การผจญภัยกับจีนกลาง – วันที่สองกับ 老师

หนังสือเรียนภาษาจีนครั้งแรกของผม

วันเสาร์กลับมาอีกครั้ง วันนี้ก็เป็นวันเรียนวันที่สองของผม  วันนี้ 老师 เริ่มต้นด้วยการแจกกระดาษมาชุดนึง แล้วให้พวกเราไปเลือกตัวจีนที่จะเอามาตั้งชื่อจีน … บ๊ะ! กำลังจะมีชื่อจีนกับเขาแล้ว เอาอะไรดี หล่อจังเว้ย อะไรประมาณนี้ดีกว่าไหม?!? คงไม่ได้สินะ (ฮา) … ผมลองพยายามหาดูนะ ว่าชื่อจีนอะไรจะเหมาะกับผม ก็ไปเจอ 寄生者 (Jìshēng zhě) ที่แปลว่า ปรสิต หรือถ้าจะให้เป็น “กาฝาก” จริงๆ ก็คงต้องใช้ 寄生者植物 (Jìshēng zhě zhíwù) หรือก็คือใส่ 植物 ที่แปลว่า “พืช” เข้าไป ก็จะกลายเป็น พืชที่เป็นปรสิต หรือ กาฝาก นั่นเอง … แต่แฟนผมไม่ยอมให้ใช้ชื่อนี้นะ เพราะเขาว่า ชื่อจีนมันต้องมีความหมายที่ดีสิ

 

ทบทวนของเก่ากันก่อน

เริ่มต้นเราก็มาทบทวนกัน ถึงการออกเสียงทั้งพยัญชนะ (เปอ เพอ เมอ เฟอ … บลาบลาบลา) และ สระ (อา โอ เออ เออร์ เอา เอิว … บลาบลาบลา) แล้วก็มีคำศัพท์ที่เราได้เรียนไปก่อนหน้านี้ครับ ก็ประมาณนี้

中国,泰国,日本,菜,塞, 车,我, 老师,知道,吃饭,再见,一,二,三,四,五,六,七,八,九,十,百

Zhōngguó, tàiguó, rìběn, cài, sāi, chē, wǒ, lǎoshī, zhīdào, chīfàn, zàijiàn, yī, èr, sān, sì, wǔ, liù, qī, bā, jiǔ, shí, bǎi

ซึ่งเอามาผสมเป็นคำต่างๆ ได้มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น

中国菜 อาหารจีน

泰国塞车 ประเทศไทยรถติด

我吃日本菜 ฉันกินอาหารจีน

老师知道 อาจารย์รู้/อาจารย์เข้าใจ

老师再见 ไว้พบกันใหม่ครับ อาจารย์, บ๊ายบาย อาจารย์

แล้วถ้าเอาเลขที่เรียนไว้มานับ ก็จะนับ 1-100 ได้สบายๆ เพราะการผสมคำภาษาจีนมันตรงๆ เลย ณ จุดนี้

十二 (Shí’èr) สิบสอง

四十四 (Sìshísì) สี่สิบสี่

九十八 (Jiǔshíbā) เก้าสิบแปด

อะไรแบบเนี้ย

 

ทีนี้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ล่ะ?!?

และในวันที่สองนี้ สิ่งที่เราเรียนเพิ่มเติม ก็มีด้วยกัน 3 เรื่องครับ อย่างแรกเลย คือการเอาฝึกฝนการพูดตัวเลขให้คล่องขึ้น โดยการบอกหมายเลขโทรศัพท์ของเราเป็นภาษาจีน … แน่นอน ถ้าพูดถึงหมายเลขโทรศัพท์แล้ว ก็ต้องมีเลขศูนย์ด้วยดิ นั่นคือ 零 (Líng) ครับ เช่น 08-1234-5679 ก็ต้องเรียกว่าเป็น 零八一二三四五六七九 (Líng bāyī’èrsānsìwǔliùqījiǔ) นั่นแหละ

ข้อสังเกตคือ เวลาเขียน 拼音 (Pīnyīn) นั้น มันมีกฎกติกายิบย่อยอยู่นิดหน่อย เช่น เวลาที่เขียนสองคำที่คำแรกลงท้ายด้วยสระ และคำที่สองขึ้นต้นด้วยสระ ก็จะต้องใส่ ‘ เพื่อคั่นระหว่างคำ เช่นกรณี 一二 (yī’èr) นี่ไง

 

การบอกเวลาในภาษาจีนแบบง่ายๆ

เรียนรู้ตัวเลขเสร็จ ก็ได้เวลาเรียนเรื่องใหม่เพิ่มเติมนั่นคือ การบอกเวลาครับ … จริงๆ มันมีรายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างเยอะ (จากที่ผมเคยแอบๆ อ่านมาจากเว็บไซต์) แต่ในฐานะที่เราเป็นพวก มือใหม่หัดเรียนภาษาจีน (汉语 หรือ 中文) เราก็จะเริ่มแบบง่ายๆ ครับ ตรงนี้ 老师 บอกว่า แค่ใช้ 点 (Diǎn) ที่แปลว่า “จุด” มาคั่นระหว่าง ชั่วโมง และ นาที ก็โอเคแล้ว เช่น

สิบเอ็ดโมงห้านาที ก็ 十一点五 (Shíyī diǎn wǔ) … ตรงนี้มีข้อสังเกตอีกแล้ว ปกติ 一 จะออกเสียง yī เวลาอยู่โดดๆ แต่เวลาที่ไปผสมรวมกับคำอื่นด้วย มันก็จะออกเสียงวรรณยุกต์ที่สี่แทน คือ yí แต่ว่าเวลาเขียนพินอิน มันก็ต้องเขียนเป็น yī เหมือนเดิม … จากนั้นเรื่องต่อมาก็คือการบอกว่า เวลาที่พูดถึงอยู่ มันเป็นกี่โมงกี่ยาม อารมณ์เหมือน a.m. กับ p.m. นั่นแหละครับ เพียงแต่ภาษาจีนมันแบ่งไปมากกว่าแค่ก่อนเทียงกับหลังเที่ยงอ่ะ

อย่างไรก็ดี 老师 สอนแค่ “ตอนเช้า” กับ “ตอนเย็น/ค่ำ” นะครับ นั่นคือ

早上 (Zǎoshang) … ตรงนี้สังเกตว่า shang นี่ไม่มีวรรณยุกต์กำกับ นั่นแสดงให้เห็นว่า คำคำนี้ จะเป็นเสียงสั้นและเบา ครับ

晚上 (Wǎnshàng)

ดังนั้นเวลาจะบอกเวลา ถ้าเราเอาคำสองคำนี้เข้าไปเสริม ก็จะบอกได้ว่า เป็นเวลาช่วงเช้าหรือช่วงเย็น

早上六点二十 (Zǎoshang liù diǎn èrshí) หกโมงยี่สิบนาทีตอนเช้า

晚上八点三十五 (Wǎnshàng bā diǎn sānshíwǔ) แปดโมงสามสิบห้านาทีตอนเย็น/ค่ำ

ถ้าเราจะถามเวลาว่า ตอนนี้กี่โมงแล้ว เราใช้ 几点了? (Jǐ diǎnle) ครับผม

 

การทักทายแบบง่ายๆ

นอกจากนี้เราก็เรียนรู้คำทักทายแบบง่ายๆ ด้วยครับ

早上好 (Zǎoshang hǎo) อรุณสวัสดิ์

晚上好 (Wǎnshàng hǎo) สายันณ์สวัสดิ์ สวัสดีตอนค่ำ

你 (Nǐ) คุณ

你们 (Nǐmen) พวกคุณ

你好 (Nǐ hǎo) สวัสดี … ตรงนี้เห็นมีข้อสังเกตอีกแล้ว เมื่อคำสองคำมีเสียงวรรณยุกต์ที่สามมาติดกัน คำแรกจะเปลี่ยนไปออกเสียงวรรณยุกต์ที่สองแทน ตรงนี้ คือ หนี่ และ ห่าว แต่พอเขียนติดกัน เลยกลายเป็น หนีห่าว แทนครับ

您 (Nín) ท่าน … ใช้เหมือน 你 แต่ว่าใช้เรียกคนที่อาวุโสกว่า คนที่เราเคารพ เพื่อแสดงความเคารพ

 

เอาศัพท์ที่เรียนมาสองวันผสมผสานกัน เกิดเป็นประโยคใหม่ๆ

ไหนลองเอาศัพท์ที่ร่ำเรียนมาสองวัน มาเป็นประโยคใหม่ๆ ดูซิ

你几点吃饭? (Nǐ jǐ diǎn chīfàn) คุณกินข้าวกี่โมง?

我晚上六点三十吃饭。(Wǒ wǎnshàng liù diǎn sānshí chīfàn) ผมกินข้าวตอนหกโมงครึ่ง

ถ้าผสมผสานให้เยอะขึ้นไปอีกก็ได้นะ เช่น

我们早上十一吃中国菜 (Wǒmen zǎoshang shíyī chī zhōngguó cài) พวกเราทานอาหารจีนตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งช่วงเช้า

 

เรียนแต่ตอนเช้า กับ ตอนเย็น แล้วถ้าตอนบ่ายล่ะ?!?

อ้อ! จากที่ได้รับการแบ่งปันมาจากบน Twitter ก็ทำให้รู้ว่า 早上 มันพูดถึงตอนเช้า ส่วน 晚上 เป็นเรื่องของตอนเย็น แต่ถ้าจะพูดถึงตอนบ่าย ควรใช้ 下午 ครับ เช่น 下午一点三十 (Xiàwǔ yī diǎn sānshí) หรือ บ่ายโมงครึ่ง นั่นเอง

 

เอาล่ะ ก็พอหอมปากหอมคอประมาณนี้แหละครับสำหรับบันทึกวันที่สองของการเรียนของผม (หมายถึงการเรียนในชั้นเรียนนะ การเรียนเพิ่มด้วยตนเองไม่เกี่ยว)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: