สิ่งที่ Microsoft พลาดไปใน Surface RT ในสายตาของผม

Print Friendly

Microsoft Surface RT

ผมว่าผมเป็นคนไทยคนแรกๆ เลยล่ะ ที่ได้ Microsoft Surface RT มาเล่น เพราะผมฝากน้องคนนึงเขาซื้อตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ Microsoft วางจำหน่ายเจ้านี่ในสหรัฐอเมริกา และจนถึงตอนนี้ก็หลายเดือนมากแล้ว (เผลอๆ ครบปีแล้วด้วยละมั้ง) ที่ผมได้เล่นมัน และเอามันไปใช้ในหลายๆ สถานการณ์ ผมเลยคิดว่ามันสมควรแก่เวลาแล้วที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ซะหน่อยว่า ในฐานะของ Windows tablet ที่ Microsoft เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะมาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งอย่าง iPad และ Android tablet ต่างๆ นั้น Microsoft เขามองข้ามอะไรไปบ้าง

แนวคิด One Size Fits All ที่ครึ่งๆ กลางๆ

จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่อาจบอกได้ว่า แนวคิด One Size Fits All หรือ ระบบปฏิบัติการเดียว ใช้ทั้งบน Desktop, Laptop และ Tablet อย่าง Windows 8 ที่มีทั้ง Desktop mode ให้ติดตั้งโปรแกรมแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย กับ Windows Style UI ที่มาแนว Mobile device แบบในปัจจุบัน ที่ต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง App ผ่าน Windows Store นี่จะเป็นแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ แต่โดยส่วนตัว ผมชอบแนวคิดนี้ เพียงแต่ Microsoft ยังไม่ได้ทำอะไรให้มันดีเท่านั้นเอง (เดี๋ยวค่อยเล่าให้อ่านกันต่อว่าผมหมายถึงอะไร) และแนวคิดดังกล่าวยิ่งดูแย่ลงไปอีก เมื่อมาพูดถึง Windows RT ครับ เพราะเจ้านี่มี Desktop mode ที่ครึ่งๆ กลางๆ มาก นั่นคือ มีให้ใช้ แต่มาพร้อมกับโปรแกรมเพียงไม่กี่ตัว ได้แก่ Microsoft Office (Word/Excel/PowerPoint/OneNote และจะมี Outlook เพิ่มมา เมื่ออัพเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่) และโปรแกรมเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยบน Windows เช่น Internet Explorer, Windows Explorer, Command Prompt, Paint, Notepad ฯลฯ แต่ลงโปรแกรมอื่นเพิ่มเติมไม่ได้แล้ว

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มันชัดเจน คือ เพราะใช้หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม ARM ที่ประสิทธิภาพในการประมวลผลน้อยกว่า (เพราะต้องการจุดเด่นด้าน Battery life จึงต้องยอมแลกมากด้วยประสิทธิภาพที่ด้อยลง) และมี Storage น้อยกว่าด้วย (เพื่อให้ราคาไม่แพงมากจนเกินไป) จะไปลงโปรแกรมเต็มรูปแบบอย่างพวกใช้หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม x86 ซึ่งมักจะมาพร้อมกับ Storage ที่มากกว่า (และราคาแพงกว่า) คงไม่ไหว

Microsoft Surface RT ณ ตอนนี้ จึงเป็นได้แค่แนวคิด One Size Fits All แบบครึ่งๆ กลางๆ เท่านั้น … แต่ Microsoft ก็ยังมีทางออกนะครับ คือ ถ้าเกิดอึดได้นานพอ เมื่อหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม ARM มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และ Storage มีสนนราคาที่ถูกลง ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถให้กับ Windows RT และทำ Surface RT รุ่นใหม่ ที่ตอบโจทย์แนวคิด One Size Fits All ได้มากกว่านี้ก็เป็นได้

 

Windows RT ยังคงหนักเกินไปสำหรับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม ARM ณ ตอนนี้

จริงๆ แล้ว มันก็คือสิ่งที่ผมเขียนถึงไปเมื่อกี้นั่นแหละครับ … เท่าที่ผมลองเล่นมาพักใหญ่ๆ ผมต้องบอกเลยว่า ประสบการณ์ในการใช้งาน Windows RT ทั้งบน Desktop mode และ Windows Style UI นั้น เทียบไม่ได้กับพวก iPad และ Android tablet ที่สเปกเดียวกัน (Quad-core) เลย … โดยส่วนตัว ผมมองว่าระบบปฏิบัติการ Windows RT นั้น ควรต้องใช้กับฮาร์ดแวร์ที่ประสิทธิภาพแรงกว่านี้ อาจต้องใช้ Tegra 4 ไม่ใช่ Tegra 3 แบบที่เป็นอยู่

แน่นอน อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้น … ประเด็นนี้อาจจะตกไป หากหน่วยประมวลผลได้รับการพัฒนาไปมากขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น

ซึ่งตรงนี้มีข่าวลือมาว่า Surface RT รุ่นหน้า จะใช้ชิปเซ็ตใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยอาจจะเป็น Qualcomm Snapdragon นี่แหละ แต่น่าจะจัด Snapdragon 800 นะครับ เพราะประสิทธิภาพน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว หรืออาจจะเป็น nVidia Tegra 4 ก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ nVidia ก็ออกมาโรยยาหอมแล้วว่า ยังเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม Windows RT อยู่ (ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะหลังๆ เราไม่ค่อยได้เห็นอุปกรณ์ที่ใช้ชิป Tegra ของ nVidia เลย ถ้า Microsoft เลิกใช้บน Surface RT ไปอีกรายละก็ อืมมมม น่าคิด)

 

Desktop mode ยังคงโดดเด่นเกิน Windows Style UI

สาเหตุหลักๆ ของประเด็นดังกล่าวคือ Windows Store App ที่ดีๆ และใช้งานได้เกิดประโยชน์จริงๆ มันยังมีน้อยมาก และการควานหาให้เจอก็ทำได้ลำบากไปหน่อย App บางตัวจะมีให้เลือกบน Windows Store ในบางประเทศ และแม้ Microsoft จะออกมาบอกว่าผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนประเทศได้ด้วยตนเอง แต่ปัญหาก็ยังคงเกิดอยู่ดี เพราะผู้ใช้งานไม่สามารถบอกได้ว่า App ที่เขาต้องการนั้น อยู่ใน Windows Store ประเทศไหน … ทางเลือกเดียวคือ ต้องลองหาด้วย Google แล้วเดาว่าน่าจะมีใน Windows Store ประเทศไหน (โชคดีที่ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ใน United States อ่ะนะ)

และผลจากที่ Windows Store App มันหาดีๆ ไม่มี ก็เลยทำให้ผู้ใช้งานยังคงต้องไปพึ่งพา Desktop mode จนเกินไป ทำให้มันโดดเด่นเกิน Windows Style UI ที่ควรจะเป็น User Interface หลักของทั้ง Windows 8 และ Windows RT … โดยเฉพาะอย่างหลังเนี่ย Windows Store App ไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทำให้ต้องไปพึ่งพา Desktop mode ซึ่งมีความยุ่งยากในการใช้งานในฐานะ Tablet (User Interface มันไม่เหมาะกับอินพุตผ่านหน้าจอสัมผัส) ทั้งๆ ที่ Windows Style UI ควรจะเป็นพระเอก เป็น User Interface หลักของผู้ใช้งาน Surface RT (และ Windows RT tablet อื่นๆ)

ที่สำคัญที่สุด Microsoft มองว่าการมี Desktop mode อยู่ จะเป็นตัวทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายใจว่ายังมีอะไรเดิมๆ ที่คุ้นเคยให้ใช้อยู่ แต่ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยเลยที่พอเห็น Desktop mode แล้วก็คาดหวังไปมากกว่าที่ Microsoft จะให้ได้ … นั่นก็คือ อยากจะติดตั้งโปรแกรมบน Desktop mode นั่นเอง (ซึ่งบน Windows RT เราทำไม่ได้)

 

Windows 8 ดูคุ้มค่ากว่า Windows RT

ถ้าไม่นับเรื่องที่ Microsoft เพิ่งหั่นราคา Surface RT ลงมาเละเทะ (เล่นเอาคนที่ซื้อคนแรกๆ ตอนที่เพิ่งวางจำหน่ายในประเทศไทยไปแอบสะอึก) ก็ต้องบอกว่า ตอนวางจำหน่ายใหม่ๆ นั้น ราคา Surface RT + Type keyboard เนี่ย พอๆ กับไปซื้อ Windows 8 hybrid tablet ที่ใช้หน่วยประมวลผล Atom เลยนะเออ แล้วไอ้ Windows 8 Hybrid tablet นั่นก็ลงโปรแกรมบน Desktop ได้ด้วยสิ … เรื่องน้ำหนักที่มากกว่าบ้าง และ แบตเตอรี่ที่อึดน้อยลงไปบ้าง มันถือเป็น Trade-off ที่ยังคงทำให้ Windows 8 hybrid tablet ยังดูคุ้มค่ากว่า Windows RT ครับ

 

Microsoft Surface RT ควรมีรุ่นรองรับ 3G/4G LTE

Microsoft กำลังทำ Mobile device แต่ขาด Mobility ในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปซะยังงั้น และด้วยความที่เจ้านี่ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม หรือไดรเวอร์บน Desktop mode ได้ ก็เลยทำให้บอกผ่านการใช้งาน Aircard ไปได้เลย (และจะว่าไป หากต้องเสียบ Aircard แล้วใช้งานในฐานะ Tablet มันก็ดูตลกๆ อยู่ดี) … บางคนอาจบอกว่า การเชื่อมต่อกับ 3G/4G LTE ใช้พวก MiFi แจก WiFi ให้ก็ได้ หรือจะ WiFi Tethering มาจากสมาร์ทโฟนก็น่าจะได้เหมือนกัน อันนี้ก็เป็น Workaround ที่หลายๆ คนยอมรับได้ครับ แต่อีกหลายๆ คนก็รู้สึกว่ามันไม่สะดวกที่จะต้องพก MiFi หรือไม่อยากสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน หรือแพ็กเกจเน็ตของสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ คู่แข่งเขาก็มีตัวเลือก Tablet รุ่นที่รองรับ 3G/4G LTE มาให้เลือกเพื่อเปรียบเทียบ

 

Microsoft คิดว่า Office RT จะเป็น Killer app ที่ทำให้คนหันมาใช้ Surface RT

แม้กระแส “ความต้องการอยากใช้ Tablet ทำงาน” จะมีมากขึ้น ขนาดที่มีพวก App ที่ใช้จัดการงานเอกสาร Office ออกมา และ Apple เองก็ต้องจัด iWorks for iOS มาขาย แต่ต้องรำลึกไว้เสมอๆ นะครับ ว่าผู้ใช้งานไม่ได้ซื้อ Tablet มาเพื่อใช้งานเป็นหลักกันทุกคน และส่วนใหญ่มองฟีเจอร์ด้านการจัดการงานเอกสารเป็นแค่ Nice-to-have หรือ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร

ดังนั้น Office RT ของ Microsoft จึงเป็นเพียงของแถมที่ดูมีคุณค่าสำหรับคนที่คิดว่าจะซื้อ Tablet มาเพื่อใช้ทำงานแทน Laptop กันไปเลย โดยมองว่าตัวเองใช้งานแค่ทำเอกสารเท่านั้น … แต่ในความจริงมันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ เพราะเรายังต้องการความสามารถอื่นๆ ซึ่งต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ มาช่วยเหลือ และหากเป็น Windows 8 ตัวหลัก เราก็สามารถหาโปรแกรมนั้นมาติดตั้งได้บน Desktop แต่พอมาเป็น Windows RT แล้ว Windows Store App กลับไม่มีโปรแกรมเหล่านี้ หรือ มีแต่ประสิทธิภาพที่ได้ก็ไม่ตอบโจทย์

 

Microsoft มองโลกสวยไปหน่อยในอีกหลายๆ เรื่อง

จากที่ผมพูดถึงไปข้างต้น จะเห็นว่า Microsoft ค่อนข้างมองโลกในแง่ดีเลย เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนเอง … ซึ่งโดยส่วนตัว หลายๆ อย่างนั้น Microsoft ก็ยังมีหวังอยู่ เพียงแต่ ณ ตอนนี้เวลาของมันยังมาไม่ถึง (เช่นเรื่องประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล หรือ ราคาของ Storage) นั่นจึงอาจเป็นเหตุทำให้ Microsoft ผลิต Surface RT มาเยอะจนเกินไป แล้วขายไม่ออกแบบในตอนนี้ จนต้องตัดสินใจ Write-off ไปร่วม 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อที่จะได้จัดแคมแปญลดแลกแจกแถมได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องทางบัญชี (ประมาณนั้นเลย)

จนถึง ณ ตอนนี้ ได้ข่าวว่า Microsoft ทำ Surface RT รุ่นถัดมาออกมาแล้ว และคนภายในบริษัทก็ได้ลองใช้กันแล้ว และก็ได้รับ Feedback ที่ดีจากพนักงานที่ได้ใช้ด้วย … ตรงนี้อยากเตือน Microsoft ว่าควรคำนึงถึงเรื่อง Bias ที่อาจเกิดขึ้นด้วยนะครับ (หากนึกไม่ออกว่า Bias นั้นคืออะไร ลองไปหาบทความ Eager Seller, Stony Buyer จาก Harvard Business Review มาอ่านดู … หรือลองอ่านบล็อกของผมที่วิเคราะห์ปรากฏการณ์บน Social Networking ตอนที่ 13 ดูก็ได้)

 

และนั่นก็คือคร่าวๆ ในมุมมองของผม ใครมีความเห็นอะไร ก็ลองมาแชร์ๆ กันได้นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Sarawut Sangpoon says:

    สำหรับผมมองว่า การใช้ ARM CPU มันถูกออกแบบมาให้ใช้เป็น Tablet เป็นหลักและต่อกรกับ Tablet ตัวอื่นๆในท้องตลาด แต่ดันแถม MS Office ซึ่งมีแค่ใน Desktopโหมดเท่านั้น มันจึงดูขัดๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่ กับจุดประสงค์ของอุปกรณ์ชิ้นนี้

  2. Chicky says:

    เราชอบที่มันใช้งานสะดวกดีนะ เช่น ตอนจะใส่ไฟล์งาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: