ลิขสิทธิ์รูป อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ดูแล Social media ของแบรนด์ควรระมัดระวัง

ID-10079556

Image courtesy of Stuart Miles / FreeDigitalPhotos.net

 

หลังจากที่ Social media กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับการตลาดและการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในช่วงหลังๆ มานี้ ประเด็นนึงที่เราเริ่มได้พบได้เห็นบ่อยขึ้น ก็เห็นจะเป็นเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์นี่แหละครับ มันมักจะเกิดขึ้นเวลาที่ผู้ดูแล Social media profile ต้องหาข้อมูลมาโพสต์ เพื่อให้ Timeline มีการเคลื่อนไหว แต่บางครั้ง(และหลายครั้ง) ข้อมูลเหล่านั้น โดยเฉพาะรูปภาพที่นำมาใช้ประกอบข้อมูล กลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นไปซะนี่น่ะสิ … ก็เลยต้องขอเวลาหนึ่งบล็อกนี้ในการเขียนถึงเรื่องนี้ซักหน่อยนะครับ

 

ทำความเข้าใจกับพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ก่อนจะดีมาก

ผมรู้สึกว่าคนที่จะมาดูแลเนื้อหาบน Social media เนี่ย สมควรใช้เวลาในการอ่านพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นี่ซักหน่อยก็ดีนะครับ จะได้รู้ว่า

  • เมื่องานอันอยู่ในข่ายที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้ถูกสร้างขึ้นมา งานชิ้นนี้จะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ไปโดยอัตโนมัติ หากผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ในราชอาณาจักร หรือเป็นผู้ มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอด ระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (มาตร 8 ข้อ 1)
  • มีงานอะไรบ้างที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 4)
  • การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ แม้ว่าจะไม่ใช่เพื่อการหากำไร ก็ยังถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เว้นแต่จะเข้าข่ายข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 32-43 หรือมีการใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มาตรา 54-55
  • แม้ว่าข่าวประจำวันจะเข้าข่ายการไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ (มาตรา 7 ข้อ 1) แต่รูปถ่ายที่ใช้ประกอบข่าวก็ยังถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นะครับ

จริงๆ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นี่มีอะไรมากกว่านี้เยอะครับ เพียงแต่ 4 ข้อที่ผมพูดถึงข้างต้น เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจ และที่สำคัญ มันเป็นสิ่งที่คนที่จะมีหน้าที่เผยแพร่เนื้อหาบน Social media พึงตระหนักไว้ โดยเฉพาะหากมีหน้าที่ต้องดูแล Social media profile ของแบรนด์ครับ … เพราะเวลาที่เกิดความผิดพลาดขึ้นมา ความเสียหายจะบังเกิดกับแบรนด์อย่างมากทีเดียว

 

ตัวอย่างของการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ผู้ดูแล Social media และแบรนด์พึงระวัง

ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ อันนี้เป็นภาพจาก Facebook ของ JobShopThaidotcom (www.jobshopthai.com) ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานอันนี้ครับ ซึ่งก็มีอีกเพจนึง (ที่เป็นบริการรับสมัครงานเหมือนกัน) เอาไปใช้ซะเฉย โดยที่โลโก้ชื่อเว็บ Job Shop Thai ก็โดนเอารูปดอกกุหลาบไปปิดซะงั้น (ซึ่งสีสันไม่เข้ากับรูปเล๊ย) ซะงั้น กรณีแบบนี้ก็เรียกว่าละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ และมีสิทธิ์ที่จะโดนฟ้องร้องกันเอาง่ายๆ

 

รูปต้นฉบับจาก Facebook JobShopThaidotcom

รูปต้นฉบับจาก Facebook JobShopThaidotcom

รูปจาก JobShopThaidotcom ที่ถูกเพจอื่นนำไปใช้

รูปจาก JobShopThaidotcom ที่ถูกเพจอื่นนำไปใช้

 

ทว่าส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายมาก เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์แบบนี้ ก็มักจะจบลงด้วยการตักเตือนจากเจ้าของลิขสิทธิ์ไปยังตัวผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยขอให้ลบโพสต์ หรือเนื้อหา อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไปซะ หากผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี เรื่องก็มักจะจบ แต่หากไม่ยอมปฏิบัติตาม มันก็จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทอง และทรัพยากรบุคคล

หรือบางคนอาจคิดว่าไม่ได้เอารูปมาจากแบรนด์อื่น แต่เป็นรูปบุคคลที่หาเอามาจาก Google อะไรแบบนี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่รูปภาพของแต่ละคนที่เขาถ่าย ตัวบุคคลในรูปอาจจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองก็ได้นะครับ เอารูปเขาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าตัวก็สามารถฟ้องร้องได้เช่นกัน เหมือนที่หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินข่าวกันมาบ้าง เรื่องที่ดารา นางแบบทั้งหลาย ฟ้องร้องผู้ที่นำภาพของพวกเขาไปใช้ในงานโฆษณา เป็นต้น

แต่บางครั้งเราก็อาจจะได้ยินเสียงบ่นจากผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์แบบอุบอิบๆ ว่า ไม่ได้เอาไปใช้หาเงินซักหน่อย หรือไม่ก็ แค่เอามาใช้แค่นี้ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน อันนี้ต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเป็นความคิดที่เข้าข้างตัวเองเกินไป และเป็นความคิดที่ผิดครับ เพราะเมื่อโดนละเมิดลิขสิทธิ์ไปแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างแรกสุด ก็คือค่าใช้จ่ายในการสร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์นั้นขึ้นมานั่นแหละครับ ดังนั้นต่อให้เป็นแค่รูปสาวสวยถือป้าย “งานเด่นวันนี้” แบบในตัวอย่างของ JobShopThaidotcom ที่ผมยกมาข้างต้น ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก็คือค่านางแบบ ค่าช่างภาพ และค่างานกราฟิกเพื่อใส่คำว่างานเด่นวันนี้ และงานตกแต่งภาพต่างๆ

อยากหาตัวอย่างเพิ่มเติม ลองแวะเวียนไปเพจที่ชื่อว่า ของฝากนักก็อป ดูนะครับ แล้วเราจะได้เห็นตัวอย่างเพิ่มอีกเยอะแยะเลย … เอ้า ลองยกตัวอย่างอีกก็แล้วกันนะครับ อันนี้จะได้เห็นชัดๆ หน่อยครับ เพราะแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างเป็นแบรนด์ใหญ่ ซึ่งภาพนี้มาจากเพจของฝากนักก็อปนี่แหละครับ

 

copycopytip

เครดิตของภาพ: เพจของฝากนักก็อป

 

คนที่ทำอาจจะไม่คิดอะไร หรืออาจจะคิดไม่ถึงว่าคงไม่มีใครสังเกต แต่โลก Social media สมัยนี้ มีนักสืบออนไลน์อยู่เยอะมากครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดภาพโฆษณาภาพยนตร์นี่ ก็ยังมีคนไปสังเกตจนได้ว่าเป็นการตัดต่อรวมกันระหว่างภาพโฆษณาของเกม Call of Duty: Black Ops กับ ภาพยนตร์เรื่อง Tae Guk Gi ด้วย โดยเอาอันนั้นมาแปะนิด เอาอันนี้มาแปะหน่อย กลายเป็นภาพใหม่ขึ้นมา

บางคนอาจจะมองว่านี่เป็นการสร้างสรรค์งานใหม่ แต่มันไม่ใช่นะครับ อันนี้เรียกว่าละเมิดลิขสิทธิ์เต็มๆ เลย เพราะถือว่าเป็นการทำซ้ำ หรือดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดของงานอันเป็นลิขสิทธิ์นะครับพี่น้อง

 

Google หาอะไรก็เจอ แต่ที่เจอไม่ได้หมายความว่าฟรี

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดของผู้คนก็คือ คิดว่ารูปที่เปิดเผยทางอินเทอร์เน็ตเนี่ย ไม่มีลิขสิทธิ์ ใครจะเอาไปใช้ยังไงก็ได้ เพราะมันคือการเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต (หรือ Social media) แล้ว อันนี้เข้าใจผิดอย่างแรงนะครับ ขนาด Google ที่ขึ้นชื่อว่าหาอะไรก็เจอ และมีโหมดสำหรับคนหารูปโดยเฉพาะ ก็ยังต้องมีการประกาศไว้ในเว็บเลยครับว่า Images may be subject to copyright หรือ ภาพอาจจะมีลิขสิทธิ์นะครับ

 

ใช้ Google ช่วยค้นหารูปได้ฟรีๆ แต่รูปทุกรูปมีลิขสิทธิ์นะครับ

ใช้ Google ช่วยค้นหารูปได้ฟรีๆ แต่รูปทุกรูปมีลิขสิทธิ์นะครับ

 

หากต้องการที่จะนำรูปภาพที่หาจาก Google ไปใช้อย่างถูกต้องแล้วละก็ อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเข้าข่ายประเด็นเรื่องข้อยกเว้นของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เป็นอย่างต่ำก่อน แล้วมีการรับทราบถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน และหากจะให้ดีที่สุดก็คือ ติดต่อไปยังเจ้าของผลงาน เพื่อขออนุญาตใช้รูปภาพให้ถูกต้องตามกฎหมายคัรบ

 

ตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่อยากได้รูปไว้ใช้ทำงาน

รูปถ่ายถือเป็นงานสร้างสรรค์อันได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของแทบจะทุกประเทศ และการคุ้มครองนั้นก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ต้องไปจดลิขสิทธิ์อะไรอย่างที่ใครต่อใครเขาเข้าใจกัน (ไอ้ที่ต้องไปจดน่ะ สิทธิบัตรนะครับ และนั่นมันสำหรับงานประดิษฐ์)  ฉะนั้นหากต้องการรูปมาใช้เขียนบล็อก หรือ ทำเป็นภาพประกอบโพสต์บน Social media  แต่ในฐานะคนธรรมดา ประชาชนคนเดินดิน ไม่ได้มีงบมากมายขนาดสร้างสรรค์รูปขึ้นมาเองได้ หรือจะให้ซื้อก็คงไม่ไหว เพราะเราไม่ได้คิดจะหารายได้จากการโพสต์บน Social Media จะทำยังไงดีล่ะ?

โลกนี้ของฟรีก็มีเยอะอยู่ครับ คนที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานภาพสวยๆ แล้วก็เป็นคนใจบุญสุนทานก็มีอยู่ไม่ใช่น้อยๆ เพียงแต่เราก็ต้องรู้จักไปสรรหาครับ ผมจะลองยกตัวอย่างช่องทางในการหาภาพสวยๆ มาใช้แบบถูกลิขสิทธิ์ โดยที่ไม่ใช่ควักเงินซักกะแดงให้ดูนะครับ

FreeImages.co.uk เป็นเว็บที่ให้ดาวน์โหลดพวกรูปภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือ กราฟิกคอมพิวเตอร์ ไปใช้งานได้ฟรีๆ ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องให้เครดิตเว็บนี้ว่าเป็นเจ้าของรูปนะครับ

 

FreeImages.co.uk มีรูปให้เลือกใช้ฟรีๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

FreeImages.co.uk มีรูปให้เลือกใช้ฟรีๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

FreeDigitalPhotos.net ก็เป็นอีกเว็บที่ให้เราสามารถดาวน์โหลดรูปถ่ายหรือกราฟิกคอมพิวเตอร์ไปใช้งานได้ฟรีๆ แต่ว่าเป็นรูปความละเอียดไม่สูงมากนะครับ รูปฟรีๆ ที่ได้จากเว็บนี้ จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นภาพประกอบบล็อก หรือ สไลด์นำเสนองานซะมากกว่า (เหมือนที่ผมนำรูปจากเว็บนี้ มาเป็นรูปประกอบบล็อกตอนนี้นั่นแหละ) โดยที่มีเงื่อนไขว่าหากจะใช้ฟรีๆ ก็ต้องมีการให้เครดิตเว็บด้วย ซึ่งเว็บนี้มีการจัดทำ Guideline ไว้ให้แล้ว ว่าหากต้องการจะให้เครดิตจะต้องทำยังไง

 

FreeDigitalPhotos.net ให้ดาวน์โหลดรูปความละเอียดต่ำไปใช้ได้ฟรีๆ

FreeDigitalPhotos.net ให้ดาวน์โหลดรูปความละเอียดต่ำไปใช้ได้ฟรีๆ

 

อีกเว็บนึงที่เป็นแหล่งข้อมูลรูปภาพ รูปถ่าย ขนาดใหญ่มากๆ ก็คือ Flickr.com ครับ เพียงแต่ว่ารูปต่างๆ ในนี้ก็มีลิขสิทธิ์ต่างต่างนานา แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องมือมาช่วยในการค้นหาภาพที่มีลิขสิทธิ์ในลักษณะที่ให้เรานำไปใช้ได้ฟรีๆ อย่าง Compfight.com ครับ เมื่อเรากำหนด Keyword ของภาพที่ต้องการจะหาแล้ว และกำหนดตัวกรองว่าเลือกเฉพาะที่เป็น Creative Commons เราก็จะได้รายการรูปต่างๆ ที่เราสามารถนำไปใช้ได้ แต่ขอแนะนำให้อ่านรายละเอียดดีๆ ก่อนว่า เจ้าของลิขสิทธิ์เขาอนุญาตให้เอาไปใช้งานได้มากน้อยแค่ไหน ภายใต้เงื่อนไขอะไร

 

compfight.com แหล่งหารูปภาพที่ผู้สร้างสรรค์ให้เราดาวน์โหลดไปใช้งานได้

compfight.com แหล่งหารูปภาพที่ผู้สร้างสรรค์ให้เราดาวน์โหลดไปใช้งานได้

 

แต่ภาพที่หามาได้จาก Compfight.com เนี่ย โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว มันเป็นภาพที่สวยๆ ก็เยอะเลย และส่วนใหญ่ก็จะมีภาพความละเอียดสูงแบบสุดๆ มาให้ด้วยนะครับ

หรือแม้แต่ Google เองเนี่ย ในส่วนของการค้นหารูปภาพก็สามารถกำหนดได้นะครับ ว่าให้คัดกรองผลการค้นหาให้ออกมาเฉพาะรูปภาพที่เราสามารถนำไปใช้ต่อได้ … โดยสิ่งที่ต้องทำก็คือ เมื่อค้นหาภาพด้วยเครื่องมือค้นหาภาพของ Google แล้ว ให้คลิกที่คำว่า Search tools ครับ แล้วมันก็จะปรากฏตัวเลือกสำหรับการกรองผลของการค้นหามา ซึ่งได้แก่ ขนาด (Size), สี (Color), ประเภทของไฟล์ (Type), เวลา (Time) และสิ่งที่เราจะใช้ในการกำหนดให้ Google แสดงผลออกมาเฉพาะภาพที่เราสามารถนำไปใช้ต่อได้ นั่นก็คือ สิทธิในการใช้งาน (Usage Rights) นั่นเอง ซึ่งเลือกได้ 5 แบบครับ คือ

  • not filtered by license … ไม่สนใจอะไร ขอให้แสดงรูปทั้งหมดที่ค้นหาได้
  • labeled for reuse … สามารถนำไปทำซ้ำ ใช้งานได้ แต่ต้องไม่ใช่เพื่อการค้า และห้ามดัดแปลง
  • labeled for commercial reuse … สามารถนำไปทำซ้ำ ไปใช้งาน เพื่อการค้าได้ แต่ห้ามดัดแปลง
  • labeled for reuse with modification … สามารถนำไปซ้ำ ไปใช้งาน และดัดแปลงได้ด้วย แต่ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
  • labeled for commercial reuse with modification … สามารถนำไปทำซ้ำ ใช้งาน และดัดแปลงเพื่อใช้ในการค้าได้

 

เลือกตัวกรองผลการค้นหารูป โดยพิจารณจากสิทธิ์ในการใช้

เลือกตัวกรองผลการค้นหารูป โดยพิจารณจากสิทธิ์ในการใช้

 

แน่นอนว่าวิธีหลังสุดเนี่ย พวกแบรนด์ต่างๆ ก็น่าจะชอบครับ เพราะได้รูปไปใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แถมสามารถนำไปดัดแปลง และนำไปใช้เพื่อการค้าได้ แต่ความเห็นของผมนะครับ สำหรับคนที่ต้องการรูปภาพ หรือรูปกราฟิก เพื่อไปใช้ทำงานหาเงิน (อย่างเช่นในกรณีของภาพโฆษณาภาพยนตร์ ที่โดนเพจของฝากนักก็อปจับไต๋ได้ หรือ ภาพที่เพจนึงที่นำรูปของ JobShopThai.com ไปใช้) เนี่ย ผมแนะนำว่าควรจะสร้างสรรค์รูปของตนเองขึ้นมา หรือซื้อภาพ/รูปกราฟิก มาจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องจะดีกว่านะครับ เว็บไซต์ที่ขายรูปพวกนี้ก็มีตั้งเยอะแยะ แค่ลองค้น Google หรือคำว่า Stock Photo ดูก็น่าจะเจอไม่น้อยเลย

ตัวแบรนด์เองก็ต้องระวังเรื่องนี้นะครับ อย่าปล่อยปละละเลยให้ผู้ดูแล Social media profile ของตนไปเผลอละเมิดลิขสิทธิ์ใครเขาเข้าล่ะ ไม่ใช่แค่รูปนะครับ แต่รวมถึงอย่างอื่นที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ และกฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศอื่นๆ ด้วย ถ้าจะให้ดีที่สุด ควรมีระบุไว้ชัดเจนในข้อกำหนดสัญญาว่างจ้างเอเจนซี่ที่จะเข้ามาดูแล Social media profile ของแบรนด์เอาไว้เลย ว่าต้องเคารพในงานอันมีลิขสิทธิ์ด้วย ห้ามละเมิดโดยเด็ดขาดครับ เพราะหาไม่แล้ว เกิดพลาดพลั้งขึ้นมา มันเสียหายกับแบรนด์เอาเรื่องนะครับ

 

แถมให้อีกนิด แบรนด์เองก็ควรจะประกาศลิขสิทธิ์ของตนเองเอาไว้ด้วยนะครับ

ความวุ่นวายของประเด็นด้านลิขสิทธิ์ก็คือ ตัวกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ในแบบที่เรียกว่าแทบจะเป็นไปโดยอัตโนมัตินี่แหละครับ แต่เอาเข้าจริงๆ เวลามีประเด็นขึ้นมา มันต้องนำสืบกันน่าดู ต้องหาพยานหลักฐานมายันกันในศาลให้วุ่นวาย ดังนั้นหากจะให้ดี ถ้าแบรนด์ใดกลัวจะตกเป็นเหยื่อของพวกละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ควรจะประกาศความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้แต่เนิ่นๆ ครับ

อันดับแรก ง่ายที่สุดเลยก็เป็นการประกาศลิขสิทธิ์ไว้ในงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ที่แบรนด์ได้ทำขึ้นมา (หรือพูดง่ายๆ ก็ใส่คำว่า copyright แล้วบอกว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อย) ไว้ด้วย แบบรูปด้านล่างนี่เป็นต้น โดยอาจจะไม่ได้ใส่ลงไปในตัวรูปภาพเลย แต่ใช้วิธีเขียนข้อความไว้ใต้รูปภาพก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดี แปะไว้บนรูปเลยจะดีกว่า

 

ใส่คำประกาศลิขสิทธิ์ไปในรูปที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา

ใส่คำประกาศลิขสิทธิ์ไปในรูปที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา

 

แต่วิธีแบบข้างต้น ก็เคยเจอเหมือนกันนะครับ พวกละเมิดลิขสิทธิ์ที่พอจะมีฝีมือด้านกราฟิกอยู่บ้าง ก็จะใช้วิธีการตัดต่อภาพ เพื่อเอาคำประกาศลิขสิทธิ์ของเราออก ดังนั้น เพื่อให้ชัวร์เลยว่าไม่มีใครเอาไปใช้ได้ง่ายๆ แน่ๆ ก็มีวิธีที่เว็บข่าวหลายเว็บชอบใช้กัน ก็คือ การใส่ลายน้ำประกาศลิขสิทธิ์แบบในแบบจัดเต็ม ชนิดเรียกว่าใครจะแอบเอาไปใช้โดยการตัดต่อเอาคำประกาศลิขสิทธิ์ออกไปเนี่ย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ด้านล่างนี่แหละครับ

 

แปะลายน้ำประกาศลิขสิทธิ์แบบพาดเต็มรูปไปเลย เอาออกไม่ได้ง่ายๆ แน่

แปะลายน้ำประกาศลิขสิทธิ์แบบพาดเต็มรูปไปเลย เอาออกไม่ได้ง่ายๆ แน่

 

ของแบบนี้ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ … สำหรับคนธรรมดาสามัญแบบผม รูปภาพส่วนใหญ่ที่ผมนำมาใช้เพื่อประกอบการเขียนบล็อก หรือ รีวิว ที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว หากใครจะนำไปใช้ต่อไม่ว่าจะไม่ได้หวังกำไร หรือ จะใช้เพื่อการค้า … แต่สำหรับคนทำธุรกิจ หรือ แบรนด์ที่มีค่าใช้จ่ายในการสร้างสรรค์งานเหล่านี้ขึ้นมา หากโดนมือดีเอาไปใช้ซะเฉยๆ แบบนี้มันก็เสียหายจริงไหมล่ะครับ ฉะนั้นทางที่ดี เพื่อให้การดำเนินการด้านกฎหมายสะดวกขึ้นในเรื่องการหาพยานหลักฐานในภายหน้า การประกาศลิขสิทธิ์ไว้ซักหน่อย ผมว่าก็คุ้มที่จะทำนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: