mondo Motion 9701D แท็บเล็ตจอใหญ่สำหรับคนงบน้อย ตอนที่ 1

Print Friendly

mondo-motion-9701D

พฤติกรรมของผู้บริโภคช่วงนี้เปลี่ยนไปนะครับ เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารร้านค้าไอทีต่างๆ หลายท่าน ทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยทีเดียว ผมเองก็สังเกตได้ เมื่อก่อนจำได้เลยว่ากลุ่มผู้มีงบน้อย มักจะมองหาพวกโน้ตบุ๊กหรือพีซีราคาประหยัด แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมาย มามองพวกแท็บเล็ตแทนแล้ว ตัวเลือกก็มีเยอะซะด้วยสิ เพราะผู้จำหน่ายจำนวนไม่น้อยเลย ที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายนี้ และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอยู่ ผมมี mondo Motion 9701D มารีวิวให้ลองพิจารณากันครับ

 

รู้จักหน้าตาของ mondo Motion 9701D กันก่อน

กล่องใส่ mondo Motion 9701D นี่ค่อนข้างใหญ่เลยล่ะครับ ทำให้ผมนึกถึงสมัย iPad ยุคแรกๆ (แต่กล่องก็ไม่หนาเท่านี้นะ) พอหยิบออกมาดู อืมมมม ดีไซน์มันมาสไตล์ของ iPad 2 โดยประมาณครับ … ข่าวดีก็คือ เจ้านี่ได้รับการติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยแล้ว แค่ดึงพลาสติกที่ปิดมันอยู่ออก ก็พร้อมใช้งานเลย ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อฟิล์มกันรอยมาติดอีกรอบ (ซึ่งก็ต้องไปหาซื้อจากร้านเฉพาะ เช่น Maximum อะไรแบบนี้ เพราะมันต้องตัดเฉพาะมาเลย)

 

ด้านหน้าของ mondo Motion 9701D

ด้านหน้าของ mondo Motion 9701D

 

ด้านหน้า เป็นหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ไซส์เดียวกับ iPad เลย แต่เป็น TFT LCD ธรรมดานะครับ ความละเอียดของหน้าจอ 1024×768 พิกเซล เท่าๆ กับ จอ iPad 2 นั่นแหละครับ ความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ประมาณ 132ppi มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 3 แสนพิกเซลอยู่

 

ด้านหลังของ mondo Motion 9701D

ด้านหลังของ mondo Motion 9701D

 

ด้านหลัง แม้ว่าวัสดุจะเป็นพลาสติก แต่ก็ทำสีออกมาแบบอลูมิเนียมเลยครับ ด้านบนก็ทำเป็นแถบสีดำเอาไว้ด้วย และมีลำโพงอยู่ตรงด้านล่าง มีโลโก้ของยี่ห้อ mondo พร้อมชื่อด้วย และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซลอยู่

 

ด้านบนของ mondo Motion 9701D

ด้านบนของ mondo Motion 9701D

 

ด้านบน เมหือนจะมีอะไร แต่จริงๆ ไม่มีอะไรครับ มีน็อตยึดอยู่สองข้าง คงเอาไว้ถอดฝาหลังออกมาครับ แต่แน่นอน ผมไม่แนะนำให้ไปเล่นซนถอดมันออกมาหรอกนะ

 

ด้านล่างของ mondo Motion 9701D

ด้านล่างของ mondo Motion 9701D

 

ด้านล่าง ของเพียบครับ ไล่จากด้านซ้ายของรูปไปขวาเลยก็มี รูไมโครโฟน ไว้อัดเสียง ไว้คุย Video call, น็อตยึด, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต Mini HDMI, พอร์ต Micro USB, ช่องเสียบสายชาร์จ และสล็อตใส่ MicroSD card … เห็นได้ชัดครับ เราไม่สามารถชาร์จเจ้านี่ผ่านพอร์ต Micro USB ตามปกติได้ เราต้องใช้ชาร์จเจอร์ของมันโดยเฉพาะ

 

ด้านซ้ายของ mondo Motion 9701D

ด้านซ้ายของ mondo Motion 9701D

 

ด้านซ้ายของเครื่อง ไม่มีอะไรครับเรียบๆ

 

ด้านขวาของ mondo Motion 9710D

ด้านขวาของ mondo Motion 9710D

 

ด้านขวา ก็มีแต่ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดหน้าจอครับ … ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจน คนออกแบบกะว่าจะให้ใช้เจ้านี่ในแนวนอนเป็นหลัก ถึงได้เอาปุ่มไปวางซะอยู่ด้านล่างของเครื่อง ซึ่งเมื่อใช้เป็นแนวนอน มันจะอยู่ตรงมุมบนขวามือ … แต่ความเห็นของผม วางไว้ด้านบนดีกว่า เพราะจะใช้แนวตั้งหรือแนวนอน ก็ยังกดปุ่มได้สะดวกอยู่

 

ด้านขวาของ mondo Motion 9710D

ด้านขวาของ mondo Motion 9710D

 

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ อย่าเพิ่งคิดว่ามันหนักนะครับ ใช้พลาสติกมาทำบอดี้ ไม่ทำให้มันหนักมากมายอะไร หยิบจับสบายดีครับ และงานประกอบก็ถือว่าเนียนดี ใช้ได้เลยทีเดียว ค่าตัวของมันก็แค่ 4,250 บาทเท่านั้นเอง

 

ทีนี้มาดูสเปกและประสิทธิภาพของ mondo Motion 9701D กันบ้าง

 

  • CPU: Allwinner A10 Dual-core 1GHz
  • GPU: Mali-400MP
  • Display: TFT LCD 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024×768 พิกเซล (132ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 10 จุด
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 32GB
  • Operating System: Android 4.2.2
  • Connectivity
    • 2G: ไม่รองรับ
    • 3G: ไม่รองรับ
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth:
    • NFC:  ไม่มี
  • Camera: ด้านหน้า 3 แสนพิกเซล ด้านหลัง 2 ล้านพิกเซลไม่มีแฟลช
  • Battery: 6,000mAh
  • Dimensions: 240 มม. x 177.4 มม. x 9.2 มม.
  • Weight: – กรัม

ก็ถือว่าเป็นสเปกที่ไม่ได้อะไรมากมายครับ น่าจะพอใช้งานทั่วๆ ไปได้ และจากประสบการณ์ที่ผมเล่น Android device มาหลายปี ก็บอกได้เลยว่าด้วยสเปกระดับนี้ ก็น่าจะแค่พอที่จะใช้งานพื้นฐานได้ในระดับหนึ่ง ที่แปลกใจก็เห็นจะเป็นตัวเลือกของ CPU ที่ใช้ Allwinner A10 ครับ โดยส่วนตัว เพิ่งได้เจอเป็นครั้งแรก (คงเพราะปกติผมรีวิวแต่พวกสเปกระดับกลางขึ้นไป) … และเพื่อความชัวร์ ก็ต้องขอใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาช่วยวัดประสิทธิภาพ ซึ่งผมจะใช้โปรแกรมต่อไปนี้ในการทดสอบครับ

  • Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • Linpack for Android สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลของ CPU
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้เลยครับ

 

ผลการวัดประสิทธิภาพของ mondo Motion 9710D

ผลการวัดประสิทธิภาพของ mondo Motion 9710D

เป็นไปตามคาด ประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับที่พอสมควรครับ ประมาณไฮเอนด์เมื่อซัก 3 ปีก่อน แต่ถ้าให้ว่ากันด้วยเรื่องของคะแนนแล้ว เจ้านี่อยู่ในระดับล่างๆ ของ Dual-core แต่ก็อย่างที่บอก มันก็น่าจะใช้งานพื้นฐานทั่วๆ ไปได้อยู่ครับ แต่อาจจะต้องทำใจซักนิด หากพบอาการกระตุกบ้างอะไรบ้าง เพราะสมัยนี้ Android 4.2 ก็ต้องการสเปกใช่ย่อยอยู่

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: