Samsung Galaxy Gear คู่หูใหม่ของ Galaxy Smartphone

Print Friendly

samsung-galaxy-gear

หลังจากพักรีวิวยี่ห้อซัมซุงไป 3 ตอน ก็ได้เวลากลับมารีวิว Gadget อีกตัวนึง ที่กำลังจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 ครับ นั่นก็คือ Samsung Galaxy Gear นั่นเอง … เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้ติดตามอ่านจากเหล่าบล็อกเกอร์ไปบ้างแล้ว ว่าเจ้านี่คืออะไร และผมเองก็พรีวิวให้ได้อ่านกันไปแล้ว แต่คราวนี้ เป็นการรีวิวแบบจริงๆ จังๆ ของผมซะที หลังจากได้ใช้เจ้านี่มาร่วมสัปดาห์ คู่กับ Samsung Galaxy Note 3 ครับ

 

แน่นอน ต้องเริ่มจากการรีวิวรูปร่างหน้าตากันก่อน

ตอนแรกสุด มีข่าวว่ากันว่าเจ้า Samsung Galaxy Gear นี่จะออกมามีหน้าจอโค้งตามข้อมือของเรา ซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะ Samsung เขาทำหน้าจอที่ดัดโค้งงอได้มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ ออกมาแล้ว มันไม่ได้เป็นหน้าจอโค้งขนาดนั้นครับ ยังคงมีลักษณะเหลี่ยมๆ ตามสไตล์ของนาฬิกาทั่วๆ ไปอยู่

 

Samsung Galaxy Gear จากด้านหน้า

Samsung Galaxy Gear จากด้านหน้า

 

ถ้าไม่นับว่าเจ้านี่ใช้หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 1.63 นิ้ว ความละเอียด 320×320 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 277.64ppi ละก็ มันก็ได้อารมณ์ของนาฬิกาดิจิตอลเราดีๆ นี่เองครับ แต่ตัวบอดี้นั้นเป็นสแตนเลสสตีล มีความคงทนสูงกว่าพวกอลูมิเนียมชัดเจน (แต่แลกมาด้วยน้ำหนักนิดนึงนะ) … แต่ไม่ต้องถามผมนะครับว่าหน้าจอทนต่อรอยขีดข่วนแค่ไหน เพราะผมอยากแนะนำว่า หาทางติดฟิล์มกันรอยจะดีกว่าครับ กันไว้ดีกว่าแก้

 

สายของ Samsung Galaxy Gear เป็นยาง แต่มีความคงทนค่อนข้างสูง

สายของ Samsung Galaxy Gear เป็นยาง แต่มีความคงทนค่อนข้างสูง

 

สายของ Samsung Galaxy Gear นั้นใช้วัสดุเป็นลักษณะของยาง ดูแล้วคงทนดี ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะว่าถ้าคุณสังเกตดีๆ จะเห็นว่า Samsung เขาฝังกล้องดิจิตอลความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซลมาไว้บนสายนี่ด้วย ดังนั้นหากสายไม่คงทน มีเฮแน่นอน … ในส่วนของตัวล็อกนั้นจะเป็นสแตนเลสครับ และมีการฝังลำโพงไว้ตรงนี้ด้วย เพื่อใช้สำหรับการสนทนาโทรศัพท์

จากที่ทดสอบใช้งานมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ คงต้องบอกว่า รู้สึกได้เลยว่าค่อนข้างคงทนทีเดียวละครับ

 

ด้านหลังของ Samsung Galaxy Gear

ด้านหลังของ Samsung Galaxy Gear

 

มาดูที่ด้านหลังของ Samsung Galaxy Gear กันซักหน่อยครับ จะเห็นว่ามีขั้วทองเหลืองเอาไว้สำหรับต่อกับอุปกรณ์ชาร์จ ซึ่งผมอยากจะขอเรียกมันว่าแจ็กเก็ต (Jacket) จริงๆ นะ … นอกจากนี้ก็จะมีน็อตยึดไว้ 4 ตัว เอาไว้เปิดฝาหลังออกมา … ดูๆ แล้ว ถ้าหากไม่กลัวประกันหลุด อยากถอดก็คงไม่ยาก เพราะประแจหัวแฉกเป็นรูปดาวแบบนี้ เดี๋ยวนี้มีขายทั่วไป

 

ไมโครโฟนจะอยู่ตรงสองฝั่งของด้านบนของตัวเรือน (ฝั่งเดียวกับกล้องดิจิตอล)

ไมโครโฟนจะอยู่ตรงสองฝั่งของด้านบนของตัวเรือน (ฝั่งเดียวกับกล้องดิจิตอล)

 

มองแบบเพ่งๆ อีกซักนิด จะเห็นว่าด้านข้างของตัวเรือน ตรงฝั่งเดียวกับกล้องดิจิตอลนั่นแหละ จะมีรูเล็กๆ อยู่ทั้งสองฝั่ง นั่นคือไมโครโฟนครับ เอาไว้สำหรับอัดเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ และ เอาไว้สนทนาโทรศัพท์ด้วยในตัว

 

เอา Samsung Galaxy Gear มาใส่แจ็กเก็ตครับ

เอา Samsung Galaxy Gear มาใส่แจ็กเก็ตครับ

ถ้าเอาแจ็กเก็ตมาใส่ Samsung Galaxy Gear จะออกมาแบบนี้แหละครับ ด้านข้างของแจ็กเก็ตเป็นตัวล็อก … เลื่อนตัวล็อกเเพื่อเปิดฝาปิดแจ็กเก็ตออก แล้วถอด Samsung Galaxy Gear ออกได้ … ตัวแจ็กเก็ตนี่ทำ 2 หน้าที่ครับ คือ มี NFC ในตัว ไว้ให้เราไปแตะกับ Samsung Galaxy Note 3 (หรือ Galaxy ตัวอื่นๆ ที่รองรับการใช้งานคู่กับ Galaxy Gear เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อ) และ ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ Samsung Galaxy Gear

 

ด้านหลังของแจ็กเก็ตมีพอร์ต Micro USB เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่

ด้านหลังของแจ็กเก็ตมีพอร์ต Micro USB เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่

 

ด้านหลังของแจ็กเก็ต จะมีพอร์ต Micro USB เอาไว้ให้เสียบสายชาร์จครับ … โดยส่วนตัวไม่แนะนำให้ใส่แจ็กเก็ตแล้วสวมข้อมือหรอกนะ มันดูเทอะทะอย่างแรง ขอบอก

 

ลองสวม Samsung Galaxy Gear บนข้อมือดู

ลองสวม Samsung Galaxy Gear บนข้อมือดู

 

ลองเอา Samsung Galaxy Gear สวมข้อมือแล้ว โอ้ เหมาะเหม็งดีจริงๆ … ตอนผมไปเจอของจริงที่เยอรมนี ผมรู้สึกว่ามันดูเทอะทะ หนา และแอบหนักไปหน่อย แต่ที่แท้ มันเป็นเพราะทุกเรือนที่จัดแสดง มันถูกใส่ Safety equipment กันขโมยอยู่ตะหากล่ะ เหอๆ พอใส่ของจริง มันไม่ได้หนาและหนักแต่อย่างใดครับ

 

แล้วสเปกของ Samsung Galaxy Gear เป็นยังไง?!?

ในที่สุดก็ถึงยุคที่เมื่อเราจะซื้อนาฬิกาซักเรือน เราต้องเช็คสเปกมากกว่าแค่ว่ามันทำจากวัสดุอะไร กันน้ำได้กี่เมตร มีฟีเจอร์พื้นฐานอะไรบ้าง ซะแล้วล่ะ … ตอนนี้เราต้องมาดูแล้วว่ามันใช้ CPU อะไร มีความจุเท่าไหร่ อะไรแบบนี้เพิ่มขึ้นด้วย (ฮา)

  • CPU: Exynos single-core 800MHz
  • GPU: Mali-400 MP4 (210/500MHz)
  • Display: Super AMOLED 1.63″ 320×320 พิกเซล (277.64ppi) รองรับ Multitouch
  • RAM: 512MB
  • Internal storage: 4GB
  • Camera: 1.9 ล้านพิกเซล
  • Connectivity: Bluetooth 4.0
  • Sensors: Accelerometer 3 แกน, Gyroscope
  • Battery: 315mAh (โฆษณาว่าใช้งานต่อเนื่องได้ 25 ชั่วโมง … จากที่ผมทดสอบสแตนด์บาย และ แจ้ง Notification อย่างเดียว อยู่ได้ราวๆ 2 วันเศษ)
  • Weight: 73.8 กรัม

เป็นอะไรที่ผิดไปจากข่าวลือนิดหน่อย เพราะเขาลือๆ กันว่าจะเป็น Dual-core CPU แต่ท่าทาง Samsung จะมองว่า รันระบบปฏิบัติการ Android และไม่ได้อะไรหนักๆ เหมือนพวกสมาร์ทโฟน แค่นี้ก็คงเหลือๆ แล้ว ประมาณนั้น

 

แล้ว Samsung Galaxy Gear ทำอะไรได้บ้าง?!?

ด้วยตัวมันเอง แน่นอน มันบอกเวลาได้ (ฮา) และโดยพื้นฐาน ตัวนาฬิกาที่มีมาให้ จะมี Widget ในการพยากรณ์อากาศโดย AccuWeather มาให้ด้วย แต่แน่นอน อัพเดตข้อมูลไม่ได้ หากเราไม่เชื่อมต่อกับ Samsung Galaxy (รุ่นที่รองรับ) เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับอินเทอร์เน็ตอีกที

 

ตัว Clock face หลัก เมื่อแตะแล้วจะแสดงพยากรณ์อากาศได้

ตัว Clock face หลัก เมื่อแตะแล้วจะแสดงพยากรณ์อากาศได้

 

นอกจากนี้ Samsung Galaxy Gear ก็ยังมี App ชื่อ Pedometer ซึ่งเอาไว้จับการก้าวเดินของเรา ก็คล้ายๆ กับพวกอุปกรณ์เสริมอื่นๆ จำพวก Jawbone หรือ Nike ที่มานับจำนวนก้าวที่เราเดิน เพื่อออกกำลังกายนั่นแหละครับ … และเช่นเคย เจ้านี่สามารถเชื่อมต่อกับ Samsung Galaxy และส่งข้อมูลจำนวนก้าวเดินของเรา ไปยัง S Health ได้ด้วย

 

Pedometer app บน Samsung Galaxy Gear นับจำนวนก้าวที่เราเดิน

Pedometer app บน Samsung Galaxy Gear นับจำนวนก้าวที่เราเดิน

 

นอกจากนี้ ก็ยังมี App อื่นๆ ให้ใช้งานได้ ทั้งในแบบที่ทำงานได้ในตัวของมันเอง ไม่ต้องง้อสมาร์ทโฟน เช่น Stopwatch (นาฬิกาจับเวลา), Timer (นาฬิกานับเวลาถอยหลัง), Voice memo (บันทึกเสียง), Camera (กล้องถ่ายรูป), Gallery (อัลบั้มรูป)

และแน่นอน เป้าหมายหลักของ Samsung ก็คือ การให้เจ้านี่เป็น Companion หรือ คู่หู ของ Samsung Galaxy (Galaxy Note 3 และ Galaxy Note 10.1 2014 Edition ในตอนนี้ และในอนาคตจะมีอัพเดต Samsung Galaxy S3, S4 และ Note 2 ให้มาจับคู่กันได้อีก) ดังนั้น อีกหลายๆ App ก็เลยต้องใช้งานคู่กับ Samsung Galaxy ครับ ได้แก่พวก Notification (การแจ้งเตือน), Contact (ที่อยู่ติดต่อ), Dialer (หมุนเบอร์โทรศัพท์), Find my device (ตามหา Samsung Galaxy), Media Controller (ตัวควบคุมการเล่นไฟล์มัลติมีเดียบน Samsung Galaxy), S Voice สั่งโทรออก หรือ ส่ง SMS ด้วยเสียง, Today’s schedule (ตารางนัดหมายวันนี้) และ Weather (พยากรณ์อากาศ)

 

การแจ้งเตือนบน Samsung Galaxy Gear

การแจ้งเตือนบน Samsung Galaxy Gear

 

เดี๋ยวค่อยมาพูดถึงการใช้งาน Samsung Galaxy Gear ในฐานะคู่หูกับ Samsung Galaxy Note 3 (และรวมถึง Galaxy อื่นๆ ที่รองรับ) กันในตอนหน้านะครับ … ตอนนี้ขอพูดถึงแต่ Samsung Galaxy Gear เน้นๆ ไปก่อน

 

การใช้ Samsung Galaxy Gear ในการถ่ายรูป

เนื่องจากหน้าจอมีเนื้อที่จำกัด ดังนั้น User Interface ของกล้องของ Samsung Galaxy Gar เลยเรียบง่ายสุดๆ ครับ มีแค่มุมบนซ้ายเอาไว้สลับโหมดระหว่างถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายวิดีโอ ส่วนมุมบนขวาก็คือ Options … เข้าใน Options จะสามารถปรับโหมดโฟกัสได้, เลือกขนาดรูปได้ (มีแค่ 1392×1392 พิกเซล กับ 1280×960 พิกเซล เท่านั้นแหละ), ใช้โหมด Sound & shot คือ ถ่ายภาพ พร้อมๆ กับอัดเสียงอีก 9 วินาที, ใส่ลายเซ็นให้รูปภาพ

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy Gear

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy Gear

 

เมื่อแตะบนหน้าจอ กล้องก็จะทำการโฟกัสไปยังจุดที่เราแตะบนหน้าจอ แล้วถ่ายรูปเลย … ใครเห็นว่าเจ้านี่มีกล้องในตัวแล้วกลัวคนจะแอบถ่าย ก็หมดห่วงไปได้เปลาะนึง เพราะเราปิดเสียงชัตเตอร์กล้องไม่ได้ครับ … แต่แน่นอน พวกหัวใสก็สามารถเอานิ้วมืออุดลำโพงได้อยู่ดี แต่การทำแบบนั้น ก็จะเป็นที่ผิดสังเกตอยู่ไม่น้อย

 

โอนรูปถ่ายหรือวิดีโอผ่าน Bluetooth ไปยัง Samsung Galaxy ที่เชื่อมต่อได้เลย

โอนรูปถ่ายหรือวิดีโอผ่าน Bluetooth ไปยัง Samsung Galaxy ที่เชื่อมต่อได้เลย

 

ถ่ายภาพเสร็จ อยากจะอวดคนอื่น ถ้าเชื่อมต่ออยู่กับ Samsung Galaxy ก็สามารถโอนภาพที่ถ่าย ผ่าน Bluetooth ได้เลยทันที ส่วนคุณภาพของภาพถ่ายระดับ 1.9 ล้านพิกเซล บน Samsung Galaxy Gar เป็นแบบไหนนั้น ลองดูตัวอย่างด้านล่างได้ครับ

 

20130926_12092420130926_12100120130926_121006

 

เท่าที่ผมพิจารณาดู สีสันที่ได้ ออกจะจืดไปหน่อย และโอกาสได้ภาพเบลอแอบสูงไปนิด เพราะเราแตะผิดจุด เลยทำให้ภาพถ่ายออกมา โฟกัสไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสำหรับการถ่ายอะไรที่เฉพาะเจาะจง แต่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบที่โฟกัสไปในระยะอนันต์มากกว่า ถ่าย Landscape นี่ยังโอเค หรือหากต้องการโฟกัสไปที่วัตถุจริงๆ ขอวัตถุใหญ่ๆ ให้แตะโฟกัสง่ายๆ หน่อย ก็จะดี

พอเราถ่ายรูปเสร็จ หากไม่อยากวุ่นวายกับการโอนไปยัง Samsung Galaxy (ทั้งๆ ที่จริงๆ มันง่ายนิดเดียว) เราก็เปิด Gallery บน Samsung Galaxy Gear ดูก็ได้ อยากเห็นตรงไหนชัดๆ ก็ซูมเอา เพราะมันรองรับ Multitouch อยู่แล้ว

 

หน้าจอของ Samsung Galaxy Gear รอรับ Multitouch ดังนั้น ทำ Pinch Zoom ได้

หน้าจอของ Samsung Galaxy Gear รอรับ Multitouch ดังนั้น ทำ Pinch Zoom ได้

 

เอาล่ะ … อย่างที่บอก ตอนหน้าค่อยมาคุยกันเรื่องของการใช้งานคู่กับ Samsung Galaxy Note 3 (และ Samsung Galaxy อื่นๆ ที่รองรับการใช้คู่กับ Samsung Galaxy Gear) กันนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: