กาฝากลองเป็นติ่ง – ภาค Project คอนฯ

Print Friendly

Super Junior Super Show 5

 

อีกไม่กี่วันแล้วก็จะถึงเวลาที่ผมจะได้เป็นติ่งโดยสมบูรณ์แบบครับ … แต่ต้องขอสารภาพบาปก่อนว่า ผมยังจำหน้าของศิลปินทั้ง 13 คนได้ไม่หมดอ่ะ ที่จำหน้าได้ค่อนข้างจะชัวร์แน่ๆ ก็ ซีวอน กะ คยูฮยอน นี่แหละ (ซีวอนจำแม่น เพราะปกติเวลา Acer เขาจัด Meet & Greet ผมจะได้บัตรฟรีมาแจกทุกที ส่วน คยูฮยอน นี่ ก็สาหร่ายมาชิตะ … ฮา)​ … คือ ความยากเย็นของการจำหน้าศิลปินเนี่ย เป็นเพราะว่าลองพยายามค้น Google หาดูหน้าตาแล้ว พี่ท่านแต่ละคน หน้าตาแต่ละปีไม่เหมือนกันเลย (ฮา) เลยไม่รู้จะจำหน้ากันยังไง

คือ ปกติผมก็ค่อนข้างเป็นคนโง่มากๆ เรื่องการจดจำใบหน้าของคน (นี่ยังคิดอยู่เลย น่าจะมีคนทำ App ที่อาศัยความสามารถ Face recognition ของสมาร์ทโฟน มาช่วยจดจำใบหน้าซักหน่อย) … ดูที่ผมลองใช้ Google  ค้นหารูป อีทึก ดูได้ครับ … ผมละทึ่งกับน้องๆ เอลฟ์เขามาก ที่สามารถจดจำ และอัพเดตหน้าตาของศิลปินทั้ง 13 + 2 คนได้เนี่ย

 

ลองค้นรูป อีทึก ดูจาก Google โอ้วแม่เจ้า

ลองค้นรูป อีทึก ดูจาก Google โอ้วแม่เจ้า

 

อ๊ะๆๆๆ แต่ต้องอวดก่อนว่าได้บัตรเป็นที่เรียบร้อย ต้องขอบคุณน้องเอลฟ์กลุ่มหนึ่ง ที่ช่วยเป็นธุระจัดหาบัตรมาให้นะครับ … ได้ข่าวว่าวันขายบัตรนี่ระบบล่ม ต้องไปลุยกันถึงเคาน์เตอร์ Thai Ticket Major กันเลยทีเดียว กว่าจะได้มา

 

ถ่ายรูปคู่กับบัตรอวดซะหน่อย

ถ่ายรูปคู่กับบัตรอวดซะหน่อย

 

อยากถ่ายภาพน้องๆ เขาเอามาอวด ว่ากลุ่มนี้แหละ ที่ช่วยผม … แต่น้องเขาบอกว่า ด้วยจรรยาบรรณแล้วไม่อาจเปิดเผยใบหน้าได้ ดังนั้น เลยต้องใช้มาตรฐาน Oral-B ครับ

 

ด้วยจรรยาบรรณแล้ว น้องๆ ไม่อาจเปิดเผยใบหน้าได้เลยต้องถ่ายมาแบบนี้ อิอิ

ด้วยจรรยาบรรณแล้ว น้องๆ ไม่อาจเปิดเผยใบหน้าได้เลยต้องถ่ายมาแบบนี้ อิอิ

 

ทีนี้วันคอนเสิร์ตใกล้เข้ามาแล้ว เราก็ต้องเตรียมตัวใช่ไหมล่ะ … อันดับแรก เขาว่าต้องใส่เสื้อสีน้ำเงินเข้ม แบบ แซฟไฟร์บลู แล้วต้องมีแท่งไฟด้วย … เสื้อน่ะมีแล้ว (เดี๋ยวเอาเสื้อ Samsung Galaxy S4 Rally ใส่ไป ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว ใช้ให้คุ้มกว่าแค่ไปร่วมแรลลี่กับ Samsung ซะหน่อย) ส่วนแท่งไฟ เห็นว่าน้องๆ จะช่วยจัดหามาให้ (ขอบพระคุณอย่างสูงอีกที)

แต่มันไม่ได้จบแค่นั้นน่ะสิครับ … ได้ข่าวว่าเขาจะมีการทำโปรเจ็คด้วย … อะไรนะ?!? โปรเจ็ค?!? มันคืออะไรอ้ะ?!?

 

วันคอนเสิร์ตน้องๆ เขาจะมีโปรเจ็คกัน

โปรเจ็คที่ว่า มันต่างจากการแค่เอาป้ายไฟไปชูเพื่อเชียร์ หรือให้กำลังใจศิลปินนะครับ แต่เท่าที่ผมได้ยินมามันเป็นอารมณ์เหมือนเชียร์ฟุตบอลกันเลยทีเดียว มีทั้งเล่นเวฟ มีทั้งแปรอักษร ฯลฯ  หรืออาจเป็นอะไรที่มากกว่านั้นอีกก็ได้นะ … ลองไปค้นๆ ดูใน Google ก็พบอยู่หลายโปรเจ็คอยู่ อยากเอารูปมาลง แต่ก็เกรงใจลิขสิทธิ์เจ้าของภาพ เลยขอแปะเป็นลิงก์ YouTube เอาแล้วกันนะครับ

 

[tube]http://www.youtube.com/watch?v=8jg2OQ_Pn4g[/tube]

 

คลิปด้านบนนี้เป็น Brighten the Stars ที่ทำไปตอน Super Shows 2 ในกรุงเทพ เมื่อปี ค.ศ. 2009 หรือ 3 ปีที่แล้วครับ

สำหรับปีนี้ น้อง @Thaisailor_suju เขาแนะนำว่าให้ผมไปลองดูที่ Fan Page https://www.facebook.com/SuperJuniorProjectForThaielf ครับ ไปดูมาแล้ว มีเยอะแยะเลยทีเดียว เดี๋ยวลองเอารูปมาลงให้ดูนะ (อันนี้ไม่กลัวเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะเชื่อว่าน้องๆ เขาอยากให้เอารูปมาลงเผยแพร่มากกว่า อิอิ)

 

โปรเจ็คนึงที่เห็นบนเพจ Super Junior Project for Thai ELF

โปรเจ็คนึงที่เห็นบนเพจ Super Junior Project for Thai ELF

 

นี่ก็อีกโปรเจ็ค แต่เหมือนจะเจาะกลุ่มที่นั่ง 5,500 บาท

นี่ก็อีกโปรเจ็ค แต่เหมือนจะเจาะกลุ่มที่นั่ง 5,500 บาท

 

แน่นอนว่า แต่ละโปรเจ็คนั้นมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายใช่ไหมครับ น้องๆ เหล่านี้ก็จะทำการเปิดรับบริจาคเพื่อจะได้จัดทำโปรเจ็คให้บรรลุเป้าหมาย โดยอาจจะเน้น Passion กันสุดๆ ไปเลย คือ ไม่มีของตอบแทนใดๆ นอกจากความสุขใจที่ได้ทำอะไรเพื่อศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ กับบางโปรเจ็คที่อยากตอบแทนให้กับคนที่สนับสนุนโปรเจ็คบ้าง เช่น มีผ้าเชียร์ให้ อะไรแบบนี้

บางทีก็มีการรับบริจาคกันเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่ดำเนินการ …​ ซึ่งบางทีโปรเจ็คมันใหญ่มาก ก็ต้องรวมกลุ่มกันหลายๆ บ้าน (คำว่า “บ้าน” ในที่นี้ อารมณ์เหมือนชุมชนของกลุ่มเอลฟ์ที่นิยมศิลปินคนเดียวกัน อะไรประมาณนี้ ตามที่ผมเข้าใจ) เหมือนอย่างเช่นโปรเจ็คด้านล่างนี่ แจกกระดาษ I’m here ตั้ง 12,000 ใบแน่ะ คนไม่กี่คนจัดการไม่ไหวหรอก

 

โปรเจ็คนี้ร่วมมือกัน 4 บ้าน

โปรเจ็คนี้ร่วมมือกัน 4 บ้าน

 

มีเอลฟ์อีกคน @cnotaces ทำเป็น Google Docs เอาไว้ เรียงลำดับเลยว่าจะมีโปรเจ็คอะไรบ้าง น่าสนใจดีครับ ไปคอนเสิร์ตแล้ว พิมพ์เอาไปใช้เป็นหมายกำหนดการทำโปรเจ็คได้เลย (ฮา)

 

การทำโปรเจ็คมันสอนอะไรน้องๆ เขามากกว่าที่คิดนะครับ

หลายๆ คน อาจมองว่าสิ่งที่น้องๆ เขาทำกันมันไร้ประโยชน์ ทำไปทำไมก็ไม่รู้ เปลืองเงิน แต่จริงๆ แล้วผมมองในมุมมองที่แตกต่างกันออกไปนะ … สิ่งที่น้องๆ เขาทำ มันก็ช่วยสอนน้องๆ เขาหลายๆ อย่างนะครับ หากเรามาพินิจคิดทบทวนให้ดีๆ แล้ว จะรู้ว่า…

  • มันช่วยสอนให้น้องๆ ต้องเก็บเงิน … อันนี้แน่นอนเลยครับ เพราะหากไม่รู้จักบริหารเงินให้ดีแล้วละก็ น้องๆ เขาไม่มีเงินมาซื้ออัลบั้ม มาซื้อบัตรคอนเสิร์ต (ไม่ใช่ถูกๆ นะครับ แต่ละใบเนี่ย และไม่ใช่มีเงินก็จะหาซื้อได้ด้วย … ผมเองทำมาหากินแล้ว แล้วซื้อได้แค่บัตรยืน 1,200 บาทเอง) … เท่าที่ผมได้พูดคุยกับน้องๆ เขามา ส่วนใหญ่ก็มีนโยบายทางการเงินที่ดีทีเดียวล่ะ และคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองก็รับรู้เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนอยู่
  • มันช่วยสอนให้น้องๆ รู้จักคิดสร้างสรรค์ … คุณคิดว่าการเซอร์ไพรส์ศิลปินมันทำได้ง่ายๆ เหรอครับ?!? พวกเขามากันทุกปี น้องๆ เขาก็ต้องคิดกันทุกปีว่าจะทำอย่างไรให้ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบนั้นประทับใจ และเผลอๆ มันเหมือนการแข่งขันระหว่างประเทศกันด้วย เพราะต้องไม่น้อยหน้าเอลฟ์ชาติอื่นๆ (ฮา) … นี่แหละ แรงจูงใจให้มีความคิดสร้างสรรค์ชั้นดี
  • มันช่วยสอนให้น้องๆ รู้จักบริหารโครงการ … เพราะแต่ละโปรเจ็ค มันต้องมีแม่งาน ต้องมีการวางแผน ต้องมีการดำเนินการ น้องๆ ที่ดูแลโปรเจ็คเหล่านี้จะได้เรียนรู้เรื่องการวางแผน เรื่องการบริหารโครงการ และรวมถึงการบริหารรายรับรายจ่ายของโครงการไปในตัว มันไม่ใช่โครงการยักษ์ใหญ่พันล้าน แต่ของแบบนี้มันก็ต้องเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนไม่ใช่เหรอ?!? (โดยส่วนตัว ผมเองไม่คิดว่าผมจะสามารถไปบริหารโครงการได้แบบน้องๆ เขาด้วยซ้ำ … เพราะผมเป็นพวกกรรมกรใช้แรงงาน มากกว่าพวกกรรมการบริหาร หุหุ)

และการได้พูดคุยกับน้องๆ เขา ได้ลองทำอะไรแบบน้องๆ เขา (บ้าง) ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากเลยครับ …​ แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าสู่กันอ่านอีกนะ … คิดว่าก่อนจะถึงวันคอนเสิร์ต มันต้องเขียนสั้นๆ อีกซัก 1 ตอน อิอิ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. elfhyukjae says:

    1,200 ไม่ใช่บัตรยืนนะคะ แต่เป็นยอดดอย ( นั่ง )
    บัตรยืน 4,500 ค่ะ
    หวังจริงๆ นะว่าคนที่เข้ามาอ่านบล็อคที่คุณกาฝากเขียนเกี่ยวกับเอสเจและเอลฟ์ จะไม่ได้มีแค่เอลฟ์
    ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เขียนถึงพวกเราบ่อยๆ ปลื้มจัง > < /@parn_sina

    • kafaak says:

      ขอบคุณที่ช่วยแก้ไขครับ
      อูยยยย ยอดดอยเลยเหรอ ไม่ค่อยเป็นมงคลกับคนเล่นหุ้นเท่าไหร่แฮะ (ฮา)

  2. sabai_arom says:

    พี่กาฝากไปคอนวันแรกวันเดียวใช่ไหมคะ
    โปรเจควันแรกว่าเริ่ด วันที่ 2 ต้องเรียกว่าแจ่มเลย
    เสียดายจัง ถ้าพี่มีโอกาสไปอยากให้ไปวันที่ 2 ด้วยจัง ><

    • kafaak says:

      เสียดายเหมือนกันครับ … แต่มันไม่สะดวกจริงๆ

Leave a Reply

%d bloggers like this: