รุ่นสามของตระกูล IQX กับ i-mobile IQX3 ตอนที่ 3

Print Friendly

i-mobile IQX3

ตอนสุดท้ายของการรีวิว i-mobile IQX3 แล้วครับ และแน่นอนว่าก็ต้องเป็นการพูดถึงประสบการณ์ในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และการถ่ายรูปถ่ายวิดีโอครับ แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้ว เนื่องจากสเปกของฮาร์ดแวร์ไม่ได้แตกต่างกันมาก จึงพอจะคาดเดาได้ว่า ประสบการณ์ในการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม น่าจะเป็นยังไง แต่เรื่องการถ่ายรูปนี่ ของใหม่ก็คือ กล้องด้านหน้าที่ปกติก็เจ๋งตรงมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่แล้ว แต่นี่เพิ่มแฟลชด้านหน้าเข้าไปอีก เรียกว่าเอาใจคนที่ชอบถ่ายรูปแบบ Selfie หรือ ถ่ายรูปตัวเองด้วยกล้องหน้าแบบสุดๆ เลย

 

ประสบการณ์ในการใช้งานดูหนังฟังเพลงด้วย i-mobile IQX3

ถ้าเทียบกับ i-mobile IQX รุ่นแรก ก็ต้องถือว่าประสบการณ์ที่ได้ดีขึ้น ทั้งจอที่ใหญ่เต็มตา และความละเอียดของจอระดับที่แสดงศักยภาพของคลิป 1080p ได้อย่างเต็มที่มากกว่า แต่หากเทียบกับ i-mobile IQX2 ละก็ มันก็พอๆ กันครับ  แต่สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้ i-mobile IQX มาก่อนเลย ขอบอกว่า หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ที่ความละเอียด 1080p นี่ ให้ประสบการณ์ในการรับชมพวกคลิปวิดีโอได้อย่างเต็มตาดีจริงๆ และหน้าจอก็สว่างดีมากด้วย ขนาดที่เรียกว่า ผมต้องขอปรับความสว่างลงไปพอสมควรเลย ไม่งั้นแสบตา

 

ดูคลิป 1080 บน i-mobile IQX3

ดูคลิป 1080 บน i-mobile IQX3

 

ทีนี้มาดูด้านคุณภาพเสียงกันบ้าง ลำโพงของ i-mobile IQX3 ให้เสียงที่ฟังดูอิ่ม นวล แม้จะฟังดูขาดย่านแหลมไปบ้างจนรายละเอียดที่เป็นเสียงต่ำๆ ฟังดูคลุมเครือไป แต่ก็ยังฟังดูดี ไม่ถึงกับจมจนอึดอัดแต่อย่างใด เวลาฟังเพลง Acoustic ที่เน้นเสน่ห์ของเสียงใสๆ ก็ยังกล้อมแกล้มไปได้ ติดนิดนึงตรงที่มีอาการเสียงพร่าๆ ออกมาบ้างเวลาเปิดระดับเสียงดังสุด ทดสอบฟังด้วยหูฟัง การแสดงผลโดยรวมฟังดูดี มีมิติเสียงที่ดี มี Character เดียวกับเสียงที่ได้จากลำโพง คืออิ่มๆ เพราะเน้นเสียงต่ำ ทำให้ฟังดูแน่นๆ แต่ขาดความโปร่งของเสียงไป ทำให้ขาดชีวิตชีวาไปบ้าง แต่อย่างที่บอกว่าโดยรวมฟังดูดีครับ ฟังเพลงเพลินๆ ได้ทุกแนวเพลง … ถือว่าทำได้โอเค สำหรับแบรนด์ที่ไม่แพงแบบนี้

 

ประสบการณ์ในการเล่นเกม บน i-mobile IQX3

แน่นอน เกมที่ผมใช้ทดสอบ ย่อมเป็นเกม Asphalt 8: Airborne ครับ เพราะนอกจากจะเป็นเกมที่ใช้กราฟิกแบบจัดหนักจัดเต็มมากๆ แล้ว มันยังเป็นเกมที่เราสามารถปรับระดับคุณภาพของกราฟิกได้อีกด้วย ดังนั้น ผมจะสามารถปรับคุณภาพของกราฟิกไปสุดๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อดูว่าฮาร์ดแวร์ทำได้ดีแค่ไหน แล้วค่อยๆ ปรับมาที่จุดที่สามารถเล่นได้แบบมีประสบการณ์ที่ยังค่อนข้างดีอยู่

ลองเล่นด้วยคุณภาพระดับ High แล้ว พบว่า แม้จะเล่นได้อยู่ แต่เกมกระตุกเอาเรื่องทีเดียว ประสบการณ์ในการเล่นไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ครับ ดังนั้นแม้จะได้กราฟิกสวยงาม เอฟเฟ็กต์ครบถ้วน ผมแนะนำว่า อย่าไปใช้ระดับ High เลยครับ … ผมลองปรับมาเป็น Medium แล้ว พบว่าดีขึ้นเยอะ

 

เกม Asphalt 8: Airborne ระดับ Medium บน i-mobile IQX3

เกม Asphalt 8: Airborne ระดับ Medium บน i-mobile IQX3

 

ไม่ได้หมายความว่า พอเป็นคุณภาพกราฟิกระดับ Medium แล้ว มันไม่กระตุกนะ ผมรุ้สึกได้ว่า Frame rate ก็ไม่ได้ถึงกับเรียกได้ว่าลื่นไหล แต่ก็ถือว่ายังให้ประสบการณ์ในการใช้เล่นที่ดีอยู่ครับ เรียกว่าแลกเอฟเฟ็กต์บางอย่างไป เพื่อให้ได้การเล่นที่สนุกขึ้น ในขณะที่รายละเอียดกราฟิกยังคงดีอยู่

i-mobile IQX3 นี่ถือว่าให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ OK อยู่นะครับ หน้าจอก็ขนาดใหญ่ดี และความละเอียดของหน้าจอก็สูงดีด้วย

 

ลองใช้ i-mobile IQX3 ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอดู

เช่นเคยครับ User Interface ของ i-mobile IQX3 ก็ยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนๆ หน้า ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก หน้าตาให้อารมณ์แบบ Android แต่ว่าไม่ใช่ User Interface เดียวกับ Pure Android แต่อย่างใด … การใช้งาน ปรับแต่งต่างๆ ทำได้ไม่ยาก แต่อาจจะรู้สึกว่าผิดแผกแตกต่างไปจากพวก User Interface ของพวกแบรนด์ใหญ่ๆ ไปบ้าง

 

User Interface กล้องของ i-mobile IQX3

User Interface กล้องของ i-mobile IQX3

 

พวกลูกเล่นต่างๆ ที่เดี๋ยวนี้หลายคนชอบ เช่น Beauty mode, Panorama อะไรแบบเนี้ย i-mobile IQX3 มีหมด และคุณสมบัติ Tap-to-Focus ที่สามารถปรับได้ทั้งโฟกัสและ Exposure ของภาพ (ซึ่งหลายๆ คนเรียก การวัดแสง) ก็มีให้ด้วย และทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็วพอสมควร อันนี้ก็คงอานิสงส์จาก MTK 6589T Quad-core 1.5GHz ล่ะ

คุณภาพของกล้องหลัง อย่างที่ผมบอกครับ มันเป็นเซ็นเซอร์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ไม่ใช่ 18 ล้านพิกเซล เพียงแต่เอาซอฟต์แวร์มาช่วยจัดการ ดังนั้นเวลาผมทดสอบ ผมจึงเน้นที่การถ่ายภาพที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลครับ (ตรงนี้บอกขอค้าน i-mobile ที่เลือกจะเขียนสเปกว่าเจ้านี่กล้อง 18 ล้านพิกเซลมากๆ) … คุณภาพของกล้องของ i-mobile นั้น หากไม่ได้ซูมภาพมาดูขนาดใหญ่แบบเน้นๆ จะไม่ทันได้สังเกตครับว่า ซอฟต์แวร์ของ i-mobile นั้น เน้นการเกลี่ยพิกเซลของภาพให้เนียน จึงอาจรู้สึกว่าภาพไม่คมชัดมากเวลาซูมเยอะๆ แต่เวลาที่ดูภาพขนาดปกติ หรือหากพิมพ์ภาพออกมา ก็จะรู้สึกว่าคมชัดดีครับ การใช้ส่งให้เพื่อนๆ ดู หรือโพสต์บน Social media ก็ถือว่าเกินพอจริงๆ

 

ภาพวิวถนนด้วย i-mobile IQX3ถ่ายในสภาพแสงน้อย ภายในรถเมล์ด้วย i-mobile IQX3

 

จุดเด่นจริงๆ ของรุ่นนี้ น่าจะเป็นกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่เป็นเซ็นเซอร์คุณภาพระดับเดียวกับกล้องหลังจริงๆ ซึ่งให้ความคมชัดของภาพที่ดีมากๆ และด้วยความที่เป็นเซ็นเซอร์แบบ BSI (Backside Illuminated) ก็ทำให้สามารถถ่ายภาพในที่สภาพแสงน้อยได้ดีพอสมควร ลองดูได้จากภาพถ่ายตัวผมเองด้านล่างนี่ครับ

 

ถ่ายภาพตัวเอง ในสภาพแสงในห้อง เปิดไฟดวงเดียว ตอนกลางคืน

ถ่ายภาพตัวเอง ในสภาพแสงในห้อง เปิดไฟดวงเดียว ตอนกลางคืน

 

แต่ในกรณีที่สภาพแสงไม่เอื้ออำนวยสุดๆ ล่ะ … ต่อให้เป็นเซ็นเซอร์แบบ BSI ก็เถอะครับ เอาไม่อยู่แน่ๆ แต่ i-mobile IQX3 นี่เขาเตรียมไว้ให้แล้ว นั่นคือ แฟลชสำหรับกล้องด้านหน้าครับ ถือว่าเป็นตัวแรกเลยที่จัดมาให้แบบนี้ (รุ่นที่ใกล้เคียงกัน จะเป็น Oppo Find N1 แต่รุ่นนี้เป็นการหมุนเอากล้องหลังมาข้างหน้า ทำให้ได้แฟลชมาด้วย)

 

กล้องหน้าสภาพแสงน้อยมาก ด้วย i-mobile IQX3กล้องหน้าสภาพแสงน้อยมาก เปิดแฟลช ด้วย i-mobile IQX3

 

ดูรูปตัวอย่างที่ผมลองถ่ายตัวเอง (อีกแล้ว) โดยคราวนี้เน้นไปที่มุมมืดของห้องเลย สังเกตว่า แม้เซ็นเซอร์ BSI จะช่วยให้พอได้เห็นเค้าลางของใบหน้าอยู่บ้าง แต่ก็มืดเกินไป แต่ถ้าเปิดแฟลชแล้ว ก็จะทำให้ได้เห็นหน้ากันชัดๆ ขึ้นครับ … แต่ก็ยังมีข้อเสียตรงที่ แสงไฟจากแฟลช ทำให้สีสันของภาพที่ถ่ายออกมาได้ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าหน้ามืดละน่า

สำหรับวิดีโอ ด้วยสเปกของหน่วยประมวลผลที่ i-mobile IQX3 ใช้อยู่ ก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p เลยทีเดียว และภาพที่ออกมานั้น แม้จะไม่ได้คมกริบระดับแบรนด์ใหญ่ๆ แต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานของคนทั่วๆ ไปละครับ … นอกจากนี้ คุณสมบัติ Tap-to-Focus ก็ยังสามารถใช้ได้ในโหมดถ่ายวิดีโอด้วย ถือว่าดีมากทีเดียว

 

บทสรุปของ i-mobile IQX3

สนนราคา 8,990 บาท แต่ได้สเปกมาระดับนี้ ถือว่าเป็น Android smartphone ที่คุ้มราคาค่าตัวทีเดียวครับ เดี๋ยวนี้ House brand เขาสู้กับพวกแบรนด์ใหญ่ๆ กันด้วยการจัดสเปกในระดับที่ปกติ ซื้อแบรนด์ใหญ่ๆ คงต้องจ่ายซักหมื่นต้นๆ จนถึงเกือบหมื่นกลางๆ มาด้วยสนนราคาแค่นี้แล้ว … ถ้าไม่ติดใจอะไรกับความที่เป็น House brand เจ้า i-mobile IQX3 นี่ถือว่าตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านนะครับ และหากกำลังลังเลระหว่าง i-mobile IQX2 กับ i-mobile IQX3 ผมฟันธงให้ได้เลยด้วยว่า จ่ายเพิ่มอีกนิด แล้วจัด i-mobile IQX3 ดีกว่า เพราะได้ Internal storage มาแบบ 16GB เลย (แต่ต้องทำใจที่ใส่ MicoSD card เพิ่มไม่ได้นะ) และได้กล้องหน้ามีแฟลชด้วย

ตรงนี้เรียกว่า i-mobile แก้โจทย์ประเด็นต่างๆ ที่เคยมีมาดีแล้ว แต่ยังเหลือโจทย์ที่ผมมองว่าควรจะต้องแก้ 2 เรื่อง คือ แม้จะให้ Internal storage มามากถึง 16GB แล้ว แต่ก็ไม่ควรตัดความสามารถในการเพิ่ม MicroSD card ไปเลย และ ไม่ควรมาโฆษณาว่ากล้องความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ทั้งๆ ที่เซ็นเซอร์ภาพ 13 ล้านพิกเซลครับ

 

อ่านรีวิวตอนอื่นๆ ของรุ่นนี้ได้ที่: http://www.kafaak.com/tag/iqx3/

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: