 ล้านพิกเซลมาเป็น 18 ล้านพิกเซล … ซึ่งโดยส่วนตัวของผม ผมว่าไม่ต้องไปปรับหรอกครับ เพราะการใช้ซอฟต์แวร์ขยายขนาดของภาพ มันทำให้คุณภาพของภาพตกลงไปพอสมควรเลย

นอกจากนี้ด้านหลังก็จะมีรูไมโครโฟนเล็กๆ แต่ไม่ได้เอาไว้ทำ Active noise cancellation อะไรหรอกนะ เท่าที่ผมทดสอบดู มันเอาไว้อัดเสียงตอนถ่ายวิดีโอน่ะ (ซึ่งทำงานควบคู่กับไมโครโฟนที่ใช้สนทนาโทรศัพท์ด้วย) แล้วก็มีลำโพงของตัวเครื่องอยู่

 

S Wellcom MI-516 ด้านหลัง

S Wellcom MI-516 ด้านหลัง

 

ด้านบนมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ครับ

 

S Wellcom MI-516 ด้านบน

S Wellcom MI-516 ด้านบน

 

ด้านล่างมีพอร์ต Micro USB และรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ และใช้อัดเสียงเวลาถ่ายวิดีโอด้วย

 

S Wellcom MI-516 ด้านล่าง

S Wellcom MI-516 ด้านล่าง

 

ด้านซ้ายไม่มีอะไร แต่ด้านขวามีทั้งปุ่มเปิดปิดหน้าจอ และปุ่มปรับระดับเสียง และมีร่องเล็กๆ อยู่ตรงมุมด้านล่าง เพื่อเอาไว้ช่วยแกะฝาหลังครับ

 

S Wellcom MI-516 ด้านขวา

S Wellcom MI-516 ด้านขวา

 

แกะฝาหลังออกมา ก็จะเห็นสล็อตสำหรับใส่ซิม ซึ่งรองรับทั้งแบบปกติ และ Micro SIM ด้วย แล้วก็มีช่องใส่ MicroSD card ส่วนแบตเตอรี่ก็เป็นแบบถอดได้ อย่างบาง

 

S Wellcom MI-516 แกะฝาหลังแล้ว

S Wellcom MI-516 แกะฝาหลังแล้ว

 

โดยภาพรวมต้องบอกว่างานประกอบของ S Wellcom MI-516 นี่ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ด้วยสนนราคา 4,990 บาท และสเปกระดับนี้ เลยไม่น่าแปลกใจที่จะต้องยอมตัวเครื่องหนานิด และหนักหน่อยกันละครับ … แต่ก็เป็นดีไซน์ที่ผมว่า พกพาไปไหนมาไหนก็ถือว่าไม่อายใครเขานะ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ S Wellcom MI-516

เอาล่ะ ทีนี้มาดูกันบ้างครับว่าด้วยสนนราคา 4,990 บาทเนี่ย S Wellcom เขายัดสเปกอะไรมาให้เราได้บ้าง

  • CPU: MediaTek MT6589M Quad-core 1.2GHz
  • GPU: PowerVR SGX544
  • Display: TFT LCD 5″ ความละเอียด 960×540 พิกเซล (220.9ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 5 จุด
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 4GB (แบ่งเป็น Phone storage 1GB และ Internal storage 3GB)
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 32GB
  • Operating System: Android 4.2
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz ทั้ง 2 ซิม (เป็น SIM ธรรมดา + Micro SIM)
    • 3G: 850/2100MHz ทั้ง 2 ซิม (เป็น SIM ธรรมดา + Micro SIM)
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • NFC: ไม่มี
  • Camera: ด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED flash
  • Battery: 1,800mAh
  • Dimensions: 143 มม. x 74.3 มม. x 10.2 มม.
  • Weight:  182 กรัม
  • Others: รองรับ 2 ซิม
  • Price: 4,990 บาท

ก็เรียกว่าสเปกไม่ได้ด้อยอะไรครับ ถือว่าค่อนข้างจะโอเคเลยสำหรับสนนราคาระดับนี้ แต่ก็อย่างที่ผมพยายามย้ำนะ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่เอาซอฟต์แวร์มาอัพขนาดของภาพจากกล้องดิจิตอล แล้วมาเรียกสเปกกล้องดิจิตอลให้มากกว่าที่เซ็นเซอร์จะทำได้ซักเท่าไหร่ แต่อะไรแบบเนี้ย พวก Housebrand หรือแบรนด์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับล่างชอบทำกัน (เพราะผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อย บ้าตัวเลขสเปกมากกว่าคุณภาพจริงๆ)

เอาล่ะ ทีนี้มาดูประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์กันบ้าง ว่าเป็นยังไง … ก็เช่นเคยผมก็ขอให้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ เหล่านี้มาวัดครับ

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • Linpack for Android สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลของ CPU
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

และผลที่ได้ก็คือคะแนนในตารางด้านล่างนี้ครับ

ผลการวัดประสิทธิภาพของ S Wellcom MI-516

ดูจากคะแนนที่ได้แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นแบบพอเพียงครับ ประสิทธิภาพได้ราวๆ ประมาณ Dual-core CPU ของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์เมื่อซักสองปีก่อนครับ ซึ่งถามว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานอย่างลื่นไหลไหม ก็เพียงพอ และคะแนนที่ได้จาก 3DMark ก็แสดงให้เห็นว่า เพียงพอสำหรับการเล่นเกมที่กราฟิกธรรมดาๆ ครับ (ถ้าเป็น Asphalt 8: Airborne ที่เป็นเกมแข่งรถกราฟิกแบบจัดหนักจัดเต็ม ก็คงจะได้ประมาณระดับคุณภาพกราฟิก Low) ถ้าพิจารณาจากสนนราคา 4,990 บาทแล้ว ก็ต้องบอกว่าได้สเปกและประสิทธิภาพประมาณนี้ ก็โอเคแล้วนะ

 

อ่านรีวิวตอนอื่นๆ ของ S Wellcom MI-516 ที่ http://www.kafaak.com/tag/mi-516

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: