Momentum Black หูฟังระดับ Flagship จาก Sennheiser

Print Friendly

Sennheiser Momentum Black

 

โดยส่วนตัวที่ผมได้รีวิวพวกอุปกรณ์ต่างๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าโน้ตบุ๊ก (ฝรั่งเรียก Laptop) และสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตต่างๆ ผมเห็นได้อย่างหนึ่งว่า บรรดารุ่น Flagship สำหรับระดับ Consumer นั้น เขาจะมีการเน้นไปที่เรื่องของคุณภาพเสียงของอุปกรณ์พวกนี้ด้วย ทั้งในส่วนของลำโพงของตัวเครื่อง และ ชุดหูฟังที่แถมมาให้กับตัวเครื่อง แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วสำหรับผู้ที่มีดนตรีกาลในหัวใจ ต่างก็พร้อมที่จะสรรหาชุดหูฟังดีๆ มาใช้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านคุณภาพเสียงที่ลำโพงและชุดหูฟังที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั้นไม่สามารถให้ได้ และในวันนี้ ผมก็เลยขอรีวิวหูฟังระดับพรีเมี่ยมดีๆ ให้ได้อ่านกันซักตัวครับ นั่นคือ Sennheiser Momentum Black นั่นเอง

 

เผื่อใครที่อาจจะไม่รู้จักชื่อ Sennheiser … ชื่อนี้เป็นชื่อของผู้ผลิตสัญชาติเยอรมันครับ ใครที่อยู่ในวงดนตรีหรือเป็นนักฟังเพลงตัวยงต้องรู้จักยี่ห้อนี้เลยครับ  ในฐานะที่เป็นยี่ห้อระดับพรีเมี่ยม คุณภาพดี และไม่เพียงแต่จะผลิตหูฟังเท่านั้น ยังผลิตพวกไมโครโฟนคุณภาพดีอีกด้วยนะครับ

 

แกะกล่อง Sennheiser Momentum Black

ความเป็นหูฟังพรีเมี่ยมรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนเห็น Packaging ของ Sennheiser Momentum Black เลยครับ กล่องดูดีมากทีเดียว และรอบๆ กล่องก็มีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหูฟังตัวนี้ไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์หลักๆ เด่นๆ (เช่น การใช้งานร่วมกับ iPhone และอุปกรณ์ของ Apple ที่รองรับฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Momentum Black นี่) พวกอุปกรณ์ที่มาพร้อมใน Packaging … และจากสติ๊กเกอร์บนตัว Packaging ก็ทำให้เรารู้ว่า Momentum Black นี่มีประกันถึง 2 ปีทีเดียว

 

กล่อง Sennheiser Momentum Black

กล่อง Sennheiser Momentum Black

 

แกะกล่องออกมาแล้ว ก็จะเห็นพวกคู่มืออยู่ทางด้านซ้ายที่เป็นฝากล่องครับ ส่วนด้านใน ก็เป็นกล่องอีกชั้น แต่อันนี้เป็นกล่องเก็บหูฟังครับ … เนื่องจาก Sennheiser Momentum Black นี่เป็นหูฟังพรีเมี่ยมชนิดครอบหู เลยมีขนาดใหญ่ กล่องเก็บก็เลยต้องมีขนาดใหญ่หน่อยเช่นกันครับ … แต่กล่องเก็บนี่ดูดีทีเดียวละครับ

 

เปิดกล่องออกมา เจอกล่องอีก

เปิดกล่องออกมา เจอกล่องอีก

 

เปิดกล่องเก็บหูฟังออกมา ก็เห็นของจริงละครับ … ขออภัยที่สายหูฟังดูสับสนวุ่นวายไปหมด … เพราะผมแอบแกะออกมาก่อนหน้าแล้ว เพื่อเอา Momentum Black นี่มาเบิร์นครับ

การจะให้ได้มาซึ่งการรีวิวคุณภาพเสียงที่เต็มที่ ต้องเบิร์นกันเป็นร้อยชั่วโมงครับ … เขาว่ายังงั้น … จริงๆ เรื่องการเบิร์นหูฟัง หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Burn-In หรือ Break In เนี่ย มันก็เป็นอะไรที่มีการถกเถียงกันมานานแล้วว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ การเบิร์นหูฟังเป็นร้อยชั่วโมง … หรือบางทีถึง 400 ชั่วโมงก็มี … มันจะช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้นจริงเหรอ

มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งใน CNET, Wired, Tested.com, LifeHacker … แต่ทั้งหมด แทบจะอ้างอิงไปที่ผลการทดสอบเดียวกันเลย …​ ฉะนั้น ในความเห็นส่วนตัว ผมก็ยังคงมองว่านี่ยังคงเป็น “ความลี้ลับ” ในวงการต่อไป ซึ่งคงต้องรอการทดสอบ ทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์จริงๆ จังๆ เพื่อพิสูจน์ แต่ตอนนี้ ในผมคงต้องบอกว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” ไว้ก่อนจะดีกว่า ดังนั้น ขอเบิร์นที่ 100 ชั่วโมงครับ โดยจะทดสอบคุณภาพให้เป็นระยะๆ ด้วย

 

เปิดกล่องเก็บหูฟัง Sennheiser Momentum Black

เปิดกล่องเก็บหูฟัง Sennheiser Momentum Black

 

โอเค …​ ก่อนอื่นผมขอออกตัวล้อฟรีก่อนว่า ผมจงใจวางหูฟังกลับหัวนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าวางแบบนี้ ถ่ายรูปออกมาแล้วเหมือนหน้ายิ้มดี (ฮา) … ทั้งหมดนี่คืออุปกรณ์ที่มาพร้อมกับหูฟัง Sennheiser Momentum Black ครับ ประกอบไปด้วยตัวหูฟังที่เป็นแบบครอบหู แล้วก็มีสายหูฟังมาให้สองเส้น โดยแบ่งเป็น เส้นที่เป็นสายหูฟังเฉยๆ ไม่มีอะไร ซึ่งเอาไว้สำหรับใช้ต่อกับอุปกรณ์จำพวกคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเสียง กับเส้นที่มี Smart remote กับ In-line mic ที่เอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในตระกูล Apple ครับ … นอกจากนี้ก็มีตัวหัวแปลงแจ็กจาก 3.5 มม. ไปเป็น 6.3 มม. มาให้ด้วย

 

อุปกรณ์ทั้งหมดของหูฟัง Sennheiser Momentum Black

อุปกรณ์ทั้งหมดของหูฟัง Sennheiser Momentum Black

 

 

หยิบ Sennheiser Momentum Black มาดูกันใกล้ๆ

เอาล่ะ ได้เวลาหยิบหูฟังออกมาทดสอบใช้งานกันแล้วครับ ตัวหูฟังดูดีมากทีเดียว หูฟังมีน้ำหนัก 190 กรัม ไม่หนักมาก รู้สึกได้เลยว่าไม่ทำให้รู้สึกลำบากเวลาสวมใส่ … วัสดุที่ใช้เป็นอลูมิเนียม ที่หุ้มด้วยหนังแท้ งานเย็บอย่างเนียน หนังนี่นุ่มมากๆ เลย ทำให้เวลาสวมใส่แล้วไม่รู้สึกรำคาญ

 

หูฟัง Sennheiser Momentum Black

หูฟัง Sennheiser Momentum Black

 

ตัวที่ครอบหูเป็นการออกแบบในแบบปิด ขนาดเลยเป็นแบบ Full-size ปิดหูแบบเต็มๆ เพื่อช่วยตัดเสียงภายนอกได้ค่อนข้างดี … ผมใช้คำว่าค่อนข้างดีเพราะสวมใส่แล้ว ไม่ได้ถึงกับทำให้เสียงรอบข้างหายไปหมดในทันทีนะครับ แต่เท่าที่ลองใช้ฟังเพลงแล้วบอกได้ว่า เมื่อเราเริ่มฟังเพลงแล้ว เราจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างแทรกเข้ามาเลย (ยกเว้นช่วงที่ไม่มีเสียงเพลง)

 

ที่ครอบหูฟัง Sennheiser Momentum Black เป็นหนังนุ่ม สวมใส่สบาย

ที่ครอบหูฟัง Sennheiser Momentum Black เป็นหนังนุ่ม สวมใส่สบาย

แน่นอนว่าขนาดของศีรษะของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้น Sennheiser Momentum Black นี่ต้องปรับระยะของ Ear cup ของหูฟังได้ เพื่อให้เหมาะสม ซึ่งการทำเช่นนั้นก็ไม่ยากเลยครับ เพราะมันสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามร่องของก้านอลูมิเนียม โดยไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมาย

 

ก้านอลูมิเนียม Sennheiser Momentum Black ปรับระยะหูฟังได้

ก้านอลูมิเนียม Sennheiser Momentum Black ปรับระยะหูฟังได้

 

เพื่อไม่ให้การเก็บมันยุ่งยาก ดีไซน์ของ Sennheiser Momentum Black เลยแยกสายหูฟังออกจากตัวหูฟังได้ครับ ก็แค่เสียงสายเข้ากับตัวหูฟัง ซึ่งมีช่องเสียบขนาด 3.5 มม. อยู่แล้วเข้าไปได้เลย … สายสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็นแบบตรงๆ ความยาว 1.4 เมตร ส่วนสายสำหรับพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากจะมีรีโมทควบคุมแล้ว ก็ยังมีส่วนหัวเสียงที่สามารถปรับมุมได้ เพื่อให้เหมาะสำหรับการเข้าถึงจุดต่างๆ ที่เราใช้พกพาอุปกรณ์พวกนั้น

 

ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ของ Sennheiser Momentum Black

ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ของ Sennheiser Momentum Black

 

 

ได้เวลามาลองคุณภาพเสียงของ Sennheiser Momentum Black กันแล้ว

วันแรก ยังไม่ผ่านการเบิร์นอิน การใช้งานพบว่าให้น้ำหนักเสียงที่ดี โทนของเสียงจะออกไปทางนุ่มนวล เสียงกลางจมนิดๆ เสียงสูงออก Smooth ไม่แหลม แต่ก็ให้ความคมชัดที่ดี มิติของเสียงในมุมกว้างแสดงออกมาได้ดี แต่ในมุมลึกยังแสดงออกมาได้ไม่มากนัก ยังคงขาดความโปร่งเนื่องจากย่านเสียงยังดูไม่แยกจากกันนัก ผมว่าน่าจะยังดีได้อีก ซึ่งก็รอสังเกตไประหว่างการเบิร์นอินนี้ สำหรับเสียงเบสที่ Boost ขึ้นมา ประมาณว่าเน้นให้ออกมาอุ้มเพลงทั้งเพลงเลยทีเดียว ส่วนตัวผมว่ามันออกจะแน่นจนล้นไปเสียหน่อย หากเปิดฟังดังๆ จะรู้สึกอึดอัดได้ อีกทั้งทำให้ขาดความสมดุล ไม่ค่อยกลมกลืนไปกับเสียงย่านอื่นๆ เท่าไหร่ ก็บอกตัวเองว่าคงเป็นเพราะยังไม่ผ่านการเบิร์นอิน และข้อสังเกตสำคัญอีกข้อคือเสียงเล็ดลอดระหว่างฟังเพลงนับว่าดังอยู่ไม่น้อยนะครับ สำหรับใครที่คิดจะเอาไปเปิดฟังในที่สาธารณะอย่างเช่น บนรถตู้ หรือ BTS เป็นต้น ก็ควรเปิดในระดับเสียงที่กำลังดี ไม่งั้นอาจโดนสะกิดจากคนรอบข้างที่ขี้รำคาญได้

อ้อ! เผื่อใครสงสัยว่า แล้วใช้เพลงอะไรในการเบิร์นอินบ้าง … ดูปกอัลบั้มตามนี้ครับ

 

burn-in-album-01burn-in-album-02burn-in-album-03burn-in-album-04

 

 

ผ่านช่วงเบิร์นอินไปประมาณ 55 ชั่วโมงจากการเปิดไฟล์ Lossless ผ่าน iPad เมื่อนำมาทดสอบอีกครั้ง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็คือ ความชัดขึ้นของเสียงโดยรวม ทำให้รู้สึกโปร่งขึ้น มีมิติมากขึ้น แต่ที่ยังไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนก็คือย่านเบสที่ยังคงฟังดูนำออกมาจากเพลง สรุปได้ว่าโทนเสียงเหมือนเดิมหมด แต่ชัดขึ้น การแสดงย่านเสียงสูงและกลางมีความเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

หลังจากผ่านการเบิร์นอินไปร่วม 120 ชั่วโมงแล้ว ฟังตอนแรกมิติดูจะไม่ต่างไปจากตอนเบิร์นอิน 55 ชั่วโมงเท่าไรนัก แต่เมื่อพิจารณาดู พบว่าความรู้สึกระหว่างฟังเพลงมีความโปร่งขึ้น รายละเอียดที่เด่นขึ้นมา ฟังดูไม่บดบังรายละเอียดอื่นๆ ทำให้แต่ละรายละเอียดมีบทบาทร่วมกันสร้างความสุนทรีย์ในการฟังเพลงได้ดี มิติด้านลึกจึงเกิดขึ้น สำหรับเสียงเบส ก็ยังคงนำออกมาอยู่บ้าง แต่แห้งขึ้น (ในทางที่ดี) ชัดเป็นเม็ดมากขึ้น กลมกลืนไปกับภาพรวมมากขึ้น จนไม่รู้สึกอึดอัดอีกแล้ว รู้สึกแค่ว่าเบสอิ่มเป็นพิเศษหน่อยนะ

ภาพรวมของเสียงเพลงที่ได้ฟังจาก Momentum นั้นจะมีฟังเหมือนอยู่ในห้องเดียวกัน คือมวลของเสียงมีความเชื่อมกันอยู่ ไม่ได้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ซ้อนทับกัน เปรียบได้กับภาพคนที่ยืนตามจุดต่างๆ บนภาพ แต่พื้นภาพไม่ใช่พื้นขาวล้วน หากแต่เป็นการยืนบนสนามหญ้าผืนเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของการ mix เพลงอยู่แล้ว นับว่า Momentum สามารถถ่ายทอดภาพรวมของเพลงได้ดีเลยทีเดียว

Momentum ก็เป็นหูฟังที่มี Character เป็นของตัวเอง โทนเสียงที่ออกนุ่มนวล Smooth และมีเบสที่อิ่ม ทำให้เข้ากับดนตรีได้หลากหลาย ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้คนเราได้ยินสิ่งเดียวกัน แต่การรับรู้และความชอบต่างกันออกไป ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังเพลงดีๆ สักอัน และมีงบที่หนักหน่อย ก็อยากเสนอให้เพิ่ม Sennheiser Momentum เข้าไปไว้ใน list ที่จะลองเพื่อเปรียบเทียบด้วยนะครับ

 

ดังนั้นเลยขอบอกได้ว่า

ซื้อเลย …​ ถ้าคุณ

  • พร้อมลงทุนกับอุปกรณ์ฟังเพลงดีๆ สักอัน
  • มักจะฟังเพลงหลากหลายสไตล์
  • ชอบโทนเสียงนุ่มนวล และมีเบสที่อิ่มและหนักแน่น

ยั้งใจไว้ก่อน … ถ้าคุณ

  • พอใจที่จะได้ยินเสียงที่ชัดและแห้งหน่อย
  • เป็นชาวร็อคโดยแท้
  • หนักใจเรื่องงบประมาณ
  • ชอบเปิดฟังดังๆ ในที่สาธารณะอย่างบน BTS หรือรถตู้

แต่โดยความเห็นส่วนตัว ผมว่ามันเป็นหูฟังที่คุ้มค่ามากทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่รักเสียงเพลงในแบบต่างๆ เพราะสามารถให้สัมผัสของเสียงที่ดีมากๆ ได้กับเพลงหลากหลายสไตล์ ฉะนั้นหากคุณซื้อเครื่องเสียงดีๆ หรือ อุปกรณ์เล่นเพลงพกพาราคาแพงๆ มาแล้ว การจะเพิ่มเงินอีกก้อนหนึ่งเพื่อให้ได้หูฟังดีๆ มาฟังร่วมกัน ผมว่าคุ้มนะครับ

 

หากสนใจ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าชั้นนำ ในราคา 15,900 บาท หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บ. เจนเนอเรชั่น เอส จำกัด 02-2740665 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขอขอบคุณ บริษัท เซนไฮเซอร์ เอเซีย ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์มาให้รีวิวครับ

Facebook: https://www.facebook.com/Sennheiser.Thailand

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: