ความประทับใจใน Samsung Galaxy Note 3

Print Friendly

samsung-galaxy-note-3

มีงานที่ผมจะต้องไปพบปะกับลูกค้าระดับที่เรียกว่า Super consumer ของทาง Samsung เขา แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ทาง เอเจนซี่ที่เป็นตัวแทนของ Samsung เขาก็ส่ง Samsung Galaxy Note 3 มาให้ลองเล่น พร้อมกับโจทย์ว่า อยากให้ผมเขียนบล็อกเล่าว่า ประทับใจอะไรบ้างใน Samsung Galaxy Note 3 บ้าง … แหม่ อยากจะบอกเขาว่า ไม่ต้องลำบากส่ง Samsung Galaxy Note 3 มาให้เลยครับ เพราะผมเป็นขาประจำ Samsung Galaxy Note อยู่แล้ว ใช้มาตั้งกะตัวแรก จนถึงตอนนี้ก็ตัวที่สามแล้ว … ผมก็รู้สึกว่า เออ จริงๆ ก็น่าจะเอามาเขียนดีเหมือนกันนะ ว่า เพราะอะไรผมถึงเลือกใช้ Samsung Galaxy Note 3 

ฉะนั้น ต้องออกตัวไว้ ณ ตรงนี้ก่อนเลยว่า นี่คือการพูดถึงแต่สิ่งที่ผมประทับใจเท่านั้นนะครับ เกี่ยวกับเจ้า Samsung Galaxy Note 3 นี่

 

Phablet จอ 5.7 นิ้ว ในขนาดตัวเครื่อง 5.5 นิ้ว

ตอนที่มีข่าวว่า Samsung Galaxy Note 3 จะมีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า Samsung Galaxy Note 2 ขึ้นไปอีก ผมแอบถอดใจแล้วว่าคงไม่ได้ใช้แน่แล้วรุ่นนี้ เพราะโดยส่วนตัว ผมมองว่า Samsung Galaxy Note 2 นี่แทบจะใหญ่ที่สุดแล้ว ที่ผมจะพอพกพาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้

แต่ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 3 นี่ กลับทำให้หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ยังคงบาง เบา และมีขนาดไม่แตกต่างไปจาก Samsung Galaxy Note 2 ได้ ฉะนั้น เมื่อขนาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ผมก็ยังสามารถใช้ได้อย่างชิลๆ เลยละครับ … นอกจากนี้ ดีไซน์ฝาหลังแบบ Faux Leather นี่ นอกจากให้สัมผัสถึงอารมณ์ของสมุดโน้ตปกหนังแล้ว การที่ฝาหลังไม่มันวาวแบบ Samsung Galaxy Note รุ่นก่อน ก็ช่วยให้ผมสบายใจในการพกพาไปไหนมาไหน วางบนพื้นผิวต่างๆ ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องใส่เคสเพราะกลัวฝาเงาๆ จะเป็นรอยด้วย

จอใหญ่ขนาดนี้ ใช้เป็น E-book reader ก็สะดวกมากครับ ไม่ต้องพกทั้งสมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ตให้วุ่นวาย สมกับที่เป็นลูกครึ่งอย่าง Phablet จริงๆ

 

Usability with design

หลายๆ คน ชอบตระกูล Galaxy S มากกว่า เพราะเป็นตระกูลที่เน้นดีไซน์ … แต่ผมมันเป็นพวกเน้น Usability มากกว่า ซึ่งในเชิงนี้ ตระกูล Galaxy Note ตอบโจทย์ผมมาแต่ไหนแต่ไร และยิ่ง Samsung Galaxy Note 3 นี่มีดีไซน์ที่ค่อนข้างดูคลาสสิก (บางคนบอกดูพรีเมี่ยม) ก็ยิ่งทำให้โอเคมากเลย ในเรื่องการพกพา

ผมได้ใช้ประโยชน์จาก S Pen ในเรื่องของการจดบันทึกต่างๆ และมันยังช่วยผมในเรื่องการเรียนภาษาจีนได้อีกด้วย เพราะปัจจุบันผมเรียนภาษาจีนอยู่ บางทีผมก็อยากจะหัดเขียนตัวจีน การใช้ระบบจดจำลายมือภาษาจีนช่วยให้ผมฝึกเขียนให้ได้ถูกต้อง และรวดเร็วขึ้นด้วย (แต่ตอนนี้ยังไม่คล่องเท่าไหร่นะครับ) นี่ยังไม่นับที่ผมติดตั้งโปรแกรม eStroke Animated Chinese Character ก็ช่วยผมเรื่องฝึกฝนการคัดตัวอักษรจีนได้ไม่น้อยเลย

นอกจากนี้ผมเองก็เป็นพวกชอบวาดรูปเล่นบ้างเป็นครั้งคราว SketchBook for Galaxy บวกกับ Samsung Galaxy Note 3 นี่ก็ตอบโจทย์ผมสุดๆ และเมื่อเทียบกับสองรุ่นก่อนหน้านี้ S Pen ของ Samsung Galaxy Note 3 นี่ แทบจะเหมือนปากกาจริงๆ สุดๆ เลยครับ

 

ตอบโจทย์ด้านมัลติมีเดีย

ผมไม่ค่อยชอบฟังเพลงซักเท่าไหร่ เน้นดูหนังซะมากกว่า แต่ผมก็มีเพลงอยู่จำนวนนึงที่ผมชอบฟัง และปกติโปรแกรมหลักที่ผมใช้ในการบริหารจัดการเพลงก็คือ iTunes ซึ่งออกแนวเข้ากันกับ iPhone ซะมากกว่า แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ลองลงโปรแกรม double twist สิ แล้วทุ่มเงินอีกราวๆ 300 บาท เท่านี้ คุณก็ใช้ iTunes บริหารจัดการเพลง แต่ใช้ double twist ในการดึงเพลงต่างๆ ใน Playlist ของ iTunes เข้าไปใน Samsung Galaxy Note 3 ได้สบายๆ แล้ว แบบไร้สายซะด้วย (หากไม่เสียเงิน ก็จะ Sync ได้ในแบบต้องเสียบสาย)

หน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED พร้อมกับเนื้อที่เก็บข้อมูล 32GB และสามารถเพิ่ม MicroSD card ได้สูงสุดอีก 64GB จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดี เวลาเราเดินทางไกล แล้วอยากจะดูหนังไปตลอดทาง (แต่แอบพก PowerBank ไปด้วยซักก้อนก็ดีนะ) เพราะโดยส่วนตัว ผมว่าจอ Super AMOLED นี่เหมาะสำหรับการรับชมภาพยนตร์ให้ได้เต็มอรรถรสที่สุดแล้ว สีสันสด จัดจ้านมาก

 

กล้องดิจิตอล 13 ล้านพิกเซล ดีเหลือเฟือสำหรับงานบล็อก

ผมเป็นบล็อกเกอร์ ผมต้องรีวิวโน่นนี่นั่นบ่อยมาก แต่ผมไม่ใช่พวกที่จะเดินไปหยิบเอา DSLR ตัวบะเริ่มมาคอยถ่ายรูปของที่จะรีวิวครับ ผมชอบอะไรง่ายๆ มากกว่า ดังนั้น โทรศัพท์เครื่องหลักของผม ก็ควรจะมีกล้องดิจิตอลคุณภาพที่ดีพอที่จะเก็บรายละเอียดต่างๆ ของ Gadget ที่ผมจะรีวิวได้ … และกล้องดิจิตอล 13 ล้านพิกเซลของ Samsung Galaxy Note 3 นี่ก็ตอบโจทย์ของผมจริงๆ นั่นแหละครับ แต่ของแบบนี้ ดูด้วยรูปมันเห็นชัดกว่าบรรยาย จริงไหมล่ะ?!?

 

และนั่นก็คือปัจจัยที่ทำให้ผมชอบ Samsung Galaxy Note 3 ครับผม

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: