สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันแน่ Sony Xperia Z Ultra ตอนที่ 3

Print Friendly, PDF & Email

zultra-01-01

 

และแล้วก็มาถึงตอนสุดท้ายของการรีวิว Sony Xperia Z Ultra กันละครับ และแน่นอน นี่จะเป็นตอนที่เราจะมาคุยกันเรื่องของการใช้งานในด้านมัลติมีเดีย การเล่นเกม และ การถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ผมค่อนข้างคาดหวังไว้สูงทีเดียวกับเจ้านี่ ด้วยสเปกของมัน ที่ใช้หน้าจอระดับ Full HD 1920x1080p และชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 800 ที่โดยสเปกแล้ว สามารถเล่นวิดีโอระดับ 4K (3840×2160 พิกเซล) ได้สบายๆ และเรื่องของเกมก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คะแนนจากการทดสอบในตอนแรกก็บอกชัดอยู่แล้วว่าแรงสะใจ

 

ลองใช้ Sony Xperia Z Ultra มาดูวิดีโอกันก่อน

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 800 นั้น การดูวิดีโอแค่ระดับ 1080p นี่ถือเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลยครับ สามารถดูได้สบายๆ ไร้ปัญหาใดๆ เลย ด้วยหน้าจอความละเอียดระดับ 1080p ก็สามารถแสดงศักยภาพความคมชัดของวิดีโอความละเอียดสูงระดับนี้ได้อยู่แล้ว สบายๆ เลย

 

คลิปวิดีโอ 1080p เล่นบน Sony Xperia Z Ultra สบายๆ

คลิปวิดีโอ 1080p เล่นบน Sony Xperia Z Ultra สบายๆ

 

แต่ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อผมมีคลิปวิดีโอระดับ 4K อยู่ในมือ (ถ่ายมาด้วย Samsung Galaxy Note 3 ที่ใช้ชิป Snapdragon 800 ตอนไปงาน Unpacked ที่เบอร์ลิน) มันก็น่าจะลองดูซะหน่อยว่า การรับชมวิดีโอ 4K จะเป็นยังไง จริงไหมครับ (ใครอยากชมคลิปก็ไปที่ http://www.youtube.com/watch?v=tM_myHUJBO8 ได้นะ แต่เลือกคุณภาพแบบ Original นะครับ ออกตัวไว้ก่อนว่าต้องมีสเปกเครื่องที่แรงพอสมควรเลยนะ)

 

ดูคลิปวิดีโอ 4K บน Sony Xperia Z Ultra

ดูคลิปวิดีโอ 4K บน Sony Xperia Z Ultra

 

ผลคือ เป็นไปตามคาดครับ สามารถเล่นได้ลื่นไหลดี ไม่มีกระตุก และหน้าจอระดับ Full HD นี่ก็ยังให้ภาพที่คมชัดดีทีเดียว แต่อาจจะยังแสดงศักยภาพของวิดีโอแบบ 4K ได้ไม่เต็มที่ (โดยส่วนตัว ความละเอียดสูงระดับนี้ จะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ ก็ต้องบนจอแสดงผลขนาดใหญ่ๆ มากกว่า เพียงแต่ตอนนี้จอแสดงผลระดับนั้นราคามันยังแพงเหลือหลาย)

ด้านคุณภาพเสียง ก็เป็นไปตามระเบียบของ Sony ครับ คือ ตัวลำโพงของตัวเครื่อง ยังให้คุณภาพเสียงแบบกั๊กๆ อยู่ ตรงนี้ก็เหมือนกับเป็นมาตรฐานของ Sony เช่นกัน เพราะดูๆ แล้ว แนวคิดเหมือนจะเน้นไปทางการเสียบหูฟังซะมากกว่า ซึ่ง Sony ก็ทำได้ดีเอามากๆ ด้วยในเรื่องนี้ ด้วยซอฟต์แวร์ที่บริหารจัดการเรื่องคุณภาพเสียงได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Surround sound (VPT), Clear Stereo, xLOUD, Clear Phrase อะไรแบบเนี้ย … นี่ยังไม่นับความสามารถในการเร่งเสียงเฉพาะย่านความถี่โดยที่ไม่กระทบกับคุณภาพเสียงในย่านความถี่อื่นอีกนะ

ดังนั้นคงจะบอกได้ว่า หากเทียบในแง่ของลำโพงของตัวเครื่องละก็ Sony Xperia Z Ultra ก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่ด้อยกว่าคู่แข่งอยู่ แต่หากเทียบกันในแง่ของการใช้งานคู่กับหูฟังคุณภาพดีๆ หน่อยละก็ Sony Xperia Z Ultra ก็มีอะไรที่ดีกว่าคู่แข่งอยู่ไม่น้อยเลยละครับ

 

ลองเอา Sony Xperia Z Ultra มาเล่นเกมดูบ้าง

คะแนนผลการทดสอบด้วย 3DMark ทำให้ผมคาดหวังกับเรื่องการเล่นเกมบน Sony Xperia Z Ultra มากๆ ครับ เพราะหน้าจอขนาดใหญ่ เต็มตาเลยทีเดียว เล่นเกมอะไรก็คงสนุกมาก และเวลาถือเล่นก็ไม่น่าจะเมื่อย เพราะน้ำหนักเบาเอาเรื่อง และบางทีเดียว … แต่ปรากฏว่ามันมีปัญหากับเกมบางเกม ที่ค่ายผู้พัฒนาเลือกพัฒนาเกมแบบออกมารองรับแบบเฉพาะเจาะจงรุ่น อย่างเช่น Asphalt 8: Airborne นี่เป็นต้น

 

ดูท่าทางเกม Asphalt 8: Airborne จะยังไม่รองรับชิป Snapdragon 800

ดูท่าทางเกม Asphalt 8: Airborne จะยังไม่รองรับชิป Snapdragon 800

 

เลยอดทดสอบประสิทธิภาพบนชิปใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 800 เลย แต่ว่าปัญหาคล้ายๆ กันนี้ก็เกิดกับ Samsung Galaxy Note 3 ที่ใช้ชิป Exynos 5420 เหมือนกันนะ เพียงแต่กรณีนั้นยังซื้อมาเล่นได้ เพียงแต่กราฟิกคุณภาพดรอปลงไปอย่างมากมาย … แต่ในภาพรวมก็คือ ยังเล่นแล้วไม่เวิร์กทั้งคู่นั่นแหละ

 

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Sony Xperia Z Ultra

เล่นเกม Asphalt 7: Heat บน Sony Xperia Z Ultra

 

เลยต้องกลับมาทดสอบด้วยเกมเดิมๆ คือ Asphalt 7: Heat ซึ่งกราฟิกแม้จะละเอียด และ มีเอฟเฟ็กต์แบบจัดหนักจัดเต็มยังไงก็ตาม ก็ยังสู้ Asphalt 8: Airborne ไม่ได้อยู่ดี … คงบอกได้แต่ว่าประสิทธิภาพในการเล่นเกม 3D ของ Sony Xperia Z Ultra นั้น เกินกว่าเกมปัจจุบันไปเยอะแล้ว ถ้าจะดึงศักยภาพเต็มที่ออกมาได้ ก็ต้องรอให้นักพัฒนาเกมใหม่ๆ เขาทำออกมารองรับชิปเซ็ตใหม่ๆ นี่ก่อนละครับ

 

และสุดท้าย เอา Sony Xperia Z Ultra มาถ่ายรูปและวิดีโอบ้าง

เช่นเคย User Interface กล้องของ Sony ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก … ไอคอนต่างๆ ดูชัดเจนดี และ Sony ก็เตรียมโหมดการถ่ายภาพในแบบต่างๆ ไว้ให้เลือกมากทีเดียว เรียกว่าไม่แพ้คู่แข่งแต่อย่างใด … คุณสมบัติ Tap-to-Focus ของ Sony สามารถใช้ได้แค่เฉพาะการปรับโฟกัสครับ ไม่สามารถใช้ปรับ Exposure ได้ และดูเหมือนว่าจะเลือกใช้ได้เฉพาะโหมด Normal ด้วยสิ

 

User Interface กล้องของ Sony Xperia Z Ultra

User Interface กล้องของ Sony Xperia Z Ultra

 

อย่างไรก็ดี เซ็นเซอร์ของ Sony ถือว่าค่อนข้างโอเคนะครับ ถ่ายภาพออกมาได้สีสันดีทีเดียว คุณภาพของภาพก็คมชัด จริงๆ ต้องบอกว่า ซอฟต์แวร์ของ Sony พยายามปรับภาพให้คมชัดมากจนเกินไปซักหน่อยด้วย เพราะเวลาที่ขยายภาพมาดูแล้ว รู้สึกได้เลยว่าพิกเซลมันเป็นเม็ดๆ เกินไปหน่อย … การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย (ไม่ได้หมายความว่ามืดนะ) ก็ทำได้ค่อนข้างโอเคครับ ดูตัวอย่างภาพด้านล่างได้

 

DSC_0005DSC_0004DSC_0003DSC_0002DSC_0001

แน่นอน ในการถ่ายวิดีโอ Sony Xperia Z Ultra ก็ทำได้ดีเช่นกัน เพียงแต่ Sony จำกัดความสามารถในการถ่ายวิดีโอไว้ที่ 1080p เท่านั้น ไม่ได้ไปถึงขั้น 4K ตามสเปกของชิป Snapdragon 800 แต่อย่างใด ตรงนี้เข้าใจว่าเป็นเพราะสเปกของกล้องดิจิตอลที่ใช้เป็นปัจจัยส่วนนึง เนื่องจากปกติแล้ว เขาจะใช้เซ็นเซอร์กล้องที่มีจำนวนมากกว่าความละเอียดของวิดีโอระดับนึงในการถ่าย เช่น หากเป็นวิดีโอ 1080p ที่มีจำนวนพิกเซล 2 ล้านพิกเซลละก็ มักจะใช้ความละเอียดเซ็นเซอร์ 5 ล้านพิกเซล … และความละเอียด 4K ที่มีจำนวนพิกเซล 8.3 ล้านพิกเซล เขาก็ใช้กล้อง 13 ล้านพิกเซลถ่าย เป็นต้น … ที่ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเวลาถ่ายวิดีโอ จริงๆ มันก็คือการถ่ายภาพนิ่งด้วยความเร็ว 30fps ขึ้นไปนั่นแหละครับ หากจำนวนพิกเซลน้อย ภาพจะออกมามืดเอาเรื่อง เว้นแต่เซ็นเซอร์จะดีจริงๆ

ดังนั้น ผมเลยไม่คิดว่าในอนาคต Sony จะมีการอัพเกรดซอฟต์แวร์เพื่อให้ถ่ายวิดีโอ 4K ได้หรอกนะ

 

ภาพรวมของ Sony Xperia Z Ultra

ผมมองว่าเจ้านี่มีกลุ่มเป้าหมายไปที่คนที่อยากได้โทรศัพท์มือถือที่ใช้งานในระดับ Tablet ได้แบบเต็มๆ โดยรับได้กับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าพวก Phablet แบบปกติ หรือบางคนที่อยากใช้หน้าจอใหญ่ๆ ระดับ Samsung Galaxy Mega 6.3 แต่อยากได้สเปกแรงแบบเต็มเหนี่ยวไปเลย อะไรแบบนี้ โดยที่ยังมีคุณสมบัติเด่นๆ ของสมาร์ทโฟนอยู่ครับ (ขอจำกัดของพวก Tablet ก็คือ ฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างบนสมาร์ทโฟนมันหายไป โดยเฉพาะกล้องดิจิตอล ที่มักจะมีคุณภาพด้อยกว่าพวกสมาร์ทโฟนอยู่เสมอ)

และแบรนด์ Sony ระดับไฮเอนด์ ก็เป็นอะไรที่นำเสนอฟีเจอร์ที่แบรนด์คู่แข่งไม่ค่อยจะนำเสนอกัน นั่นก็คือ ความสามารถในการกันน้ำนั่นเอง … ดังนั้นหากใครต้องการสมาร์ทโฟนที่สามารถนำติดตั้งไปเล่นน้ำได้แบบชิลๆ ละก็ แนะนำแบรนด์นี้แหละครับ (แต่ผมคิดว่ามันไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำทะเลนะครับ เพราะนอกจากความชื้นแล้ว มันยังมี “เกลือ” อีกนะ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: