Sony Xperia Z1 สมาร์ทโฟนกล้อง 20.7 ล้านพิกเซล พร้อม G Lens ตอนที่ 3

z1-01-01

 

ได้เวลาปิดฉากการรีวิว Sony Xperia Z1 กันแล้วครับ … และตามมาตรฐานของผม ตอนนี้เราก็จะคุยกันเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย ซึ่งเราจะไม่ทำกันแค่ดูคลิป 1080p กันแล้ว เพราะสเปกแรงขนาดนี้ มันต้องทดสอบการดูคลิป 4K กันแล้วครับ และแน่นอน ต้องคุยกันด้วยเรื่องคุณภาพเสียงด้วย จากนั้นก็ตามด้วยการเล่นเกม และปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ … ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมคาดหวังเอาไว้สูงทีเดียว กับประสบการณืที่จะได้รับจาก Sony Xperia Z1 นี้ … แล้วในความเป็นจริงล่ะ?!?

 

ประสบการณ์ด้านมัลติมีเดียกับ Sony Xperia Z1

สเปกระดับ Snapdragon 800 ของ Sony Xperia Z1 นี่ ไม่ต้องคุยกันแล้วเรื่องดูคลิป 1080p ครับ มันต้องไปดูกันที่ระดับ 4K หรือ 3840×2160 พิกเซลกันแล้ว ซึ่งเจ้านี่ก็สามารถเล่นได้สบายๆ ไร้กระตุกจริงๆ ครับ … แต่ทว่า แม้การใช้เทคโนโลยี Triluminos และ X-Reality for Mobile เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการแสดงผลแล้ว คุณภาพของการแสดงผลจะดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ แต่จุดด้อยสำคัญที่สุดของสมาร์ทโฟนของ Sony ก็คือ การเลือกใช้แค่หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ธรรมดาๆ นี่แหละ

 

ดูคลิป 4K บน Sony Xperia Z1 ลื่นไหล สบายๆ

ดูคลิป 4K บน Sony Xperia Z1 ลื่นไหล สบายๆ

 

หากวางเปรียบเทียบหน้าจอแสดงผลกันแล้ว จะเห็นได้ชัดเลยล่ะ ว่าคุณภาพการแสดงผลของ Sony Xperia Z1 นั้น สู้หน้าจอ IPS ของ LG G2 ไม่ได้ สู้ Super LCD ของ HTC ก็ไม่ได้ สู้ Super AMOLED ของ Samsung ก็ไม่ได้เช่นกัน … ตรงนี้ผมว่า Sony ควรจะหาทางปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ

การวางตำแหน่งของลำโพง ดูจะดีขึ้นใน Sony Xperia Z1 แต่เมื่อเทียบคุณภาพของเสียงแล้ว ก็ต้องพบว่า Sony ยังคงรูปแบบเดิมกับคุณภาพลำโพงในอุปกรณ์มือถือ นั่นคือเสียงจากมือถือยุค 10 ปีที่แล้ว ^^” คือเสียงฟุ้งๆ รายละเอียดเสียงทับกันอีลุงตุงนัง เรียกได้ว่าเอาไว้แค่ให้มือถือสามารถส่งเสียงได้ตอนไม่ได้ใช้หูฟังเท่านั้นเอง … สรุปก็คือ คุณภาพเสียงจากลำโพงของตัวเครื่อง ก็ยังคงเป็นอะไรที่ Sony ไม่ได้ให้ความใส่ใจมากเท่าใดนัก … รีวิวมากี่เครื่องก็อารมณ์นี้ตลอด แต่หากฟังจากชุดหูฟังแล้ว มันดีกว่าจริงๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์การใช้งานผ่าน App Walkman นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง ยังคงความประทับใจมากๆ ไว้เช่นเคยด้วยเสียงเบสที่แน่น แต่ไม่บวมไม่เบลอ ย่านสูงที่เพราะ มิติดี Balance โดยรวมดีเยี่ยม อีกทั้งระบบ Sound enhancements ที่มี Realtime EQ ให้ปรับแต่งเสียงได้กว้าง แถมยังแสดงผลทันทีที่ปรับ และ Clear Bass ที่เน้นจัดการกับย่านต่ำเท่านั้น แทบจะไม่ส่งผลกระทบกับย่านอื่นเลย เชื่อว่าผู้ใช้งานร้อยทั้งร้อยย่อมมีเพลงจากหลากหลายค่ายหลายศิลปิน ซึ่งการปรับแต่งความดังของเสียงย่อมต่างๆ กันไป Sony ก็มี Function ที่ชื่อว่า Dynamic normalizer ซึ่งช่วยปรับความดังระหว่าง Track ให้ใกล้เคียงกัน เพื่อความ Smooth ระหว่างฟังเพลง โดยเฉพาะการฟังแบบ Shuffle

 

การเล่นเกมบน Sony Xperia Z1

ตอนนี้ดูท่าทาง Gameloft เขาอัพเดตตัวเกมแล้ว เลยทำให้สามารถดาวน์โหลดเกม Asphalt 8: Airborne มาเล่นบน Sony Xperia Z1 ได้แล้ว และผมก็พบว่าชิป Snapdragon 800 ที่ใช้ Adreno 330 นี่ สามารถให้รายละเอียดของกราฟิกได้เทียบเท่ากับการเล่นเกมบน iPhone 5 เลยทีเดียวครับ … งวดนี้ Apple เจอศึกหนักแล้วล่ะสิ เพราะปกติแล้ว หน่วยประมวลผลกราฟิกของ Android smartphone นั้น จะมีประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟิกด้อยกว่าของ iPhone อยู่เล็กน้อย พวกรายละเอียดกราฟิกและเอฟเฟ็กต์ สู้ iPhone ไม่ได้ … แต่นั่นกลายเป็นอดีตไปแล้วสินะ

 

เกม Asphalt 8: Airborne นี่ รายละเอียดกราฟิก และ เอฟเฟ็กต์ จัดเต็มมาก ไม่แพ้ iPhone 5 เลย

เกม Asphalt 8: Airborne นี่ รายละเอียดกราฟิก และ เอฟเฟ็กต์ จัดเต็มมาก ไม่แพ้ iPhone 5 เลย

 

นอกจากกราฟิกครบ เอฟเฟ็กต์จัดเต็ม บอกได้เลยว่าการเล่นเกมราบรื่นมาก สนุกเลยทีเดียวละครับ … ตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากแล้วว่า ฮาร์ดแวร์ของ Android smartphone ระดับ Flag ship สามารถรองรับเกมกราฟิกจัดหนักจัดเต็มได้ไม่แพ้ iPhone แล้ว ที่เหลือก็แค่ให้มีนักพัฒนามาทำเกมดีๆ บน Android กันเยอะๆ ละครับ

 

การใช้ Sony Xperia Z1 ในการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ

พัฒนาการที่ได้เห็นบน Sony Xperia Z1 คือ User Interface ที่ดูดีขึ้น การเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ สามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม และมีไอคอนสำหรับเลือกโหมดการถ่ายภาพที่สะดวกขึ้นแล้ว อันนี้ถือว่า Sony ทำได้ดีขึ้น (แม้ว่าผมยังงงๆ อยู่ว่า โหมด AR effect นี่จะมีใครใช้กันมากน้อยแค่ไหน)

 

User Interface กล้องของ Sony Xperia Z1

User Interface กล้องของ Sony Xperia Z1

 

งวดนี้ Sony มีโหมดถ่ายภาพต่างๆ มาให้เลือก และสามารถเพิ่มเติมได้อีกด้วย ด้วยการแตะปุ่ม + Apps ด้านบนขวามือ … อารมณ์รู้สึกเหมือนระบบ Lens ของกล้องของ Nokia Lumia อ่ะ … โหมดที่ชื่อว่า Manual จริงๆ แล้วผมว่ามันก็คือ Auto ในยี่ห้ออื่นๆ น่ะ ส่วน Superior auto นี่เป็นแบบ Auto ที่จะเลือกโหมดถ่ายภาพต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่จะถ่ายภาพ เช่น พอวัดแสงได้ว่าแสงน้อย ก็จะเลือก Night mode ให้เลย เป็นต้น

 

ตัวเลือกโหมดถ่ายภาพต่างๆ บน Sony Xperia Z1

ตัวเลือกโหมดถ่ายภาพต่างๆ บน Sony Xperia Z1

AR effect ของ Sony Xperia Z1

AR effect ของ Sony Xperia Z1

 

เมื่อ Sony Xperia Z1 ใช้ทั้งเซ็นเซอร์ความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล และ G Lens ที่เป็นเลนส์ระดับที่ Sony ใช้กับพวกกล้อง DSLR ทำเอาคาดหวังเอามากๆ กับคุณภาพของภาพถ่ายที่จะได้ … แต่ปรากฏว่าเมื่อใช้ถ่ายออกมาแล้ว ซอฟต์แวร์ของ Sony ทำการบีบอัดข้อมูลของภาพ (เพื่อเซฟเป็น JPEG) ได้ไม่ดีเท่าไหร่ คุณภาพดรอปลงไปเยอะเลยครับ

ลองดูตัวอย่างได้ครับ … แต่อันนี้ผมถ่ายที่ 8 ล้านพิกเซลแทน เพราะ 20 ล้านพิกเซล ขนาดไฟล์ใหญ่ไปหน่อย ไม่สะดวกจะอัพมาลงน่ะครับ (แม้จะใช้ Flickr แล้วก็เหอะ)

 

z1-03-06z1-03-07z1-03-08z1-03-09

 

ดูเผินๆ เป็นภาพเล็กๆ ก็ชัดเจนดีครับ (อันนี้อานิสงส์ส่วนนึงมาจากที่ถ่ายตอนกลางวัน แสงจ้ามาก) แต่ถ้าซูมภาพเข้ามาดูใกล้ๆ จะรู้ครับว่าความคมชัดนั้นไม่เท่าไหร่ ภาพเห็นเป็น Grain เลยทีเดียว … ด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง และเลนส์ดีๆ โดยส่วนตัวผมเอง (และเพื่อนๆ ที่เป็นตากล้องหลายคน)​คาดหวังเอาไว้มากกว่านี้

ข่าวดีก็คือ ผมมองว่าประเด็นเรื่องคุณภาพของภาพ ไม่ใช่ประเด็นด้านฮาร์ดแวร์ แต่เป็นด้านซอฟต์แวร์ ดังนั้น Sony ยังสามารถแก้ปัญหาได้ ขอแค่อัพเดตซอฟต์แวร์มาปรับปรุงครับ

แต่ที่แอบผิดหวังสุดคือกล้องดิจิตอลด้านหน้าครับ คุณภาพของเซ็นเซอร์ค่อนข้างแย่ทีเดียว ไม่ต้องอะไรมาก แค่ลองพยายามถ่ายในสภาวะแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในบ้านตอนสองทุ่ม ก็เห็น Noise ยุ่บยั่บแล้ว … ถ่ายรูปออกมา ตัวซอฟต์แวร์ช่วยเกลี่ยเม็ดพิกเซลต่างๆ ให้ดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังเห็น Noise  ได้ชัดเจนอยู่เป็นจำนวนมาก

 

กล้องหน้าของ Sony Xperia Z1 คุณภาพด้อยกว่าเดิมมากๆ

กล้องหน้าของ Sony Xperia Z1 คุณภาพด้อยกว่าเดิมมากๆ

 

ไม่ใช่แค่โหมดถ่ายภาพนิ่งนะครับ โหมดถ่ายวิดีโอก็มีปัญหาเช่นกัน … อันดับแรกเลยคือ Tap-to-Focus ที่ไม่มี เลยปรับโฟกัสเวลาถ่ายไม่ได้ ต้องไปลุ้นเอาจาก Auto focus เอา ซึ่งผมลองถ่ายดูแล้ว โฟกัสมันไม่ได้ดั่งใจจริงๆ และคุณภาพของวิดีโอก็ดูแย่มากๆ ไมโครโฟนก็เน้นการจับเสียงระยะใกล้มากกว่า ความไวของไมโครโฟนค่อนข้างน้อย บอกได้เลยว่าไม่เหมาะกับการใช้ถ่ายวิดีโอแน่ๆ (นี่ยังไม่นับที่ Sony ไม่เปิดใช้ฟังก์ชั่นถ่ายวิดีโอ 4K อีกนะ)

 

บทสรุปของการรีวิว Sony Xperia Z1

เป็น Flag ship ที่ดีไซน์สวยมาก บอกได้เลยว่าชอบดีไซน์อย่างแรง การใช้งานโดยทั่วไปไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ได้ประสบการณ์ที่ค่อนข้างจะโอเคทีเดียว มีสเปกที่แรงสะใจ เอามาดูหนังหรือเล่นเกมก็สบายๆ เลยครับ สนุกทีเดียว … สนนราคา 20,900 บาท เรียกว่าคุ้มค่าตัว

แต่ Sony กลับพลาดในจุดที่ไม่น่าพลาดในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีจอแสดงผลแค่ TFT LCD ธรรมดาๆ ที่แม้จะดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับคู่แข่งที่ราคาใกล้เคียงกัน คุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพงก็ด้อยกว่ามาก โดยหวังว่าผู้ใช้งานจะเสียบชุดหูฟังใช้แทน และที่พลาดท่าที่สุดก็คือเรื่องของกล้องดิจิตอล ที่ใช้ทั้งเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงกว่าคู่แข่ง ใช้เลนส์ที่คุณภาพดีกว่า แต่ซอฟต์แวร์กลับมีปัญหาซะงั้น ส่งผลต่อคุณภาพของภาพถ่ายและวิดีโออย่างมากมายมหาศาล … เป็นอะไรที่ Sony ควรรีบออกอัพเดตมาปรับปรุงโดยด่วน

ที่ร้ายกาจที่สุดคือ เจ้านี่ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ ผ่านมาตรฐาน IP58 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาที เวลาเปิดตัวก็มีการเอาพริตตี้ไปนั่งแช่ให้ตัวเปื่อยอยู่ในสระน้ำ แต่กลับไม่รับประกันกรณีน้ำเข้า (ซะงั้น) สุดท้ายคือ มีมือถือกันน้ำ แต่ไม่ควรเอาไปถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอในน้ำ เพราะหากน้ำเข้าจะหลุดประกัน … จริงๆ มันควรพิจารณาว่าน้ำเข้าทั้งๆ ที่ปิดซีลไว้ดี หรือน้ำเข้าเพราะปิดซีลไว้ไม่ดีมากกว่า

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: