ถ้าคิดว่า 5.8 นิ้วยังไม่สะใจ ลอง Samsung Galaxy Mega 6.3 ดู ตอนที่ 2

Print Friendly

Samsung Galaxy Mega 6.3

 

ตอนที่ 2 ของการรีวิว Samsung Galaxy Mega 6.3 ครับ เราจะมาพูดถึงเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานโดยทั่วไปกันบ้าง … ใจจริงแทบอยากจะก็อบปี้เอารีวิว Samsung Galaxy Mega 5.8 มาใช้เลย (ฮา) เพราะหลักๆ แล้วมันคล้ายๆ กันมากทีเดียว แต่ว่าลูกเล่นของ Samsung Galaxy Mega 6.3 จะมีมากกว่านิดหน่อย ตรงที่มันมี NFC และ พอร์ตอินฟราเรดมาให้ด้วยน่ะ ผมถึงได้บอกเอาไว้ในตอนที่แล้วไงล่ะ ว่าเพิ่มอีก 2,500 บาท คุ้มกว่ากันเยอะ เหอๆ แต่ถ้าคิดว่าเงินสำคัญกว่าฟีเจอร์ที่เพิ่มมาขึ้นอีกหน่อยนี้ ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะ

 

ถ้าหยิบจับ Samsung Galaxy Mega 6.3 มาใช้ แล้วรู้สึกยังไง

ถ้าคุณคิดว่า Samsung Galaxy Mega 5.8 ใหญ่แล้ว ให้บวกเข้าไปอีกด้านละครึ่งเซนติเมตรทั้งด้านกว้างและด้านยาวครับ นั่นแหละ ขนาดของ Samsung Galaxy Mega 6.3 … แต่มองเผินๆ แล้ว ขนาดของทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากมายครับในแง่ขนาดตัวเครื่อง ความรู้สึกในการสัมผัสของตัวเครื่องก็คล้ายๆ กันครับ

แน่นอน ไม่เหมาะกับการพกใส่ในกระเป๋าเสื้ออย่างชัดเจนเลยแหละ ใส่แล้วเห็นได้ชัดว่าตัวเครื่องโผล่มาพ้นกระเป๋าเสื้อจนไม่เหมาะที่จะพกใส่กระเป๋าเสื้อเลยแหละ

 

และจากที่ลองพกใส่กระเป๋ากางเกงดู ก็ต้องบอกว่ามันเต็มเกินไป และแม้จะเป็นกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ค่อนข้างจะลึกก็ตาม มันก็ใส่แล้วรู้สึกเต็มๆ เวลาเดินไม่เท่าไหร่หรอก แต่เวลานั่งเนี่ย รู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องมันจิ้มมาที่เอวได้เลยทีเดียว … กรณีนี้คงต้องบอกว่า เจ้านี่อาจไม่เหมาะให้หนุ่มๆ อย่างเราพกแล้วละมั้ง แต่สาวๆ ที่ชอบ Phablet จอบิ๊กเบิ้มอาจจะชอบ เพราะการพกใส่กระเป๋าถือก็ไม่ได้ลำบากแต่อย่างใด

 

ประสบการณ์ในการใช้งานด้านซอฟต์แวร์ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

ขนาดหน้าจอปาเข้าไปตั้ง 6.3 นิ้วแล้ว แต่เนื่องจาก Samsung เขายังมองว่าเจ้านี่เป็น Phablet อยู่ ดังนั้นการใช้งานของเจ้านี่ จึงยังเน้นการใช้งานเป็นแนวตั้งอยู่ … Samsung Galaxy Mega 6.3 นี่มาพร้อมกับ Android 4.2.2 Jelly Bean และเป็น User Interface แบบใหม่ของ Samsung ด้วย นั่นคือ หน้า Lock screen เราก็แสดง Widget ได้แล้ว … มันช่วยในเรื่องของการติดตามข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อกหน้าจอ (พูดง่ายๆ เร็วขึ้นอีก Step นึง)

 

Goolge+ widget บน Lock screen

Goolge+ widget บน Lock screen

 

แต่ก็เช่นเคย หน้า Home screen นั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ เป็นแบบเดิมๆ ของ Samsung (และแบบเดิมๆ ของระบบปฏิบัติการ Android) มีหน้าจอ Home screen ได้สูงสุด 7 หน้า จะใส่ Widget หรือ App shortcut ก็ตามสะดวก

 

หน้าจอ Home screen ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

หน้าจอ Home screen ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

 

และก็แน่นอน App tray ของ Samsung Galaxy Mega 6.3 ก็เป็นแบบมาตรฐานของ Samsung (และคล้ายๆ กับ ของ Android ทั่วๆ ไป) ซึ่งดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่หากเราแตะปุ่ม Menu แล้ว ก็จะมีตัวเลือกต่างๆ ให้ใช้ เช่น การปรับแต่งหน้าจอ App tray เพื่อจัดเรียงไอคอน, การสร้างโฟลเดอร์เพื่อเก็บพวก App shortcut ไว้ที่เดียวกันให้เป็นระเบียบ, การ Uninstall app ออกจากเครื่อง, การแชร์ให้คนอื่นรู้จัก App, การเปลี่ยนมุมมองการแสดงผล App และ การซ่อนไม่ให้ App shortcut บางตัวแสดงออกมา

 

หน้าจอ App tray ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

หน้าจอ App tray ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

 

หน้าจอ Settings ของ Samsung Galaxy Mega 6.3 นั้นก็เหมือนกับของ Samsung Galaxy Mega 5.8 นั่นแหละครับ เป็น User Interface ใหม่ ตามสไตล์ Android 4.2.2 ของ Samsung เขา งวดนี้มีการแยกแยะ Settings ต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่แล้ว ได้แก่ Connections, My device, Accounts และ More ทำให้การหา Settings ทำได้สะดวกขึ้น … แต่ก็เช่นเดียวกับตอนผมรีวิว Samsung Galaxy Mega 5.8 นั่นแหละ เมนูภาษาไทยแปลมาตรงตัวไปหน่อยในหลายๆ จุด เลยทำให้อ่านแล้วงง

 

หน้าจอ Settings ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

หน้าจอ Settings ของ Samsung Galaxy Mega 6.3

 

เอาล่ะ มาดูลูกเล่นซอฟต์แวร์ของ Samsung Galaxy Mega 6.3 กันบ้าง

ด้วยค่าตัวที่แพงขึ้นจาก Samsung Galaxy Mega 5.8 ขึ้นมาอีก 2,500 บาท เลยทำให้ลูกเล่นต่างๆ บน Samsung Galaxy Mega 6.3 มีมากกว่าอีกนิดนึงครับ แต่ก็เช่นเคย มันยังไม่ถึงขั้นเทียบเท่ากับ Samsung Galaxy S4 หรอกนะ

  • ฟีเจอร์จำพวก Motion ก็ยังมี
    • Direct call ที่ให้โทรออกได้ทันที เพียงแต่ยกหูขึ้นโทร หากเรากำลังใช้งานหน้าจอที่มีข้อมูลเบอร์โทรอยู่ เช่น หน้าจอ SMS, หน้า Contact
    • Smart alert ที่ช่วยเตือนเรา เวลาที่มีสายเข้า หรือ SMS เข้ามา แล้วเราไม่ได้รับ พอเราหยิบเครื่องขึ้นมา มันก็จะสั่นเตือนให้เรารู้
    • พวกเอียงตัวเครื่อง เข้า-ออก (Tilt) เพื่อซูม หรือ เอียงตัวเครื่อง ซ้าย-ขวา (Pan) เพื่อช่วยเวลาย้ายไอคอน หรือ เปลี่ยนรูปที่ดู
    • การพลิกเครื่องคว่ำแล้วจะปิดเสียงเวลามีคนโทรเข้า หรือ หยุดการเล่นวิดีโอ/ฟังเพลง
  • ฟีเจอร์จำพวก Palm motion ก็มี
    • การปาดหน้าจอเพื่อจับภาพหน้าจอ
    • การเอามือปิดหน้าจอไว้เพื่อหยุดการเล่นวิดีโอ/ฟังเพลง
  • Group play ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์พวกไฟล์มัลติมีเดียให้เพื่อนๆ ที่ใช้ Samsung Android ที่รองรับฟีเจอร์นี้ (Samsung Galaxy S4 หรือ Samsung Galaxy S4 Zoom อะไรแบบเนี้ย
  • Multiwindow ที่ให้เปิด App ได้ 2 ตัวพร้อมๆ กัน โดยแบ่งครึ่งหน้าจอ … ฟีเจอร์นี้ออกจะดูดีเวลาใช้กับเจ้า Samsung Galaxy Mega 5.8 นี่ เพราะขนาดหน้าจอใหญ่ แม้จะแบ่งครึ่งแล้วก็เลยยังดูเต็มตาดีอยู่

ที่เพิ่มมาจาก Samsung Galaxy Mega 5.8 ก็จะเป็น

  • Air view ที่ช่วยแสดงผลข้อมูลเพิ่มเติมได้ เพียงแค่เอานิ้วจ่อๆ ไปที่บนหน้าจอเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น
    • แสดงข้อมูลเพิ่มเติม (Information preview)
    • แสดง Progress bar ของวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ (Progress preview)
    • แสดงรายชื่อ Contact ที่อยู่ใน Speed dial (Speed dial preview)
    • แว่นขยายหน้าจอเว็บ (Webpage magnifier)

และหากคิดว่า App ที่มีมาให้อยู่แล้วมันไม่พอ ก็จะไปส่องๆ หาเพิ่มได้จาก Samsung Apps ครับ ไม่ต้องไปไกลถึง Google Play หรอกนะ … เพราะที่นี่จะมี App ให้เลือกเป็นหมวดหมู่ที่ผมรู้สึกได้เลยว่า จัดหมวดหมู่มาได้ดูดีกว่าของ Google Play หาอะไรก็ง่ายกว่า และที่สำคัญก็คือ บางที Samsung เขาก็จะมีโปรโมชั่นลดราคา App หรือแจก App ฟรีให้ด้วยนะ

 

Samsung Apps แหล่ง app ที่ผู้ใช้งาน Samsung ควรแวะไปนะ

Samsung Apps แหล่ง app ที่ผู้ใช้งาน Samsung ควรแวะไปนะ

 

เกือบลืมว่า ที่เพิ่มเข้ามาอีกอย่างของ Samsung Galaxy Mega 6.3 ก็คือ การมี NFC ด้วย ซึ่งนั่นทำให้รองรับลูกเล่นอย่าง S Beam ที่ให้ส่งผ่านไฟล์ข้อมูลได้ โดยการใช้ NFC ช่วยในการ Pair device เข้าหากัน แล้วใช้ Wi-Fi Direct ในการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ด้วยความเร็วสูง … การเชื่อมต่อเพื่อทำ Group Play ก็ทำได้ง่ายขึ้นเมื่อมี NFC … และนอกจากนี้ NFC ก็ยังมีแนวโน้มว่าจะถูกใช้ในการเชื่อมต่อต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: