รีวิว Oppo N1 Cyanogen Edition ตอนที่ 1

Oppo N1

 

เทรนด์ที่กำลังมาแรงสำหรับ Mobile device ในปัจจุบันนี้ เห็นจะเป็นเรื่องของหน้าจอใหญ่ ดังจะได้เห็นว่าหลายๆ แบรนด์ต่างก็ออก Phablet (หมายถึงสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า 5 นิ้ว แต่ไม่ถึง 7 นิ้ว) กันมาอย่างน้อยแบรนด์ละรุ่นละครับ อีกเทรนด์นึงก็เห็นจะเป็นเรื่องของการถ่ายภาพตัวเอง หรือที่เรียกว่า Selfie ครับ เพียงแต่ว่ากล้องหน้าของ Mobile device ทั้งหลายต่างก็มีความละเอียดไม่สูงมาก (อย่างเก่งก็ 2 ล้านพิกเซล) มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่ใจป้ำ จัดเต็มกล้องดิจิตอลด้านหน้าแบบความละเอียดสูงมาให้

แต่สุดท้าย แม้จะจัดเต็มสเปกกล้องหน้ามาแค่ไหน สเปกก็ยังสู้กล้องหลังไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละครับ มันคงจะดีกว่าถ้าสามารถใช้กล้องหลังมาถ่าย Selfie ได้สะดวกๆ เหมือนใช้กล้องหน้า จริงไหมล่ะ … Oppo เขาก็เลยออกแบบรุ่น N1 มาให้สามารถหมุนเอากล้องหลังมาเป็นกล้องหน้าได้ด้วย เรียกว่าเป็นการตอบโจทย์คนที่อยากได้กล้องหน้าสเปกเทียบเท่ากล้องหลังได้อย่างชาญฉลาดเลยล่ะครับ และเป็นดีไซน์ที่สมาร์ทโฟนในปัจจุบันนี้ยังไม่เห็นใครเขาทำกันนะ (แต่สมัยก่อนเคยมีโทรศัพท์มือถือที่มีดีไซน์ประมาณนี้มาแล้ว)

 

Oppo N1 หมุนกล้องหลังมาข้างหน้าได้

Oppo N1 หมุนกล้องหลังมาข้างหน้าได้

 

และช่วงหยุดยาวปีใหม่นี่ Oppo เขาก็จัดรุ่นพิเศษของ Oppo N1 มาให้ผมทดสอบครับ นั่นคือ Oppo N1 Cyanogen Edition ครับ มันแตกต่างจาก Oppo N1 ปกติตรงที่ใช้ ROM จาก Cyanogen 10.2 (Android 4.3) แทนที่จะเป็น ROM ปกติของ Oppo ครับ อันนี้ทำออกมาเป็นรุ่น Limited Edition ซึ่งคาดว่าเอาไว้เจาะกลุ่มเป้าหมายพวกที่อยากได้ฮาร์ดแวร์ดีๆ หน่อย แต่อยากใช้ ROM ของ Cyanogen (ซึ่งเป็น Custom ROM ชื่อดังอยู่) มากกว่า

ก่อนอื่นต้องขออภัยทีม Oppo ด้วยนะครับ ที่ผมไม่ได้ทำช่วง “แกะกล่อง” แบบคนอื่นเขา (ฮา) แต่ขอคอนเฟิร์มว่า Oppo N1 Cyanogen Edition นี่มีแพ็กเกจจิ้งที่ดีสมกับเป็น Limited Edition เลยล่ะครับ ภายในก็มีอุปกรณ์ตามที่ควรจะมี นั่นคือ ตัวเครื่อง (แหงล่ะ), Wall charger, สาย Micro USB แล้วก็ชุดหูฟังแบบ In-Ear ที่ดูดีทีเดียว

 

มาดู Oppo N1 Cyanogen Edition กันทีละจุด

แต่แม้ว่าจะเป็น Cyanogen Edition ก็เหอะ Oppo N1 ก็ยังคงเป็น Oppo N1 อยู่ครับ ดังนั้นรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากรุ่นปกติครับ

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านหน้า

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านหน้า

 

ด้านหน้า เป็นหน้าจอขนาดใหญ่เบิ้ม 5.9 นิ้ว IPS LCD รองรับการแสดงผลระดับ 16 ล้านสี ความละเอียดหน้าจอ Full HD 1920×1080 พิกเซล (373ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กัน 10 จุด ด้านบนก็มีเซ็นเซอร์ แล้วก็ลำโพงสำหรับโทรศัพท์

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านหลัง

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านหลัง

 

ด้านหลัง เป็นอะไรที่เรียบง่ายมาก แต่แอบซ่อนลูกเล่นไว้ครับ เริ่มจากกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (หรือ 12.7 ล้านพิกเซล Effective) พร้อม Dual-LED flash ที่สามารถหมุนไปด้านหน้าได้อย่างที่บอกในตอนแรก และตรงด้านใต้ของโลโก้ Oppo มันมีพื้นที่ให้สัมผัส เรียกว่า O ครับ ใช้สำหรับฟีเจอร์อย่าง O-Touch (ไว้ค่อยพูดถึงในตอนหน้านะ) … อ้อ! เหนือโลโก้ Oppo จะเห็นรูไมโครโฟนเล็กๆ เอาไว้ทำ Active noise cancellation ด้วยนะ

 

กล้องของ Oppo N1 Cyanogen Edition หมุนมาด้านหน้าได้

กล้องของ Oppo N1 Cyanogen Edition หมุนมาด้านหน้าได้

 

กล้องหลังของ Oppo N1 Cyanogen Edition ถูกออกแบบมาให้หมุนได้ครับ แต่ไม่ใช่หมุน 360 องศานะครับพี่น้อง แค่หมุนจากหลังมาหน้า แล้วก็หมุนกลับทางเดิมไปข้างหลังเท่านั้นนะครับ อย่าไปเผลอฝืนหมุนผิดท่า เดี๋ยวจะพังเอา

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านบน

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านบน

 

ด้านบนไม่มีอะไรครับ ที่เป็นแบบนี้เพราะด้านบนถูกออกแบบมาให้กล้องมันหมุนได้ ดังนั้นเลยใส่อะไรเข้าไปไม่ได้นั่นเอง

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านล่าง

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านล่าง

 

ด้านล่างของตัวเครื่องเลยกลายเป็นว่ารวมเอาทุกอย่างไว้ด้วยกันเลยครับ ทั้งรูไมโครโฟนเล็กๆ ไว้ใช้ตอนสนทนา มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มีพอร์ต Micro USB แล้วก็มีลำโพงของตัวเครื่อง

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านซ้าย

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายเป็นสล็อตใส่ Micro SIM ครับ จะแกะออกก็ต้องเอาอุปกรณ์ถอดถาด SIM มาจิ้ม … โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบรุ่นที่เป็นแนวนี้ซักเท่าไหร่ ผมชอบแบบที่ถอดเปลี่ยน SIM ง่ายๆ โดยไม่ต้องเอาอะไรมาจิ้มให้วุ่นวาย โดยเฉพาะพวกที่รูเล็กเกินกว่าจะใช้คลิปหนีบกระดาษมาจิ้ม

 

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านขวา

Oppo N1 Cyanogen Edition ด้านขวา

 

ทางขวาก็เป็นปุ่มเปิดปิดหน้าจอและปุ่มปรับระดับเสียง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

ในภาพรวม Oppo N1 ก็ถือว่ามีดีไซน์ที่ใหญ่โตอลังการ คนชอบพวก Phablet หน้าจอใหญ่ๆ น่าจะชอบครับ น้ำหนัก 213 กรัมก็ไม่ถือว่าหนักเกินไปสำหรับ Phablet ขนาดใหญ่แบบนี้ แล้วงานประกอบก็เนียนดีมากทีเดียวเลยล่ะ … ที่ผมจะขัดใจอยู่หน่อยก็ตรงพื้นที่สำหรับทำ O-Touch นี่แหละครับ เพราะลวดลายที่บอกพื้นที่นี่แอบทำจางเกินไปหน่อย มองเห็นไม่ชัด ขนาดเอานิ้วมือไปลองสัมผัสดูแล้ว ก็รู้สึกว่ามันสะดุดแบบตื้นๆ เวลาใช้งานจริง เกรงว่าจะนึกไม่ออกว่าพื้นที่มันอยู่ตรงไหนบ้าง (แต่เดี๋ยวไว้ตอนลองใช้งานจริงจะมาเล่าให้อ่านว่าใช้แล้วเป็นยังไง)

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Oppo N1 Cyanogen Edition

ตัว Oppo N1 Cyanogen Edition นี่ไม่ได้มีสเปกระดับสุดยอดแบบไฮเอนด์จ๋า แต่ผมก็ไม่อยากจัดให้มันไปอยู่ในระดับกลางๆ เพราะมันออกจะค่อนไปทางไฮเอนด์ระดับเริ่มต้นน่ะครับ ลองดูสเปกกัน

  • CPU: Qualcomm APQ8064T Snapdragon 600 Quad-core 1.7GHz
  • GPU: Adreno 320
  • Display: IPS LCD 5.9 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (373ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 10 จุด
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: Android 4.3
  • Connectivity
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • NFC: มี
  • Camera: ด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-LED flash สามารถหมุนมาด้านกล้องหน้าได้
  • Battery: 3,610mAh
  • Dimensions: 170.7 มม. x 82.6 มม. x 9 มม.
  • Weight:  213 กรัม
  • Others: ไม่มี
  • Price: ยังไม่ระบุ

สนนราคาของ Oppo N1 รุ่นปกติอยู่ที่ 19,990 บาท แต่ว่าทาง Oppo ยังไม่ได้บอกสนนราคาสำหรับ Oppo N1 Cyanogen Edition นี่แต่อย่างใดครับ เลยไม่รู้ว่าเป็นเท่าไหร่ แต่สมมติว่าสนนราคาใกล้เคียงกับ Oppo N1 รุ่นปกติ ผมก็ต้องบอกว่าแอบแรงไปนิดครับ เทียบกับ LG G2 แล้ว สเปกที่ได้ดูดีกว่า แต่ Oppo N1 ได้เปรียบตรงหน้าจอใหญ่กว่าพอสมควร ก็แล้วแต่ว่าใครมองว่าอะไรสำคัญก็แล้วกัน

ด้านประสิทธิภาพ ก็เช่นเคย ก็ต้องวัดด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ เอาครับ ซึ่งผมก็เลือกใช้

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • Linpack for Android สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลของ CPU
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

และผลที่ได้ก็คือคะแนนในตารางด้านล่างนี้ครับ

 

Oppo N1 Result

 

ก็เรียกได้ว่าเป็นคะแนนสมกับที่เป็น Snapdragon 600 ล่ะครับ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับ Quad-core CPU แม้จะไม่เทียบเท่าระดับไฮเอนด์สุดๆ อย่าง Snapdragon 800 ก็ตาม และคะแนนที่ได้ในการทดสอบ 3D ก็ถือว่าสูงเช่นกัน จากประสบการณ์ที่ได้รีวิว Android device ที่ใช้ชิปเดียวกันนี้ ก็ต้องขอบอกว่ามันให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่โอเคเลย แล้วก็การเล่นเกมก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกันครับ … แต่ของจริงต้องรอรีวิวสินะ

 

อ่านรีวิว Oppo N1 Cyanogen Edition ตอนอื่นๆ ที่: http://www.kafaak.com/tag/n1-cyanogen-edition

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Mike says:

    ตรงตัวกล้องหมุนลื่นไหมครับ ถ้าใช้ไปนานๆมันจะเริ่มหมุนติดขัดรึป่าว

    • kafaak says:

      หมุนลื่นดีครับ ใช้ไปนานๆ ไม่น่าจะติด แต่หากเอาไปเจอฝุ่นเยอะๆ ก็ไม่แน่

Leave a Reply

%d bloggers like this: