มาอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาด้วย Read for the Blind กันเถอะ

read-for-the-blind

 

ผมเป็นคนนึงที่คิดอยากจะช่วยอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาครับ เคยไปที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยมาแล้ว แต่พบว่าด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะทาง และงานที่ทำ มันทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปอ่านหนังสือถึงที่มูลนิธิเท่าไหร่ ครั้นจะเอาโปรแกรมอ่านหนังสือมาติดตั้งเองที่บ้านเพื่ออ่าน ก็พบว่าการใช้งานโปรแกรมในเวอร์ชันพีซีนั้นไม่สะดวกนัก … แต่ในที่สุด ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ และความนิยมในสมาร์ทโฟน ก็ทำให้ผม และคนอื่นๆ ที่อยากจะช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ได้มีโอกาสอ่านหนังสือให้พวกเขาจนได้

 

หนังสือเสียงระบบเดซี

แน่นอนว่าสำหรับผู้พิการทางสายตาแล้ว การอ่านหนังสือแบบคนธรรมดาทั่วไปย่อมเป็นไปไม่ได้เลย แต่พวก Audio book หรือหนังสือเสียงทั่วไป ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานเช่นกัน เพราะพวก Audio book เหล่านั้น ถูกออกแบบมาสำหรับคนธรรมดาทั่วไป ผู้พิการทางสายตาไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกนัก

จึงเป็นที่มาของการพัฒนาระบบหนังสือเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่าระบบเดซี (DAISY Digital Talking Book) ครับ คำว่า DAISY ย่อมาจาก Digital Accessible Information System ซึ่งระบบนี้มีคุณสมบัติที่ให้ผู้ใช้งาน สามารถค้นหา วางบุ๊กมาร์ก ค่อยๆ ฟังหนังสือที่อ่านไปทีละบรรทัดได้อย่างแม่นยำ ปรับความเร็วในการพูดได้ โดยคุณภาพของเสียงไม่ถูกบิดเบือนไป

 

โปรแกรม Obi พัฒนาโดย DAISY Consortium

โปรแกรม Obi พัฒนาโดย DAISY Consortium

 

จึงเป็นที่มาว่า เวลาที่จะอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตา ก็จะต้องใช้โปรแกรมพิเศษ เพื่อบันทึกหนังสือเสียงที่อ่านให้เข้ากันได้กับระบบเดซีนี่เอง เช่น โปรแกรม Obi ที่พัฒนาโดย DAISY Consortium เป็นต้น แต่ก็อย่างที่ผมเล่าให้อ่านในตอนต้นนั่นแหละครับ ตัวโปรแกรมนั้นมีความซับซ้อนพอสมควร การใช้งานเลยไม่ค่อยสะดวกนัก หลายๆ คนที่ (รวมถึงผมด้วย) จึงต้องล่าถอยไปก่อน

 

Read for the Blind เมื่อสมาร์ทโฟนอำนวยความสะดวกในการทำความดี

แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนากันไปไกลมากขึ้น เทรนด์ในปัจจุบัน แทบทุกคนก็หาสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต มาใช้งานกันหมดแล้ว และอุปกรณ์เหล่านี้ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สามารถติดตั้งโปรแกรมได้ มีกล้องดิจิตอล และมีไมโครโฟนด้วยในตัว … นี่แหละ คืออุปกรณ์ชั้นดีที่จะมาช่วยให้การอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาเป็นไปได้อย่างราบรื่น ขอเพียงแค่มี App ดีๆ ที่ใช้งานง่ายๆ เท่านั้นเอง

และนั่นก็คือ Read for the Blind ครับ … มีให้เลือกทั้งเวอร์ชันบน ระบบปฏิบัติการ iOS และ ระบบปฏิบัติการ Android เลย ดาวน์โหลดมาติดตั้งแป๊บเดียวก็เรียบร้อยแล้ว … จากนั้นก็แค่อ่านคำแนะนำในการเริ่มใช้งานก่อนครับ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว ขอแนะนำให้ไปที่หน้าจอตั้งค่า (เป็นไอคอนรูปเฟืองนั่นแหละ) แล้วทำการ Sign in with Facebook ก่อน … เชื่อมโยงกับ Social media แล้ว จะได้แชร์อะไรสะดวกๆ จะได้แสดงชื่อนามสกุลของเราด้วย

 

rfb-01

เริ่มอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาด้วย Read for the Blind

ตัว Read for the Blind นี่ใช้ไม่ยากเลยครับ หากนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะอ่าน เรามีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ ดูก่อนว่ามีใครอ่านหนังสืออะไรอยู่บ้าง และหากเรามีเล่มนั้นอยู่ด้วย เราก็สามารถไปช่วยอ่านได้ หรือหากเล่มที่เราจะอ่านยังไม่เคยมีใครอ่านมาก่อน เราก็แค่แตะที่ไอคอน “สร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่” ได้เลย

 

เลือกว่าจะอ่านเล่มไหน หรือ สร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่ก็ได้

เลือกว่าจะอ่านเล่มไหน หรือ สร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่ก็ได้

 

คำแนะนำของผมคือ แตะไอคอนรูปแว่นขยาย ลองค้นหาดูก่อนว่าหนังสือที่เราจะอ่านนั้น มีใครอ่านแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วเราก็ไปช่วยเขาอ่าน แต่หากยังไม่มี เราค่อยสร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่

 

กรณีสร้างเล่มใหม่ เราก็ใส่ข้อมูลหนังสือก่อน

กรณีสร้างเล่มใหม่ เราก็ใส่ข้อมูลหนังสือก่อน

 

ในการสร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่ เราก็แค่เลือกปกก่อน ซึ่งเลือกจากรูปถ่ายที่มีอยู่ในเครื่องเราแล้ว หรือจะถ่ายรูปใหม่เลยก็ได้ จากนั้นเลือกหมวดหมู่ของหนังสือ ใส่ชื่อหนังสือ ชื่อสำนักพิมพ์ ชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้แปล (ถ้าเป็นหนังสือแปล) และจำนวนบท จากนั้นก็เริ่มสร้างได้เลยครับ

 

แตะที่ "อ่านเพิ่มบทใหม่" เพื่อเริ่มอ่านบทใหม่ หรือ แตะอ่านต่อบทเดิมก็ได้

แตะที่ “อ่านเพิ่มบทใหม่” เพื่อเริ่มอ่านบทใหม่ หรือ แตะอ่านต่อบทเดิมก็ได้

ถ้ายังไม่เคยอ่านเล่มนี้มาก่อนเลย หรือ อ่านจบบทไปแล้วจะเริ่มอ่านบทถัดไป เราก็แตะที่ปุ่ม “อ่านเพิ่มบทใหม่” แต่หากเราอยากอ่านต่อจากบทที่อ่านค้างไว้อยู่ ก็แตะที่บทอื่นๆ ที่มีให้เลือกครับ … ตรงนี้สังเกตให้ดีๆ นะ เขาอยากให้เราอ่านหนังสือเป็นบทๆ นะครับ ฉะนั้นศึกษาสารบัญของหนังสือให้ดีๆ เพื่อวางแผนการอ่านก่อน

 

การอ่านไม่ยุ่งยาก แค่แตะปุ่มอัดเสียง ก็พร้อมแล้ว

การอ่านไม่ยุ่งยาก แค่แตะปุ่มอัดเสียง ก็พร้อมแล้ว

 

เริ่มอ่านไม่ยากเลย แค่แตะปุ่มเริ่มอัดเสียงก็เรียบร้อย แนะนำ รอ 1 วินาทีก่อนค่อยเริ่มอัดนะครับ … การอ่าน ไม่ต้องอ่านเร็ว เน้นความถูกต้อง ออกเสียงให้ชัดเข้าไว้ก่อน และเมื่อเริ่มบท ควรอ่านชื่อหนังสือพร้อมชื่อบทด้วย เช่น กรณีของผม เมื่อเริ่มอัดบทที่ 1 ของหนังสือ ผมก็จะอ่าน “สามก๊าก ฉบับนักบริหาร เล่มที่ 1 บทที่ 1 ม็อบโจรผ้าเหลือง” เป็นต้น … ช้าๆ ชัดๆ ได้ใจความ

 

อ่านผิด ไม่ต้องกลัว แตะหยุด (Pause) ไว้ แล้วเลื่อนแถบสถานะการอัดไปตรงเวลาที่ต้องการ แล้วแตะปุ่มอัดใหม่เพื่ออัดทับ

อ่านผิด ไม่ต้องกลัว แตะหยุด (Pause) ไว้ แล้วเลื่อนแถบสถานะการอัดไปตรงเวลาที่ต้องการ แล้วแตะปุ่มอัดใหม่เพื่ออัดทับ

 

แน่นอน โอกาสอ่านผิดย่อมมีอยู่แล้ว อย่าเพิ่งตกใจไป กดหยุดอัดเสียงชั่วคราว แล้วเลื่อนแถบสถานะการอัดไปยังเวลาที่ต้องการ แล้วลองฟังดูว่าอยู่ท่อนไหนแล้ว เมื่อถึงจุดที่ผิด ก็กดปุ่มอัดทับไปเลยครับ ง่ายๆ ชิลๆ … อัดทับเสร็จ กลับไปฟังดูว่า OK ไหม แล้วค่อยว่ากันต่อ

 

หากต้องการจะลบเสียงที่อัด ไม่ยากครับ แค่ไม่ต้องบันทึก แล้วแตะปุ่ม Back ก็จบ

หากต้องการจะลบเสียงที่อัด ไม่ยากครับ แค่ไม่ต้องบันทึก แล้วแตะปุ่ม Back ก็จบ

ถ้าเกิดนึกได้ว่าอัดผิด อยากจะลบทิ้ง ไม่ยากเลย แต่เพื่อ Pause การอัดเสียงไว้ แล้วแตะปุ่ม Back (ปุ่มลูกศรตรงมุมบนซ้ายมือนั่นแหละ) จากนั้นตัว App จะถามว่า ต้องการลบเสียงหรือไม่ … ก็แตะ OK ไป ก็เรียบร้อย

 

อ่านครบบทแล้ว ก็บันทึกครับ ใส่เลขบท และชื่อบท จากนั้นแตะ "บันทึกข้อมูลเสียงบนหนังสือ"

อ่านครบบทแล้ว ก็บันทึกครับ ใส่เลขบท และชื่อบท จากนั้นแตะ “บันทึกข้อมูลเสียงบนหนังสือ”

 

เมื่ออ่านจบบทแล้ว แตะปุ่ม Pause การอัดเสียง แล้วแตะปุ่มเครื่องหมายถูกบนมุมบนขวามือของหน้าจอ ก็จะเข้าสู่การบันทึกข้อมูลเสียงบนหนังสือ … ให้เราใส่เลขที่บทลงไป แล้วใส่ชื่อบท จากนั้นแตะปุ่ม “บันทึกข้อมูลเสียงบนหนังสือ” ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

 

ทิปและเทคนิคในการอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาด้วย Read for the Blind

  • อย่างที่ผมได้บอกไปก่อนหน้านี้ ความชัดเจนของคำอ่านสำคัญมาก ไม่ต้องเน้นเร็ว แต่เน้นเสียงฟังชัด ฟังแล้วเข้าใจ
  • ไม่ควรใช้ไมโครโฟนบนตัวเครื่อง เพราะระยะทางระหว่างปากเรากับตัวเครื่องอยู่ห่างพอสมควร และในการอ่านแต่ละครั้งในแต่ละวัน ระยะห่างอาจไม่เท่ากัน ระดับเสียงจะดัง-ค่อย แตกต่างกันมากเกินไป โดยเฉพาะหากอ่านบทเดียวกันต่อเนื่องหลายวัน
  • แนะนำให้ใช้ชุดหูฟัง จะแบบมีสายที่แถมมากับตัวเครื่อง หรือแบบไร้สายที่ซื้อมาต่างหากก็ได้ แบบนี้ระยะไมโครโฟนกับปากของเราจะ(โดยประมาณ)เท่ากันตลอด จะช่วยรักษาระดับเสียงเราได้แม้จะอ่านบทเดียวกันต่อเนื่องหลายวัน
  • ไม่ต้องฟิตอ่านทีเยอะๆ แต่แนะนำว่าให้อ่านแบบต่อเนื่อง แบบมีวินัย … คุณมีส่วนทำดีเพื่อผู้พิการทางสายตาได้ เพียงแค่สละเวลาวันละ 30 นาทีอ่าน … ใครมีเวลาเยอะก็อ่านเยอะหน่อยได้ครับ
  • เริ่มต้นบท อ่านชื่อหนังสือ เลขบท ชื่อบท … อ่านจบบท ก็อ่านออกเสียงบอกด้วยว่าจบบทที่เท่าไหร่แล้ว ก็จะดี
  • แวะไปดูรายชื่อหนังสือที่มูลนิธิคนตาบอดไทยมีให้บริการอยู่แล้ว จะได้ไม่อ่านซ้ำของเขา
  • แวะไปดูรายชื่อหนังสือที่คนตาบอดต้องการที่มูลนิธิคนตาบอด จะได้รู้ว่าเราควรจะอ่านเล่มไหนดี ถ้าเรามีก็อ่านเลย (แต่เราก็อ่านเล่มอื่นได้เหมือนกันนะ … อย่าคิดแต่ว่าจะต้องอ่านตามรายการนี้)

อย่าลืมมาร่วมทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม ดาวน์โหลด App อ่านหนังสือเพื่อผู้พิการทางสายตา Read for the Blind ไปติดตั้งบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณ แล้วสละเวลาวันละเล็กน้อยมาอ่านหนังสือให้พวกเขากันครับ และชวนเพื่อนๆ และคนรู้จักของคุณมาร่วมทำความดีกัน ทวีตหรือโพสต์แชร์กันบน Social media ต่างๆ ติดแท็ก #ReadForTheBlind ด้วยกันนะ

 

อัพเดตแถมท้าย … ประเด็นด้านลิขสิทธิ์

เผอิญว่ามีหลายคนให้ความสนใจในการอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาเป็นจำนวนมาก แต่มาสะดุดกึกด้วยประเด็นด้านลิขสิทธิ์ กลัวทำแล้วจะละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดกฎหมาย เลยสอบถามกันมาว่า แล้วการทำหน้าสือเดซีให้ผู้พิการทางสายตาอ่านแบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ไหม?!?

ผมทั้งพลิกพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ ปรึกษา @tanaiwirat แล้ว ได้คำตอบว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ครับ … แต่ … ย้ำ มี “แต่” นะครับ

แม้การอ่านหนังสือเสียงเดซีจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 นั้นมีการยกเว้นเอาไว้ในส่วนที่ 6 มาตรา 32 ดังนี้

มาตรา 32 การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ภายใต้ข้อบังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้

(1) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

(2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท

(3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

(4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

(5) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว

(6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอนเพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

(7) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร

(8) นำงานนั้นมาใช้เป็นหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

มองในแง่นี้ หนังสือเสียงเดซีนั้นเป็นเพื่อการศึกษาของผู้พิการทางสายตา มิได้ทำเพื่อแสวงหากำไร และไม่ได้ไปขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ (เพราะผู้พิการทางสายตา ไม่อาจไปอ่านหนังสือปกติที่สำนักพิมพ์จำหน่ายอยู่แล้ว) ดังนั้น ก็พอจะมองว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้รับการยกเว้นครับ

นอกจากนี้ คงไม่มีสำนักพิมพ์ไหน บ้ามาฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ในเรื่องที่เป็นการทำเพื่อการกุศลแบบนี้แน่ๆ เพราะถ้าทำจริง คงโดนประชาชน (โดยเฉพาะบน Social media) ประณามเป็นแม่นมั่นครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

11 Responses

  1. liwan11 says:

    ขอบคุณมากนะคะ เราเพิ่งจะได้อ่าน แต่กลัวเรื่องลิขสิทธิ์อยู่ เห็นอย่างนี้ก็สบายใจขึ้นค่ะ

  2. Numfon Ka says:

    รบกวนสอบถามค่ะ ไม่ทราบว่่าต้องอ่านหน้าปก คำนำ คำนิยม หรือไม่คะ

    • kafaak says:

      อันนี้ผมเดาว่าแล้วแต่คนอ่านครับ
      ผมเองผมก็ไม่อ่านทั้งหมดอ่ะครับ เพราะผมเน้นที่การอ่านเนื้อหามากกว่า

  3. Numfon Ka says:

    แล้วพวกเครื่องหมายต่างๆ อ่านอย่างไรคะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ ^_^ ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      พวกเครื่องหมาย ก็แล้วแต่เนื้อหาเช่นกันครับ
      ผมอ่านนิยาย ผมจะไม่มาอ่านว่ามีอัญประกาศ หรือ วงเล็บ ตรงไหน แต่ผมจะพิจารณาบริบทของเนื้อหา แล้วอ่านเหมือนเล่าเรื่องน่ะครับ

  4. Numfon Ka says:

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^_^

  5. DK says:

    ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้างคะ รบกวนด้วยค่ะ

    • kafaak says:

      อยากสอบถามเรื่องอะไรครับ … ผมจะลองช่วยส่งเรื่องต่อให้

  6. Seubpong Srinate says:

    อยากรบกวนช่องทางติดต่อกับเจ้าของแอพครับ พอดีสนใจที่จะนำพนักงานและแขกของบริษัท เข้าสนับสนุนครับ

    • @kafaak says:

      ผมแจ้งไปยังหนึ่งในผู้ริเริ่มแล้วนะครับ แต่แอปตัวนี้เขาทำกับ Samsung ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะยังไง ถ้ายังไง ผมให้อีเมล์ของคุณไปให้เขาแล้ว เดี๋ยวเขาคงติดต่อกันอีกทีนะครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: