มาแล้ว รีวิว Samsung Galaxy Note 3 ตอนที่ 2

Samsung Galaxy Note 3

แอบหนีไปเที่ยวเชียงใหม่มา 2 วัน เลยไม่ได้เขียนรีวิว Samsung Galaxy Note 3 ต่อเลย … ก็เข้าใจอ่ะนะว่ารออ่านรีวิวอยู่ แต่ว่าคนเราก็ต้องพักกันบ้างจริงไหมล่ะ (ฮา) … แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ที่ไปนี่ไม่ได้เที่ยวเฉยๆ นะ แต่ไปทดสอบเจ้า Galaxy Note 3 ด้วย ทั้งในเรื่องของแบตเตอรี่ (ที่หลายๆ คนชอบถามกันมา) และเรื่องการใช้งานต่างๆ ด้วย รวมถึงกล้องถ่ายรูป ที่เดี๋ยวไว้ค่อยมารีวิวกันในตอนท้ายสุด แต่ตอนนี้ เรามาพูดถึงเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไปกันก่อน

 

User Interface ของ Android 4.3

สไตล์ของ Lock screen มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้วครับ … จากตอน Galaxy S3 และ Galaxy Note 2 ที่เป็นผิวน้ำ เวลาแตะเพื่อปลดล็อกหน้าจอจะเป็นน้ำกระเพื่อม มาเป็น Galaxy S4 ที่เป็นเด็กกับลูกโป่ง เวลาแตะเพื่อปลดล็อกแล้วเป็นแสงแว้บ ตอนแรกก็นึกว่าเจ้านี่จะมาแนวเดียวกัน แต่ปรากฏว่า เพื่อแสดงถึงศักยภาพของหน้าจอ Full HD Super AMOLED ดูเหมือนว่าทาง Samsung เลยจงใจเลือกภาพล็อกหน้าจอเป็นประมาณภาพเขียนสีน้ำมันแบบนี้เลย

 

หน้าจอ Lock screen ใหม่ของ Samsung Galaxy Note 3 เพื่อแสดงศักยภาพของหน้าจอแสดงผล

หน้าจอ Lock screen ใหม่ของ Samsung Galaxy Note 3 เพื่อแสดงศักยภาพของหน้าจอแสดงผล

 

แต่โดยหลักๆ ฟีเจอร์ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก Samsung Galaxy S4 นะครับ ยังเลือกใส่ Widget ให้หน้าจอ Lock screen ได้ และแม้ว่าเราจะไม่เห็นข้อความประมาณ Life Companion แบบ Galaxy S4 แต่เราก็สามารถใส่ Personal message ได้เหมือนกันนะครับ เพียงแต่มันจะถูกปิดเป็น Default เท่านั้นเอง (ไปที่ Settings > Device > Lock screen แล้วเปิดใช้ Personal message)

 

หน้า Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3

หน้า Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3

 

หน้า Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากการเตรียม Default widget ที่ Samsung กะให้เป็นตัวชูโรงใน Android 4.3 นี้ เช่น Samsung Hub, Flipboard, S Health อะไรประมาณนี้

 

หน้าจอ App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย คือ เอาพวก App ของ Samsung และ Google มารวมไว้ใน Folder

หน้าจอ App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย คือ เอาพวก App ของ Samsung และ Google มารวมไว้ใน Folder

 

หน้า App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่นิดหน่อย … โดยหลักๆ ก็เหมือนๆ เดิมครับ แต่ที่ผิดหูผิดตาคือ มันดูไม่รกเหมือนก่อน เพราะว่า Samsung เขาจับพวก App ของตัวเองไว้ไว้ในโฟลเดอร์ชื่อ Samsung และเอา App ของ Google ไปไว้ใน โฟลเดอร์ชื่อ Google และนอกจากนี้ก็มีโฟลเดอร์ชื่อ Galaxy Plus ที่เป็น 3rd Party apps ที่ทำมาเป็นเวอร์ชัน Samsung โดยเฉพาะอีก

อีกอันนึงที่ไม่เปลี่ยนก็คือ Notification bar ครับ เดิมๆ มีทางลัดเข้า Settings, มี Toggle switch ให้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก และมีตัวปรับความสว่างของหน้าจอ อะไรประมาณนี้

 

Notification bar ของ Samsung Galaxy Note 3

Notification bar ของ Samsung Galaxy Note 3

 

ในภาพรวม User Interface ของ Samsung Galaxy Note 3 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแบบหวือหวามาก จนผู้ใช้งานรู้สึกผิดแผกแตกต่างไป ว่างั้นเหอะ … อ้อ! ถ้าจะมีอะไรให้ผู้ใช้งาน Galaxy Note 2 รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลง ก็คงจะเป็น Settings ที่เป็นแบบ Galaxy S4 คือ แบ่งหมวดหมู่เป็น Connections, Device, Controls และ General นั่นแหละครับ เพราะใน Galaxy Note 2 ยังไม่ได้มีอะไรแบบนี้

 

Samsung ยุคใหม่ App tray ไม่รก ไม่ Bundle app มาจนเลอะเทอะ

อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้นแล้ว Samsung เขาปรับหน้า App tray ใหม่ เอาพวก App ที่ทำมา มาใส่ในโฟลเดอร์ชื่อ Samsung (ยกเว้น S Note, Scrapbook, ChatON, Samsung Hub, Samsung Apps และ Galaxy App Center) และเอาพวก Google apps ทั้งหลายไปไว้ในโฟลเดอร์ชื่อ Google ซะ เลยทำให้ App tray ดูไม่รกเท่าไหร่

 

โฟลเดอร์ Samsung ก็จะมี App ของ Samsung อย่างพวก Action memo, KNOX, Group Play ฯลฯ

โฟลเดอร์ Samsung ก็จะมี App ของ Samsung อย่างพวก Action memo, KNOX, Group Play ฯลฯ

 

นอกจากนี้ พวก Bundled app ทั้งหลายก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดครับ … ที่ยังจัดเต็มเข้ามาคือพวก App ในโฟลเดอร์ชื่อ Galaxy Plus อันได้แก่ Flipboard, Dropbox, Evernote และ TripAdvisor ที่ติดตั้งมาให้เลย แต่ SketchBook for Galaxy นั้น ผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งทีหลัง (ฟรี) นะครับ

 

Apps ต่างๆ ที่ Samsung มีมาให้ใน Galaxy Plus

Apps ต่างๆ ที่ Samsung มีมาให้ใน Galaxy Plus

 

ฉันใดก็ฉันนั้น … ในส่วนของ Localization สำหรับประเทศไทยเอง Samsung ก็ไม่ได้ยัด App ต่างๆ ลงมาแล้วนะครับ แต่ว่าไปใส่รายชื่อไว้ใน Galaxy App Center แทน ซึ่งใครอยากจะใช้อะไร (เช่น Galaxy Showtime ที่ให้เราดูหนังได้หลายร้อยเรื่องฟรีๆ หรือ Galaxy BookStore ที่มีหนังสือให้เราโหลดไปฟรีๆ ได้หลายเล่ม) ก็ไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมเอาเอง

 

Galaxy App Center เป็นแหล่งรวม Apps ต่างๆ ที่ Samsung เขา Localize เพื่อประเทศไทย

Galaxy App Center เป็นแหล่งรวม Apps ต่างๆ ที่ Samsung เขา Localize เพื่อประเทศไทย

 

นอกจาก App ที่ปกติ Samsung จะ Bundle มาให้แล้ว ก็มีพวก App พิเศษ ตามแต่ว่าเราใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการรายใด เช่น กรณีของผม ผมใช้ TrueMove H ก็จะเป็น TRUEMOVE EXCLUSIVE มาให้เลือก เป็นต้น … Apps พวกนี้ไม่ใช่อะไรที่เราหาไม่ได้ตาม Google Play เพียงแต่ Samsung เขารวบรวมรายการมาให้เราไปดาวน์โหลดได้สะดวกๆ ก็เท่านั้นเอง

 

ท่าใหม่ของ S Pen – Air Command

ตอนไปงานเปิดตัวที่เบอร์ลิน ผู้บริหารของ Samsung เขาเปิดตัวท่าใหม่สำหรับ S Pen ที่อธิบายได้เป็น จุด, วงกลม และ สี่เหลี่ยม … โดยจุดเริ่มต้นคือการกดปุ่มบน S Pen แล้วจ่อไปที่หน้าจอ (ไม่ใช่แตะหน้าจอนะ) จะเป็นการเรียกฟีเจอร์ชื่อ Air Command ขึ้นมา ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ฟังก์ชั่น

 

Air command ของ Samsung Galaxy Note 3

Air command ของ Samsung Galaxy Note 3

 

  • Action Memo … อันนี้เป็น App ตัวนึงของ Samsung ครับ Galaxy Note สามารถที่จะทำงานจำพวก ส่งอีเมล์ ส่งข้อความ หรือโทรออก อะไรแบบนี้ ได้จากสิ่งที่เราเขียนลงไปใน Action memo เลย

 

Action Memo บน Samsung Galaxy Note 3 ... เขียนเบอร์โทร หรือ อีเมล์แอดเดรส แล้วก็ให้ระบบจดจำลายมือ แล้วโทรออก หรือส่งอีเมล์ได้

Action Memo บน Samsung Galaxy Note 3 … เขียนเบอร์โทร หรือ อีเมล์แอดเดรส แล้วก็ให้ระบบจดจำลายมือ แล้วโทรออก หรือส่งอีเมล์ได้

 

  • Scrapbooker … อันนี้คือ “วงกลม” ที่ทางผู้บริหาร Samsung เขาว่าเอาไว้ … หลักๆ ก็คือชอบใจอะไรตรงไหน ก็วงกลมซะ แล้ว Samsung Galaxy Note 3 จะทำการเก็บข้อมูลนั้นลงไปเป็นเนื้อหาใน Scrapbook ให้อัตโนมัติ หากเป็นเว็บ ก็จะเก็บชื่อเว็บ และ URL ไว้ หากเป็นพวกข้อความต่างๆ ก็จะแปลงข้อความเป็น Text ให้ด้วย อะไรประมาณนั้น

 

สนใจอะไร ก็วงกลมไป (จริงๆ จะเป็นรูปร่างอะไรก็ได้อะนะ) แล้ว Galaxy Note 3 จะเก็บข้อมูลเข้า Scrapbook

สนใจอะไร ก็วงกลมไป (จริงๆ จะเป็นรูปร่างอะไรก็ได้อะนะ) แล้ว Galaxy Note 3 จะเก็บข้อมูลเข้า Scrapbook

Scrapbook เป็นเหมือนกระดานสมุดจดดะของเรา เก็บข้อมูลทุกอย่างที่เราสนใจเอาไว้ได้

Scrapbook เป็นเหมือนกระดานสมุดจดดะของเรา เก็บข้อมูลทุกอย่างที่เราสนใจเอาไว้ได้

 

  • Screen Write … ซึ่งก็คือฟังก์ชั่นที่เทียบเท่ากับการกดปุ่มบน S Pen แล้วจิ้มค้างบนหน้าจอ เพื่อ Capture หน้าจอ แล้วพร้อมที่จะขีดๆ เขียนๆ ต่อนั่นเอง
  • S Finder … อารมณ์คือ ระบบ Search ที่เพิ่มเข้าไปใน Google Now … เพราะแทนที่จะค้นหาได้แค่เฉพาะจากเว็บ หรือ ภายในตัวเครื่องนิดๆ หน่อยๆ แต่เจ้านี่ใช้ระบบจดจำลายมือเข้ามาเสริม จึงสามารถค้นไปได้ถึงในส่วนของ Handwriting และพวก Notes ต่างๆ ที่จดไว้ได้เลย
  • Pen Window … นี่คือ “สี่เหลี่ยม” ที่ผู้บริหารของ Samsung เขาว่าเอาไว้ จริงๆ มันก็คือ App อย่างย่อ ที่ Samsung เขามีกันมานานแล้ว แต่ว่างวดนี้ เขาให้เรากำหนดขนาดของหน้าจอ App ที่เปิดขึ้นมาได้ด้วย เพราะเมื่อใช้ Pen Window นี่แล้ว เราจะกำหนดขนาดได้ โดยการวาดรูปสี่เหลี่ยมนั่นเอง

 

Pen Window เปิด App อย่างย่อขึ้นมาใช้งาน โดยกำหนดขนาดพื้นที่ของ App ได้

Pen Window เปิด App อย่างย่อขึ้นมาใช้งาน โดยกำหนดขนาดพื้นที่ของ App ได้

 

เท่าที่ลองใช้ดู … Action ทั้ง 5 นี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบจดโน้ต เป็นคนที่มีระเบียบในตัวเองพอสมควร และเป็นคนที่มีลายมือดีในระดับนึง (ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) เพราะหลายๆ ฟีเจอร์มันใช้การจดจำลายมือเข้ามาเสริม หากใช้จนชำนาญ มันน่าจะช่วยอะไรต่อมิอะไรได้เยอะเลยทีเดียว

แต่สำหรับคนที่ลายมือเละกว่าไก่เขี่ย (เขียนๆ ไป บ่อยครั้งกลับมาอ่านลายมือตัวเองยังไม่ออกเลย) แบบผมเนี่ย คงไม่เหมาะซักเท่าไหร่ อาจไม่ได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้มากนัก … คงต้องไปหาประโยชน์เอาจากโหมดอื่น ฟังก์ชั่นอื่นครับ

 

S Note ฉบับปรับปรุงใหม่

หลักๆ เลย S Note มี User Interface ใหม่ที่ดูสวยงามขึ้น สมุดจดโน้ตดูเป็นสมุดจดโน้ตมากขึ้นครับ และงวดนี้ การแปลงพวกลายมือไปเป็นสูตรคณิตศาสตร์ หรือรูปร่างต่างๆ หรือแม้แต่ข้อความ ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น คือ เขียนให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะแปลงแค่เฉพาะส่วนไหนก็ได้ (แต่การแปลงข้อความที่เขียนไปเป็นอักษรภาษาไทย หรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ต้องเลือก Keyboard หลักของเครื่องเป็น Samsung Keyboard นะ)

 

เขียนให้เรียบร้อยก่อน ค่อยเลือก แล้วแปลงลายมือเป็นข้อความได้ ... ภาษาไทยก็รองรับ

เขียนให้เรียบร้อยก่อน ค่อยเลือก แล้วแปลงลายมือเป็นข้อความได้ … ภาษาไทยก็รองรับ

ถ้าลายมือไม่หวัดจนเกินไป Samsung Galaxy Note 3 จดจำลายมือภาษาไทยได้ค่อนข้างแม่นอยู่

ถ้าลายมือไม่หวัดจนเกินไป Samsung Galaxy Note 3 จดจำลายมือภาษาไทยได้ค่อนข้างแม่นอยู่

 

หน้าตาของ S Note ก็เปลี่ยนไปเยอะนะ ดูสวยงามขึ้น … หากใช้จนคล่องๆ ผมว่ามันช่วยในการจดโน้ตได้ดีขึ้นเยอะเลยแหละครับ โดยเฉพาะเมื่อ Galaxy Note 3 มีฮาร์ดแวร์ที่สเปกดีขึ้น ทำให้การขีดๆ เขียนๆ มันลื่นไหลขึ้นมากๆ เลย … แต่สิ่งนึงที่ผมอยากให้ S Note มีมากๆ แต่ Samsung เขายังไม่ทำ ก็คือการรองรับ Layer ครับ ถ้าทำได้นี่เจ๋งเลย เพราะเจ้านี่ก็จะกลายเป็นสมุดวาดรูปที่ยอดเยี่ยมด้วย (แต่ดูท่าทาง Samsung จะมองเจ้านี่เป็นสมุดโน้ตมากกว่า)

 

User Interface ใหม่ของ S Note ดูเรียบง่าย และสวยขึ้น

User Interface ใหม่ของ S Note ดูเรียบง่าย และสวยขึ้น

 

อีกฟีเจอร์นึงของ S Note ที่ช่วยได้เยอะเวลาจะจดโน้ตนู่นนี่นั่นได้สวยๆ งามๆ ก็น่าจะเป็นการใส่พวก Object ต่างๆ เข้าไปใน S Note นี่แหละ มีให้เลือกเยอะแยะมากมายหลายแบบเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นใส่คลิปเสียง, รูปถ่าย, วิดีโอ, รูปวาด, แผนที่ ฯลฯ … ถ้าวาดรูปไม่เก่ง ก็มี Idea Sketch ที่เปิดตัวมาใส่ Galaxy Note 2 ให้แทรกพวกรูปวาดต่างๆ ได้ ซึ่งมีต้นแบบมาให้เลือกหลากหลาย

 

ฟังก์ชั่นการ Insert ของ S Note มีให้เลือกเยอะมากมาย

ฟังก์ชั่นการ Insert ของ S Note มีให้เลือกเยอะมากมาย

 

ตารางและกราฟแบบง่ายๆ ก็สามารถใส่เข้าไปได้ด้วย Easy chart ที่แค่พิมพ์คล้ายๆ Excel ก็พร้อมแทรกตารางเข้าไปในสมุดโน้ตแล้ว และหากต้องการ ก็สามารถที่จะแปลงข้อมูลในตารางนั้นเป็นกราฟแท่ง กราฟเส้น หรือกราฟวงกลมก็ได้

 

ใส่ตารางเข้าไปใน S Note ได้ง่ายๆ เลย พิมพ์เหมือนใช้ Excel ยังไงยังงั้น

ใส่ตารางเข้าไปใน S Note ได้ง่ายๆ เลย พิมพ์เหมือนใช้ Excel ยังไงยังงั้น

แปลงข้อมูลจากตารางเป็นกราฟแท่งได้ง่ายๆ แค่จิ้มๆ

แปลงข้อมูลจากตารางเป็นกราฟแท่งได้ง่ายๆ แค่จิ้มๆ

 

สิ่งที่ผมว่ายังขาดไปก็คือ การแสดงทั้งกราฟและตารางข้อมูลพร้อมๆ กันนี่แหละครับ … แต่ถ้าจะทำจริงๆ ก็แค่ Copy เจ้า Object นี้เป็น 2 ชุด แล้วก็แทรกไปในสมุดโน้ตเดียวกันก็ได้ ข้อเสียก็คือ เวลาอัพเดตข้อมูล ต้องไม่ลืมเข้าไปอัพเดตทั้งสองชุดก็เท่านั้นแหละ

 

Samsung Galaxy Note 3 อ่านลายมือภาษาไทยได้แล้ว

หลังจากที่ Samsung Galaxy Note 8.0 ทำได้ แล้วทำไม Samsung Galaxy Note 3 ที่เป็นเวอร์ชันใหม่กว่า ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพดีกว่า จะทำไม่ได้ล่ะ จริงไหม … งวดนี้ Keyboard ของ Samsung Galaxy Note 3 นี่สามารถจดจำลายมือภาษาไทยแบบชนิด เขียนต่อเนื่องกันได้แล้ว

 

Keyboard ของ Samsung Galaxy Note 3 สามารถจดจำลายมือภาษาไทยได้

Keyboard ของ Samsung Galaxy Note 3 สามารถจดจำลายมือภาษาไทยได้

 

เพียงแต่จากที่ทดสอบ ลายมือต้องไม่หวัดมาก เขียนตัวอักษรไทยแต่ละตัวต้องชัดเจน อย่าไปเขียนลากติดๆ กัน แบบที่ผมเขียนด้านบนนั่น และจะให้ดี ต้องเขียนอิงกับเส้นประด้วย เพราะภาษาไทยมันแตกต่างจากภาษาอื่นตรงมีทั้งสระและวรรณยุกต์ด้านบน และสระด้านล่าง เส้นประนั่นจะเป็นตัวช่วยบอกกับโปรแกรมว่าอันไหนเป็นสระด้านล่าง (พวก อุ อู อะไรแบบเนี้ย)

การจดจำลายมือ ทำได้ค่อนข้างเร็วดีครับ ไม่หน่วง … ถ้าเขียนติดๆ กันยาวๆ ระบบก็จะหน่วงรอไว้ว่าทั้งหมดจะเป็นอะไรกันแน่ แต่หากเผลอเว้นระยะเวลาไว้แว้บเดียว โปรแกรมก็จะทำการแปลงข้อความทันทีเลยนะ

ชักจะยาว … ไว้ต่อกันตอนหน้าอีกทีละกัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. L says:

    ระบบจดจำลายมือเจ๋งดีอ่ะ

  2. ปิง says:

    ระบบ layer มีใน sketchbook ครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: