การผจญภัยกับจีนกลาง – วันที่สี่กับ 老师

หนังสือเรียนภาษาจีนครั้งแรกของผม

เผลอแป๊บเดียว เรียนมาถึงวันที่ 4 แล้วครับ … แต่ถ้าเทียบกับคอร์สปกติที่เรียนกันวันละคาบ นี่ก็คาบที่ 8 แล้วนะ (คอร์สเรียนวันเสาร์ มันจะเรียนทีละ 2 คาบ คาบละ 50 นาที) ซึ่งโดยส่วนตัว ผมชอบคอร์สแบบนี้มากกว่า ผมว่ามันได้น้ำได้เนื้อมากกว่าที่จะมาเรียนกันวันละ 50 นาที แต่แน่นอนว่ามันต้องอาศัยสมาธิ ความตั้งใจมากกว่าปกติเช่นกัน … ซึ่งวันนี้เราก็ได้ศัพท์เพิ่มอีก 14 คำครับ (เรียนแต่ละวัน จะได้ศัพท์เพิ่มทีละ 10-15 คำ ฉะนั้น ตอนนี้เราก็มีศัพท์อยู่ในหัวราวๆ 60 คำแล้ว พอจะแต่งประโยคเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง

 

วันนี้เรียนอะไรบ้าง?

หลักๆ เลย ก็เช่นเคย ทบทวนสิ่งที่ร่ำเรียนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนๆ โดยเริ่มผสมคำศัพท์ต่างๆ ที่ร่ำเรียนมาตลอดสามวัน เอามาสร้างประโยคใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เช่น สัปดาห์แรกเรียน 塞车 (Sāichē) ที่แปลว่ารถติด และมี 泰国 (Tàiguó) ที่แปลว่าประเทศไทย ซึ่งตอนแรก 老师 ก็จะสอนว่า 泰国塞车 แปลว่า ประเทศไทยรถติด (จริงๆ น่าจะเป็น 曼谷 Màngǔ ที่แปลว่ากรุงเทพเนอะ … 曼谷塞车 กรุงเทพรถติด … ฮา) สัปดาห์ถัดมาเราก็เรียนเรื่องเวลา เช่น 晚上 (Wǎnshàng) ตอนเย็น และบอกเวลาอย่างเช่น 几点了 (Jǐ diǎnle) กี่โมงแล้ว และวิธีการบอกเวลาต่างๆ … เอาทั้งสองสัปดาห์มารวมกัน เราก็ได้เป็นว่า 泰国几点塞车 (Tàiguó jǐ diǎn sāichē) ประเทศไทยรถติดกี่โมง อะไรแบบนี้

สัปดาห์ที่สาม เราได้เรียนพวก 这 (Zhè) นี่ และ 那 (Nà)​ นั่น กับ 是 (Shì) ที่ใช้ในความหมายว่า “ใช่“ และพวก “เป็น“ เช่น 这是书 (Zhè shì shū) นี่คือหนังสือ 那时老师 (Nà shí lǎoshī) นั่นคือครู อะไรแบบนี้ แล้วก็ยังมีพวกประโยคปฏิเสธอีกคือ 不 (Bù) ที่เอาไปใช้กับ 对 (Duì) 好 (Hǎo)  是 (Shì) ได้ พอเราเอามารวมๆ กัน ทั้งสามสัปดาห์ เราก็ได้ประโยคต่างๆ มาเยอะเลยครับ เช่น 泰国塞车,是不是?(Tàiguó sāichē, shì bùshì?) ประเทศไทยรถติด ใช่รึเปล่า? หรือ 你是老师吗?不是,我是学生。(Nǐ shì lǎoshī ma? Bùshì, wǒ shì xuéshēng.) คุณใช่อาจารย์ไหม? ไม่ใช่ ผมเป็นนักเรียน … ซึ่งจากนั้นเราก็เอามาผสมกับศัพท์ที่เรียนมาก่อนหน้า เราก็สร้างบทสนทนาง่ายๆ ได้ เช่น

A: 你是老师吗?Nǐ shì lǎoshī ma? คุณเป็นอาจารย์ใช่ไหม?

B: 不是,我是学生。Bùshì, wǒ shì xuéshēng. ไม่ใช่ ผมเป็นนักเรียน

A: 你是什么学生? Nǐ shì shénme xuéshēng? คุณเป็นนักเรียนอะไร?

B: 我是中文学生。Wǒ shì zhōngwén xuéshēng. ผมเป็นนักเรียนภาษาจีน

ก็ว่ากันไป​ … และในสัปดาห์นี้ ก็เรียนคำเพิ่มอีก เช่น 朋友 (Péngyǒu) เพื่อน 他 (Tā) และ 她 (Tā) ที่แปลว่า เขา หรือ เธอ (สองคำนี้ออกเสียงเหมือนกัน เขียนคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงข้างซ้าย ที่เป็นตัวระบุเพศ) แล้วก็มี 哪儿 (Nǎ’er … แต่ตัว 儿 มันจะออกเสียงสั้น จนเหลือแค่ Nǎr เลย) และ 哪里 (Nǎlǐ) ที่แปลว่า ที่ไหน กับ 在 (Zài) ที่แปลว่า อยู่ กับกริยาอย่าง 回 (Huí)​ 去 (Qù) และคำนามอย่าง 家 (Jiā) กับ 商店 (Shāngdiàn) ด้วย ซึ่งเมื่อผสมกับศัพท์ที่ได้เรียนมา ก็สร้างประโยคได้อีกเยอะแยะเลยอ่ะ

เช่น ผมเอามาผสมกันเป็นแบบนี้ 我跟女朋友在 BTS 站, 等车回家。(Wǒ gēn nǚ péngyǒu zài BTS zhàn, děng chē huí jiā.) ผมกับแฟนอยู่ที่สถานี BTS รอรถกลับบ้าน … 女 (Nǚ) แปลว่าผู้หญิง รวมกับคำว่าเพื่อน ก็คือ เพื่อนผู้หญิง หรือแฟน นั่นเอง หรือจะใช้ 我跟女朋友上BTS回家。(Wǒ gēn nǚ péngyǒu shàng BTS huí jiā.) ผมกับแฟนขึ้น BTS กลับบ้าน … ง่ายๆ แบบนี้เลย

แล้วก็มีประโยคคำถามง่ายๆ อีก เช่น 明天你在家吗? (Míngtiān nǐ zàijiā ma?) พรุ่งนี้คุณอยู่บ้านรึเปล่า? 明天你去哪儿? (Míngtiān nǐ zàijiā ma?) พรุ่งนี้คุณไปที่ไหน?

 

จ่ายค่าเล่าเรียนแล้ว ก็ต้องถามอาจารย์บ้าง

อาจารย์สอนแบบง่ายๆ เพื่อให้จดจำได้ง่าย แต่หากว่าเราฟิตพอ เราอยากจะเรียนรู้ให้มากกว่านั้น มีอะไรก็ถามอาจารย์ได้เช่นกัน เช่น อาจารย์สอนว่า 我们去MBK。(Wǒmen qù MBK.) พวกเราไป MBK แต่ชีวิตจริง เราไม่ได้ใช้แบบนี้นี่นา เพราะฟังแบบนี้ มันเหมือนรูปในอดีตชอบกล เรามักใช้ พวกเรากำลังไป MBK แบบนี้ เราจะใช้อะไร ผมก็ไปถามอาจารย์ ก็เลยได้ความว่า 我们正在去MBK。(Wǒmen zhèngzài qù MBK.) พวกเรากำลังไป MBK ครับ

 

เอ้า! ปิดท้ายบล็อกตอนนี้ด้วยบทสนทนาแต่งเองของผมซะหน่อย

เอ้า … ไหนลองพยายามอ่านบทสนทนาเล่านี้ให้ออกดูนะ

A: 你好!

B: 你好!你吃晚饭了吗?

A: 是,我吃日本菜。我喜欢日本菜,你也喜欢日本菜吗?

B: 对!

A: 晚上五点半你去哪儿?

B: 我想去MBK,你也想去MBK吗?

A: 对!

อาจจะเป็นบทสนทนาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ ผมแค่ลองแต่งดูนะครับ แต่ไม่ขอใส่ pinyin นะ ลองพยายามอ่านดู … ผมกลับมาอ่านอีกรอบ ก็ต้องพยายามอ่านและแปลเช่นกัน … แต่เรียนมาจนถึงตอนนี้ พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหนังสือเรียนมันถึงไม่มีคำอ่าน หรือ คำแปลภาษาไทยให้เลย … ของแบบนี้มันต้องจดจำเอาเองจริงๆ ครับ

แน่นอนว่าแต่งมาแปลกๆ แบบนี้ ผมอาจจะมีที่เขียนผิดแน่ๆ ใครที่เก่งภาษาจีน แล้วจับผิดผมได้ ก็ช่วยแก้ไขให้หน่อยนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: