แง่คิดที่ได้จาก 3G Drive Test ของ กสทช.

NBTC

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา กสทช. เขาเชิญเหล่าบล็อกเกอร์สายไอที และโทรศัพท์มือถือ และสื่ออีกจำนวนหนึ่ง ไปร่วมทดสอบคุณภาพสัญญาณ หรือที่ตั้งชื่อทริปกันว่า 3G Drive Test กัน โดยมีเงื่อนไขคือ ไม่มีการเตี๊ยม อยากจะเลี้ยวไปทดสอบอะไรกันตรงไหน ก็โหวตกันไป แล้วไปตะลุยกัน แต่ทว่าหลังจากผลการทดสอบถูกประกาศออกมา (ซึ่งรวดเร็วมาก เพราะเหล่าบล็อกเกอร์ก็คนออนไลน์กันทั้งนั้น) กลับมีกระแสวิพากษ์กันว่า เอ๊ะ แล้วผลมันเชื่อถือได้แค่ไหนกัน?!?

 

ความน่าเชื่อถือของกระบวนการทดสอบสัญญาณ

เนื่องว่าผมติดภารกิจท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ เลยไม่ได้ไปร่วมขบวนทดสอบสัญญาณนี้กับเขาด้วย แต่จากที่ได้ติดตาม TL ของเพื่อนๆ ผมแต่ละคนแล้ว ก็ต้องบอกว่าอุปกรณ์ทดสอบสัญญาณต่างๆ นั้น น่าจะ OK อยู่ครับ ในแง่เทคนิคการทดสอบสัญญาณ ผมคงบอกอะไรมากไม่ได้ ก็คงต้องเชื่อ กสทช. และ @suebsak1 ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้เขา

 

อุปกรณ์ทดสอบ 3G ของทริป 3G Drive Test

อุปกรณ์ทดสอบ 3G ของทริป 3G Drive Test

ภาพโดย @jokermaster619 

 

ดังนั้น ผลการทดสอบของ กสทช. ที่ได้ ณ วันที่ 22 กันยายน 2556 ย่อมแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการแต่ละรายที่ทำการทดสอบ ณ วันนั้น และ ตามสถานที่ที่ขบวนทดสอบได้ไปจริงๆ

 

กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือของการทดสอบ

หลังการทดสอบคุณภาพ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทดสอบนี้ (เช่น คุณคิดยังกับการtest 3G เคลื่อนที่ของ กสทช, ผลการทดสอบสัญญาณ 3G จาก กสทช.เมื่อคืนใครได้ดูผลการทดสอบ 3G ของทั้งห้าค่ายบ้างครับ คุณเชื่อกะผลทดสอบแค่ไหน … ลองไปค้น Google ดูเพิ่มเติมได้) บางคนก็เห็นด้วยกับผลการทดสอบ บางคนก็งงว่าทำไมเป็นแบบนี้ อย่างเช่นในกระทู้พันธุ์ทิพย์ด้านล่างนี่

 

3g-drive-test-01

3g-drive-test-023g-drive-test-033g-drive-test-043g-drive-test-05

 

เอ๊ะ! แล้วอีแบบนี้จะเชื่อผลการทดสอบที่ทำด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง และมีบล็อกเกอร์ไปร่วมขบวนเพียบดี หรือจะเชื่อผู้คนทั่วไปที่อยู่ตามพื้นที่ดีล่ะเนี่ย?!? อ่านหัวข้อถัดไปครับ

 

การทดสอบวันที่ 22 กันยายน ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางสถิติทั้งหมด

มนุษย์เรามีศาสตร์ที่เรียกว่า “สถิติ” เพื่อนำมาใช้หาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เราไม่สามารถเก็บข้อมูลทั้งหมดมาทำการประมวลผลได้ เราจึงเก็บข้อมูลจากสิ่งที่เรียกว่า “กลุ่มตัวอย่าง” โดยการสุ่ม และเก็บมาเป็นจำนวนมากในระดับหนึ่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด (ปกติแล้วจะมีวิธีการคำนวณว่าจะต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนเท่าใด จึงจะสามารถใช้ได้ … ลองอ่าน Determining Sample Size นี่ดู)

ความสำคัญอยู่ที่ว่า นอกจากข้อมูลจะต้องมากพอแล้ว กลุ่มตัวอย่างจะต้องมาจากการ “สุ่ม” เลือกด้วย และต้องเป็นตัวแทนของประชากรั้งหมดได้ด้วย ดังนั้น หากจะพิจารณาว่าการทดสอบวันที่ 22 กันยายน 2556 เป็นตัวตัดสินว่าค่ายไหนดีเลิศ ค่ายไหนแย่ ย่อมทำไม่ได้เพราะ

  • ข้อมูลยังไม่ใช่ตัวแทนของประชากรทั้งหมด เพราะเป็นการทดสอบแค่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น และก็ไม่ได้ทดสอบทุกพื้นที่ หรือ มีการคำนวณหาจำนวนจุดทดสอบ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างของพื้นที่ทั้งหมดในกรุงเทพมหานครด้วย ดังนั้น ผลการทดสอบดังกล่าว จึงเป็นได้แค่ผลสรุปของคุณภาพการให้บริการในพื้นที่ที่ทำการทดสอบ ณ วันและเวลาที่ทำการทดสอบเท่านั้น
  • โทรศัพท์มือถือที่นำมาใช้ในการทดสอบ อาจไม่ได้มีการออกแบบเพื่อให้เป็นตัวแทนของ “โทรศัพท์มือถือทั้งหมดที่มีอยู่ในท้องตลาด” จริงๆ … (จากเอกสารที่ผมอ่านของ กสทช. สมาร์ทโฟนที่ถูกนำมาใช้ทดสอบคือ HTC One V นั่นหมายความว่า ผลการทดสอบนี้ เป็นจริงกับเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เท่านั้น)
  • การเลือกพื้นที่ที่ใช้ในการทดสอบ ไม่ใช่การ “สุ่ม” ที่แท้จริง เพราะมาจากการโหวตว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา มันจะเกิด “การลำเอียง (Bias)” ขึ้น เพราะบางคนชอบซ้าย บางคนชอบขวา บางคนมีจุดมุ่งหมายอยู่แล้วว่าอยากจะทดสอบบริเวณใด … การ “สุ่ม” จริงๆ วิธีง่ายๆ อาจใช้การโยนหัวก้อย เพื่อกำหนดว่าจะไปซ้ายหรือขวาแทน หรืออาจต้องคิดวิธีที่ซับซ้อนกว่านั้น เพื่อให้ได้การ “สุ่ม” จริงๆ

ฉะนั้น หากให้ผมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลการทดสอบครั้งนี้ ผมคงต้องบอกว่า … ผลการทดสอบนั้นถูกต้องและน่าเชื่อถือ สำหรับกรณีคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการทุกค่ายที่ทำการทดสอบ ณ พื้นที่ และ วันเวลา ที่ทำการทดสอบ และสมาร์ทโฟนยี่ห้อ HTC รุ่น One V เท่านั้น แต่หากจะให้ผลการทดสอบนั้น สามารถสรุปออกมาในเชิงสถิติได้ คงจะต้อง…

  • สุ่มเลือกพื้นที่ที่จะทำการทดสอบ ออกแบบใช้เชิงสถิติเพื่อให้พื้นที่ที่ทำการทดสอบนั้น เป็นตัวแทนของพื้นที่ทั้งหมดได้
  • ทำการทดสอบในช่วงเวลาต่างๆ และในทุกๆ พื้นที่ และเป็นเวลาหลายๆ วัน ตลอดทั้งปี … และสรุปผลออกมาเป็นเขตต่างๆ จังหวัดต่างๆ ภาคต่างๆ

 

ต้องทำแบบที่ว่านน้ำบอก เก็บข้อมูลกันเป็นปี

ต้องทำแบบที่ว่านน้ำบอก เก็บข้อมูลกันเป็นปี

 

  • ทำการทดสอบโดยใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อและรุ่นต่างๆ ที่หลากหลาย ในทางสถิติ เราสามารถออกแบบการทดลอง เพื่อให้โทรศัพท์มือถือหลายๆ ตัว กลายเป็นตัวแทนของโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในท้องตลาดได้ … เช่น หากพิสูจน์ได้ว่า ยี่ห้อและรุ่นของโทรศัพท์ ไม่ได้มีผลต่อคุณภาพในการใช้งานกับผู้ให้บริการแต่ละราย (หมายถึง One V เมื่อใช้กับ AIS, dtac, TrueMove H, TOT3G, My by CAT ก็สามารถใช้งานได้เต็มที่เหมือนๆ กัน รับสัญญาณได้ดีเท่าๆ กัน ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน)

 

สิ่งที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับจากการทดสอบครั้งนี้

จริงๆ ผลการทดสอบของ กสทช. นี่ เขาก็ส่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่แล้วนะครับ (เช่น ของ AIS, ของ dtac … ขออภัย ผมหาตัวอย่างของ truemove H ไม่เจอ) แต่ว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมันเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการนำเสนอข่าวทางข่าวสามมิติ จนเป็นเรื่องเป็นราวกัน (เพื่อนๆ ผมได้ออกทีวีกันถ้วนหน้า … ฮา)

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=jDRMDV9TFG0[/tube]

 

ในความเห็นของผม เหล่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หากเปิดใจกว้างรับผลการทดสอบ และ Proactive หรือ มีกลยุทธ์เชิงรุกซักหน่อย จะได้ประโยชน์จากเคสนี้ดังนี้ครับ

  • ค่ายไหนที่ได้คะแนนดี ก็ได้เวลาประชาสัมพันธ์ตัวเอง แต่ก็ต้องไม่หลงระเริงจนลืมตัว ผมอยากย้ำว่าผลทดสอบที่ได้ มันเป็นแค่ผลของ ณ วันและเวลา และสถานที่นั้นๆ เท่านั้น หาใช่ตัวแทนของคุณภาพทั้งหมดของคุณแต่อย่างใด ดังนั้น จงอย่างชะล่าใจ (คือต้องย้ำเตือนสติกันตรงนี้ เพราะวันนี้ผมได้อีเมล์จากทางค่ายนั้น เขาส่งคลิปมาให้ดูเลย)
  • ค่ายไหนที่ผลการทดสอบออกมาไม่ดี ก็จะต้องมาพิจารณาครับ ว่าทำไมคะแนนถึงออกมาเป็นแบบนั้น และพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้ทำการทดสอบล่ะ มีคุณภาพแบบเหมือนๆ กันหรือไม่ ต้องเร่งปรับปรุง และจะปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้ผลการทดสอบคราวหน้า แม้จะทำที่พื้นที่เดิม หรือพื้นที่อื่น ก็จะต้องไม่ออกมาเป็นแบบนี้อีก

ผมฝากนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าเอาไว้ … กระต่ายที่ชะล่าใจคิดว่าตนเองฝีเท้าดี วิ่งไว ชนะใสๆ แน่ๆ สุดท้ายประมาท หยุดการพัฒนา นิ่งอยู่กับที่ ในที่สุดก็โดนเต่าที่ค่อยๆ ก้าวไปช้าๆ แซงหน้าเข้าเส้นชัยไปได้ในที่สุด … คงไม่มีค่ายไหนอยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดกับตัวเองอย่างแน่นอนนะครับ

ในด้านของ กสทช. เอง ผมแอบแปลกใจอยู่นิดหน่อยตรงที่ เปิดเผยข้อมูลออกสื่อโทรศัพท์ และแสดงความโปร่งใสด้วยการให้บล็อกเกอร์เข้าไปร่วมทดสอบ แต่ไหงเอกสารผลการทดสอบของวันที่ 22 กันยายน 2556 ดันมีแปะเอาไว้ว่า NBTC Confidential เลยทำให้ผมไม่กล้าที่จะเอาไปแชร์ให้ใครอ่านเลย

 

ทำไมต้อง Confidential หว่า

ทำไมต้อง Confidential หว่า

 

ทั้งๆ ที่ข้อมูลนี้มันคืออะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในการพิจารณาเลือกใช้บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Empirical data) แท้ๆ นะเนี่ย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. tsongkrant says:

    ผมเชื่อผลทดสอบครับ เห็นด้วยที่ต้องทำต่อเนื่อง การทดสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยปกติจะไม่มีคนติดตามที่ทำหน้าที่ช่วยทดสอบไปด้วย เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มตัวแปรใหม่ๆ เข้าไปในการทดสอบที่ออกแบบไว้แล้ว เพราะทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็นค่ายใดจะเป็นการเพิ่มจำนวนมือถือที่ใช้ดาต้าต่อหนึ่งเซลล์ไซท์ หากมีการโทรศัพท์เข้าหรือออกก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนมือถือที่ใช้สายเข้าไปต่อหนึ่งเซลล์ไซท์อีก ซึ่งทั้งหมดมีผลต่อการทดสอบ

Leave a Reply

%d bloggers like this: