รีวิวของแปลกบ้าง Pantech Vega IM-A860 (Vega No.6) ตอนที่ 2

Print Friendly

vega-a860-01-01

 

ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของผมจริงๆ ที่ได้รีวิวเจ้า Pantech Vega No.6  หรือ IM-A860 ก็ตามแต่เนี่ยแหละ เพราะมันทำให้ได้เห็นว่าที่ต่างประเทศ อย่างประเทศเกาหลี เขามีอะไรมาให้บ้างกับสมาร์ทโฟน เพราะปกติ นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ที่จะต้องแรง มีฟีเจอร์ต่างๆ (อย่างเช่น Pantech Vega IM-A860 นี่รองรับ Digital TV Tuner) แล้ว พวก Bundled app ต่างๆ ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นพวก App ช่วยทำงานต่างๆ หรือพวกบริการต่างๆ … แล้วในฐานะเครื่องหิ้ว เราจะใช้เจ้า Pantech Vega IM-A860 นี่ยังไงได้บ้างล่ะ

 

ประสบการณ์การใช้งานทั่วไปของ Pantech Vega IM-A860

แน่นอนว่าขนาดหน้าจอ 5.9 นิ้วมันจะใหญ่เอามากๆ แต่ว่ามันก็ไม่ถึงกับใหญ่เวอร์นะครับ ลองเทียบกันระหว่าง HTC Butterfly S ที่ขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว กับ Samsung Galaxy Note 3 ที่ขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว (ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องเท่าๆ กับ Galaxy Note 2 ที่ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว) ดูแล้ว จะเห็นได้ว่าแม้จะใหญ่กว่าจอ 5 นิ้วมากๆ แต่ว่าเมื่อเทียบกับหน้าจอ 5.7 นิ้วแล้ว ก็ใหญ่กว่ากันขึ้นไปอีกนิดแหละ

 

แต่แน่นอนว่า หากคิดว่าการใช้นิ้วแตะหน้าจอมันยุ่งยาก Pantech Vega IM-A860 ก็มี TouchPad ที่เรียกว่า V Touch เตรียมไว้ให้ด้านหลังแล้ว ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ได้เหมือนเมาส์ขนาดที่เลื่อนเคอร์เซอร์ไปทั่วหน้าจอได้ แต่การเลื่อนเปลี่ยนหน้าจอ หรือ Scroll หน้าเว็บ เราสามารถใช้ TouchPad นี่ได้สบายๆ ครับ

 

หน้า Lock screen ของ Pantech Vega IM-A860

หน้า Lock screen ของ Pantech Vega IM-A860

 

ในส่วนการใช้งานนั้น User Interface ของ Pantech Vega IM-A860 นี่ User Interface หลักก็ยังเป็นอารมณ์ของ Android ตามมาตรฐานอยู่ครับ การปลดล็อกหน้าจอ เป็นการใช้นิ้วลากไปตรงไหนก็ได้ของหน้าจอ ขอให้ลากเป็นเส้นตรงก็พอ … สไตล์ของมัน ก็ประมาณ Samsung หรือ LG เลย เลยทำให้ผมคิดว่า พวกสมาร์ทโฟนสัญชาติเกาหลีคงชอบประมาณนี้ละมั้ง

 

Home screen ของ Pantech Vega IM-A860

Home screen ของ Pantech Vega IM-A860

เลือกปรับ Transition ของ Pantech IM-A860 ได้

เลือกปรับ Transition ของ Pantech IM-A860 ได้

 

Home screen นั้น การจัดเรียงพวกไอคอนและ Widget ทำให้ผมนึกถึง Samsung แต่สีสันของไอคอนต่างๆ ทำให้ผมนึกถึง LG มากกว่า หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นลูกผสมระหว่างสองค่ายนี้ก็ได้มั้ง … ความแตกต่างจากค่ายอื่นๆ คือ Pantech Vega IM-A860 นี่ให้เราเลือกปรับ Transition ได้ (หมายถึง Animation เวลาที่เราเปลี่ยนหน้าของ Home screen)

 

Notification bar ของ Pantech Vega IM-A860

Notification bar ของ Pantech Vega IM-A860

 

Notification bar ของ Pantech Vega IM-A860 มีการใส่พวก Toggle switch มาไว้ในหมวด Quick settings ด้วย ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ตามสะดวกด้วย แล้วก็มี Setting shortcuts ที่ให้เราเข้าถึงการตั้งค่าแบบต่างๆ ได้แบบรวดเร็วกว่าการไปเข้า Settings แล้วค่อยๆ แตะไล่เลื่อนไปตามหมวดหมู่ต่างๆ

 

App tray ของ Pantech Vega IM-A860

App tray ของ Pantech Vega IM-A860

 

App tray ของ Pantech Vega IM-A860 นั้นก็เป็นสไตล์ Android ครับ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย … แต่แม้ว่าขนาดหน้าจอจะใหญ่โตอลังการขนาดนั้น และมีความละเอียดหน้าจอสูง แต่ขนาดของไอคอนต่างๆ ก็ได้รับการขยายให้ใหญ่โตขึ้นตามมาด้วย อะไรต่อมิอะไรก็ใหญ่ขึ้นด้วย รวมถึงพวกฟ้อนต์ต่างๆ

 

Simple mode ของ Pantech Vega IM-A860

Simple mode ของ Pantech Vega IM-A860

 

ที่น่าสนใจคื  Simple mode ที่ผมว่ามันทำออกมาได้ดีมากทีเดียว … Samsung เคยมีอะไรคล้ายๆ กันนี้ เรียก Easy mode แต่ว่าเอาเข้าจริงๆ พอปรับมาแล้วมันก็แก้ไขแค่ Layout ของ Home screen เท่านั้น แต่ในการใช้งานจริงๆ ผมก็ว่ายังไม่ Easy เท่าไหร่ … แต่  Simple mode ของ Pantech Vega IM-A860 เป็นการแก้ User Interface ไปแบบโดยสิ้นเชิง

 

Simple mode ของ Pantech Vega IM-A860 ให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้นมากๆ

Simple mode ของ Pantech Vega IM-A860 ให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้นมากๆ

 

จริงๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีแบรนด์ทำ User Interface แบบนี้ ก่อนหน้านี้ ถ้าจำไม่ผิด Acer ก็เคยทำอะไรคล้ายๆ กันแบบนี้มาแล้ว … มันเป็นอะไรที่ดีมากเลย สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้สมาร์ทโฟน แต่มาพบว่า User Interface ของระบบปฏิบัติการ Android มันซับซ้อนไป เข้าใจยาก Simple mode นี่จะช่วยให้ใช้งานได้ขึ้นเยอะเลย การเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ และ App ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น อะไรต่อมิอะไร ก็ใหญ่ขึ้น แตะเข้าได้สะดวก

 

มี App อะไรให้เล่นใน Pantech Vega IM-A860 บ้าง?!?

แล้วนอกเหนือจาก User Interface ที่มีการปรับแต่งให้ใช้งานได้แล้ว Pantech Vega IM-A860 มี App อะไรที่น่าสนใจบ้างล่ะ เอาแบบที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทยด้วยนะ (คือ เท่าที่ลองเล่นดู มันมี App เยอะมากเลยครับ แต่จำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้ในประเทศไทยไม่ได้น่ะ)

  • Social Gallery เป็นอัลบั้มรูปที่สามารถแสดงรูปที่มีอยู่ในเครื่องของเราได้ และสามารถ Sync ข้อมูลกับพวก Social media ต่างๆ เพื่อแสดงรูปภาพบน Social media เหล่านั้นได้ด้วย

 

Social ON ของ Pantech Vega IM-A860

Social ON ของ Pantech Vega IM-A860

 

  • Social ON เป็นเหมือน Unified Inbox สำหรับพวก Social media ยอดนิยมอย่าง Facebook, Twitter  และ Foursquare ซึ่งมีลูกเล่นค่อนข้างจะ OK เลยทีเดียว และ User Interface ก็ไม่ยุ่งยากด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีชีวิตออนไลน์อยู่แบบตลอดเวลา และต้องการความสะดวกในการเข้าถึง
  • VEGA Station เป็นแหล่งรวบรวมพวก App และ Firmware และอื่นๆ สำหรับ Pantech Vega โดยเฉพาะ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นอะไรที่เหมาะกับผู้ที่อยู่ในเกาหลี แต่ว่าสำหรับคนไทยแล้ว ก็มีอะไรให้ดาวน์โหลดอยู่เหมือนกันนะ เช่น Firmware ใหม่ๆ เป็นต้น

 

โปรแกรม V Note ของ Pantech Vega IM-A860

โปรแกรม V Note ของ Pantech Vega IM-A860

 

  • V Note โปรแกรมจดโน้ตของ Pantech Vega IM-A860 เขาล่ะ สามารถพิมพ์ก็ได้ เขียนก็ได้ แถมที่เจ๋งสุดคือ ทำงานในแบบ Layer ได้ด้วย ทำให้เป็นอะไรที่เหมาะสำหรับการใช้สเก็ตช์รูปด้วยเลย
  • mini Window เป็นระบบ Multitasking ของ Pantech Vega IM-A860 โดยจะเปิด App (ที่กำหนดไว้) เป็นหน้าต่างเล็กๆ ให้ใช้งาน
  • Backup เป็นโปรแกรมสำหรับสำรองข้อมูล และเรียกคืนข้อมูลที่สำรองไว้

 

โปรแกรม Camnote ให้จดบันทึกบนรูปถ่าย

โปรแกรม Camnote ให้จดบันทึกบนรูปถ่าย

 

  • Camnote ใช้กล้องถ่ายรูปในการบันทึกภาพและจดโน้ต
  • ThinkFree Office เป็นโปรแกรมจัดการเอกสาร Office แต่ว่าตัวนี้เป็นตัวเต็มนะครับ สามารถใช้เปิดอ่าน สร้าง และแก้ไขเอกสารได้เลย
  • E-Dictionary เป็นโปรแกรมพจนานุกรม อังกฤษ-เกาหลี … อืมมมม สำหรับคนไทยที่เก่งภาษาเกาหลีคงมีประโยชน์นะ (ฮา)

ถ้านับรวมพวกบริการต่างๆ ที่ใช้ได้แต่ในประเทศเกาหลี ก็คงต้องบอกว่าเจ้านี่มีอะไรต่อมิอะไรมาให้เพียบเลยแหละครับ แต่ว่าลำพังแค่ App ต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย ผมก็ว่ามันมีเยอะอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ ไม่แพ้พวก Android smartphone ระดับไฮเอนด์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเลย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: