Dual-core 2 ซิม ราคา 7,900 บาท Samsung Galaxy Core ตอนที่ 3

ดูวิดีโอ 480p บน Samsung Galaxy Core

Samsung Galaxy Core

และเช่นเคย มาถึงตอนสุดท้ายของการรีวิวแล้วครับ กับ Samsung Galaxy Core และแน่นอน เรามาคุยกันเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย การเอามาเล่นเกม และสุดท้ายคือการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอครับ … โดยส่วนตัว คิดว่าเจ้านี่น่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่งเลย ด้วยสเปกระดับ Dual-core ที่ใช้ CPU Qualcomm ด้วย และรู้สึกว่าต้องคาดหวังกับมันพอสมควร เพราะว่าเจ้านี่ควรจะมีดีที่การใช้งานโดยผู้ใช้งานทั่วไป ในงานประเภทท่องเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม และ Social media ต่างๆ (ที่อาจมีเรื่องการถ่ายรูปเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย)

 

เอา Samsung Galaxy Core มาดูหนังฟังเพลงซะหน่อย

แม้สเปกเจ้านี่จะแรงเอาเรื่องอยู่ แต่วิดีโอที่เหมาะสมกับการเล่นคือขนาด 480p ครับ จะเป็น 640×480 หรือ 800×480 พิกเซลก้ตามแต่ … ซึ่งผมก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร เพราะโดยส่วนตัว การเอาไฟล์วิดีโอความละเอียดเกินกว่าที่จะแสดงผลบนหน้าจอได้มาเปิด มันกินเนื้อที่เปล่าๆ และดวงตาของเรา (โดยเฉพาะของผม) ก็ไม่ได้เยี่ยมยอดขนาดจะจับผิดอะไรได้อยู่แล้ว

 

ดูวิดีโอ 480p บน Samsung Galaxy Core

ดูวิดีโอ 480p บน Samsung Galaxy Core

 

และแน่นอน เมื่อเป็นไฟล์วิดีโอ 480p แบบนี้ สเปก Dual-core CPU แบบนี้ ถ้าเล่นแล้วยังไม่ลื่นไหลอีกก็เกินไปละครับ (ฮา) … ด้านคุณภาพของเสียง @mrkui เขาวิพากษ์มาแบบนี้ครับ …

ลำโพงให้เสียงที่ฟังดูโปร่ง โทนเสียงที่ฟังดูคมชัด เพราะเน้นเสียงกลางและสูง เมื่อเร่งระดับเสียงจนสุดทำให้รู้สึกแห้งและฟุ้ง ไปบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อเปิดในระดับเสียงที่เหมาะสม เสียงที่ได้ก็ฟังโอเคเลย เพราะความคมชัด ทำให้จับรายละเอียดได้ครบถ้วน และเสียงแม้จะแห้งแต่ก็ไม่ได้แข็งจนฟังแล้วขาดเสน่ห์ของเพลงไป

ฟังด้วยหูฟัง โทนเสียงออกไปทางกลางแหลมเหมือนกับเสียงที่ได้จากลำโพง โดยรวมฟังดูโอเค รายละเอียดดี มี Attack แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรู้สึกอิ่มจากความมีน้ำมีนวลของย่านกลางต่ำและย่านต่ำ

มองในภาพรวมก็คือ คุณภาพเสียงกลางๆ พอใช้ได้ …​ ก็สมราคาค่าตัวอยู่ ทั้งในส่วนของลำโพงตัวเครื่อง และเมื่อใช้กับหูฟัง

 

เล่นเกมบน Samsung Galaxy Core ดูบ้าง

ได้เวลาเล่นเกมบน Samsung Galaxy Core ครับ แน่นอนว่าผมยังคงเลือกเกม Asphalt 7: Heat เพื่อการทดสอบนี้โดยเฉพาะ (แต่อีกไม่นานคงได้เลือก Asphalt 8 แล้ว … รออยู่นะ Gameloft) แน่นอนว่าผมไม่ได้คาดหวังว่าเจ้านี่จะได้กราฟิกละเอียด คมกริ๊บ แบบเครื่องระดับไฮเอนด์ แต่ว่าผมก็หวังว่าจะได้กราฟิกระดับกลางๆ พร้อมเอฟเฟ็กต์ต่างๆ พอสมควร ให้สมน้ำสมเนื้อ Dual-core ซะหน่อย

 

เกม Asphalt 7: Heat บน Samsung Galaxy Core

เกม Asphalt 7: Heat บน Samsung Galaxy Core

 

และเป็นไปตามคาดครับ เกมเล่นได้ลื่นไหลดี ไม่กระตุก แต่กราฟิกก็ขาดรายละเอียดไประดับนึงละ เอฟเฟ็กต์ของเกม พวก Flare หรือ น้ำ หรือ ควัน ก็พอมีให้เห็น แต่พวกเงาสะท้อนบนรถแบบ Real-time นี่ ไม่มีนะครับ … ก็สมกับสเปก GPU Adreno 203 อยู่ … แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่า การเล่นเกมบน Samsung Galaxy Core นี่หมดห่วง ยิ่งหากคุณซื้อมาเพื่อเล่นเกมแนว Angry Birds หรือ Candy Crash นี่ ยิ่งสบาย (ฮา)

 

ปิดฉากด้วยการเอา Samsung Galaxy Core มาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ

User Interface ของกล้องของ Samsung Galaxy Core ก็ยังคงเป็นสไตล์เดิมๆ ของ Samsung ครับ และคุณสมบัติอย่าง Tap-to-Focus ก็ยังมีให้ใช้ และก็สามารถปรับโฟกัสได้รวดเร็วดี แต่ก็ยังไม่ให้เราปรับ Exposure ได้อยู่นั่นแหละ … โหมดในการถ่ายภาพก็มีให้เลือกทั้งถ่ายช็อตเดียว, ถ่ายภาพต่อเนื่อง, พาโนราม่า, สไมล์ช็อต และพวก Buddy shot ที่ถ่ายแล้วแชร์ภาพได้เลย อะไรแบบนี้

 

User Interface ในโหมดถ่ายภาพนิ่ง

User Interface ในโหมดถ่ายภาพนิ่ง

 

คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ผมต้องบอกว่าสมค่าตัวของ 7,900 บาท และสเปกกล้อง 5 ล้านพิกเซลครับ เพียงแต่ภาพที่ได้ สีจะไม่จัดจ้าน และอาจจะออกแนวหม่นๆ นิดหน่อยด้วย ยกเว้นแต่สภาพแสงจะสว่างพอสมควร … ลองดูรูปด้านล่างเอาก็แล้วกัน

 

 

การถ่ายวิดีโอ เจ้านี่แม้จะสเปกระดับ Dual-core และกล้อง 5 ล้านพิกเซล แต่ Samsung เขาทำออกมาให้เจ้านี่ถ่ายวิดีโอได้แค่ระดับ 480p เท่านั้น โดยแบ่งเป็น 640×480 พิกเซล หรือ 720×480 พิกเซล แล้วแต่ว่าอยากถ่ายแบบอัตราส่วนไหน … ข้อสังเกตอีกอย่างที่ผมเจอคือว่า ภาพที่ได้บนกล้องวิดีโอนั้น จะออกแนวมืดลงไปอีกพอควร เมื่อเทียบกับภาพที่ได้จากตอนอยู่ในโหมดถ่ายรูปครับ

 

User Interface ในโหมดถ่ายวิดีโอ จะเห็นว่าภาพมืดลงไประดับนึง

User Interface ในโหมดถ่ายวิดีโอ จะเห็นว่าภาพมืดลงไประดับนึง

 

คุณภาพวิดีโอที่ได้ ความคมชัดก็สมตัวกับ 480p ครับ แต่แนะนำว่าเหมาะสำหรับการถ่ายในสภาวะแสงที่สว่างพอสมควร เพราะอย่างที่บอก ภาพที่ได้มันจะออกแนวมืดหน่อยๆ …​ คุณสมบัติ Tap-to-Focus นี่จะใช้ในระหว่างการถ่ายวิดีโอไม่ได้ และจะปรับ Exposure แบบ Manual ก็ไม่ได้เช่นกัน ต้องพึ่งพา Auto Focus และ Auto Exposure เอาล่ะ

 

บทสรุปของการรีวิว Samsung Galaxy Core

เป็น Android smartphone ราคาน่าคบ 7,900 บาท แถมให้สเปกที่อยู่ในระดับกำลังดี ไม่ว่าจะเป็น Dual-core CPU/GPU และกล้องดิจิตอลระดับ 5 ล้านพิกเซล ด้วย … ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับ Starter ที่น่าสนใจสำหรับคนที่งบน้อย แต่อยากจะลองหัดใช้สมาร์ทโฟนกับเขาบ้าง แต่สำหรับคนที่อยากจะใช้สมาร์ทโฟนทำงานด้วย เจ้านี่ก็มีสเปกที่รองรับนะครับ แต่อาจจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อ App มาใช้งานหน่อย เพราะ App จัดการเอกสารออฟฟิศที่ปกติเขาแจกๆ กัน มันไม่มีแจกอ่ะ (จะเอาอะไรมากกับสมาร์ทโฟนรุ่นราคาประหยัดล่ะคุณ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: